เด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+

    บทที่ 70 – ความน่าจะเป็น 0.1%

    “นั่นคือเขา!อย่างนั้นรึถงน้อย ?!”

     

    *หงึก หงึก หงึก

     

           ถงทงน้อยพยักหน้าถึงสามครั้งก่อนจะเดินอ้อมรถเข็นมายืนทางด้านซ้ายมือของกันจิ เธอนำมือขวาที่ขาวนวลของนางตีเบาเบาที่ไหล่ซ้ายของเขาก่อนจะเอ่ยตอบเบาเบาว่า

     

    “เจ้าค่ะ....

            ⊂(◉‿◉)つ (ยิ้มน้อยๆพร้อมกับตบไปที่ไหล่ซ้าย)

     

    *ฝูงชนพวกนี้มาจากไหนกัน ?

     

    *จะมาหาเรื่องข้างั้นรึ ?

     

    *หรือว่าแม่นางน้อยนี้จะวางแผนร้ายรวบทั้งต้นทั้งดอกขโมยรถเข็นของข้าไปด้วย...

     

    *น่าตาก็ดูดีแต่ริอาจเป็นโจรแต่เด็กงั้นรึ!!!

    (เองก็ด้วยบักหื่น หน้าตาก็หื่นยังกะล่อนอีก)

     

    *ฟรึม...ฟรึม...ฟรึม...

     

    *ชิ้ง...ชิ้ง...

            =_=++ (วิ้ง ๆ ส่งสายตาอาฆาต)

     

           คนที่ออกันหน้ารถเข็นของเขานั้นแม้จะอยู่ห่างจากตัวรถเข็นถึง50 เมตรก็ตามแต่ระยะเพียงแค่นี้ชาวยุทธพวกนั้นถ้ากระโจนเพียงครั้งก็คงจะถึงตัวเขาแล้วเขาที่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีเป็นแน่ ถ้าจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่แล้วจึงค่อยค่อยเร่งพลังลมปราณเตรียมพร้อมรับแรงปะทะก่อนจะหันไปมองหน้าถงน้อยด้วยสายตาอาฆาต...เจ้าสองตัวที่หนึ่งนอนเล่นอยู่บนหัวของเขาอีกหนึ่งนอนหลับอยู่บนไหล่ของเขาลืมตาขึ้นมามองด้วยสายตาสังหารของพวกมันแถมยังส่งเสียงเล็กเล็กขู่ออกมาตามผู้เป็นนายที่มีพลังพร้อมรบ

     

    **หงิง อาดิง…

            =_=++ (วิ้ง ๆส่งสายตาอาฆาต)

     

    **อาโฮก โฮก...

            =_=++ (วิ้ง ๆ ส่งสายตาอาฆาต)

     

    ““อ...เออพี่ชายน้อยกับเจ้าตัวน้อยทำไมพวกเจ้าถึงจ้องมองมาที่ข้าด้วยสายตาแบบนั้นกันเจ้าค่ะ!!!

            ԅ[ •́ ﹏├┬┴┬┴ แอบมองหลังกำแพง!

     

           ถงน้อยกลัวเป็นอย่างมากเพราะสายตาที่กันจิใช้มองมาที่นาง แววตากลับปล่อยรังสีฆ่าฟันออกมาอย่างเข้มข้นนางจึงรีบวิ่งไปหลบด้านหลังแม่นางที่แต่งตัวเยี่ยงบุรุษ แล้วแอบมองอยู่อย่างนั้น

     

    “เก่งนิแม่หนูน้อยทำเป็นมาหลอกขอร่วมกิจการกับข้าผู้นี้แถมยังพูดต่างต่างนานาให้ข้าเชื่อใจจากนั้นไปรวบรวมกลุ่มชาวยุทธมาคิดจะรวบหัวรวบหางข้าอย่างนั้นรึไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกกระมั้ง ?!

            (ꐦ ´͈ ᗨ `͈ ) (ปากกล่าวถามแต่เริ่มมีอารมณ์โมโห)

     

    ““ใครไม่กลัวเจ็บตัวก็เข้ามาเมื่อกี่สามอันธพาลข้ายังกำราบมาแล้วกับฝูงชนอีกกลุ่มทำไมจะไม่ได้…

     

    *ตามเงาใช้ไปแล้ว เหลือฟื้นกายาอีก 2ครั้ง แม้จะฟื้นพลังกายาได้เพียง 30% ก็น่าจะเพียงพอมีเพียงนางที่แต่งตัวเยี่ยงบุรุษ ไม่สามารถเห็นข้อมูลอะไรของนางได้เลย

     

    *หึ !!! แต่ครั้งนี้คงต้องลองเสี่ยงดูสักครั้งแล้ว สาวน้อยข้าจะหาจัดการเจ้าทีหลัง

     

    พรึบ พรึบ พรึบ ....

