ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 206 : การค้าข้ามมิติ

จารึกที่ 206 : การค้าข้ามมิติ : ราคาแห่งการฝืนฟ้าดินและสหายร่วมรบ


ช่วงดึกสงัดที่แสงจันทร์สีเงินยวงถูกบดบังด้วยเมฆาหนาทึบ ลมหนาวเยือกเย็นที่พัดมาจากทิศอุดรหอบเอากลิ่นอับชื้นพัดผ่านตรอกแคบไร้ผู้คน ซึ่งตั้งอยู่เบื้องหลังอาคารโอ่อ่าของหอประมูลเร้นเงา


หลินชิงเสวี่ยในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ดุจเทพธิดาจำแลง ก้าวเดินออกมาจากเงามืดอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง ทว่าเพิ่งพ้นเขตอาคมคุ้มกันของลานประมูลมาได้เพียงไม่กี่ก้าว ร่างอรชรก็ชะงักฝีเท้า มือเรียวงามขยับไปแตะด้ามกระบี่หยกข้างเอวตามสัญชาตญาณระแวดระวังภัย


"ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนหรอก" น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี โสตสวรรค์ 天籁之音 (เทียนไล่จืออิน) ของนางจับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดได้อย่างชัดเจน


แปะ... แปะ... แปะ...


เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของบุรุษสองคนที่ก้าวออกมาจากมุมตึกอิฐแดง เฟิงอี้หรานในชุดคลุมสีแดงเพลิงเดินกอดอกออกมาด้วยรอยยิ้มยียวนประจำตัว ขณะที่ฉินมู่หลางในชุดคลุมสีเงินก้าวตามมาด้วยท่วงท่าสง่างาม ดุดัน และเยือกเย็นดุจกระบี่ชั้นยอดที่ยังเก็บซ่อนอยู่ในฝัก


"สัมผัสของศิษย์เอกแห่งยอดเขาพู่กันหยก ช่างเฉียบคมสมคำร่ำลือจริงๆ" เฟิงอี้หรานหัวเราะเบาๆ พลางสะบัดมือ โยนถุงจักรวาลใบเล็กที่บรรจุ 'กระบี่เพลิงวายุบรรพกาล' ไปให้นาง "ศิษย์พี่หญิงหลิน ท่านเล่นใช้ปัญญาไล่ต้อนเปิดโปงที่มาของสินค้าข้าเสียจนหมดเปลือก หากข้าไม่รีบตัดสินใจชิงถอนสินค้าออกมากลางคัน ข้าคงต้องซวยโดนหางเลขไปด้วยแน่ๆ แถมป่านนี้พวกตาเฒ่าตระกูลอื่นคงเตรียมรุมทึ้งกระบี่เล่มนี้ไปชำแหละเพื่อหาวิชาลับแล้ว... เอ้า! รับไป นี่คือสิ่งที่ท่านต้องการปกป้องมิใช่หรือ"


หลินชิงเสวี่ยรับถุงจักรวาลมาถือไว้แน่น นางปรายตามองคุณชายตระกูลเฟิงด้วยแววตาซับซ้อน "เจ้าก็รู้ดีว่าศัสตราเล่มนั้นเป็นของอันตราย เฟิงอี้หราน... การผสานธาตุที่บ้าคลั่งและฝืนกฎเกณฑ์สวรรค์เช่นนี้ หากความลับเรื่อง 'พลังเร้นลับ' ของเจ้านั่นถูกเปิดเผย หายนะจะต้องมาเยือน สำนักหมึกวารี 沧墨宗 (ชางโม่จง) อย่างแน่นอน ข้าเพียงแค่มาตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้ผู้ใดสืบสาวไปถึงตัวเขาได้"


ฉินมู่หลางพยักหน้าเห็นพ้อง นัยน์ตาของยอดกระบี่ทอประกายอบอุ่นเจือความขบขันเมื่อนึกถึงสหายร่วมรบ "แม่นางหลินกล่าวถูกต้อง การผสานธาตุด้วยวิถีอันไร้ตรรกะและรุนแรงเช่นนี้ มีเพียงสหายหน้าเงินผู้นั้นคนเดียวที่กล้าทำ... พวกเราผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันในคืนที่ตระกูลเหลยบุกโจมตี ข้าย่อมไม่ยอมให้ความลับและของวิเศษของเขาตกไปอยู่ในมือศัตรูที่หวังจะใช้มันย้อนกลับมาทำร้ายเขา"


