ไหนมามี๊ขอดูหน่อยสิ อยู่ที่นี่เป็ยังไงบ้าง”
ไอรดาจับลูกชายหันซ้ายหันขวา ก่อนที่ดวงตาจะคลอขึ้นอีกครั้ง
“ทำไมเปาเปาของมามี๊ถึงซูบผอมขนาดนี้ล่ะ”
เปาเปารู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ในใจ
แต่ไม่กล้าบอกความจริง
ว่าเขาอดข้าวอดน้ำประท้วง
เพราะไม่อยากให้แม่เป็ห่วง
“ผมเป็ห่วงมามี๊ ก็เลยกินอะไรไม่ค่อยลงครับ”
เด็กน้อยเอ่ยเสียงเบา เขาไม่ได้โกหก เขาเป็ห่วงแม่จริง ๆ
ไอรดาดึงลูกชายเข้ามากอดแน่น
“มามี๊ก็เป็ห่วงเปาเปาเหมือนกัน”
“คืนนี้มามี๊นอนกับผมนะครับ”
“ได้สิ—”
“ไม่ได้”
น้ำเสียงเ็าดังแทรกขึ้นพร้อมกับร่างสูงของชีคคามินที่ก้าวเข้ามาใกล้
“คุณกำลังขัดขวางการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกอยู่นะครับ"
เปาเปาเอ่ยด้วยหลักการ
"แม่ลูกไม่ควรสร้างความใกล้ชิดเกินขอบเขต
เ้าโตแล้วควรจะฝึกนอนด้วยตัวเอง”
ชีคคามินเอ่ย
เปาเปาจ้องมองบิดา ดวงตากลมใสฉายแววไม่พอใจชัดเจน
“ผมยังห้าขวบ ยังอยู่ในวัยที่สามารถนอนกับแม่ได้ครับ”
เด็กน้อยเอ่ยเสียงหนักแน่นกว่าที่ควรจะเป็
ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นวูบขึ้นมาในอกชีคคามิน
เขาไม่คุ้นเคยกับการถูกโต้แย้ง…
โดยเฉพาะจากลูกของตัวเอง
“นี่นะหรือ ผลงานการทำงานวันแรกของพี่เลี้ยงคนใหม่”
ชีคคามินเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความกดดัน
“ปล่อยให้ลูกกล้าแย้งคำสั่งบิดาเช่นนี้”
เมื่อเล่นงานลูกชายไม่ได้
เขาก็หันมาจัดการคนเป็แม่แทน
“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ”
ไอรดาเอ่ยเสียงสั่น
กลัวว่าเขาจะใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างไล่เธอออกจากวัง
“เปาเปา ขอโทษเสด็จพ่อเดี๋ยวนี้”
เธอเอ่ยเสียงเข้ม
“ขอประทานอภัยพะยะค่ะ”
เด็กน้อยพูดอย่างเชื่อฟัง แต่สายตามีความเป็ปฏิปักษ์
"สายตาด้วยค่ะ"
ไอรดาดุ
เปาเปาหน้าจ๋อยลง เก็บสายตาที่ไม่เชื่อฟังลง
ชีคคามินขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ
กับเขา เด็กนี่เถียงคำไม่ตกฟาก
แต่พอแม่พูดเพียงคำเดียว กลับเชื่องราวลูกหมา
“และจากนี้ไป ต้องเรียกฉันว่า *พ่อ* ไม่ใช่คุณ”
ชีคคามินเอ่ยสำทับ
“เสด็จพ่อ”
เปาเปาเรียกทันที เพราะรู้ดีว่าหากไม่เชื่อฟัง
คนที่จะเดือดร้อนคือแม่ของเขา
“ดี”
ชีคคามินพยักหน้าอย่างพอใจ
“แม่เ้ามีสิทธิ์ช่วยดูแลเื่การแต่งตัวเท่านั้น
แต่ไม่มีสิทธิ์นอนที่นี่”
เปาเปาฮึดฮัดเบา ๆ ไม่กล้าโต้แย้ง
มีเพียงแววตาดื้อดึงที่บอกชัดว่าเขาไม่เห็นด้วย