     

    “““พ่อหนุ่มน้อยได้โปรดหยุดมือก่อนเจ้าค่ะ!!!

     

           ขณะที่พวกคนที่ออกันอยู่ด้านหน้ารถเข็นพุ่งตัวเข้ามาเป็นเวลาเดียวกับที่กันจิเตรียมออกกระบวนท่าอยู่นั้น กับมีเสียงของดรุณีที่มีน้ำเสียงไพเราะยิ่งกับกล่าวหยุดฝูงชนและขัดการเตรียมออกกระบวนท่าของเขา...

     

    “““พวกเจ้าหลบทางให้พวกเราก่อน....

     

    *ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก...

     

    *ครืด...ครืด...ครืด...ครืด...

     

           เสียงของการย้ำเดินที่แช่มช้ายังจะมีเสียงของสิ่งใดไม่รู้ถูกลากมาตามทางเดิน

     

    *แมร่งมีเตรียมอาวุธหนักมาด้วยกลุ่มโจรแบบนี้มันจะพร้อมเกินไปไหมวะ ?!

     

    “พวกเจ้ามีลูกไม้อะไรก็งัดออกมาให้หมด...

     

    *ฟื้นกายาระดับพื้นฐานขั้นที่ 1...

     

    *อักกกกกก !!!

     

    *แคร่ก แคร่ก...

     

           กันจิเห็นว่าโอกาสรอดมีเพียง20% เนื่องจากลมปราณพร่องแต่ถ้าใช้ฟื้นกายาจะเพิ่มโอกาสรอดให้เขามากถึง 10% เป็น 35%เขาจึงกัดฟันใช้งานมัน แต่ฟื้นกายาถึงมันจะดีเลิศสามารถรักษาอาการบาดเจ็บภายนอกภายในของร่างกายเขาได้ก็จริงแต่มิได้ช่วยเพิ่มลมปราณให้กับเขาและตอนกำลังเยียวยาร่างกายก็เป็นขั้นตอนที่เจ็บปวดเช่นเดียวกันลองคิดถ้ากระดูกหักต้องดามใช้เวลาให้มันเชื่อมต่อกันเองเป็นเดือนเดือนแต่หากใช้ฟื้นกายาจะสามารถเชื่อมกระดูกได้ในทันทีมันจะรู้สึกทรมานขนาดไหนกันลองคิดดู...

     

           กระดูกที่ร้าวระบมจากการปะทะกับอันธพาลสามพี่น้องถ้าพวกให้ถูกมันร้าวจากการที่กันจิใช้ท่าตามเงาผสานมวยไทเก๊กปรับทิศเปลี่ยนทางส่งพลังผสานกระบวนท่าอัดลมปราณของเขาเข้าไปในฝ่ามือทลายศิลาและหมัดระเบิดศิลาของเจ้า1 เจ้า 2 เจ้า 3 ด้วยพลังที่เต็มไปด้วยลมปราณถึง 9 ส่วน

            กระดูกที่ร้าวเริ่มประสานเยี่ยวยาตัวเองด้วยความรวดเร็วทำให้บริเวณโดยรอบมีเสียงของกระดูกดังสะท้อนได้ยินเป็นจังหวะระหว่างกระบวนการซ่อมแซมร่างกายด้วยความรวดเร็วเหมือนผีสางเข้าได้สำรอกเลือดเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกมาคำโตกระบวนการทั้งหมดกินเวลาไปไม่ถึง 8 ลมหายใจด้วยซ้ำ ถ้าเทียบก็ประมาณ 15-20 วินาทีเป็นการรักษาที่ค่อนข้างเร็ว ในโลกมนุษย์ที่ไม่มีพลังลมปราณมาเกี่ยวข้อง 1วินาทีอาจจะดูไม่มีค่าให้จดจำ แต่โลกมหาปราณแห่งนี้ 1วินาทีสามารถตัดสินความเป็นความตายได้แล้ว หากประมาทไป 1วินาทีก็เท่ากับความตายได้เช่นกัน

     

    *ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก...

