สวะผู้นี้จะครองสวรรค์

    ตอนที่ 13(5) ป้ายส่วนตัวขององค์หญิง

    คำว่า ตาย ทำให้ทั้งหอเปลี่ยนสี

    ชายขุนนางตวาด

    “เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดกับใคร!”

    ฉินเฟิงมองหลานชิงเสวี่ย

    ริมฝีปากนางเริ่มมีน้ำแข็ง

    ไม่มีเวลาทะเลาะ

    “ถ้าท่านไม่เชื่อ ก็ให้นางกิน”

    เขาถอยครึ่งก้าว

    “แต่ถ้าเชื่อ”

    “ให้ข้ารักษา”

    ชายขุนนางลังเล

    หลานชิงเสวี่ยกลับฝืนลืมตา

    มองฉินเฟิง

    “เจ้า…รักษาได้?”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ข้าหยุดอาการกำเริบได้”

    “แต่จะรักษารากต้องใช้เวลา”

    นางหลับตาชั่วขณะ

    แล้วกล่าว

    “ให้เขา…ลอง”

    “องค์หญิง!”

    “ทำ”

    ชายขุนนางกัดฟัน

    “ได้ขอรับ!”

    เขาหันหาฉินเฟิง

    “ถ้าองค์หญิงเป็นอะไร…”

    ฉินเฟิงไม่รอคำขู่

    หยิบเข็มเงินออกมา

    “ทุกคนถอยสามก้าว”

    น้ำเสียงจริงจังจนคนทำตามโดยไม่รู้ตัว

    ฉินเฟิงประคองหลานชิงเสวี่ยนั่งบนเก้าอี้

    “องค์หญิง โปรดผ่อนการหมุนปราณลงครึ่งหนึ่ง”

    “หากรู้สึกว่าพลังเย็นกำลังพุ่งขึ้น อย่าฝืนต่อต้าน”

    นางพยักหน้า

    เข็มแรก

    แทงจุดบริเวณข้อมือ

    เข็มสอง

    หัวไหล่

    เข็มสาม

    บริเวณเส้นชีพจรเหนือหัวใจ

    พลังอัสนีละเอียดมากไหลผ่าน

    แต่ไม่ใช้ชำระพลังเย็น

    ฉินเฟิงกำลังแยกเส้นทางของพลังสองชนิดออกจากกัน

    พลังเย็นของนางไม่ใช่พิษ

    มันเป็นส่วนหนึ่งของร่าง

    หากใช้ไฟชำระเท่ากับทำร้ายสายเลือดของนางเอง

    นี่คือสาเหตุที่โอสถเพลิงหยางทำให้อาการยิ่งร้าย

    ฉินเฟิงกล่าว

    “สูดลมหายใจ”

    หลานชิงเสวี่ยทำตาม

    “ช้า ๆ”

    พลังเย็นที่พุ่งเข้าหัวใจเริ่มเปลี่ยนเส้นทาง

    ถูกนำเข้าสู่เส้นชีพจรแขนซ้าย

    น้ำแข็งก่อตัวตามแขน

    ฉินเฟิงใช้เข็มอีกสี่เล่ม

    จากนั้นฝ่ามือแตะด้านหลังเก้าอี้ ไม่สัมผัสร่างนางโดยไม่จำเป็น

    พลังอัสนีไหลผ่านเข็ม

    เปรี๊ยะ!

    น้ำแข็งแตกทีละส่วน

    ลมหายใจหลานชิงเสวี่ยเริ่มปกติ

    สีหน้ากลับมา

    ชายขุนนางเบิกตากว้าง

    หมอหลวงใช้เวลาหลายปีเพียงบรรเทาอาการ

    เด็กคนนี้ใช้เข็มไม่ถึงครึ่งก้านธูปกลับหยุดอาการกำเริบได้?

