ตอนที่ 21
ตุบ!
ไม่ใช่แค่จูนเท่านั้นที่อยู่ในอาการใ แต่อัศวินผู้พูดเื่ตัวอักษรออกมาก็มีท่าทีใไม่ต่างกัน ราวกับลืมตัวอัศวินภายใต้ชุดเกราะสีทองะโลงจากหลังม้าท่ามกลางความแตกตื่นใจของผู้อยู่ด้านหลัง เพียงแค่อึดใจเดียวร่างของเขาก็หลุดออกมาจากแนวรบแล้วเข้าไปหาพวกซอมบี้ที่กำลังจะตั้งป้ายเสียแล้ว
“เมื่อกี้คุณ…” ไม่ใช่แค่อัศวินผู้สวมใส่เกราะสีทองเท่านั้นที่หลุดออกจากตำแหน่งของตัวเองแล้วมายืนอยู่หน้ากองทัพของจูน เพราะฝั่งของจูนเองก็มาอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
“ที่นี่…ที่นี่คือโลกงั้นเหรอ” จูนยังไม่ทันถามอะไรออกไป อัศวินผู้สวมเกราะทองตรงหน้าก็ถอดหมวกเกราะออกแล้วหันมาถามจูนด้วยท่าทางตื่นเต้น ก่อนหน้านี้เพราะเขาสวมหมวกเอาไว้จูนถึงเพิ่งจะเห็นว่าเขาเป็ชายวัยกลางคนที่น่าจะผ่านามาหนักมากเพราะบนใบหน้าของเขามีบาดเต็มไปหมดโดยเฉพาะดวงตาด้านขวาที่โดนอะไรบางอย่างฟันจนรอยแผลเป็แทบจะปิดดวงตาข้างนั้นไปจนมิด แต่เื่นั้นไม่ใช่เื่สำคัญเพราะคำถามที่เขาถามออกมามันไม่ใช่สิ่งที่จูนคาดเดาเอาไว้นี่สิ
“ไม่ใช่…ที่นี่ไม่ใช่โลก” จูนส่ายหน้าด้วยท่าทีสับสนไม่ต่างกัน ทำไมเขาถึงเข้าใจว่าที่นี่คือโลกล่ะ ถ้าอีกฝั่งของประตูคือดาวเกิดของจูนจริงคำถามนี้เขาจะไม่มีทางถามออกมาแน่นอน
“หรือว่าจะเป็ภาษาที่คล้ายกัน ขออภัยด้วยข้าคงเข้าใจผิดไป นึกว่าจะได้เห็นบ้านเกิดเสียแล้ว” ชายตรงหน้าจูนควบคุมความตื่นเต้นของตัวเองก่อนจะผ่อนร่างกายที่กำลังสั่นเทาให้สงบลง นี่มันเื่อะไรกัน เขานึกว่าที่นี่คือโลกซึ่งเป็บ้านเกิดของเขา หรือว่าเขาเองก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเธอ?
“นั่นสินะ ที่นี่จะเป็ประเทศไทยได้ยังไง ข้าจ้างที่นั่นมาแค่ห้าสิบปี มันไม่มีทางเปลี่ยนไปมากขนาดนี้หรอก” ชายตรงหน้าจูนถอนหายใจออกมาก่อนจะมองไปทางเหล่าซอมบี้ที่อยู่แนวหน้า แม้ส่วนใหญ่จะมีร่างกายเป็มนุษย์แต่ก็มีหลายส่วนที่ยังคงลักษณะเดิมไว้ สำหรับสายตามนุษย์ด้วยกันแล้วเขาก็คงจะแยกออกแน่ๆ
“จริงสิ ท่าทางข้าจะเสียมารยาทไปเสียแล้ว อย่างที่พวกท่านเห็นดวงดาวของข้าเป็สมาชิกของสมาคมการค้าเอมเมอร์รันเช่นกัน ข้ามีนามว่า วีรอน ดี อาร์ช โอดีเวี้ยน เป็กษัตริย์แห่งโอดีเวี้ยน ข้าขอแสดงความดินดีที่ได้พบกับพวกท่าน” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจไปแล้วว่าตัวเองเข้าใจผิดก็เลยรีบเปลี่ยนท่าทีมาแนะนำตัวตามปกติเสียอย่างนั้น แต่ฝ่ายจูนกลับยิ่งมั่นใจว่าเขาไม่ได้มาจากโลกแน่ๆ แต่เขาก็เพิ่งจะมาจากโลกเมื่อไม่นานนี้เท่านั้น