เฟิงอี้หรานถอนหายใจยาวพลางคลี่พัดจีบโบกไปมา "ข้าเข้าใจๆ ข้าถึงได้ยอมเสียหน้า ถอนสินค้าออกมาและยอมจ่ายค่าปรับให้หอประมูลอย่างไรเล่า... แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ไอ้เด็กเหลือขอนั่น มันฝากความหวังไว้กับเงินประมูลก้อนนี้มาก เพื่อนำไปซื้อโอสถวิเศษมารักษาสัตว์อสูรของมัน ป่านนี้มันคงนั่งนับนิ้วรอเงินอยู่ หากมันรู้ว่ากระบี่ถูกยึดและไม่มีการประมูลเกิดขึ้น... มันได้คลุ้มคลั่งจนกระอักเลือดตายแน่ๆ"


พูดไม่ทันขาดคำ ยันต์สื่อสาร 传音符 (ฉวนอินฝู) ในแขนเสื้อของเฟิงอี้หรานก็เปล่งแสงสว่างวาบ เขาเพิ่งส่งกระแสปราณไปแจ้งข่าวร้ายแก่อาเจียเมื่อครู่นี้นี่เอง


...


ห่างออกไปหลายสิบลี้ ณ ลานหลอมศัสตราอันเงียบสงัดของเขตหวงห้ามหุบเขาพันอักขระ


"อะไรนะ!!! ยกเลิกการประมูล!? ศิษย์พี่หญิงอายัดกระบี่ของข้าไปแล้ว!? เงินสามแสนก้อนของข้า... มลายหายไปกับตาแล้วรึ!!"


เสียงตะโกนแหบสั่นที่เต็มไปด้วยความรันทดของอาเจียดังก้องไปทั่วลานหลอมศัสตรา เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีเข้มแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่ถูกแย่งชิงอาหาร เส้นเลือดที่ขมับและลำคอปูดโปนเต้นตุบๆ เขาก้มลงมอง 'ย่าม' ข้างเอวที่ 'เจ้าถุงเงิน' ราชันแมงมุมเงาจันทราสลายวิญญาณตัวน้อยนอนคุดคู้จำศีลอยู่ กระดองผลึกใสที่แตกร้าวของมันคือบาดแผลฉกรรจ์ที่รอการเยียวยาอย่างเร่งด่วน


"ไม่! ข้าไม่ยอม! ข้าอุตส่าห์ทนรับผลสะท้อนจนเส้นชีพจรแทบขาดเพื่อหลอมกระบี่เล่มนี้ขึ้นมา! หากข้าไม่ได้เงินมารักษาเจ้าถุงเงิน ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! ข้าจะเป็นเจ้านายที่ร่ำรวยไปเพื่ออะไร!"


ความตระหนี่ถี่เหนียวและความรักผูกพันต่อสัตว์เลี้ยงหลอมรวมกันกลายเป็นความบ้าคลั่ง อาเจียไม่มีทางเลือกอื่น เขากวาดมือไปยัง 'เงินมัดจำ' ซึ่งเป็น ศิลาปราณระดับกลาง 中级灵石 (จงจี๋หลิงสือ) จำนวนหนึ่งหมื่นก้อนที่เฟิงอี้หรานให้ไว้ล่วงหน้า


"กฎเกณฑ์ของโลกเซียนต้องใช้พลังงานค้ำจุน... ศิลาปราณหนึ่งหมื่นก้อน จงเผาผลาญเป็นสะพานให้ข้าเดี๋ยวนี้!"


อาเจียกัดฟันกรอด ตวัด พู่กันนิรันดร์ 永恒之笔 (หย่งเหิงจือปี่) วาด อักขระหลิง 零 (หลิง) ครอบทับกองศิลาปราณทั้งหมด พริบตานั้น เงินมัดจำก้อนโตก็ระเบิดออก กลายเป็นคลื่นพลังงานบริสุทธิ์มหาศาลที่ถูกอำนาจแห่งความว่างเปล่าสูบกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานมหาศาลในการทะลวงมิติ!


เด็กหนุ่มกัดปลายลิ้นตนเองจนเลือดสดๆ ไหลซึม บังคับจิตวิญญาณของตนเองให้พุ่งทะยานฝ่าความว่างเปล่า ไปตาม 'รอยประทับอักขระ' ที่เขาลอบทิ้งไว้ในแกนกลางของกระบี่เพลิงวายุบรรพกาล


"วิถีแห่งสูญญตา 空之道 (คง-จือ-เต้า) (สูญ-ญะ-ตา)... สะพานข้ามมิติ!"


...


ตัดกลับมาที่ตรอกเร้นลับในนครหลวง


ในขณะที่หลินชิงเสวี่ย เฟิงอี้หราน และฉินมู่หลางกำลังปรึกษาหารือกัน พลันบังเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครคาดคิด!


วูบ!! ครืนน!!