     

    *ครืด...ครืด...ครืด...ครืด...

     

           กันจิเงยหน้าขึ้นมองช้าช้าให้เหมือนพระเอก MV ติดตรงไม่มีฝนตกหรือดอกซากุระปลิวตามสายลมแค่นั้นก่อนที่ตะโกนด้วยเสียงดังออกมาว่า

     

    “เข้ามาข้าจะสู้กับกองโจรอย่างพวกเจ้าเอง !!!

            (ง•̀_•́)ง อยากไฟต์ใช่ไหม ?!

     

    “““………..

            (๑•̌.•̑๑)ˀ̣ˀ̣ ?!

     

           ทุกคนถึงกับเงียบเมื่อได้ยินสิ่งที่หนุ่มน้อยหลังรถเข็นตะโกนออกมาพวกเขาทำหน้างุนงง สับสน มองหน้ากันเองไปมา จนได้ยินหนุ่มน้อยตะโกนออกมาอีกครั้งพวกเขาจึงคิดหนุ่มน้อยผู้นี้อาจจะมีการเข้าใจผิดกันหรือเปล่า ใครเป็นกลุ่มโจร ?เขาต้องการสู้กับใคร? ทั่วบริเวณถึงกับตกอยู่ในความเงียบ...

     

    “เข้ามาสิ เกิดเป็นชายชาตินักรบใครกันจะกลัวตายเข้ามา !!!

            (ᓄಠ_ಠ)ᓄ เข้ามา....!

     

    *ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก...

     

    *ครืด...

     

           เมื่อสิ้นคำกล่าวของกันจิ เสียงกล่าวเดินค่อยค่อยหยุดลงตรงหน้าของเขา กับปรากฏเงาของคนเป็นสิบคนปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขาเรียงหน้ากระดานพร้อมกับเสียงกล่าวทักที่คุ้นหูของเขาเป็นอย่างมาก มันเป็นเสียงนุ่มใสของดรุณี และจากเส้นเสียงต้องเป็นดรุณีที่มีน้ำเสียงไพเราะอย่างยิ่งกำลังดังกังวานขึ้นทำลายความเงียบสงบทั่วบริเวณแห่งนี้เขาจำได้แม่นมันเป็นเสียงที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้เป็นเสียงเดียวกันกลับที่ขัดจังหวะออกกระบวนท่าในคราแรกที่เขาเตรียมซัดออกไปใส่ฝูงโจรด้านหน้ารถเข็นของเขา !!!

     

    “““หนุ่มน้อย...คงมีการเข้าใจผิดกันกระมั้ง!!!

     

    “““พวกพี่สาวดูเหมือนกลุ่มโจรอย่างนั้นเหรอ?!

     

    “““คริ คริ คริ คริ คริ

     

    “...

            (⊙ꇴ⊙) (อา...เอิ่มม / พูดไม่ออก)

     

    *นางฟ้าหรือไงวะนั้น โครตแจ่ม!!!

            (อารมณ์เองนี่เปลี่ยนไวดีเนาะ !!!)

     

    “อ...เออพี่นางฟ้าต้องการให้ข้าน้อยช่วยเหลือสิ่งใดหรือไม่ขอรับ?

            (>‿◠) (ขยิบตาขวาพร้อมรอยยิ้มที่จริงใจ)

     

    “““คริ คริ คริ คริ คริ

            (✿ ◜◒◝ )  (หึหึ / ฮิฮิ)

     

    “““(⊙ꇴ⊙) (พูดไม่ออก)

     

           ฝูงชนที่ออกันอยู่ด้านข้างทั้งซ้ายและขวาถึงกับพูดไม่ออกเลยแม้จะมิได้เอ่ยสิ่งใดแต่ใบหน้าพวกเขากลับแสดงอาการออกมาให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งนักท่าทางการแสดงออกว่า พ่อหนุ่มน้อยนี่จะไร้ยางอายเกินไปมัยเจอพวกเขาบอกเป็นกลุ่มโจรเตรียมออกกระบวนท่าซัดพวกเขาอยู่เมื่อตะกี้ แม้สภาวะปราณอ่อนด้อยจากการบาดเจ็บที่มองเห็นด้วยตาเปล่าแต่สภาวะร่างกายกับกล้าแกร่งเยี่ยงหมาป่าพร้อมกระโจนเข้าขย่ำ...

