ตกลงแอร์โฮสเตสสาวคนนี้เป็นลูกสาวผมไหมนะ?

    ตอนที่ 39 ลูกสาวนางฟ้าพันธุ์ X ของผมตลอดไป

            หลังจากนั้นผมกับลูกสาวนางฟ้าก็บินกลับประเทศไทย และระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินเราสองคนก็ได้พูดคุยเรื่องสำคัญบางอย่างกัน…

            ลูกปุ้ยดูหวาดกลัว และเป็นกังวลมากในสิ่งที่พวกเราทำกันลงไป ทว่า…มันก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด อันที่จริงผมเองก็เป็นกังวลไม่แพ้เธอ อย่างที่เคยบอกเรื่องแบบนี้มันละเอียดอ่อนเกินกว่าสามัญสำนึกของ มนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาจะรับได้ อย่าว่าแต่คนไทยที่เคร่งในศาสนาพุทธ เลยครับ ขนาดคนต่างชาติเองก็ไม่มีใครรับได้ แถมยังผิดกฎหมายด้วย แต่ผมเองก็มีวางแผนไว้บ้างแล้วเหมือนกัน

            เมื่อกลับมาถึงบ้านที่เมืองไทยในคืนแรก ผมนอนเตียงเดียวกับลูกปุ้ย ทว่า…เราไม่ได้มีอะไรกันเพราะพรุ่งนี้เช้ามืดเธอต้องไปทำงานกว่าจะกลับมาก็อีก 3 วัน ถ้าเอากันลูกปุ้ยอาจจะเพลียจนมีผลต่องาน เราก็เลือกที่จะนอนกอดกันเฉย ๆ มากกว่า

            ถามว่าผมเงี่ยนไหม..? บอกเลยว่ามาก แต่ก็ต้องอดทน แถมสาว ๆ ข้างบ้านก็ไม่อยู่แล้วด้วย จะไประบายความใคร่ใส่พวกเธอก็ไม่ได้ เห็นจะมีก็แค่ มือกับรูปสุดซี้ดของลูกปุ้ยนี่แหละที่ช่วยผมได้…

            พอลูกสาวนางฟ้าผมกลับมาเราก็จัดหนักกันข้ามวันข้ามคืน และพักในคืนก่อนที่เธอจะไปบิน ชีวิตเราสองผัวเมีย เอ๊ย! สองพ่อลูก วนไปวนมาอยู่แบบนี้ ราว ๆ 3 เดือน จวบจนกระทั่ง อยู่มาวันหนึ่ง ลูกปุ้ยก็มีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้น เธออยากทานของเปรี้ยว มีอาการอาเจียน หมดอาหารบางอย่าง…

            ไม่ต้องเดาเลยว่า…สิ่งที่เราสองคนหวาดกลัวมันกำลังจะเกิดขึ้น ใช่ครับ เธอแพ้ท้อง และกำลังตั้งครรภ์ลูกของผม ซึ่งเป็นพ่อแท้ ๆ ของเธอ..

            ตอนนั้นลูกปุ้ยเครียดมาก ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ กำลังจะก้าวเข้าไปสู่ความเลวร้ายอย่างที่ไม่อาจจะนึกภาพออก ปุ้ยท้อง..? ท้องกับใคร..? ไม่มีแฟน ไม่มีผัว..? มั่วผู้ชายงั้นเหรอ คนรอบข้างคงคิดแบบนี้ ไหนจะเรื่องงานอีก ถ้าท้องก็คงเป็นแอร์โฮสเตสไม่ได้ชั่วคราวแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก็คือใครเป็นพ่อเด็ก แน่นอนว่าลูกปุ้ยบอกใครไม่ได้ว่า ผัวของเธอ พ่อของเด็กในท้อง ก็คือพ่อบังเกิดเกล้า..

