สองวันสองคืนจนมาถึงยามเหม่า (07.00) ของเช้าวันที่สามที่กลุ่มของเจ้าเฟิ่งเซียนเดินเลียบแม่น้ำมาอย่างมีความหวัง รอยเท้าเล็กของเสือขาวปรากฏให้เห็นจริงๆอย่างที่นางคิดตั้งแต่แรก สายตาหลากหลายคู่ที่เริ่มติดตามกันมาต่างสอดส่องมองหาสัตว์ที่ต้องกลายไปเป็นของขวัญ
โฮก!!!! โฮก!!!! เสียงร้องคำรามเหมือนสัตว์ที่กำลังตามหาแต่น่าจะมีขนาดใหญ่กว่าดังกึกก้อง ทุกคนต่างตื่นตระหนกเพราะกลัวว่าเสือขาวที่ตามหาจะถูกเสือเจ้าถิ่นทำร้าย เจ้าเฟิ่งเซียนและองครักษ์นับสิบต่างเร่งฝีเท้าติดตามหาเสียงนั้นทันที จนพบเข้ากับเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่มหึมาห้าตัวกำลังเดินวนรอบๆเสือขาวตัวน้อยอยู่ตรงกลาง ทุกคนต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เจ้าเฟิ่งเซียนสบถออกมาเป็นคำหยาบที่ใครหลายคนไม่เข้าใจ “ไอ้สัตว์เอ๊ย!!!” ก็สัตว์จริงๆนั่นล่ะ
“ทำเช่นไรดีเจ้าคะ..เราล่อพวกมันไปดีหรือไม่” หว่าหวาถามความเห็นกับองค์หญิงของนาง
“อืม” ผู้ถูกถามตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะทะยานกายพุ่งเข้าหาฝูงเสือตัวใหญ่ทันทีอย่างไม่ต้องรอ ฟุ่บๆ!! ตุ่บ!!
“คุณหนู!!!!” หว่าหวาตะโกนขึ้นมาเสียงดังก่อนจะมองเห็นเจ้าเฟิ่งเซียนเหยียบด้านหลังเสือตัวหนึ่งกระโจนเข้าไปตรงกลางในมือจับกระบี่แน่น เช้ง!!! ตวัดไปมารอดูท่าทีสัตว์ร้าย
โฮก!!!! โฮก!!!! เสียงคำรามดังกึกก้องได้ยินไปถึงกลุ่มของรัชทายาทที่ห่างออกไปราวห้าร้อยลี้ กลุ่มคนทั้งหมดรีบทะยานกายมาตามเสียงร้องแต่เมื่อมาถึงเจ้าหยางหลงเห็นน้องสาวฝาแฝดของตนเองยืนอยู่ตรงกลางกับเสือขาวก็ตกใจมาก
“เหตุใดถึงชอบหาเรื่องใส่ตัวนักเฟิ่งเอ๋อร์!!!” พูดเสียงดังก้องจนเสือร้ายมากมายหันมองตามทิศทาง พวกมันเห็นกลุ่มคนพร้อมอาวุธก็ยิ่งคำรามดุร้ายและพุ่งเข้าใส่คนหมู่มากทันทีตามความต้องการดึงความสนใจของเจ้าหยางหลง
เคร้งๆๆ เช้ง!! ฉัวะๆ พึ่บๆ ทั้งคนทั้งสัตว์ต่อสู้กันอย่างรุนแรง เสือร้ายหนึ่งตัวสู้กับองครักษ์นับสิบแต่มีอยู่หนึ่งตัวที่เฝ้าเจ้าเฟิ่งเซียนและเสือขาวอยู่อย่างนั้น..ทั้งสัตว์ทั้งคนคล้ายๆยังคงมองกันอย่างหยั่งเชิง แน่นอนว่าเวลาการต่อสู้ช่างยาวนานมากกว่าสองเค่อ เสือดุร้ายล้มตายไปสองตัว อีกสองตัวบาดเจ็บและวิ่งหนีไป ส่วนตัวสุดท้าย..มองเจ้าเฟิ่งเซียนแล้วเดินวนก่อนจะยกขาหน้าขึ้นมาคำรามลั่น โฮก!!!!! พุ่งตัวเข้าหาทันที
“เฟิ่งเอ๋อร์!!!/ คุณหนู!!!” ทุกคนต่างร้องเรียกขึ้นมาเสียงดังแต่นางหาได้หวาดกลัวไม่ ยังคงตั้งรับแรงตบนั้นด้วยการสวนกระบี่เหล็กกล้าเข้าใส่อย่างสุดกำลัง
ผัวะ!!! ฉัวะ!!! ฟึ่บ!!! ร่างของเจ้าเฟิ่งเซียนลอยออกไปตามแรงปะทะ กระบี่ที่แทงสวนไปเสียบอยู่ตรงฝ่ามือของเสือตัวนั้นคล้ายๆว่าต่างฝ่ายต่างตกใจ เจ้าเฟิ่งเซียนแผ่นหลังกระแทกต้นไม้เสียงดัง ปึ่ก!! พร้อมกับเสือคำรามหนึ่งครั้งแล้ววิ่งหนีไปพร้อมกระบี่มีพู่ห้อยสีขาวปักอยู่ตรงเท้าหน้า ตึ่กๆๆๆๆ
เจ้าหยางหลงรีบกระโจนเข้าหาน้องสาวทันทีเมื่อเห็นนางใกล้จะสลบไป “เฟิ่งเอ๋อร์!!” ตบแก้มเบาๆเรียกสติ “เฟิ่งเอ๋อร์ได้ยินพี่หรือไม่!!” ในใจคนเป็นพี่ชายร้อนรุ่มไปหมด แปะๆ แปะๆ ตบแก้มเรียกสติเบาๆ “เฟิ่งเอ๋อร์!!”