“ท่านบอกว่าท่านมาจากโลกเมื่อห้าสิบปีที่แล้วสินะคะ แถมท่านยังมาจากไทยเหมือนกันด้วย… ขอร้องล่ะค่ะช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าที่โลกในความทรงจำของท่านเป็อย่างไรบ้าง” ถึงจะเป็ข่าวที่ล่าช้าไปถึง 50 ปี แต่จูนก็หัวใจแทบจะะเิทันทีเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายมาจากโลกเมื่อ 50 ปีก่อน อย่างน้อยถ้าได้ข่าวคราวเกี่ยวกับโลกใบนั้นบ้างก็คงดี
“เหมือนกัน? ท่านก็มาจากไทยงั้นหรือ” ท่าทีของ อาร์ช ที่ได้รับคำตอบที่ไม่คาดคิดดูงุนงงมากทีเดียว แต่เพราะตนเองก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็เลยพอจะทำความเข้าใจได้ ท่ามกลางมหาจักรวาลนี้มีเื่บังเอิญเกิดขึ้นไม่น้อย แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่หลงจากโลกตัวเองมาพบกันได้ แถมทั้งสองคนยังมาจากที่เดียวกันอีกต่างหาก
.
.
.
“เอ๊ะ คุณอาร์ชถูกอัญเชิญไปที่อาณาจักรโอดีเวี้ยนเหรอคะ แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ” หลังจากได้พูดคุยกันเสียที คำตอบที่จูนได้จากอาร์ชก็น่าใมากจริงๆ ดูเหมือนที่โอดีเวี้ยนจะมีคนใช้งานสกิลที่เรียกว่า อัญเชิญผู้กล้า แล้วหวยก็ไปออกที่ท่านอาร์ชผู้นี้เข้าพอดี หลังจากถูกอัญเชิญเขาก็ได้รับสกิลและกลายเป็ผู้ถูกปลุกพลังของอาณาจักรโอดีเวี้ยนก่อนกอบกู้โลกใบนั้นและกลายเป็กษัตริย์แห่งโอดีเวี้ยนอย่างที่เห็นตอนนี้ แม้จะอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับจูนแต่ก็ต่างกันเยอะทีเดียว
“ใช่แล้ว จริงๆแล้วข้ามีนามว่า อาร์ต นะ แต่เพราะคนที่โอดีเวี้ยนออกเสียงไม่ได้สุดท้ายก็กลายเป็ชื่ออาร์ชไปจนได้ จริงสิพวกเ้าเรียกข้าว่าอาร์ตก็ได้ มันน่าคิดถึงดี” อาร์ตหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้รู้ว่านอกจากจูนแล้วยังมีฝนอีกคนที่มาจากไทย ไม่นึกเลยว่าห่างบ้านมาตั้งเนิ่นนานแล้วจะได้พบคนจากบ้านเดียวกันที่นี่อีก
“เข้าใจเลยค่ะ ที่นี่ทุกคนก็เอาแต่เรียกฉันว่าองค์ราชินี จนตอนนี้ก็ชินซะแล้ว แต่อย่างน้อยโดนอัญเชิญไปอีกโลกก็ฟังดูดีกว่าพวกเราเยอะเลย พวกเราแค่เข้ามาในเกทแล้วโดนซอมบี้กัดเท่านั้นเอง” จูนหัวเราะออกมาด้วยท่าทีหมดแรง สำเนียงของคุณอาร์ตเหมือนกับพวกพี่นิลเลย ท่าทางเขาจะติดสำเนียงมาจากคนในอาณาจักรแน่ๆ
“พวกท่านเข้าไปในเกทแล้วโดนซอมบี้กัดอย่างนั้นหรือ” ฝ่ายอาร์ตที่ได้ยินเื่นั้นกลับสะดุดเข้ากับคำพูดของจูนเสียก่อน จริงสิ… เื่นี้มันเป็เื่น่าในี่นา
“ค่ะ… เพราะพวกเราโดนซอมบี้ในเกทนี้กัดก็เลยมีสถานะเป็มอนสเตอร์ไปซะแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะคะเพราะฉันกลายเป็ราชินีของที่นี่แล้วก็เลยสามารถควบคุมพวกเขาได้ ตอนนี้พวกเขาไม่ต่างจากเผ่าอื่นๆเลยค่ะ” จูนรีบอธิบายออกไปทันที เพราะอีกฝ่ายเป็ชาวโลกเหมือนกันก็เลยมีความรู้เกี่ยวกับซอมบี้เหมือนกัน หวังว่าเขาจะไม่ระแวงเพราะพวกเธอเป็ซอมบี้หรอกนะ