            ถ้ามีคน รู้ลูกปุ้ย ไม่สิ เราทั้งคู่ คงไม่มีหน้าไปมองใครได้อีก แม้เรื่องที่เกิดขึ้น จะเป็นการยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย แต่คนทั่วไปคงไม่คิดแบบนั้น คงจะมองเราสองคนไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉานคู่หนึ่งที่สมสู่กันเอง…

            ดังนั้นผมจึงต้องตัดปัญหาทุกอย่างโดยการพาลูกปุ้ยไป….


            …


            ไปอยู่ด้วยกันที่ต่างประเทศแบบเงียบ ๆ โดยไม่ให้รู้ แน่นอนเธอต้องลาออกจากอาชีพแอร์โฮสเตสที่รักแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะผมสามารถเลี้ยงดูเธอ กับเด็กที่จะเกิดได้อย่างสบาย ๆ ลูกปุ้ยเองก็ตกลงตามนั้น เธอบอกผมว่าไปอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ขอแค่ มีผมอยู่ด้วย อ๊าาา..าา ได้ฟังแบบนี้แล้วมีความสุขใจ เพราะงั้นผมจึงไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว…

            และ หลังจากนั้นไม่นานเราสองผัวเมียก็เก็บข้าวเก็บของ ทำธุระทุกอย่างที่เมืองไทยจนเสร็จ ก่อนจะบินตรงไปที่ บ้านของผมซึ่งอยู่ใน อเมริกาทันที

            เมื่อมาถึงที่นี่เราสองคนก็ต้องมานั่งลุ้นกับปัญหาใหม่ นั้นก็คือเด็กที่กำลังจะคลอดออกมา มีความแข็งแรงสมบูรณ์มากแค่ไหน เพราะการสมสู่กันในสายเลือดเดียวกัน มีโอกาสที่เด็กจะเกิดมาพร้อมความผิดปรกติสูงมาก….

            แถมเราไม่สามารถบอกใคร หรือปรึกษาหมอคนไหนในอเมริกาได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำได้คือ ทำใจยอมรับในสิ่งที่จะเกิด ผมกับ ภรรยา (ลูกปุ้ย) สัญญากันว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้ เราทั้งสองก็จะรัก และดูแลเขา หรือเธอ ให้ดีที่สุด

            เรา สองคนผัวเมีย เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ จนเวลาแห่งความอึดอัด ได้ผ่านไป 9 เดือน…

            ลูกสาวนางฟ้าผมก็คลอดเด็กคนนั้นออกมา…

            เธอ เป็น…ลูกสาวครับ หน้าตาน่ารักเหมือนแม่เขามาก แถม………เธอยังแข็งแรง อ้วนจ้ำม่ำสุด ๆ และที่สำคัญไม่มีความผิดปรกติทางพันธุกรรมเลย..! นับว่า ปาฏิหาริย์จริง ๆ ต้องขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าจริง ๆ ที่ประทานเธอมาให้

            เราต้องชื่อ เธอว่าน้อง แอลลี่

            หลังจากนั้นผมก็รีบทำหมั่นทันที เพราะรู้ว่า ปาฏิหาริย์ คงไม่เกิดบ่อย ๆ แน่ วันไหนผมกับลูกปุ้ยเย็ดกันแตกในแล้วเธอเกิดท้องขึ้นมาอีก ก็ไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่า เด็กที่เกิดมาอีกคน จะโชคดีแบบน้อง แอลลี่...

            และ นับจากวันนั้นผม ลูกสาวนางฟ้า และลูกสาวตัวน้อยของเราก็ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างอบอุ่น และมีความสุขในต่างประเทศเรื่อยมา โดยไม่มีความคิดที่จะกลับมาเหยียบประเทศไทยแผ่นดินบ้านเกิดอีกเลย...



                                                       อวสาน

    คล้ายกับเรื่องตกลงแอร์โฮสเตสสาวคนนี้เป็นลูกสาวผมไหมนะ? ที่คุณอ่าน