ถุงจักรวาลในมือของหลินชิงเสวี่ยสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับมีอสูรร้ายดิ้นรนอยู่ภายใน ก่อนที่ 'กระบี่เพลิงวายุบรรพกาล' จะพุ่งทะลวงฝ่าปากถุงออกมาด้วยอำนาจที่ไม่อาจต้านทานได้ ริ้วสีแดงเพลิงที่พาดผ่านใบดาบสว่างวาบเจิดจ้าทำลายความมืดมิด กลิ่นอายแห่งความเงียบงันและว่างเปล่าอันเร้นลับระเบิดทะลักออกมากดทับมวลอากาศรอบด้านจนหนักอึ้ง!


กระบี่วิเศษลอยเด่นอยู่กลางอากาศเบื้องหน้าคนทั้งสาม ทันใดนั้น เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงและแหบพร่าก็ดังก้องออกมาจากตัวกระบี่โดยตรง!


"ศิษย์พี่หญิง... ท่านรังแกข้าเกินไปแล้ว! ข้าต้องการค่าหยูกยาของเจ้าถุงเงิน คืนศัสตราของข้ามาเดี๋ยวนี้ขอรับ!"


เสียงของอาเจียที่ถูกส่งผ่านอักขระข้ามมิติมา เต็มไปด้วยความเดือดดาลและเจ็บปวด หลินชิงเสวี่ยเบิกตากว้าง โสตสวรรค์ของนางได้ยินเสียงชีพจรของศิษย์น้องที่กำลังเต้นระรัวเจียนจะปริแตกจากการฝืนกฎเกณฑ์สวรรค์


"ไอ้เด็กบ้า! เจ้าฝืนเผาผลาญปราณวิญญาณสร้างสะพานมิติข้ามระยะทางไกลขนาดนี้ เพียงเพื่อมาทวงของเนี่ยนะ! เจ้ารนหาที่ตายหรืออย่างไร ปิดค่ายกลบังคับของเจ้าเดี๋ยวนี้!" หลินชิงเสวี่ยตะโกนกลับด้วยความร้อนใจขั้นสุด


"ไม่! จนกว่าข้าจะได้เงินมารักษาสัตว์อสูรของข้า... ต่อให้ต้องกระอักเลือดจนหมดตัว ข้าก็ไม่เลิก!" อาเจียเถียงกลับอย่างดื้อด้าน


ฉินมู่หลางที่มองดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ก้าวออกมาเบื้องหน้ากระบี่วิเศษด้วยรอยยิ้มกว้าง แววตาของเขาชื่นชมในความเด็ดเดี่ยว (และความหน้าเงินสู้ตาย) ของสหายผู้นี้จากใจจริง


"อาเจีย สหายข้า! เจ้าอย่าเพิ่งวูบไปเสียก่อนเล่า" ยอดกระบี่หนุ่มประสานมือคารวะกระบี่ที่ลอยอยู่ "ในลานประมูล ข้าได้เตรียมใจและตั้งใจจะเสนอราคาไว้ที่ ศิลาปราณระดับกลางสามแสนก้อน... ผนวกกับ แร่เหล็กอุกกาบาตทมิฬ 陨铁 (อวิ๋นเถี่ย) บริสุทธิ์จำนวนสิบชั่ง และ แก่นอสูรธาตุทองระดับเจ็ด 七级金系妖核 (ชีจี๋จินซี่เยาเหอ) อีกหนึ่งเม็ด... ข้อเสนอนี้ยังคงอยู่ ข้าขอรับซื้อศัสตราเล่มนี้ไว้เอง!"


เสียงหอบหายใจปางตายจากกระบี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะอันคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความละโมบจนปิดไม่มิด


"แร่เหล็กอุกกาบาตทมิฬ... แก่นอสูรธาตุทองระดับเจ็ด! สวรรค์... นี่มันศัสตราประกอบชั้นยอดสำหรับใช้หลอมรวม หุ่นกลศิลา 石傀儡 (สือขุยเหล่ย) ของข้านี่นา! พี่มู่หลาง ท่านช่างเป็นดาวนำโชคของข้าแท้ๆ... ตกลง! ส่งของมาเดี๋ยวนี้เลย!"