เจ้าเฟิ่งเซียนนิ่วหน้าเล็กน้อยและกล่าวออกมาเป็นภาษาที่เข้าใจกันเพียงแค่สองพี่น้อง “…อือ เค้าเจ็บจังเลย” ก่อนจะเงียบไป เจ้าหยางหลงประคองนางช้าๆขึ้นบนแผ่นหลังของตนเองแล้วรีบวิ่งออกจากที่นี่ทันทีด้วยวิชาตัวเบาเต็มกำลังอย่างมิสนใจผู้ใดอีก แน่นอนว่าองครักษ์ทุกคนรีบติดตามไปอย่างรวดเร็ว
เจ้าอี้หลิงทำได้เพียงแค่มองเพราะมิสามารถจะทิ้งเสือขาวไปได้ เขาหันหลังกลับมาก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้าสัตว์ตัวปัญหาพร้อมกับพูดว่า “หากอยากกลับบ้านก็ไปเสีย เด็กน้อยเช่นเจ้าย่อมคิดถึงมารดาพวกข้าขอโทษที่พรากเจ้ามาแสนไกล อภัยให้ด้วย” แล้วเจ้าอี้หลิงก็ออกเดินทางไปโดยไม่สนใจสัตว์ที่นำพาเรื่องร้ายมาสู่แฝดผู้น้องของเขาอีก แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าเสือขาววิ่งตามพวกเขากลับไปด้วยอย่างรวดเร็ว’
ต้าสึมองทุกเหตุการณ์ด้วยความคาดไม่ถึง ตัวเขาไม่คิดเลยว่าองค์หญิงจะทำเช่นนั้น….ดังเช่นที่สหายเขากล่าวไว้ 'นางมิคิดกลัวสิ่งใดเลยจริงๆ' ถอนหายใจก่อนจะพริ้วกายหายไปทางวังหลวง
๑--------------------------๑
ยามซื่อ (10.00)
“เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมากพะยะค่ะ องค์หญิงกระทำการโดยที่มิมีผู้ใดคาดคิด นางกระโจนเข้าไปปกป้องลูกเสือขาวตัวนั้นราวกับมารดาห่วงบุตร” นั่งคุกเข่ารายงาน
เพล้ง!!!! เสียงขว้างจอกชาปะทะกับบานหน้าต่างห้องเมื่อฮ่องเต้เพ่ยหานหรงได้รับฟังรายงาน ‘เหตุใดนางถึงชอบหาเรื่องใส่ตัวเช่นนี้’ ความหงุดหงิดที่มีมากว่าสามวันตั้งแต่ตอนที่เขาหันหลังกลับมา ยังไม่นับสองวันมานี้มีองค์หญิงจากแคว้นจินมาขอเข้าเฝ้า แม้จะต้องต้อนรับขับสู้อย่างดีแต่ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามมารยาท ข่าวลือว่านางเหมาะสมที่จะมาเป็นฮองเฮาแพร่กระจายไปทั่ววังหลวงเหมือนไฟลามทุ่ง พระองค์มิได้ปฏิเสธแต่ก็มิได้ตอบรับเพราะยังไว้หน้านางถึงแม้องค์หญิงจินอวี้เหนียงจะน่ารักสดใสกิริยามารยาทนับว่าดีมาก..แต่พระองค์มิได้ให้ความสนใจเทียบเท่า..สตรีนางนั้น ‘สตรีที่ปะทะกับเสือ’
“แล้วตอนนางอยู่กลางวงล้อมเหตุใดพวกเจ้ามิจัดการเสือให้หมดเล่า!!” สุรเสียงเกรี้ยวกราด “ข้าอยากจะสังหารเสือขาวเจ้าปัญหาตัวนั้นให้มันจบไปเสีย!!” ???? ‘หากวันนั้นข้าตามไป..เจ้าคงมิต้องเจ็บตัวเช่นนี้ใช่หรือไม่?’ ก้าวไปด้านหลังฉากกั้นเพื่อเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นคุณชายหานทันที มุ่ยกงกงเช็ดหน้าผากจนแทบไม่ทันเมื่อรู้ว่าเจ้าเหนือหัวจะไปที่ใด หลายวันมานี้ขันทีชราเห็นฮ่องเต้ของตนเองดูหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อนจนผู้ใดเข้าหน้ามิค่อยติด ตำหนักของพระสนมเสียนเฟยก็มิได้เสด็จ องค์หญิงจากแคว้นจินมาขอเข้าเฝ้าแม้จะต้อนรับแต่พระองค์หาได้มองหน้านางไม่ ทั้งๆ ที่นางนั้นงดงามมิแพ้ผู้ใดเลย ‘ขันทีเช่นเขาเริ่มจะเข้าใจเหตุการณ์ได้รางๆ แล้วว่าเพราะเหตุใด’ มือเหี่ยวรีบเปลี่ยนชุดขันทีของตนเองออกทิ้งไปเหลือเพียงชุดบ่าวชายในเวลาอันรวดเร็วเพราะตัวเขาใส่ชุดมาสองชั้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
พระวรกายแข็งแกร่งเดินออกมาในชุดคุณชายผู้หล่อเหลาสีดำสลับขาวในมือถือพัดติดมาด้วยมองดูเหมือนชายหนุ่มเจ้าสำราญแต่สวนทางกับใบหน้าถมึงถึงที่มิกล่าววาจาใดแม้สักคำ
สามบุรุษสามวัยเดินตามกันไปด้านหลังของตำหนัก พลันได้ยินเสียงขันทีเฝ้าประตูตะโกนขึ้น