จักรพรรดิเซียน

    ตอนที่ 47 สู่แดนเหนือ (2)

    ตอนที่ 47 สู่แดนเหนือ (2)

     

    “ท่านยื่นมือออกไป…” น้ำเสียงของเฟยอวี่ขึงขังอย่างถึงที่สุด

     

    เจียวอ้าวที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับขมวดคิ้วชิดมุ่น “แค่ยื่นมือน่ะรึ?”

     

    “เพียงยื่นมือก็นำหายนะมาสู่ท่านได้” เฟยอวี่สืบเท้าออกไปจากตรอกมุม “ไปที่หน่วยงานข้ามหัวเมืองกันเถอะ” 

     

    ในขณะนี้เองข้างในสำนักงานหน่วยงานข้ามหัวเมือง หน่วยงานนี้รับหน้าที่พาคนข้ามไปยังหัวเมืองต่างๆภายในทวีปมังกร เป็นหนึ่งในกิจการของพวกหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ ภายใต้การดูแลของผู้ดูแลที่จะเดินทางไปด้วย  แน่นอน การเดินทางไปยังแดนเหนือย่อมเป็นไปได้ยากยิ่ง นอกจากจะมีราคาเดินทางที่แพงแล้ว จำนวนคนที่อยากไปก็มีไม่พอ

     

    “อะไรกัน! ข้าอุส่าหาคนมาได้ตั้งห้าคน เจ้ากลับบอกว่าต้องใช้เจ็ดคนงั้นรึ!! นี่เจ้ากำลังหาเรื่องบิดาใช่หรือไม่!!” ชายคนหนึ่งโวยวายอยู่หน้าโต๊ะทำงานของผู้ดูแล เขาบันดาลโทสะต่อว่า “ข้าจะไปหามาจากไหน! นั่นแดนเหนือนะแดนเหนือ!! นี่เจ้าคิดว่าการหาคนเพิ่มมันง่ายนักรึไง!!”

     

    บานประตูสำนักงานข้ามหัวเมืองเปิดออก มันปรากฏคนสองคนที่สวมผ้าคลุมสีน้ำตาลซอมซ่อ หนึ่งในสองคนนั้นกล่าวขึ้นมาว่า “ให้ข้าได้เดินทางร่วมไปแดนเหนือกับท่านได้หรือไม่?”

     

    ทันใดนั้น เฟยอวี่และเจียวอ้าวพลันกลายเป็นศูนย์รวมสายตาของคนทั่วทั้งสำนักงาน ผู้ฝึกยุทธจำนวนไม่น้อยต่างเผยแววตาประหลาดใจระคนตกตะลึง แดนเหนือไม่ต่างไปจากสถานที่ฆ่าตัวตายของเหล่าผู้ฝึกยุทธ การอาสานี้เปรียบประหนึ่งเสียงจากสรวงสวรรค์ ชายที่โวยวายอยู่นั้นหันขวับมาทางเฟยอวี่ “ยินดี ยินดี น้องชาย---เจ้ามาด้วยกันสองคนรึ…” เขายกยิ้มขึ้นอย่างเป็นมิตร ความแนบเนียนของสีหน้า หากไม่ได้เห็นอารมณ์โกรธกริ้วเมื่อครู่คงนึกว่าเขาเป็นคนสุภาพนอบน้อมผู้หนึ่ง

     

    “เรามากันเพียงสองคน” เฟยอวี่กล่าวตอบ

     

    ชายผู้นี้พึงรู้สึกตัวเมื่อเขาได้เห็นรูปร่างของเฟยอวี่ หางคิ้วของเขากระตุกคราวหนึ่ง เขาเพิ่งเรียกบุรุษเบื้องหน้าว่า ‘น้องชาย’ ไป ซึ่งบรรยากาศรอบกายของเฟยอวี่นั้นไม่ธรรมดาเลย ภายใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลยังมิอาจปกปิดแรงกดดันที่แสนหนักหน่วงได้ รูปร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านดั่งหินผา คล้ายถูกแววตาของสัตว์ร้ายจับจ้อง ทว่า เมื่อแผ่สัมผัสการตรวจสอบออกไปนั้น คิ้วของเขาจำต้องเลิกสูงขึ้น “เริ่มต้นขั้นแปด!?”