ฉินมู่หลางหัวเราะเบาๆ เขาปลดถุงจักรวาลใบใหญ่ที่บรรจุทรัพยากรทั้งหมดตามที่กล่าวอ้างออกจากเอว ก่อนจะโยนขึ้นไปในอากาศตรงหน้ากระบี่เพลิงวายุ


ทันทีที่ถุงจักรวาลสัมผัสกับม่านพลังของกระบี่ อำนาจของ อักขระหลิง 零 (หลิง) ก็ทำงานตอบสนอง มันทำการ 'สับเปลี่ยนมิติ' อย่างป่าเถื่อนไร้ปรานี ถุงจักรวาลที่เต็มไปด้วยทรัพยากรล้ำค่าถูกดูดกลืนหายวับไปในรอยแยกแห่งความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงกระบี่เพลิงวายุที่ตกลงมาอยู่ในมือของฉินมู่หลางอย่างสมบูรณ์!


"สำเร็จ..." ฉินมู่หลางลูบใบกระบี่ด้วยความพึงพอใจ


ทว่าบนท้องฟ้าเหนือตรอกแคบ กลับมีเมฆฝนดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงฟ้าร้องคำรามครืนครั่นราวกับสวรรค์กำลังโกรธเกรี้ยว ที่กฎเกณฑ์เรื่องระยะทางและมิติถูกแทรกแซงอย่างโอหังโดยมนุษย์ผู้หนึ่ง


หลินชิงเสวี่ยแหงนหน้ามองท้องฟ้า แววตาของนางเต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด "การแลกเปลี่ยนข้ามมิติสำเร็จแล้ว... แต่ราคาที่เจ้านั่นต้องจ่ายเพื่อหลอกตาสวรรค์ในครั้งนี้ มันจะหนักหนาเพียงใดกัน"


เฟิงอี้หรานกางพัดออกพลางตบไหล่ฉินมู่หลางเบาๆ "ได้ของไปแล้วก็รีบเก็บซ่อนซะ ส่วนเจ้าเด็กนั่น... มันหนังเหนียวจะตาย มีเงินรักษาตัวมหาศาลขนาดนี้ มันคงไม่ยอมตายง่ายๆ หรอกน่า"


...


ณ เขตหวงห้ามหุบเขาพันอักขระ


เปรี้ยง!!


สายฟ้าอัสนีบาตสีม่วงขนาดย่อมผ่าแหวกอากาศลงมากลางลานหลอมศัสตราอย่างเกรี้ยวกราด! อาเจียกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับเตาหลอมศิลาจนกระอักเลือดสีคล้ำออกมาคำโต ร่างกายซวนเซจนต้องใช้พู่กันนิรันดร์ยันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ล้มฟุบ ผลสะท้อนจากการสับเปลี่ยนมิติข้ามผ่านกฎเกณฑ์สวรรค์รุนแรงเสียจนเส้นชีพจรในแขนขวาแทบฉีกขาดเป็นชิ้นๆ


ศิลาปราณหนึ่งหมื่นก้อนที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านปลิวว่อน ทว่าในอ้อมแขนที่สั่นเทาของเด็กหนุ่ม กลับกอดถุงจักรวาลใบใหม่ที่เพิ่งลอยตกลงมาจากรอยแยกมิติไว้แน่นราวกับเป็นชีวิตของตนเอง


เขาฝืนเปิดปากถุงออก เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของศิลาปราณสามแสนก้อน แร่โลหะบรรพกาล และแก่นอสูรระดับเจ็ดที่อัดแน่นอยู่ภายใน ใบหน้าที่ซีดเซียวเปื้อนเลือดก็ปรากฏรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในชีวิต


อาเจียพยุงร่างอันสะบักสะบอมเข้าไปหา 'ย่าม' ที่วางอยู่บนแท่นหิน เขาลูบกระดองของเจ้าถุงเงินผ่านเนื้อผ้าอย่างอ่อนโยน


"ข้าทำได้แล้ว... ค่าหยูกยาของเจ้า... แล้วก็ศัสตราประกอบชั้นเลิศที่จะนำมาหลอมรวมยกระดับ หุ่นกลศิลา 石傀儡 (สือขุยเหล่ย) ของข้า ให้กลายเป็นสุดยอด พยนต์เทวะ 神机 (เสินจี)..." เด็กหนุ่มหอบหายใจรวยริน รอยยิ้มยังไม่จางหาย "ถึงจะเจ็บเจียนตาย... แต่กำไรมหาศาลขนาดนี้... คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!"


การค้าขายข้ามมิติที่บ้าบิ่นที่สุดได้จบลงด้วยความสำเร็จอันหอมหวานและผลสะท้อนอันหนักหน่วง ทว่าอาเจียผู้กำลังหลงระเริงในชัยชนะและกองเงินกองทองหารู้ไม่ว่า การดึงดูดสายตาของสวรรค์บ่อยครั้งเช่นนี้ กำลังจะชักนำมหันตภัยครั้งใหม่ ที่ต่อให้มีเงินสามแสนก้อนก็ไม่อาจซื้อชีวิตกลับมาได้!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน