วันรุ่งขึ้นโค้ชบีเรียกนักกีฬาในแคมป์ทีมชาติทั้งหมดประชุมทีมภายในศูนย์ฝึกซ้อมตั้งแต่เช้า“อีกประประมาณ 1 เดือนข้างหน้าก็จะมีการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียผมได้คัดเลือกตัวแทนทีมชาติไทยในปีนี้ 5 คนแล้ว ขอให้เดินมาด้านหน้า...โรจน์...มนต์ชัย...น้ำ...มะปราง...มิว”
“ครับ...”
“ค่ะ...”
“สำหรับนักกีฬาคนอื่นๆในแต่ละชุด ขอให้ฝึกซ้อมตามโปรแกรมเดิมทั้งหมด ให้แยกไปฝึกซ้อมประจำวันได้เลยส่วนนักกีฬาทั้ง 5 คนอยู่ที่นี่ก่อน”
“ครับ/ค่ะ”
นักกีฬาในแคมป์ทีมชาติคนอื่นๆแยกตัวไปฝึกซ้อมตามแผนเดิมโดยมีผู้ช่วยโค้ชเดินจับกลุ่มแยกตามพื้นที่ซ้อมในแต่ละโซน
“ก่อนหน้านี้โรจน์,มนต์ชัยและน้ำซ้อมตามโปรแกรมฝึกซ้อมมาโดยตลอด ส่วนมะปรางกับมิวแยกซ้อมที่ขอนแก่นตัวผมเองติดตามข้อมูลการฝึกซ้อมจากคุณวิทย์และครูหนึ่งเท่าที่ประเมินด้วยสายตาผมคิดว่าสภาพร่างกายของมะปรางกับมิวเข้าที่แล้วใช่ไหม?หรือมีอาการบาดเจ็บอะไรเพิ่มเติมไหม?”
“ของหนูไม่มีค่ะ”มะปรางยืนยัน
“หนูด้วยค่ะ” มิวพยักหน้าตอบรับ
“เรามีเวลาเหลืออีกประมาณ3 อาทิตย์กว่าๆ ก่อนที่จะแข่งขัน ในช่วงเวลาตรงนี้ผมอยากให้พวกเราทุกคนวอร์มรักษาสภาพร่างกายให้คงตัวไปจนกระทั่งถึงช่วงอาทิตย์สุดท้ายผมต้องการให้สภาพร่างกายมีความพร้อมสูงสุดในช่วงเวลาแข่งขันจริง ในช่วงนับจากนี้เป็นต้นไปก็จะใช้วิธีซ้อมคู่สลับกันไปเรื่อยๆ”
“ครับ/ค่ะ”
“ใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหม?”
“ผมอยากให้พวกเราซ้อมกับมะปรางมากขึ้นกว่าปกติอย่างน้อยที่สุดพวกเราจะได้คุ้นเคยกับมวยหย่งชุนครับ”โรจน์ออกความเห็น
“หนูเห็นด้วยกับพี่โรจน์นะคะ”น้ำพูดเสริม
“มะปรางคิดว่าไอเดียนี้เป็นยังงัย?”
“ดีเหมือนกันค่ะตัวหนูกับมิวไม่ได้แข่งมานานมากแล้ว ถ้าได้ลงซ้อมกับมวยอื่นๆ บ้าง หนูคิดว่าดีค่ะ”
“แล้วมิวล่ะ?”โค้ชบีหันไปถาม
“หนูยินดีค่ะ”
“โอเค! ถ้าทุกคนเห็นว่าแนวทางนี้เป็นไปได้ผมก็อยากลอง...โรจน์, มนต์ชัยและน้ำจับคู่ซ้อมกับมะปรางมากกว่าจับคู่ซ้อมกันเอง...วันนี้ผมขอให้ทั้ง5 คนแยกไปฝึกซ้อมได้เลย!!”
มะปรางกับมิวเดินตรงไปที่บริเวณกำแพงด้านหนึ่งมีหุ่นไม้ถูกนำมาวางไว้อย่างดีทั้งสองสาวค่อยๆ อบอุ่นร่างกายก่อน ในขณะที่โรจน์,มนต์ชัยและน้ำวิ่งวอร์มรอบโรงยิม
“บัวส่งข่าวมาว่าตอนนี้มะปรางกับมิวเริ่มซ้อมเป็นวันแรกภายใต้การดูแลของโค้ชบีแล้วครับครูหนึ่ง” วิทย์ก้มอ่านแชทของบัว
“แล้วขาดเหลืออะไรบ้างไหม?”