     

    เขาเคลื่อนสายตาไปทางเจียวอ้าว “เริ่มต้นขั้นสี่!?” นัยน์ตาของเขาล้วนเต็มไปด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ “พวกเจ้ารนหาที่ตายงั้นรึ!! หากข้าตอบรับคำขอเจ้า เกรงว่าจะพาเจ้าไปตายน่ะสิ!”

     

    “ท่านอย่าได้เป็นกังวล ข้านั้นพอมีฝีมืออยู่บ้าง” เฟยอวี่กล่าว เขาสืบเท้าตรงไปทางผู้ดูแล เจียวอ้าวจำต้องเดินตามเฟยอวี่ไปติดๆ นี่สืบเนื่องจากระยะโซ่ตรวนที่พันธนาการไว้ อีกอย่าง พวกเขาไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าสวมโซ่ตรวน “ลงจำนวนสมาชิกครบได้เลย พวกเราพร้อมออกเดินทางแล้ว”

     

    ผู้ดูแลพยักศีรษะ เขาลงสมาชิกการเดินทางสู่แดนเหนือครบถ้วนพอดี นี่แน่นอนว่าทางผู้ดูแลไม่ได้สนใจว่าผู้ที่เดินทางไปนั้นสามารถดูแลตัวเองได้หรือไม่ พวกเขาเพียงมีหน้าที่ช่วยพาไปให้ถึงจุดหมายเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นย่อมไม่ใช่หน้าที่ของสำนักงานข้ามหัวเมือง

     

    “ค่าเดินทางครั้งนี้รวมทั้งสิ้น เจ็ดเหรียญเงิน” ผู้ดูแลกล่าว

     

    ชายผู้นำกลุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถ้าเจ้าตายก็จงโทษตัวเอง จ่ายมาคนละหนึ่งเหรียญ”

     

    เฟยอวี่ยื่นสองเหรียญทองให้กับชายผู้นำกลุ่ม “สองเหรียญเงิน พวกข้าสองคน”

     

    ชายผู้นำกลุ่มรับสองเหรียญเงินด้วยสีหน้าเฉยชา “ชื่อแซ่คงไม่จำเป็น เราเพียงผู้ร่วมเดินทางชั่วคราว”

     

    เฟยอวี่ไม่ได้ขัดข้องอะไร ชายหนุ่มเปรยมองไปทางผู้ร่วมเดินทางอีกห้าคนซึ่งนับรวมผู้นำกลุ่มด้วย พลังยุทธสูงสุดในนี้คือเชี่ยวชาญขั้นสิบ หากเกิดการประมือขึ้น การปกป้องเจียวอ้าวล้วนไม่เกินกำลังของเขามากนัก ทันใดนั้น บานประตูสำนักงานพลันถูกผลักอย่างแรง บังเกิดเสียงดัง ปัง! มันปรากฏกลุ่มคนสี่คนขึ้น หนึ่งในสี่คนนั้นมีบุคคลผู้หนึ่ง เป็นชายหนุ่มรูปร่างสง่างาม สวมเสื้อผ้าหรูหรา รอบข้างของเขาคือผู้ฝึกยุทธระดับเชี่ยวชาญทั้งสามคน

     

    เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่ผู้ฝึกยุทธ ไม่มีใครไม่รู้จักชายหนุ่มผู้นั้น “คุณชายแห่งตระกูลตัน ลูกของเจ้าเมือง!” ด้วยวัยสิบห้าปีก็ทะลวงเข้าสู่รากฐานขั้นห้า ถือว่าพรสวรรค์เก่งฉกาจทีเดียว หากฝึกฝนเพิ่มอีกหน่อย คงสามารถเข้าหนึ่งในหกสำนักใหญ่ได้เป็นแน่

     