“ไม่ใช่… พวกท่านบอกว่าพวกท่านเข้าไปในเกท มันเป็ไปได้ยังไง โลกไม่ควรจะมีเกทปรากฏขึ้นมาสิ” คำถามของอาร์ตครั้งนี้ไม่ใช่แค่อาร์ตเท่านั้นที่แสดงท่าทีงุนงงออกมา เพราะฝั่งจูนและพี่ฝนเองก็หันไปมองหน้ากันด้วยความงุนงงเช่นกัน หรือว่าหลังจากนั้นโลกจะไม่มีเกทปรากฏขึ้นอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ
“ขอโทษนะคะ ตอนที่คุณอาร์ตโดนอัญเชิญไป ตอนนั้นเป็ปีอะไรคะ” พี่ฝนเหมือนจะคิดอะไรได้ก็เลยถามคำถามออกไปอย่างเร่งรีบ บางทีพวกเธออาจจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปก็ได้
“นั่นสินะ หากจำไม่ผิดข้าถูกอัญเชิญมาในปีสองพันห้าร้อยเจ็ดสิบพอดี” ยิ่งได้คำตอบใหม่พวกฝนกับจูนก็ยิ่งงุนงงเข้าไปอีก ทำไมปีที่อาร์ตโดนอัญเชิญมาถึงเป็ปี 2570 ล่ะ
“แต่พวกเราเข้าเกทมาในปีหนึ่งร้อยสามสิบห้าเองนะ ทำไมคุณอาร์ตที่ถูกอัญเชิญมาเมื่อห้าสิบปีก่อนถึงได้มาจากปีสองพันกว่าแล้วล่ะ มันเป็ไปได้เหรอ” จูนขมวดคิ้วมุ่นไปหมดเมื่อได้รับข้อมูลที่น่าประหลาดใจแบบนี้ ทำไมเวลามันคลาดกันเป็พันปีแบบนี้ล่ะ
“หนึ่งร้อยเนี่ยนะ นี่พวกท่านใช้ปฏิทินแบบพุทธศักราชหรือเปล่า” เลขปีคลาดเคลื่อนขนาดนี้สิ่งที่อาร์ตพอจะคิดออกก็มีเพียงการใช้หน่วยนับผิดกันเท่านั้น เพียงแต่…
“พุทธศักราช… คนทั้งโลกเลิกใช้ปฏิทินเก่าแบบนั้นไปเป็ร้อยปีแล้วนะ หรือว่าคุณอาร์ตจะโดนอัญเชิญไปก่อนที่เกทจะปรากฏที่โลกเหรอคะ” แม้จะยังสับสนแต่ถ้าปีที่อาร์ตระบุเป็ปีในพุทธศักราชจริงก็หมายความว่าอาร์ตเป็คนที่โดนอัญเชิญไปก่อนที่พวกจูนจะเกิดเสียอีก เพราะั้แ่ภัยพิบัติประตูมิติครั้งแรกที่เปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาลจบลง โลกทั้งใบก็เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็ประเทศที่ล่มสลายไปหลายประเทศหรือแม้แต่การเริ่มต้นศักราชใหม่หลังจากมนุษย์กลับมายืนหยัดได้อีกครั้งก็ตาม
“อะไรกัน… หลังจากข้าจากมาแค่เจ็ดปีก็มีเกทปรากฏขึ้นที่โลกอย่างนั้นเหรอ แบบนี้ท่านแม่กับน้องสาวข้าก็คง…” กลายเป็ว่าคนที่ได้รับข่าวสารกลับกลายเป็อาร์ตเสียอย่างนั้น แถมข่าวที่ได้ก็ไม่ใช่ข่าวที่ดีเสียเท่าไหร่ เพราะหากนับจากปีที่อาร์ตโดนอัญเชิญมาจากโลกนั้นก็ห่างจากตอนที่เกทบานแรกโผล่ออกมาไม่นาน ใน่ชีวิตตอนนั้นแม้ประเทศไทยจะรับมือกับการโจมตีรอบแรกได้อย่างดีเยี่ยมทั้งยังต่อสู้จนปกป้องประเทศของตัวเองมาจนถึงยุคของจูนได้ แต่การต้องใช้ชีวิตใน่เวลานั้นคงจะไม่ง่ายเลย
.