    ฉินเทียนหยางเองมองบุตรชายด้วยความตกใจ

    เขารู้ว่าบุตรมีอาจารย์

    แต่ความสามารถนี้เกินสิ่งที่คาดมาก

    หลังอีกสิบลมหายใจ

    ฉินเฟิงถอนเข็ม

    “เรียบร้อย”

    หลานชิงเสวี่ยลืมตา

    นางสัมผัสหัวใจ

    ไม่มีความเจ็บ

    ไม่มีความเย็นพุ่ง

    แม้แต่พลังปราณยังไหลสะดวกกว่าก่อนเล็กน้อย

    “เจ้ารู้ว่าข้าเป็นอะไร?”

    ฉินเฟิงพยักหน้า

    “พอรู้”

    “โรคอะไร?”

    “ไม่ใช่โรค”

    ทุกคนเงียบ

    ฉินเฟิงกล่าว

    “องค์หญิงมีสายเลือดธาตุเย็นพิเศษ”

    “แต่ฝึกวิชาที่มีคุณสมบัติธาตุหยาง”

    “ตอนพลังยังต่ำ ปัญหาไม่ชัด”

    “ยิ่งระดับสูง พลังสองอย่างยิ่งขัดแย้ง”

    หลานชิงเสวี่ยมีสีหน้าเปลี่ยน

    นี่ตรงกับสิ่งที่หมอหลวงบางคนเคยสงสัย

    แต่ไม่มีผู้ใดอธิบายได้ชัดเช่นนี้

    “รักษาได้หรือไม่?”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ได้”

    ชายขุนนางถามทันที

    “ต้องใช้อะไร?”

    ฉินเฟิงมององค์หญิง

    “มีสองทาง”

    “ทางแรก เลิกวิชาปัจจุบัน แล้วฝึกวิชาที่เหมาะกับสายเลือด”

    หลานชิงเสวี่ยส่ายหน้า

    “วิชานี้เป็นวิชาราชวงศ์ ข้าไม่สามารถละทิ้งง่าย ๆ”

    “เช่นนั้นทางที่สอง”

    ฉินเฟิงกล่าว

    “ปลุกสายเลือดให้สมบูรณ์ แล้วปรับเส้นทางการหมุนพลังของวิชาเดิม”

    ดวงตานางสว่าง

    “เจ้าทำได้?”

    “ตอนนี้ยังไม่ได้ทั้งหมด”

    ฉินเฟิงตอบตรง

    “พลังวิญญาณของข้ายังไม่สูงพอ”

    “แต่ข้าสามารถทำโอสถชั่วคราวให้ภายในสามเดือนอาการไม่กำเริบ”

    ชายขุนนางรีบถาม

    “ต้องใช้สมุนไพรอะไร?”

    ฉินเฟิงบอกห้าชนิด

    สามชนิดพบได้ทั่วไป

    อีกสองชนิดค่อนข้างหายาก

    สำหรับราชวงศ์ไม่น่ามีปัญหา

    หลานชิงเสวี่ยมองเขานาน

    “อาจารย์ของเจ้าเป็นใคร?”

    คำถามเดิมอีกแล้ว

    ฉินเฟิงตอบ

    “ท่านไม่อนุญาตให้ข้าเปิดเผยพ่ะย่ะค่ะ”

    “แม้แต่ข้า?”

    “แม้แต่องค์หญิง”

    ชายขุนนางขมวดคิ้ว

    แต่หลานชิงเสวี่ยกลับไม่โกรธ

    นางพยักหน้า

    “ผู้มีความสามารถเช่นนี้ ย่อมมีเหตุผลไม่ต้องการเปิดเผยตัว”

    จากนั้นหยิบป้ายหยกสีฟ้าออกมา

    ยื่นให้ฉินเฟิง

    “รับไว้”

    เขารับ

    ด้านหน้ามีตราราชวงศ์

    ด้านหลังสลักคำว่า ชิงเสวี่ย

    “หากมีเรื่องที่เมืองชิงหลานแก้ไม่ได้”

    นางกล่าว

    “นำป้ายนี้ไปที่จวนเจ้าเมือง”

    “ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ช่วยข้าวันนี้”

    สายตาฉินซวนเฮ่อเปลี่ยนทันที

    ป้ายส่วนตัวขององค์หญิง!