“แล้วเสด็จพ่อจะให้มามี๊ผมนอนที่ไหนครับ”
เด็กน้อยถามอย่างกังวล
“ห้องข้าง ๆ ของเ้า”
เปาเปาถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะยิ้มกว้าง
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อพะยะค่ะ”
เป็ครั้งแรกที่คำพูดนั้นออกมาด้วยความจริงใจ
ส่งยิ้มตาหยีให้เขาด้วย
หัวใจชีคคามินพองโตอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ส่วนคุณ” เขาหันไปมองไอรดา
“ต้องรักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเช่นกัน”
“เพคะ”
ไอรดารับคำ พร้อมรอยยิ้มกระจ่างใสแบบเดียวกับที่ลูกชายยิ้มให้เขา
แม่ลูกคู่นี้…
ชักจะเหมือนกันมากเกินไปแล้ว
ชีคคามินคิดอย่างหงุดหงิดก่อนเอ่ย
“ั้แ่พรุ่งนี้ อามีร์จะเริ่มเรียนในวัง”
สองแม่ลูกชะงัก นิ้วมือกำเข้าหากันแน่นขึ้น
“ผมได้จัดตารางไว้แล้ว”
เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมายื่นให้เธอ
“เป็การเรียนปูพื้นฐาน ไม่หนักเกินวัย”
เธอก้มมองกระดาษในมืออย่างสนใจ
เปาเปาเข้ามาชะโงกดูด้วย
ตัวอักษรเป็ระเบียบ เวลาถูกแบ่งอย่างรอบคอบ
เช้า—อัลกุรอาน
สาย—ภาษาอาหรับ คณิต ภาษาอังกฤษ
บ่าย—มารยาทในวัง กิจกรรมร่างกาย
ทุกอย่าง…เหมือนแผนชีวิตที่ถูกออกแบบไว้แล้ว
สำหรับ ลูกของเธอ
"เห้อ
ตารางเรียนแน่นเอี๊ยด สงสารเด็กน้อยๆวัยห้าขวบที่ต้องแบกภาระั้แ่เด็ก"
เปาเปาบ่นราวผู้ใหญ่
"ป๊อก"
ไอรดาดีดหน้าผากลูกชาย
"อย่ามาบ่นี้เีั้แ่ยังไม่เริ่ม"
"ดีเลย คราวนี้มามี๊มีเวลาคุมลูกเรียนทั้งวัน"
ไอรดาเอ่ย
เปาเปาทำหน้าตาเบื่อหน่าย
"เรียนคนเดียวคงน่าเบื่อแย่
ไม่รู้ว่าคุณครูเป็ผู้ชายหรือผู้หญิง
หรือเป็พวกแก่คร่ำครึก็ไม่รู้"
"มีมามี๊นั่งเรียนด้วยจะกลัวอะไร
ไม่ดีเหรอ"
ไอรดาเอ่ย
"ดีที่สุดครับ นี่คือข้อดีที่สุดในโลก"
เด็กน้อยเอ่ยอย่างเอาใจ พลางกอดเอวซุกอกแม่
กอดหอมอย่างออดอ้อน สองแม่ลูกหัวเราะคิกคัก
ชีคคามินมองภาพนั้นด้วยใบหน้ามืดครึ้ม
จบกันบุคลิกความเป็องค์ชายน้อยของลูกเขาไม่มีเหลือเลย
"องค์ชาย อามีร์ บิน คามิน อัล ซาร์ ฮี"
ชีคคามินเรียกลูกชายด้วยน้ำเสียงเต็มยศ
สองแม่ลูกที่กำลังหยอกล้อกันชะงัก
เงยหน้ามองเขาตาแป๋วพร้อมกัน
ราวลูกแมวน้อยแสนซนสองตัว
ชีคคามินถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ไม่รู้จะจัดการกับสองแม่ลูกคู่นี้ยังไงดี
"ลูกจะแสดงกริยาเช่นนี้ไม่ได้"
สองแม่ลูกมองหน้ากันราวสงสัย ว่าตัวเองทำผิดอะไร
"ลูกทำอะไรผิดเพคะ"
ไอรดาเอ่ยถาม
เปาเปาพยักหน้ารับเพราะรู้สึกสงสัยเช่นกัน
"ลูกไม่ควร..."