.
.
“หา… ประเทศไทยเนี่ยนะกลายเป็มหาอำนาจ พวกเ้าอย่ามาหลอกข้าเลยข้าไม่เชื่อพวกเ้าหรอก” เพื่อทำให้อาร์ตสบายใจขึ้น จูนกับฝนก็เลยต้อนรับกองทัพของอาณาจักรโอดีเวี้ยนเป็อย่างดีและช่วยอยู่เป็เพื่อนอาร์ตและเล่าถึงโลกก่อนที่พวกเธอจะจากมาให้ฝั่งของอาร์ตฟังแทน
“จริงๆนะ ประเทศไทยมีผู้ปลุกพลังเร็วกว่าประเทศอื่นๆก็เลยรับมือกับมอนสเตอร์จากเกทได้ดีกว่า ในตอนที่ประเทศรอบๆล่มสลายประเทศไทยยังเสียหายไม่มากอยู่เลย จริงสิเหมือนว่าประเทศไทยตอนนั้นจะเล็กกว่าสมัยของพวกเราตั้งหลายเท่า ตอนนี้ทางเหนือของประเทศเราอยู่ติดกับจีนเลยด้วยซ้ำ” ข้อมูลใหม่ที่ทำเอาอาร์ตอึ้งแล้วอึ้งอีกอยู่หลายครั้งเพราะไม่คิดว่าประเทศที่ตนจากมาในตอนนี้จะเจริญก้าวหน้าไปในทางที่ดีมาก บางทีน้องสาวและแม่ของเขาอาจจะมีชีวิตที่ไม่ลำบากนักในยุคสมัยนั้นก็ได้
“แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกนะ คุณอาร์ตถูกอัญเชิญมาก่อนเรา แต่กลับมาถึงโอดีเวี้ยนหลังพวกตั้งหลายร้อยปีแน่ะ หรือว่าเวลาในมหาจักรวาลจะไม่เท่ากัน” พี่ฝนขมวดคิ้วด้วยความงุนงงเพราะในความเป็จริงแล้วอาร์ตเป็คนรุ่นยุคบรรพบุรุษของพวกเธอเลยก็ว่าได้ แต่ตอนนี้กลายเป็ว่าพวกเธออายุเยอะกว่าอาร์ตหลายร้อยปีแถมยังมานั่งคุยใน่เวลาเดียวกันอีกต่างหาก
“น่าจะเป็เพราะประตูมิติเ้าค่ะ ประตูมิติสามารถลดระยะทางหลายล้านปีแสงเหลือเพียงพริบตา ความเร็วของมันเลยอยู่เหนือกฎพื้นฐานไปมาก บางทีการเชื่อมต่อของประตูมิติก็อาจจะไม่ได้เชื่อมใน่เวลาเดียวกันก็ได้ค่ะ” คำตอบข้อนี้มาจากทางพี่หยกที่ดูคุ้นชินกับระบบของมหาจักรวาลแห่งนี้มากกว่าพวกจูนเสียอีก ดูจากตอนที่เธอเจรจากับลูเซียสจูนก็รู้แล้วว่าพี่หยกแท้จริงแล้วเป็คนที่มีความรู้เยอะมากๆ
“มีแบบนี้ด้วยเหรอ… ถ้าอย่างนั้นเวลาที่เราเชื่อมต่อกลับไปยังโลกก็ไม่ได้หมายความว่าที่โลกจะผ่านไปเจ็ดร้อยกว่าปีเหมือนของเราเหรอคะ” จูนหันไปถามพี่หยกด้วยท่าทีสนใจ เื่ระบบเชื่อมต่อมิติเป็เื่ที่เข้าใจยากขนาดจูนที่มีค่าสติปัญญาสูงมากก็ยังทำความเข้าใจระบบของมหาจักรวาลทั้งหมดไม่ได้ แต่พอได้ยินที่พี่หยกพูดออกมาแล้วความคิดนี้ก็แล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็วทันที