    นี่ไม่ใช่รางวัลเล็กน้อย

    หมายความว่าฉินเฟิงมีช่องทางติดต่อราชวงศ์โดยตรง

    หากเขาคิดจัดการฉินเฟิงภายหลัง เรื่องจะยากขึ้นหลายเท่า

    ฉินเฟิงเห็นสีหน้าฉินซวนเฮ่อจากหางตา

    ในใจยิ่งสงสัย

    แต่ภายนอกยังสงบ

    “ขอบพระทัยองค์หญิง”

    หลานชิงเสวี่ยกำลังจะจาก

    ก่อนเดินออกกลับหยุดอีกครั้ง

    “ฉินเฟิง”

    “พ่ะย่ะค่ะ?”

    “การประลองสิบสองเมือง”

    นางมองเขา

    “อย่าทำให้ข้าผิดหวัง”

    ฉินเฟิงยิ้มบาง

    “องค์หญิงอาจต้องเตรียมใจมากกว่านั้น”

    นางเลิกคิ้ว

    “หมายความว่าอย่างไร?”

    “เพราะเป้าหมายของข้า…”

    ฉินเฟิงมองป้ายราชสำนักบนโต๊ะ

    จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ

    “ไม่ใช่เพียงหนึ่งร้อยอันดับแรก”

    “และไม่ใช่เพียงสิบอันดับแรก”

    หลานชิงเสวี่ยมองเขา

    “เช่นนั้นคือ?”

    ฉินเฟิงตอบ

    “อันดับหนึ่ง”

    คำสองคำ

    ทำให้บรรยากาศในหอเปลี่ยนอีกครั้ง

    ฉินเหว่ยเกือบหัวเราะ

    แต่อดไว้

    อัจฉริยะสิบสองเมืองมีผู้เปิดชีพจรจำนวนมาก

    บางคนอายุยี่สิบและอาจใกล้ขอบเขตถัดไป

    ฉินเฟิงขั้นรับปราณขั้นเจ็ดกลับประกาศจะเอาอันดับหนึ่ง

    แต่หลานชิงเสวี่ยไม่หัวเราะ

    เพราะวันนี้นางเห็นแล้ว

    ชายคนนี้ทำสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้สองครั้งต่อหน้า

    ทำให้องครักษ์เปิดชีพจรถอย

    และรักษาอาการที่หมอหลวงจำนวนมากแก้ไม่ได้

    นางจึงตอบเพียง

    “ข้าจะรอดู”

    แล้วจากไป

    หลังขบวนราชวงศ์ออกจากตระกูล

    เสียงพูดคุยระเบิดขึ้น

    แต่ฉินเฟิงไม่ได้อยู่ฟัง

    เขาขอตัวพาบิดากลับพัก

    ก่อนออกจากหอประชุม เสี่ยวเหลยซึ่งเกาะไหล่มาตลอดพลันส่งเสียง

    “เหรียญ”

    ฉินเฟิงหยุดชั่วครู่

    “ที่ใคร?”

    มังกรน้อยมองไปด้านหลัง

    ฉินกังกำลังเดินออกพร้อมฉินซวนเฮ่อ

    “คนผอม”

    “ยังอยู่กับเขา?”