ชีคคามินเว้นจังหวะก่อนตรัสต่อ
"ทำท่าออดอ้อน ไม่สมฐานะองค์ชาย"
ชีคคามินตรัส
"อ้อ"
เด็กโข่งสองคนพยักหน้ารับพร้อมกัน
"เสด็จพ่อไม่ต้องเป็ห่วง เวลาลูกอยู่ข้างนอกรับรองไม่หลุดแน่นอนพะยะค่ะ"
"ใช่เพค่ะ เปาเปาของเราฉลาด
รู้ว่าต้องวางตัวข้างนอกอย่างไร"
ไอรดาสนับสนุนลูกชาย
"ไม่ได้ " น้ำเสียงชีคคามินเด็ดขาด
"ไม่ว่าจะเป็ที่ไหนก็ควรจะวางตัวให้เหมาะสม"
ชีคคามินตรัสอย่างเผด็จการ
"พระองค์จะอยากให้ลูกเป็หุ่นยนต์ไร้ชีวิตชีวาเหรอเพคะ"
ไอรดาโต้กลับอย่างฉุนเฉียว เพราะทนไม่ได้ถ้าต้องเห็นความเป็ธรรมชาติของลูกต้องหายไปเพราะคำว่าไม่เหมาะสม
"หรือในวังนี้…การแสดงออกถึงการมีความสุขคือสิ่งต้องห้ามเพคะ”
"หัวเราะไม่ได้ ยิ้มไม่ได้ แสดงท่าทีเมื่อมีความสุขไม่ได้"
ไอรดาถามกลับ อย่างลืมกลัว
เปาเปาได้แต่นั่งไว้อาลัยให้พ่อเขา
อย่าทำให้แม่โกรธ เพราะเวลาแม่โกรธขึ้นมาแม้แต่ช้างยังตัวเท่ามดเลย
เมื่อเห็นสถานการณ์เปลี่ยนเป็แบบนี้เปาเปาน้อยก็ปืนขึ้นนั่งบนเตียง
เพื่อรอลุ้นว่าระหว่างพ่อกับแม่
เขาควรจะสนับสนุนฝ่ายไหนดี
ชีคคามินหรี่ตามองเธอด้วยสายตาเย็นเฉียบ
"คุณกำลังเปรียบเทียบว่าผมเป็หุ่นยนต์งั้นเหรอ"
ชีคคามินตรัสถามเสียงเย็น
ไอรดาชะงักเมินหน้าหนี
ชีคคามินก้าวเข้ามาหาเธอใกล้มากยิ่งขึ้น
ไอรดาถอยหนีไม่รู้ตัว
"ก็หรือไม่จริง ห้ามยิ้ม ห้ามหัวเราะ ห้ามมีความสุข"
เธอเถียงกลับ เท้าก้าวถอยหลัง อัตโนมัติ
จนแผ่นหลังชนผนังห้อง
"ผมไปห้ามลูกมีความสุข ตั้งเมื่อไหร่
แค่เตือนให้รู้จักวางตัวให้เหมาะสม"
เขาเอ่ย
"แต่นี่มันอยู่ในห้องนะเพคะ ไม่มีใครสักหน่อย"
ไอรดาเถียงกลับไม่ยอมแพ้ เธอคงทนไม่ได้ถ้าจะให้ลูก ถูกตั้งกฎอยู่แต่ในกฎเกณฑ์จนเสียธรรมชาติความเป็เด็ก
"แล้วถ้าเกิดมีคนอื่นเผอิญเข้ามาเห็นล่ะ" เขาเอ่ย
"ก็แล้วมีหรือยังเพคะ และที่นี่คือห้องส่วนพระองค์
ใครจะเข้ามาก็ต้องขออนุญาตก่อน"
ไอรดาโต้กลับอย่างฉุนเฉียว
และพยามยามเอนกายหนีร่างสูงที่รุกประชิดเข้าใกล้จนเธอััถึงไอร้อนจากตัวเขา
ก่อนที่าจะดุเดือดไปกว่านี้เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
ชีคคามินยืดตัวตรงและก้าวออกห่างจากเธอ
ไอรดาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
"ก๊อกๆ"
ร่างของฟาฮัดองครักษ์คนสนิทของชีคคามินปรากตตัวขึ้น
"ฝ่าาได้เวลาประชุมกับคณะทูตจากต่างประเทศแล้วพะยะค่ะ"
ฟาฮัดรายงานเสร็จก็ถอยออกไป พร้อมปิดประตู
ชีคคามินมองสองแม่ลูกอย่างหงุดหงิด
ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง
โดยไม่เอ่ยอะไรอีก
ปล่อยให้สองแม่ลูกได้ใช้เวลาด้วยกัน
ส่วนเขายังมีราชกิจอีกมากมายที่ต้องสะสาง
รอเสร็จเมื่อไหร่จะกลับมาจัดการทั้งสองอีกครั้ง
ลับร่างของชีคคามินสองแม่ลูกถอนหายใจพร้อมกันอย่างโล่งอก
ก่อนจะหันมามมองหน้ากันแล้วยิ้ม