            แต่เพียงมันได้พบเจอพวกแม่นางที่เต้นรำดีดพิณ ขับร้อง พวกนางที่ขายเพียงงานศิลป์ในโรงเตี๊ยมทรายขาวเท่านั้นจากหมาป่ากลายเป็นลูกเจี๊ยบไปได้ยังไงใบหน้าของเจ้าใยเปลี่ยนได้เร็วถึงเพียงนี้

             

    ““ถงน้อยจ๊ะ นี่ใช่หนุ่มน้อยที่เจ้าพูดถึงเมื่อวานใช่ไหม?

     

    “ใช่เจ้าค่ะ....

            ⊂(◉‿◉)つ (ยิ้มน้อยๆพร้อมกับตบไปที่ไหล่ซ้าย)

     

    “คนที่ข้าพูดถึงนั่นคือเขา!”

     

    *ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก...

     

           หลังจากที่นางฟ้าทั้งสิบได้ยินคำยืนยันแบบนั้นจึงเดินอย่างแช่มช้อยเนิบช้ามาที่หน้ารถเข็นขายซาลาเปาตามด้วยผู้คนที่อออยู่ทั้งสองฝั่งที่ต่างรีบวิ่งเข้ามาที่รถเข็นขายซาลาเปาของเขาเช่นกันก่อนที่เขาจะเห็นแม่นางที่แต่งเป็นบุรุษเดินมาด้านข้างของเขาโดยมีถงทงน้อยคอยเดินตามและแอบมองอยู่ด้านหลังก่อนที่นางจะกล่าวประโยคที่เขาไม่เข้าใจเช่นกันว่านางต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

     

     ““เราเป็นคนแรก!

     

           แม้คนโดยรอบที่อยู่ด้านหน้ารถเข็นแม่นางที่สวยปานนางฟ้าทั้งสิบ กับมิกล้าขัดคำพูดของแม่นางนิรนามผู้นี้เลย เป็นนางฟ้าทั้งสิบที่เอ่ยแย่งกันออกมาทำลายบรรยากาศที่ชวนอึดอัดในตอนนี้ด้วยน้ำเสียงที่น่าฟังสะกดวิญญาณชาวยุทธชายหรือ ชาวบ้านเพศชายทั้งนั้น มีส่วนคล้ายสำเนียงเสียงของดรุณีน้อยถงทงอยู่หลายส่วน

     

    ““พี่สาวเป็นคนที่สอง!

     

    ““ไม่ฉันต่างหากที่เป็นคนที่สองอย่าอย่าเบียดฉัน

     

    ““ฉันเป็นลูกค้ารายที่สองของหนุ่มหล่อคนนี้

     

           ฝูงชนที่อยู่โดยรอบที่ยืนมุงดูอยู่ห่างห่างต่างตกตะลึงยิ่งกว่าพวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณรถเข็นของพ่อหนุ่มน้อยนั้นเท่าไรพวกเขาทั้งหลายเคยไปโรงเตี๊ยมทรายขาวกันหมดแล้วแม้จะไม่บ่อยก็ตามทีปกติแม่นางพวกนี้จะคุยด้วยสักคำยังยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์ ทีท่าสงบเรียบร้อยน้ำเสียงใส ไพเราะน่าฟัง กริยามารยาทเยี่ยงกุลสตรีชั้นสูง พูดน้อยคำปิดหน้าด้วยผ้าไหมบางอยู่ตลอดเวลา

     

            แต่ครั้งนี้ล่ะ พวกเขามองไปทิศทางที่แม่นางทั้งสิบแห่งโรงเตี๊ยมทรายขาวกำลังทะเลาะแย่งชิงอยู่ตรงหน้ารถเข็นขายซาลาเปาที่ดูธรรมดาสามัญจะโดดเด่นกว่าร้านอื่นอื่นในย่านตลาดฝั่งตะวันตกนี้ตรงที่มีราคาขูดเลือดเฉือนเนื้อเลาะกระดูกให้เห็นอยู่ส่วนเจ้าหนุ่มนั้นจะว่าดูดีได้อย่างไร

            ในเมื่อรูปลักษณ์ของเขาช่างเหมือนกับขอทานไม่ใช่เหมือนสิ เขาเป็นขอทานตั้งหาก แม่หน้าตาจะพอไปวัดไปวาดูดีอยู่บ้างแต่ดูยังไงก็ยังคงห่างไกลกับหญิงสาวทั้งสิบเหล่านี้เป็นอย่างมากอยู่ดี

            แต่มันเป็นไปได้หรือไม่ว่าแม่นางทั้งสิบคนนั้นมาหาชายหนุ่มที่ขายซาลาเปา?