“เ้าค่ะ…หากทำการเชื่อมต่อสำเร็จพวกเราก็ไม่รู้เลยว่าที่โลกอีกฝั่งเวลาจะผ่านไปแค่ไม่กี่วินาที หรือจะผ่านไปนับล้านปีแล้วเ้าค่ะ” วันนี้ช่างเป็วันที่หัวใจของจูนเต้นแรงหลายต่อหลายครั้งเหลือเกิน เพราะเวลามันผ่านมาจะเกือบพันปีอยู่แล้วจูนก็เลยรู้สึกถอดใจ แต่ถ้ามันเป็เหมือนพี่หยกพูดจริงก็หมายความว่าโอกาสที่จูนจะกลับไปยังโลกแล้วเวลายังผ่านไปไม่นานนั้นก็ยังมีความเป็ไปได้ แบบนี้พวกเธอก็ยังมีโอกาสอยู่นะสิ ทว่า…
“ระหว่างนี้พวกเรายังมีเวลานี่นา ถือโอกาสถ่วงเวลาให้ลูเซียสหาดาวดวงใหม่ด้วยเป็ไง พวกเราไม่ต้องรีบเลื่อนระดับดวงดาวขนาดนั้นก็ได้” พี่ฝนเห็นท่าทีของจูนก็รู้ความในใจทันที เพราะถ้ายังมีหวังอยู่มันก็น่าสนใจไม่ใช่เหรอ
“แต่ดวงดาวของพวกเราเป็ระดับสามแล้วนี่คะ โอกาสที่จะเจอโลกระดับหนึ่งก็น้อยลง แล้วการค้นหาดวงดาวแบบไม่มีพิกัดแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเจอเมื่อไหร่ด้วย” แม้จะมีความหวังผ่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย แต่โอกาสมันก็น้อยนิดเกินไป ตอนนี้แค่ต้องลุ้นให้เจอดาวบ้านเกิดยังไม่พอต้องมาลุ้นอีกชั้นด้วยว่าตอนเชื่อมต่อเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
“อะไรกัน พวกเ้ากำลังตามหาพิกัดของโลกอย่างนั้นเหรอ” ถึงจะมาอยู่ในโลกที่เข้าร่วมเกมของพระเ้าแค่ 50 ปีแต่อาร์ตก็เป็ถึงคนที่พาดวงดาวระดับ 1 ที่เกือบจะล่มสลายอยู่รอมร่อขึ้นมาเป็โลกระดับ 3 พร้อมพลังอำนาจที่น่ากลัวได้เชียวนะ ถึงจะฟังเพียงคำพูดที่ไม่ครบถ้วนแต่ก็พอเดาได้ว่าพวกเธอกำลังจะทำอะไร แล้วบังเอิญสิ่งที่พวกเธอพูดออกมาก็เป็สิ่งที่เขามีข้อมูลเสียด้วย
“อย่าบอกนะว่าคุณอาร์ตมีพิกัดของดาวโลก” ทั้งจูนทั้งฝนแทบจะเด้งตัวพุ่งเข้าหาอาร์ตทันทีที่ได้ยินแบบนั้น หากมีพิกัดของดวงดาวพวกเธอก็ใช้เครื่องจำกัดขอบเขตได้ แบบนั้นโอกาสที่จะได้เจอดาวโลกก็มีมากขึ้นหลายเท่า บางทีพวกเธออาจจะใช้เวลาแค่ 10 ปีในการตามหาโลกจากพิกัดนั้นเลยก็ได้
“มีสิ…ดูเหมือนสกิลอัญเชิญผู้กล้าจะต้องระบุพิกัดดวงดาวที่จะทำการอัญเชิญด้วย ข้าก็เลยเก็บเอาพิกัดนั่นเอาไว้เผื่อข้าจะเจอทางกลับบ้าน…ถึงตอนนี้มันจะไม่จำเป็สำหรับข้าไปแล้วก็เถอะ” อาร์ตฉีกยิ้มออกมาก่อนจะใช้นิ้วชี้ไปที่กลางอากาศก่อนจะเขียนข้อความลงไปในระบบแล้วส่งตัวอักษรนั้นไปให้พวกจูนผ่านทางระบบของพวกเธอ ไม่ผิดแน่ สิ่งที่อาร์ตเขียนมาให้คือพิกัดดวงดาวจริงๆ และถ้าสิ่งที่เขาเล่ามาไม่ใช่เื่โกหก มันก็คือพิกัดที่จะพาพวกเธอกลับไปยังโลกได้…