พอตื่นขึ้นมาก็มีอาการมึนๆอยู่เล็กน้อยคงเพราะเมื่อคืนดื่มไปหลายจอกกันเลยทีเดียว ว่าแต่ข้าจำได้ว่าตนสลบไป
“ นายท่านขอรับ “ เมื่อเห็นว่านายของตนตื่นแล้วจึงนำยาแก้เมามาให้
“ เข้ามา “
“ ขอรับ “ พ่อบ้านได้จัดเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว ปกติแล้วเลี่ยงหรงมักจะอาบน้ำแต่เพียงผู้เดียวมิชอบให้ผู้ใดมาช่วยตอนอาบมากนัก
“ เมื่อคืนผู้ใดพาข้าเข้ามา “
“ อะ…เออ เป็ชินอ๋องขอรับ “ อ่าพี่เหลียงนี่เองหวังว่าข้าตอนเมามิได้ทำอันใดแปลกๆหรอกนะ
หลังจากอาบน้ำเสร็จจึงเดินมาที่ห้องอาหารแต่กลับมิพบผู้ใดเลย จึงหันไปถามพ่อบ้าน เลยได้รู้ว่าทั้งอู๋ซวนและลู่เฟินคงดื่มมากจากเมื่อคืนเลยตื่นสาย แต่เลี่ยงหรงสงสัยเื่พี่หลิวหยางจึงอาสาเป็คนนำยาแก้เมาไปให้ทั้งสองแทน
แต่น่าเสียดายยิ่งนักที่เจอพี่หลิวหยางอยู่หน้าประตูซะก่อน จึงมิได้เข้าไปดูข้างใน
" พี่หลิวหยาง แล้วลู่เฟินละขอรับ "
" ตอนนี้กำลังอาบน้ำอยู่ แม่ทัพเลี่ยงมีเื่อันใดรึ "
" ข้าเอายาแก้เมามาให้ฝากพี่เอาไปให้ลู่เฟินดื่มด้วย " เลี่ยงหรงยื่นยาแก้เมาไปให้ ถึงแม้จะสงสัยท่าทีของอีกฝ่ายที่มีต่อลู่เฟินก็ตาม
ยามเฉิน
" เป็อันใดรึลู่เฟินหน้าบูดบึ้งเชียว " เป็อู๋ซวนที่ถาม
" อย่าไปถือสาเลย " เป็หลิวหยางที่เห็นลู่เฟินดูยังเคืองๆตนอยู่จึงเป็ฝ่ายตอบแทน
เมื่ออาหารหมดลงก็เป็พี่หลิวหยางที่ขอตัวไปทำงานที่องมือปราบ ส่วนอู๋ซวนต้องไปรับของที่ร้านขายสมุนไพร จึงขอตัวกลับไปก่อน แล้วจึงค่อยเจอกันที่ค่ายทหารต่อ
" เมื่อคืนเ้าทำอันใดกับพี่หลิวหยางหรือ "
" ใยถามเช่นนี้เหล่า ต้องเป็มือปราบหลัวทำอันใดข้าต่างหาก " ข้าละอยากจะเล่าตอนที่เ้าเมาใส่พี่หลิวหยางจริง
" หึ เเล้วเกิดอันใดละ "
" หึย~ไม่บอก " ลู่เฟินอย่างแง่งอน
หลังจากทานอาหารเสร็จทั้งสองคนก็ไปที่ค่ายทหารต่อ เลี่ยงหรงได้จัดทหารออกเป็สามกลุ่มเพื่อฝึกฝนให้ทั่วถึงทหารทุกคน โดยแบ่งกลุ่มตามความถนัดของแต่ละคนก่อน จึงมี กระบี่ ธนู และการขี่ม้า ที่เป็หัวใจหลัก
ทั้งอู๋ซวนและลู่เฟินก็เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ด้วย ลู่เฟินถือได้เป็ขุนพลธนูเลยก็ว่าได้จึงรับหน้าที่นี้ไป ส่วนการขี่ม้ามีเลี่ยงหรงมาดูแล และอู๋ซวนไปฝึกกระบี่
ที่แบ่งกลุ่มออกเป็อย่างนี้ก็เพื่อดูว่าแต่ละคนที่คิดว่าตนถนัดแล้ว แต่ถ้ายังมีข้อบกพร่องจะได้สามารถแก้ไขและพัฒนาฝีมือไปได้อีก เหล่าทหารที่เห็นเช่นนี้ก็ต่างชื่นชมแม่ทัพเลี่ยงกันทั้งนั้น
แต่ทันใดนั้นเอง
เหล่าทหารทุกคน รวมถึงเลี่ยงหรงเองด้วย กลับเห็นสตรีนางหนึ่งที่ช่างกล้าเข้ามาในค่ายแห่งนี้โดยมิได้รับอนุญาต สตรีนางนั้นมิใช่ใครที่ไหน แต่เป็
คุณหนูเฉิน
ช่างกล้าเข้ามา