     

    ““ฉันเป็นคนที่สองตั้งหากพี่สาวต้องเสียสละให้กับน้องน้องสิ

     

    ““ไม่ฉันต่างหากที่เป็นคนที่สองอย่ามาแย่งฉัน

     

    ““ไม่ฉันต่างหาก...

     

    ““ไม่ใช่เทอมันคือฉัน...

     

    ““...

     

           กันจิที่สับสนงุนงงว่าแม่นางที่งดงามปานนางฟ้านางสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้าเขาหน้ารถเข็นของเขาทั้งสิบคน กำลังพูดเล่นอะไรกัน? หรือพูดนางอยากเรียงคิวกับเขาแบบ1 ต่อ 10 แบบนั้นเลยเหรอ ? คงไม่ใช่หรอกแต่...

            ...แต่ถ้าหากว่าใช่ขึ้นมาล่ะ เขามิหัวขาดหรอกรึในเมื่อที่บ้านของเขามีสาวรับใช้หรือเป็นแม่ของเขากันแน่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน อยู่ทั้งคน ไหนจะยังมีเพื่อนรัก (เมีย) ของเขาอีกคนหากทางนั้นรู้เข้ากลับบ้านเมื่อไรคอขาดเมื่อนั้นแต่ความน่าจะเป็นที่เขาคิดไว้มีน้อยมากความเป็นไปได้เพียงแค่ 0.1% เท่านั้น แน่นอนไม่มีอะไรจะโชคดีปานนั้นเขาที่กำลังคิดลามกสัปดนอยู่นั้นถึงกลับต้องเอ่ยปากกล่าวถามออกไปด้วยใบหน้าที่จริงจังเผื่อฟลุ๊คได้ 0.1% ที่ว่านั้นว่า

     

    “อ...เออ...พวกพี่สาวพวกคุณกาลังทำอะไรกัน ?!” กันจิกล่าวอย่างกังวลเมื่อเห็นสาวสวยปานนางฟ้าทั้งสิบเหล่านี้ที่มีกลิ่นกายหอมเหมือนกลิ่นดอกไม้น่าเข้าไปดอมดมสะเหลือเกิน หอมมาก หอมจริงจริงนะ !! ยังมีสายตาของพวกเธอที่เหมือนจะกินเขาทั้งเป็นมันเป็นสิ่งที่น่ากลัวและเลวร้ายสำหรับเขา สำหรับหนุ่มน้อยผู้รักนวลสงวนตัวแบบเขาแต่หน้าตาของเขาในช่วงเวลาแบบนี้กลับตรงกันข้ามยิ่งนัก เขารู้สึกทั้งกังวลและตื่นเต้นไปในเวลาเดียวกัน

            (థฺˇ౪ˇథ) หุหุ (คิดเรื่องลามก หรือ คิดแผนชั่วออก)

     

           เขาต้องฝันสลายอย่างสิ้นเชิงเมื่อแม่นางนิรนามแต่งตัวเป็นบุรุษที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวตัดบทปลุกกันจิให้ตื่นจากฝันของเขา

     

    ““หนุ่มน้อย เราขอซื้อซาลาเปาของเจ้าสัก5 ลูก เออ...10 ลูกได้หรือไม่ ?!”” แม่นางนิรนาม กล่าวถามอย่างตื่นเต้นออกมา

             

            แม่นางนิรนามผู้นี้แต่งตัวเยี่ยงบุรุษเพศแม้นางสวมใส่หรือแต่งตัวเป็นชาวยุทธชายแล้วก็ตามชุดของชาวยุทธชายกลับมิได้ลดทอนความสวยของนางลงกลับกันมันดันเสริมความงามของเธอให้เปล่งรัศมียิ่งขึ้นไปมากกว่าแม่นางทั้งสิบที่ยืนเถียงกันอยู่ด้านหน้ารถเข็นของเขาเสียอีก นางคงจะหวังให้คนอื่นมองนางเป็นบุรุษเพศแต่นางคงหารู้ไม่ ว่าชุดบุรุษมิอาจปกปิดความงดงามของเธอได้เลยแม้แต่น้อย

     

    “……!!!