    ชายหนุ่มมองหาเป้าหมายตามรายงานที่ได้รับ กระทั่ง สายตาของเขาเคลื่อนหยุดลงที่บุคคลสวมผ้าคลุมสีน้ำตาลสองคนซึ่งยืนอยู่หน้าผู้ดูแลอย่างพอดิบพอดี “สองคนนั้น คนที่ตัวเล็กกว่าอีกคน” นายน้อยตันชี้ไปทางเจียวอ้าว แทบจะในทันทีที่ผู้ติดตามทั้งสามของเขาเดินเข้าหาเจียวอ้าวด้วยท่าทีรีบร้อน

     

    เฟยอวี่ก้าวขาออกไปหนึ่งก้าว ยืนเผชิญหน้ากับผู้ติดตามทั้งสามปราศจากความหวาดกลัว “พวกเจ้ามีธุระอันใด”

     

    เฟยอวี่พอคาดเดาได้ไม่ยาก เหตุต้องเกิดจากการที่นางยื่นไปจ่ายค่าบำรุงรักษาแน่แท้ ภายใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาล เฟยอวี่คล้ายถูกดึงเสื้อเบาๆ “อย่าได้กังวล” เจียวอ้าวเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา “พวกมันจะจากไป ไว้ใจข้า”

     

    ชายหนุ่มเงียบงันสักพัก ก่อนเจียวอ้าวจะก้าวขาขึ้นมาข้างหน้า พร้อมกันนั้นที่ผู้ติดตามของนายน้อยตระกูลตันทั้งสามคนกล่าวว่า “เปิดผ้าคลุมของเจ้า นายน้อยต้องการเห็นหน้า” นายน้อยตระกูลตันยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เขาจับจ้องไปที่เจียวอ้าวเป็นพิเศษ สิบลมหายใจมาแล้ว ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใดๆจากหญิงสาว

     

    ในสถานการณ์เช่นนี้ เฟยอวี่ก็คอยสังเกตอากัปกิริยาของคนรอบข้างไปด้วย ส่วนใหญ่แล้ว แววตาที่มองมานั้นเป็นสายตาที่เปี่ยมล้นด้วยความสนใจ ราวกับกำลังดูโชว์สนุกๆ ชายหนุ่มสังเกตผู้ร่วมเดินทางเป็นพิเศษ หลังจากเจียวอ้าวถูกเพ่งเล็ง ผู้ร่วมเดินทางทั้งห้าคนต่างเมินเฉยต่อสถานการณ์นี้ ไม่คิดยื่นมือช่วยเหลือแม้แต่น้อย แม้พลังยุทธของพวกเขาจะสูงกว่าผู้ติดตามของนายน้อยตัน

     

    “เป็นเพราะเบื้องหลังตระกูลตันมีขุมอำนาจที่มิอาจต่อกร หรือเป็นเพราะพวกเจ้าไร้น้ำใจ” เฟยอวี่ครุ่นคิดในใจ ใช่แล้ว… นี่แหละโลกใบนี้ ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ หากจะต้องโทษใคร ก็โทษตนเองที่อ่อนแอเสียเถอะ!

     

    ผู้ติดตามทั้งสามเห็นเจียวอ้าวไร้การตอบสนอง หนึ่งในนั้นไม่รอช้าที่จะเปิดผ้าคลุมหัวของเจียวอ้าวด้วยตนเอง ทันใดนั้น สรรพเสียงภายในสำนักงานพลันเงียบสงัดดุจป่าช้า ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด พวกเขาดั่งต้องมนต์สะกดชั่วขณะหนึ่ง ทว่า มันเป็นเพียงชั่วขณะหนึ่งจริงๆ นี่สืบเนื่องจาก ทันทีที่สายตาของทุกผู้คนพึงมองเห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ตรงหน้าผากแล้ว หางคิ้วของพวกเขาต่างพากันกระตุก

     