    “อยู่”

    ฉินเฟิงเดินต่อ

    ในที่สุดก็แน่ใจ

    คืนนี้

    เขาจะตามฉินกัง

    ไม่ว่าจะไปพบใคร

    เรื่องนี้ต้องได้คำตอบ

    ค่ำวันนั้น

    หลังตระกูลฉินเงียบลง

    เงาร่างหนึ่งออกจากเรือนด้านขวา

    ฉินกัง

    เขาเปลี่ยนเป็นชุดดำ

    เดินไปประตูหลัง

    แสดงป้ายแก่ยาม

    จากนั้นออกไป

    บนหลังคาอีกฝั่ง

    ฉินเฟิงลืมตา

    เขารออยู่แล้ว

    เสี่ยวเหลยเกาะไหล่โดยไม่ส่งเสียง

    “ไป”

    ฉินเฟิงตาม

    ไม่ใกล้เกินไป

    ใช้พลังวิญญาณจับตำแหน่งแทนการมองตลอดเวลา

    ฉินกังเดินผ่านสามตรอก

    เปลี่ยนทิศหลายครั้ง

    เห็นได้ชัดว่าระวังคนตาม

    จากนั้นเข้าเขตตลาดเก่า

    หยุดหน้าร้านร้าง

    เคาะประตู

    สามครั้ง

    หยุด

    สองครั้ง

    ประตูเปิด

    ฉินกังเข้าไป

    ฉินเฟิงไม่ตามทันที

    ปีนขึ้นหลังคาฝั่งตรงข้าม

    พลังวิญญาณแผ่ออก

    ระยะยังไม่พอถึงด้านในทั้งหมด

    เขาจึงขยับใกล้อีกหลัง

    ตอนนั้นจึงได้ยินเสียงบางส่วน

    “…อาเฉิงตายแล้ว”

    เสียงฉินกัง

    อีกเสียงตอบ

    “แต่ของหาย”

    “ข้าค้นบ้านแล้วไม่พบ”

    “หญิงแก่?”

    “ถูกฉินเฟิงช่วยไป”

    เงียบครู่หนึ่ง

    จากนั้นเสียงที่สามดัง

    เป็นชายวัยกลางคน

    “เด็กนั่นเปลี่ยนไปมากเกินไป”

    ฉินเฟิงหรี่ตา

    เสียงนี้…

    คุ้น

    เขาเคยได้ยินวันนี้

    แต่ยังไม่แน่ชัดเพราะอีกฝ่ายลดเสียง

    ฉินกังกล่าว

    “นายท่านสั่งอย่างไรต่อ?”

    ชายคนนั้นตอบ

    “ยังฆ่ามันไม่ได้”

    “ตอนนี้สำนักเมฆาฟ้าจับตามอง”

    “องค์หญิงยังมอบป้ายให้มัน”

    “ถ้ามันตายทันที ทุกคนจะสงสัย”

    ฉินเฟิงมีสายตาเย็นลง

    คำว่า นายท่าน

    แสดงว่าคนในห้องอาจยังไม่ใช่ผู้บงการสูงสุด

    เสียงนั้นกล่าวต่อ

    “อีกสามวันคือการประลอง”

    “ให้ฉินเหว่ยจัดการมันบนเวที”

    ฉินเฟิงหรี่ตา

    เกี่ยวข้องกับฉินเหว่ยจริง?

    ฉินกังถาม

    “แต่วันนี้คุณชายเหว่ยแพ้มัน”

    “นั่นเป็นเพียงการผลักออกนอกวง”

    ชายตอบ

    “การต่อสู้จริงไม่เหมือนกัน”

    “และนายท่านเตรียมของไว้แล้ว”

    “อะไร?”

    เสียงขวดถูกวางบนโต๊ะ

    “โอสถเดือดโลหิต”

    “กินก่อนขึ้นเวที พลังเพิ่มชั่วคราวสามถึงห้าขั้น”

    “แต่ผลข้างเคียง…”

    “ไม่สำคัญ”

    เสียงชายเย็นชา

    “ขอเพียงฉินเฟิงตาย”

    ฉินเฟิงบนหลังคานิ่งสนิท

    ดี

    อีกสามวัน

    คิดจะใช้เวทีคัดเลือกฆ่าเขา

    เขาจะจำไว้

    ฉินกังถามอีก

    “แล้วหัวหน้าตระกูล?”