“บัวบอกว่าเมื่อคืนนี้แต่ละคนยังนอนไม่ค่อยหลับสนิทเท่าใดนักน่าจะมาจากแปลกที่ด้วยครับ สภาพร่างกายโอเคหมดครับเรื่องอาหารการกินมีทั้งแบบบริการภายในศูนย์กับออกไปซื้อกินเอง...พวกร้านค้าก็อยู่แถวๆนั้นเลยครับ”
“ได้ยินแบบนี้ผมค่อยเบาใจหน่อยครับตอนแรกผมก็กลัวว่าจะปรับตัวไม่ทัน”
“บัวบอกว่าน้ำคอยมาเทคแคร์ดูแลใกล้ชิดอย่างดีครับ”
หลังจากมะปรางกับมิววอร์มพอได้เหงื่อบ้างแล้วเธอหันมาตีหุ่นไม้ด้วยจังหวะช้าๆ สลับกับการเปลี่ยนมุมเข้าตีหุ่นเสียงดังก้องไปทั่วส่วนมิวซ้อมการเตะและออกหมัดกับกระสอบทรายแรงเตะที่ออกมาแต่ละครั้งทำให้นักกีฬาในแคมป์หลายคนต้องอึ้งไปตามๆ กัน
“โห!!!...เตะแรงยังกะผู้ชาย”
“นี่สาบานได้นะว่าแค่ซ้อมเตะ!!!!!!”
การฝึกซ้อมในแต่ละวันโค้ชบีเน้นแทคติกให้โรจน์,มนต์ชัยและน้ำซ้อมกับมะปรางเพื่อให้คุ้นเคยกับมวยหย่งชุนและให้มะปรางกับมิวลงซ้อมในทีมกันเองเพื่อความหลากหลาย...
หลายวันที่ผ่านมาการฝึกซ้อมสร้างความพอใจให้กับโค้ชบีอย่างมาก
“ดีๆๆเริ่มจับจังหวะเข้าทำดีขึ้นเยอะเลย” โค้ชบีตะโกนลั่น
มะปรางปัดการจู่โจมของโรจน์ด้วยความรวดเร็ว“จังหวะนี้เร็วใช้ได้เลยนะไอ้น้องรัก!!!”
“มะปราง...วันนี้พอแค่นี้ก่อน”โรจน์เอ่ยปาก “พวกพี่เพิ่งได้ซ้อมกับมวยหย่งชุนจริงจังก็ครั้งนี้แหละ”
มะปรางไม่ได้ตอบอะไรได้แต่พยักหน้ายิ้มตอบรับทั้ง 2 คนนั่งมองมิวกำลังซ้อมกับน้ำสลับกับมนต์ชัย “โอ้โห!วันนี้มิวโดนรุมสองเหรอเนีย!!!!”
หลังจากซ้อมพอได้เหงื่อทั้ง3 คนก็เดินตรงเข้ามารวมกลุ่มนั่งพัก น้ำพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “วันนี้ได้ซ้อมเตะกับมิวสนุกจริงๆ”
“พี่อยากรู้จริงๆว่า เราทั้ง 2 คนไปฝึกฝนกันมายังงัยเนียถึงได้เก่งขนาดนี้”
“ไม่เก่งขนาดนั้นหรอกค่ะพี่โรจน์...หนูกับมิวก็แค่ทำตามที่อาจารย์จางบอกในแต่ละวันตอนนั้นหนูกับมิวยังเด็กมากไม่เข้าใจหรอกค่ะ หนูก็ยอมรับว่าเพิ่งมาเข้าใจตอนนี้เหมือนกันค่ะว่าสิ่งที่อาจารย์ให้ทำตั้งแต่เด็กๆ ส่งผลมาถึงตอนนี้”