    คิ้วของนายน้อยตันขมวดชิดเป็นปมแน่น วินาทีแรก เขาฉีกยิ้มอย่างเริงร่า กระทั่งมองเห็นรอยแผลเป็น ใบหน้าจึงกลับกลายเป็นเหยเกขึ้นมา “นี่หรือโฉมงาม? นับว่าไม่คู่ควร…” นายน้อยตันหันหลังกลับ เขารู้สึกเสียเวลาจริงๆ ทันใดนั้น บรรดาผู้ติดตามล้วนเดินกลับไปตามนายน้อยตัน

     

    หลังจากบุตรชายของเจ้าเมืองเดินหายออกไปจากสำนักงาน ทิ้งบรรยากาศอึมครึมเอาไว้ ทั่วทั้งสำนักงานเงียบงันอยู่พักใหญ่ ก่อนบรรยากาศจะกลับกลายเป็นอึกทึกครึกโครม หัวข้อการสนทนาย่อมเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ โดยส่วนใหญ่แล้ว เป็นการตำหนิรอยแผลเป็นบนใบหน้าของเจียวอ้าว

     

    “เจ้าล่วงรู้ผลลัพธ์รึ” เฟยอวี่ไต่ถาม เขาสวมผ้าคลุมที่ถูกถกออกกลับให้นาง

     

    “มันเดาไม่ยากนักหรอก..” เจียวอ้าวกล่าวอย่างแผ่วเบา

     

    มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกเอะใจ ผมสีเงินขาวดั่งแพลตตินั่ม นัยน์ตาทองคำสุกใสดุจอำพัน ริมฝีปากกระจับดั่งปักนก ผิวพรรณที่เนียนละเอียดละอองดงามยิ่ง “เหมือนข้าคุ้นๆสตรีลักษณะนี้ที่ไหนกัน…” พวกเขาได้แต่ครุ่นคิดในใจ บางสิ่งมันติดค้างอยู่ในความทรงจำ ซึ่งมิอาจนึกได้ออก

     

    “ข้านึกออกแล้ว! นางคือคุณหนูตระกูลเจียว!!” เสียงตะโกนของคนผู้นี้ดังสะท้านทั่วทั้งสำนักงาน เขาจงใจแผดเสียงให้ดังอย่างยิ่ง เพื่อบ่งบอกว่า ตนนี่แหละคือคนที่นึกออก! ข้าคือผู้คลี่คลายความสงสัยของพวกเจ้า!

     

    “เจ้าลูกเต่า! คุณหนูเจียวนั้นงดงามดั่งนางสวรรค์ สวยสมบูรณ์แบบไร้ข้อตำหนิ นางมิอาจเป็นคุณหนูตระกูลเจียวไปได้ แม้รูปร่างคลับคล้ายกันมาก แต่ผมของนางสั้นและรอยแผลเป็นนั่นอีก อีกอย่าง นางสมควรอยู่ในสำนักกระบี่ดาราสวรรค์ สำนักรูปแบบปิดย่อมไม่ให้ศิษย์เดินทางในยุทธภพโดยไม่จำเป็น”

     

    เสียงตอบโต้ของผู้ฝึกยุทธคนอื่นดังไปทั่ว พวกเขาคัดค้านหนักหน่วงเรื่องที่เป็นคุณหนูตระกูลเจียว แน่นอน เหตุผลหลายอย่างมันสมเหตุสมผลยิ่ง ประเด็นที่พวกเขาคิดว่าเป็นคุณหนูตระกูลเจียวจึงถูกปัดตกไป นี่แน่นอนว่า คำกล่าวเหล่านั้นเปรียบประหนึ่งใบมีดทิ่มแทงจิตใจเจียวอ้าว สวยสมบูรณ์แบบไร้ข้อตำหนิ? ก็แค่เคยเป็น…

     

    “พวกท่านกล่าวถูกแล้ว ตัวข้านี้มิอาจทาบเทียมคุณหนูตระกูลเจียวได้ อย่าได้ให้ชื่อเสียงอันทรงเกียรติของคุณหนูเจียวแปดเปื้อนเพราะข้าเลย” เจียวอ้าวเอ่ยเสียงดังฉะฉาน

     

    สิ้นคำกล่าวของหญิงสาว การสนทนาเกี่ยวกับคุณหนูตระกูลเจียวกลับไม่หมดสิ้นไป เมื่อได้เปิดประเด็นแล้ว คนบางกลุ่มกลับเอื้อนเอ่ยถึงความงดงามปานธิดาสวรรค์ ยกยอความสวยสมบูรณ์ที่ยากหาสตรีใดในทวีปมังกรมาเทียบเคียง แม้พวกเขารู้ดีว่า เจียวอ้าวนั้นไร้พรสวรรค์ ถึงกระนั้น มันไม่มีใครผู้ใดที่เอ่ยถึงด้านลบของเจียวอ้าวแม้เพียงนิด

     

    เฟยอวี่ได้แต่เงียบงัน ผู้คนภายในเมืองย่อมมิอาจรู้ได้ว่าตอนนี้ คุณหนูตระกูลเจียวนั้นมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บริเวณหน้าผาก เผ้าผมเหลือเพียงระดับบ่า ฝ่ามือของชายหนุ่มวางบนศีรษะของเจียวอ้าวเบาๆ ผ้าคลุมน้ำตาลนั้นใหญ่นัก แม้เฟยอวี่จะยกมือขึ้น มันยังคงปกปิดโซ่ตรวนได้อย่างเนียบเนียน

     

    “เจ้ายังมีข้าอยู่”

     

    หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีไร้การพูดคุยไปราวสิบลมหายใจ ทันใดนั้น เป็นฝ่ายของผู้นำกลุ่มที่สืบเท้าตรงเข้ามา “นับว่าโชคดีที่ไม่ได้ไปมีเรื่องกับนายน้อยตระกูลตัน ขุมกำลังตระกูลตันยากจะต่อกร เบื้องหลังของพวกเขามีระดับปรมาจารย์ขั้นสูงคอยดูแลอยู่”

     

    ม่านหมอกความสงสัยของเฟยอวี่พลันกระจ่างชัด นี่คือสาเหตุที่ไม่มีใครผู้ใดกล้าสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยว อย่างไรก็ตาม พวกเขาทำผลเช่นไร เฟยอวี่ล้วนให้ผลเช่นนั้นกลับคืน “จดจำคำของเจ้าไว้ให้ดี เราเป็นเพียงผู้ร่วมเดินทางชั่วคราว”

     

    “ข้าไม่สนใจพวกเจ้าอยู่แล้ว” ชายผู้นำกลุ่มยักไหล่ นี่มันคิดว่าข้าเป็นใคร? ระดับพลังยุทธของข้าคือเชี่ยวชาญขั้นสิบ! เพียงระดับเริ่มต้นขั้นแปดกลับสามหาวกล่าววาจาเช่นนี้รึ! 

     

    “แดนเหนือ” เสียงของผู้ดูแลสะท้านกึกก้องทั่วทั้งสำนักงาน มันเป็นเสียงสัญญาณจากผู้คุ้มกัน ว่าถึงเวลาเดินทาง! ทันใดนั้น ผู้ที่ลงชื่อเดินทางไปแดนเหนือก็มารวมตัวกันครบทั้งเจ็ดคน เบื้องหน้าของพวกเขา คือชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำ บนใบหน้าและร่างกายปรากฏรอยแผลเป็นราวกับถูกของมีคมบาดมากมาย เพียงเปรยมองยังทราบได้ว่า ประสบการณ์การต่อสู้ของคนผู้นี้มีมากล้นนัก

     

    เขามีระดับพลังยุทธอยู่ที่ปรมาจารย์ขั้นหนึ่ง…

     

    อย่าได้ดูถูกความสามารถของผู้คุ้มกัน แม้ผู้ร่วมเดินทางครั้งนี้จะมีผู้ฝึกยุทธระดับเชี่ยวชาญขั้นสิบไปด้วย ทว่า เมื่อเทียบกับความต่างชั้นของระดับปรมาจารย์ขั้นหนึ่งและระดับเชี่ยวชาญขั้นสิบแล้ว มันแตกต่างราวฟ้ากับเหว ปรมาจารย์ขั้นหนึ่งเพียงคนเดียวสามารถต่อกรกับระดับเชี่ยวชาญขั้นสิบได้นับสิบคน!!