    ชายคนนั้นเงียบครู่หนึ่ง

    “พิษครั้งนี้พลาด”

    “แต่อีกไม่นานจะมีโอกาสใหม่”

    แววตาฉินเฟิงเย็นลงถึงที่สุด

    ไม่เพียงหมายฆ่าเขา

    ยังคิดฆ่าบิดาต่อ

    เพียงเท่านี้ก็เพียงพอให้คนกลุ่มนี้ต้องตาย

    แต่เขายังต้องรู้ผู้บงการ

    ฉินเฟิงขยับใกล้ช่องกระเบื้อง

    มองลง

    เห็นฉินกัง

    ชายชุดดำอีกสองคน

    และชายวัยกลางคนที่หันหลัง

    อีกฝ่ายสวมเสื้อคลุม

    ฉินเฟิงมองมือ

    มีแหวนหยกสีเขียว

    ความทรงจำร่างเดิมปรากฏ

    แหวนแบบนี้เขาเคยเห็น

    คนหนึ่งในตระกูลสวมประจำ

    หัวหน้าฝ่ายคลัง

    ฉินโม่เฉิง

    ลูกพี่ลูกน้องของฉินซวนเฮ่อ!

    ฉินเฟิงไม่ได้ตกใจมาก

    กลับรู้สึกว่าทุกอย่างเริ่มเชื่อมกัน

    ฉินกัง

    ฉินโม่เฉิง

    ฉินซวนเฮ่อ

    แต่ยังขาดหลักฐานชี้ถึงฉินซวนเฮ่อโดยตรง

    ฉินเฟิงกำลังจะถอย

    เสี่ยวเหลยกลับส่งเสียง

    “คนมา”

    “ไหน?”

    “ข้างหลัง”

    ฉินเฟิงหัน

    เงาดำหนึ่งยืนอยู่บนหลังคาห่างเพียงห้าก้าว

    เขามาโดยที่ฉินเฟิงแทบไม่รู้ตัว

    ชายสวมหน้ากากงู

    ตรางูพันดาบอยู่บนอก

    หอเงาโลหิต!

    แรงกดดันแผ่ออก

    ขั้นเปิดชีพจรขั้นหก

    สูงกว่าฉินเฟิงอย่างมหาศาล

    ชายหน้ากากกล่าว

    “เด็กน้อย”

    “เจ้าได้ยินมากเกินไปแล้ว”

    ด้านล่าง เสียงในร้านหยุดทันที

    ฉินเฟิงรู้

    ถูกพบแล้ว

    ประตูเปิด

    ฉินกังกับชายชุดดำวิ่งออก

    ฉินโม่เฉิงเองเดินออกมา

    เมื่อเห็นฉินเฟิงบนหลังคา สีหน้าก็เปลี่ยน

    “เจ้า!”

    ฉินเฟิงมองคนทั้งหมด

    ด้านหน้าเปิดชีพจรขั้นหก

    ด้านล่างมีเปิดชีพจรอีกหลายคน

    ถ้าสู้ตรง

    โอกาสต่ำมาก

    แต่ใบหน้าเขาไม่มีความกลัว

    กลับยิ้มบาง

    “ดี”

    ฉินโม่เฉิงขมวดคิ้ว

    “เจ้าหัวเราะอะไร?”

    ฉินเฟิงมองเขา

    “เดิมทีข้ายังคิดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายวันหาหลักฐาน”

    “แต่พวกเจ้ากลับมารวมกันครบ”

    ฉินโม่เฉิงสีหน้าเปลี่ยน

    “ฆ่ามัน!”

    ชายหน้ากากพุ่ง

    แรงกดดันระดับเปิดชีพจรขั้นหกระเบิดเต็มที่

    ฝ่ามือสีดำพุ่งตรงศีรษะฉินเฟิง

    “ฝ่ามือเงาพิฆาต!”

    ฉินเฟิงไม่รับ

    เขากระโดดจากหลังคาทันที

    แต่ไม่ได้ลงพื้น

    กลับเรียกพยัคฆ์สามเขาออกกลางอากาศ

    แสงดำสว่าง

    โฮก!

    พยัคฆ์ขนาดใหญ่ปรากฏ

    ฉินเฟิงตกบนหลังมัน

    พยัคฆ์กระโดดข้ามตรอกในครั้งเดียว

    ตูม!

    ฝ่ามือชายหน้ากากทำลายหลังคา

    ฉินโม่เฉิงตะโกน

    “ตาม!”

    คนทั้งหมดไล่

    ฉินเฟิงไม่หนีเข้าตระกูล

    ถ้ากลับทางตรง พวกมันอาจหยุดตามและทำลายหลักฐาน

    เขาต้องทำให้คนเหล่านี้ตามออกไป

    พยัคฆ์สามเขาแม้บาดเจ็บ แต่ความเร็วของสัตว์ระดับสองขั้นสูงเหนือผู้ฝึกเปิดชีพจรต้น ๆ

    แต่ชายหน้ากากขั้นหกยังตามทัน

    ระยะลด

    ห้าสิบก้าว

    สี่สิบ

    สามสิบ

    เสี่ยวเหลยถาม

    “สู้?”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ยัง”

    “พาไปที่นั่นก่อน”

    เป้าหมายคือเขตเหนือของเมือง

    ใกล้จวนเจ้าเมือง

    ป้ายหยกของหลานชิงเสวี่ยอยู่ในเสื้อเขา

    หากถึงเขตนั้น นักฆ่าจะไม่กล้าลงมือเปิดเผยง่าย

    แต่ชายหน้ากากเร็วเกิน

    ยี่สิบก้าว

    สิบห้า

    เขายกมือ

    ลูกดอกพิษห้าอันพุ่ง

    ฉินเฟิงหัน

    กระบี่ปัด

    เคร้ง! เคร้ง!

    สองอันหลุด

    อีกสามพุ่งหาพยัคฆ์

    เสี่ยวเหลยปล่อยสายฟ้า

    เปรี๊ยะ!

    ลูกดอกเบน

    รอด

    ชายหน้ากากตวาด

    “เจ้าหนีไม่พ้น!”

    ฉินเฟิงไม่ตอบ

    พยัคฆ์พุ่งเข้าสู่ถนนใหญ่

    ข้างหน้ามีแสงโคมจำนวนมาก

    ใกล้จวนเจ้าเมืองแล้ว

    ทันใดนั้นเงาอีกสองคนปรากฏจากด้านหน้า

    ปิดทาง!

    ฉินเฟิงมีสีหน้าเปลี่ยน

    หอเงาโลหิตเตรียมคนมากกว่าหนึ่งกลุ่ม

    สองคนด้านหน้า

    เปิดชีพจรขั้นสาม

    และขั้นสี่

    ด้านหลังขั้นหก

    ฉินเฟิงสั่ง

    “เลี้ยว!”

    พยัคฆ์พุ่งเข้าตรอกซ้าย

    แต่ตรงนั้นเป็นทางตัน!

    กำแพงสูงกว่าสามจั้ง

    พยัคฆ์บาดเจ็บ ไม่แน่ว่ากระโดดข้ามได้

    คนตามหลังยิ้ม

    “จบแล้ว”

    ฉินเฟิงกลับลงจากหลังพยัคฆ์

    “ใครบอก?”

    เขาเก็บพยัคฆ์เข้าสู่พื้นที่วิญญาณ

    จากนั้นมองกำแพง

    เสี่ยวเหลยบินขึ้น

    ฉินเฟิงพุ่ง

    เหยียบผนังครั้งแรก

    กระโดด

    ยังไม่ถึงยอด

    เสี่ยวเหลยบินใต้เท้า

    ฉินเฟิงเหยียบหลังมันเพียงเบามาก

    มังกรน้อยใช้ปีกส่งแรง

    ฉินเฟิงขึ้นอีกช่วง

    มือจับขอบกำแพง

    พลิกตัวข้าม

    ชายหน้ากากมาถึง

    “ตาม!”

    แต่เมื่อพวกเขาข้ามกำแพง

    ฉินเฟิงกลับไม่ได้หนีต่อ

    เขายืนกลางถนนอีกฝั่ง

    ตรงหน้าเป็นประตูใหญ่

    เหนือประตูมีป้าย

    จวนเจ้าเมือง

    องครักษ์สิบกว่าคนหันมอง

    ฉินเฟิงหยิบป้ายหยกสีฟ้าออกมา

    ยกขึ้น

    “ข้าฉินเฟิง!”

    “ถือป้ายองค์หญิงสาม!”

    “ถูกนักฆ่าหอเงาโลหิตตามสังหาร!”

    เสียงดังไปทั่วถนน

    ชายหน้ากากที่เพิ่งข้ามกำแพงมีสีหน้าเปลี่ยนอย่างรุนแรง

    องครักษ์หน้าจวนชักอาวุธทันที

    “ปกป้องผู้ถือป้ายราชวงศ์!”

    แรงกดดันหลายสายระเบิด

    ในจวนมีเสียงหนึ่งดัง

    “ผู้ใดกล้าสร้างเรื่องหน้าจวนข้า!”

    ตูม!

    แรงกดดันระดับสูงกว่าขั้นเปิดชีพจรแผ่คลุมถนน

    ชายหน้ากากหันหนีทันที

    แต่ฉินเฟิงมองเขา

    สายตาเย็นจัด

    “คิดฆ่าข้าแล้วจะหนี?”

    เขาชี้

    “คนนั้นคือหัวหน้านักฆ่า!”

    องครักษ์จวนเจ้าเมืองพุ่ง

    ชายหน้ากากคำราม

    “แยกกัน!”

    เกิดการไล่ล่าทันที

    ฉินเฟิงไม่ตามคนระดับสูงสุด

    เขาหันกลับทางเดิม

    เพราะมีคนหนึ่งที่ต้องจับให้ได้

    ฉินโม่เฉิง

    ถ้าคนผู้นี้หนีกลับตระกูลและทำลายหลักฐาน เรื่องจะยุ่ง

    ฉินเฟิงเรียกพยัคฆ์

    “กลับ!”

    พยัคฆ์พุ่ง

    เสี่ยวเหลยบินตาม

    เขากลับไปทางตลาดเก่า

    ไม่ถึงครึ่งก้านธูป

    เห็นฉินกังกำลังวิ่งออกจากร้านร้าง

    เพียงคนเดียว

    ฉินเฟิงยิ้มเย็น

    “เจอกันอีกแล้ว”

    ฉินกังหน้าซีด

    “ฉินเฟิง!”

    เขาหันหนี

    แต่พยัคฆ์กระโดด

    โฮก!

    กรงเล็บตบพื้นด้านหน้า

    ปัง!

    ฉินกังหยุด

    ระดับของเขาเพียงขั้นรับปราณขั้นเก้า

    ไม่มีทางผ่านสัตว์ระดับสอง

    ฉินเฟิงลงจากหลังพยัคฆ์

    “ส่งเหรียญมา”

    ฉินกังมีสีหน้าเปลี่ยน

    “เหรียญอะไร?”

    “ครึ่งวงในอกเจ้า”

    “ข้าไม่รู้…”

    ฉินเฟิงชักกระบี่

    “ข้าไม่ถามครั้งที่สอง”

    ฉินกังถอย

    “เจ้าอย่าลืมว่าข้าเป็นคนของอารองเจ้า!”

    ฉินเฟิงมองเขา

    “ดี”

    “เช่นนั้นยิ่งต้องจับ”

    ฉินกังชักดาบ

    คิดสู้

    แต่พยัคฆ์คำราม

    แรงกดดันระดับสัตว์อสูรระดับสองขั้นสูงแผ่ออก

    ขาของฉินกังแทบอ่อน


    คล้ายกับเรื่องสวะผู้นี้จะครองสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912