“อ้าว!แล้วอาจารย์จางไม่ได้รับมิวเป็นลูกศิษย์เหรอ?” โรจน์ตั้งคำถามสำคัญ
“ตอนนั้นมิวมานั่งเล่นเป็นเพื่อนหนูแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นคู่ซ้อมจริงๆ แล้วอาจารย์จางก็สอนทั้งหนูทั้งมิวแหละค่ะ มิวต้องย้ายตามพ่อไปที่ญี่ปุ่น แต่มิวก็ไม่เคยพูดว่าเป็นลูกศิษย์อาจารย์จาง”
“ถึงแม้ว่าอาจารย์จางจะสอนหนูแต่หนูก็ไม่กล้าพูดว่าตัวเองเป็นลูกศิษย์หรอกค่ะอาจารย์สอนหนูแค่แป๊บเดียวเองค่ะพี่โรจน์”มิวหันมาตอบ
“ตอนนั้นอาจารย์จางก็สอนมิวนานเป็นปีเหมือนกันนะคะ”
“แล้วมิวได้เรียนมวยหย่งชุนป่ะ?”น้ำตั้งคำถามสำคัญ
“เรียนค่ะ...ก็ตอนซ้อมคู่ฮุ่ยหนิงจะซ้อมมวยหย่งชุนกับลู่เฟยเป็นหลัก แต่ก็สลับมาซ้อมกับหนูเหมือนกันบางทีอาจารย์จางก็เรียกหนูไปสอนค่ะ”
“ก็ไปตีหุ่นไม้เหมือนมะปรางป่ะ?”น้ำตั้งคำถามต่อเนื่อง
“ค่ะพี่น้ำ...อาจารย์ก็สอนทั้งลู่เฟย,ฮุ่ยหนิงแล้วก็หนูค่ะ”
“โห!...ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆพี่คิดว่ามิวก็ถือเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์จางเหมือนกันนะนี่”
“อย่านับแบบนั้นเลยค่ะพี่น้ำหนูเรียนไม่จบด้วยค่ะ ตอนนั้นหนูย้ายตามพ่อไปญี่ปุ่นแล้วค่ะ”
“แล้วตอนนี้มิวใช้มวยหย่งชุนได้ป่ะ?”
“ได้ค่ะแต่ว่าไม่เหมือนฮุ่ยหนิงนะคะ ตัวหนูใหญ่กว่าฮุ่ยหนิง หนูเข้าโจมตีเองได้บ้างเข้าปะทะได้บ้าง แต่ของฮุ่ยหนิงจะเป็นมวยตั้งรับกับหาช่องสวนกลับเป็นหลักมากกว่าค่ะ...เวลาที่ฮุ่ยหนิงแข่งขันตั้งแต่เด็กฮุ่ยหนิงเสียเปรียบทุกครั้งเพราะว่าตัวเล็กมาก”
“มิว...ลองไปตีหุ่นไม้ให้พี่ๆดูก็ได้ มิวยังไม่เคยตีหุ่นไม้ให้ใครเห็นเลยนี่น่า รื้อฟื้นหน่อยๆๆ”มะปรางเอ่ยปากชวน
มิวมีท่าทีเขินเล็กน้อยแต่ก็ทำตามที่มะปรางร้องขอเธอเดินตรงไปที่หุ่นไม้พร้อมกับตั้งการ์ดมวยหย่งชุนท่าทางการเข้าทำหุ่นไม้ของมิวในแต่ละจังหวะ ดุดันและมีลักษณะโจมตีมากกว่าป้องกัน
“รู้สึกเหมือนพี่ป่ะของมิวจะเหมือนสายโจมตีหน่อยๆ ไม่ถึงกับตั้งรับมาก”มนต์ชัยตั้งข้อสังเกตด้วยความสงสัย “หรือว่าพี่ดูผิด?”