     

    เฟยอวี่,เจียวอ้าวและผู้เดินทางคนอื่นๆล้วนเดินตามผู้คุ้มกันไป กระทั่ง กลุ่มเดินทางนี้หยุดฝีเท้าลงที่รถม้าคันหนึ่ง มีม้าสองตัวผูกเชือกติดกับรถม้า จัดว่าเป็นม้าเร็วอย่างยิ่ง การเดินทางจากเมืองตันตระละถึงแดนเหนือคงใช้เวลาราวเจ็ดวัน

     

    พวกเขาทั้งเจ็ดคนค่อยๆเข้ารถม้าทีละคน โดยเจียวอ้าวเข้าเป็นคนสุดท้าย ภายในรถม้านั้นมีพื้นที่ไม่มาก และเพื่อการปกปิดโซ่ตรวน เจียวอ้าวกับเฟยอวี่แทบจะตัวติดกันเลยทีเดียว เมื่อลูกค้าขึ้นรถม้ากันพร้อมแล้ว ผู้คุ้มกันไม่รอช้าที่จะควบม้าเร็วออกเดินทาง เพียงสามชั่วโมงผ่านไป คล้ายเจียวอ้าวเหนื่อยล้ามาก นางเผลอหลับไป ศีรษะเอียงพิงไหล่ของเฟยอวี่ไม่ได้สติ

     

    ชายหนุ่มยังคงอาการสุขุมเยือกเย็น เขาจดจ่ออยู่กับผู้ร่วมเดินทางอีกห้าคนอย่างมาก ต่อให้จะไม่มีรังสีฆ่าฟันที่เพ่งออกมา ชายหนุ่มก็มิอาจไว้วางใจได้อยู่ดี โดยปกติแล้ว การเดินทางไกลร่วมเต็มไปด้วยความเสี่ยง ไม่ว่าจะสัตว์อสูรสุดแกร่งหรือโจรป่าที่ดักปล้น แต่ทว่า คงเป็นเพราะจุดหมายคือแดนเหนือซึ่งเป็นดินแดนที่อันตรายที่สุดในทวีปมังกร

     

    โจรป่ายังมิกล้ามาตั้งกลุ่มดักปล้นใครที่นี่ เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางไปแดนเหนือต่างมีระดับพลังยุทธที่สูงส่ง

     

    ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้การเดินทางดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ปราศจากสิ่งรบกวนภายนอกใดๆ เมื่อเดินทางด้วยรถม้าจนดึกดื่น พวกเขาก็จะปักหลักตั้งค่ายสร้างที่พัก แล้วในวันรุ่งขึ้นต่างออกเดินทางกันต่อ แน่นอน เฟยอวี่มิอาจเมินเฉยผู้ร่วมเดินทางอีกห้าคนได้จริงๆ ต่อให้นั่นจะเป็นตัวของผู้คุ้มกันเอง เขาเป็นกังวลในเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก..

     

    ในวันที่เจ็ด ซึ่งสมควรเป็นวันครบกำหนดที่จะถึงแดนเหนือ เจียวอ้าวยังคงหลับพิงไหล่เฟยอวี่ดังเดิม

     

    “พวกเจ้าทั้งคู่ เป็นสามีภรรยากันรึ?” ผู้ร่วมเดินทางคนหนึ่งกล่าวขึ้น เขาสังเกตอากัปกิริยาของชายหญิงทั้งสองมาตลอดหนึ่งสัปดาห์

     

    “ยังไม่ได้ตบแต่งกัน” เฟยอวี่กล่าวเสียงเรียบๆ 

     

    “มองเห็นแล้ว!!” เสียงของผู้คุ้มกันดังขึ้นมาจากภายนอก

     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิเซียน ที่คุณอ่าน

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380