“ไม่ผิดหรอกค่ะพี่มนต์ชัยหนูมองว่ามิวตัวใหญ่กว่ามะปรางนิดหน่อย คิดว่าพอปะทะตรงๆ ได้บ้าง ส่วนของมะปรางน่าจะมาทางสายป้องกันเป็นส่วนใหญ่ค่ะ”น้ำออกความเห็น
“ดูไปดูมาจริงๆ แล้วมิวก็เป็นมวยหย่งชุนนี่น่า ท่าทางไม่เบาเหมือนกัน”โรจน์จ้องมองด้วยความสนใจอย่างมาก “ดูจังหวะปะทะกับแขนหุ่นสิเสียงดังจริงๆ”
“เสียดายเหมือนกันนะที่มิวไม่ได้ฝึกมวยหย่งชุนต่อเนื่อง”มนต์ชัยตั้งคำถามสำคัญ
“มิวต้องเดินทางบ่อยตั้งแต่เด็กๆทำให้มิวไม่ค่อยมีเพื่อนค่ะพี่มนต์ชัยตอนมิวไปจีนได้อยู่ยาวหลายปีหน่อยก็เลยได้รู้จักกันค่ะ”
“พี่ดูๆแล้ว มิวก็เก่งมวยหย่งชุนมากเหมือนกันนะเนีย!!”น้ำพยายามจ้องมองด้วยความสนใจ
การฝึกซ้อมผ่านไปวันแล้ววันเล่าโค้ชบีใช้วิธีการซ้อมคู่สลับกับวอร์มร่างกายเพื่อรักษาสภาพร่างกายนักกีฬาแต่ละคนให้ถึงจุดพีคในช่วงการแข่งขัน
แม่มะปราง: “ตอนนี้ที่ร้านยุ่งมาก ลูกค้าเต็มร้านแทบทุกวันมีแต่คนมาเชียร์ลูกให้กำลังใจลูกเต็มไปหมด หลังเลิกเรียนโอ๋มาช่วยที่ร้านตอนเย็นแทบจะทุกวันบางวันก็มานั่งทำการบ้านที่ร้านด้วย”
มะปราง: “ดีแล้วค่ะแม่ ขายดีแบบนี้หนูค่อยโล่งอกหน่อย”
แม่มะปราง: “แล้วฝึกซ้อมเป็นยังงัยบ้าง ไปถึงไหนแล้ว?”
มะปราง :“โค้ชบีค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้นเรื่อยๆตอนนี้หนูรู้สึกว่าเหมือนตอนไปคัดที่จีนแล้วค่ะ”
แม่มะปราง: “แล้วมิวล่ะเป็นงัยบ้าง?”
มะปราง :“โค้ชบีให้ซ้อมคู่บ่อยกว่าหนู มิวห่างจากการแข่งขันหลายปีเหมือนกันโค้ชบีเลยให้พี่โรจน์, พี่มนต์ชัยและพี่น้ำสลับมาเป็นคู่ซ้อม”
แม่มะปราง: “แล้วเรื่องอาหารการกินยังโอเคดีไหม?”
มะปราง :“โอเคเลยค่ะแม่ มีนักโภชนาการมาควบคุมดูจริงจังเลยแหละส่วนพวกร้านอาหารก็อยู่แถวแคมป์เนียแหละค่ะ มีขายหลายร้านแล้วก็ขายทั้งวันค่ะ”
แม่มะปราง: “ดีแล้วแหละลูก”
มะปราง: “หนูกะว่าจะขอโค้ชบีซ้อมคู่กับมิวครั้งสุดท้ายหนูกับมิวอยากรู้ว่าสภาพร่างกายตัวเองว่าเป็นยังงัยบ้าง”
แม่มะปราง: “ก็ไม่ต้องซ้อมหนักเหมือนที่จีนอีกนะถ้าเกิดพลาดเจ็บขึ้นมาแย่เลย ห้ามดื้อเด็ดขาด เดี๋ยวแม่จะแชทบอกมิวด้วยซ้อมแค่พอให้ร่างกายเข้าที่เข้าทางก็พอ แล้วลูกขอโค้ชบีไปยัง?”
มะปราง :“ยังเลยแม่ หนูกะว่าสักอาทิตย์สุดท้ายก่อนแข่ง”
แม่มะปราง: “อืมๆ ก็ดีแล้วแหละ...แล้วนี่พี่บัวไปไหนเหรอ?แม่แชทหาแต่พี่บัวไม่ได้อ่าน”
มะปราง: “2-3 วันที่แล้วพี่บัวอาสาไปช่วยดูแลรุ่นยุวชนกับเยาวชนกลับถึงห้องหลับยาวเลยแม่ วันนี้ตื่นมาหนูกับมิวก็เลยลงมาซ้อมกันก่อน”
แม่มะปราง: “อ๋อ! มิน่าล่ะ...ถ้างั้นแม่ไม่กวนละมีอะไรก็แชททิ้งไว้เหมือนเดิม พ่อกับแม่รักลูกนะ”
มะปราง: “เดี๋ยวหนู, มิวกับพี่บัวว่าจะขึ้นนอนแล้วค่ะวันนี้ซ้อมเหนื่อยมากค่ะ...หนูก็รักพ่อกับแม่ค่ะ”