“ ผู้ใดให้นางเข้ามากัน “ สิ้นเสียงของเลี่ยงหรงทำเอาเหล่าทหารที่ยืนอยู่บริเวณถึงกับขวัญผวากันเลยทีเดียว
“ ขะ…ขออภัยขอรับ “ คาดว่าคงเป็ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเป็คนตอบออกมา
“ มิรู้หรือว่ามิให้ผู้ใดที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาโดยเด็ดขาด “ เสียงของเลี่ยงหรงแข็งก้าวขึ้นมา
“ คือว่า ข้าน้อยก็มิได้ให้เข้ามาขอรับ แต่ว่านางมารอนางจึงทำให้ชาวบ้านที่ต่างผ่านมาต่อว่าท่านแม่ทัพว่ารังแกคุณหนูเฉินขอรับ ข้าน้อยก็เลย “ หืม ดูท่านางคงอยากหาเื่ตายมิน้อย
“ ไล่นางกลับไป “ แต่น่าเสียดายที่คนอย่างเลี่ยงหรงมิเคยสนใจไยดีสักนิด
“ ขอรับ “ ทหารที่เฝ้าได้แต่ปาดเหงื่อกับเ็าของท่านแม่ทัพ แต่ไหนเลยจะกล้าขัดคำสั่ง จึงให้สหายของตนที่มิค่อยสนใจสตรีนักไปช่วยจัดการ
“ ท่านแม่ทัพนี่ก็ให้คุณหนูของข้ารอนานเสียจริง “ สาวใช้ข้างกายของนางเอยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าแม่ทัพเลี่ยงไม่สนใจใยดี อย่างการเชิญเข้ามานั่งหรือมาสอบถามเลยสักนิด คุณหนูของนางอุตสาห์มารอั้แ่เช้า
“ เสี่ยวอ้ายอย่าพูดเช่นนั้น “
“ โถ่คุณหนูละก็ “ เมื่อเห็นว่ามีทหารเดินเข้ามานางจึงได้เงียบเสียงลงอย่างสงบเสงี่ยมทันที
“ คุณหนูเฉินต้องขออภัยด้วย ท่านแม่ทัพเชิญคุณหนูเฉินให้กลับไปขอรับ “
“ เ้า!! บังอาจ “ นี่นับเป็ครั้งที่สองแล้วที่แม่ทัพเลี่ยงมิไว้หน้าเลยสักนิด
“ ไม่เป็ไรเสี่ยวอ้าย “ นางพยายามกลั้นน้ำตาที่ใกล้จะไหลเอาไว้ นั้นยิ่งทำให้เสี่ยวอ้ายโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
“ ช่างมิรู้ว่าคุณหนูเป็บุตรหลานของใครกัน “
“ เชิญคุณหนูเฉินขอรับ “ ดูเหมือนว่านายทหารคนนี้จะมิได้สนใจแม้แต่น้อย ดูท่านางคงต้องกลับออกไป
ตอนนี้มีชาวบ้านหลายคนที่เห็นคุณหนูเฉินที่พึ่งเข้าไปได้ไม่นานก็กลับออกมาพร้อมน้ำตา นั้นทำให้ชาวบ้านหลายคนเห็นใจไม่น้อย แต่ก็มีคุณหนูหลายคนที่สมน้ำหน้านางเช่นกัน
จนตอนนี้มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับแม่ทัพเลี่ยงและคุณหนูเฉินออกมามากมาย ต่างคนต่างคิดว่าคุณหนูเฉินนั้นกำลังเกี้ยวท่านแม่ทัพอยู่ แต่ท่านแม่ทัพกลับมิสนใจนางเลย
บ้ารึเปล่า สตรีที่มาหาบุรุษที่ค่ายทหารเนี่ย !!
รู้อยู่ว่าที่ค่ายทหารมีแต่บุรุษ การที่มีสตรีที่ไม่ได้เกี่ยวข้องมาที่นี่ มันจะเป็เื่ดีได้อย่างไร
มนต์ความเสแสร้งของคุณหนูเฉินดูท่าคงใช่กับชาวบ้านได้ผลทีเดียว
“ เลี่ยงหรงจะดีหรือปล่อยไว้ไม่แก้ข่าวลือมั่วๆนั้น “ อู๋ซวนถามอย่างเป็ห่วง เลี่ยงหรงนั้นั้แ่ไหนแต่ไหนก็มิเคยสนใจไยดีสตรีสักนิด ยิ่งเป็สตรีที่เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์จากเลี่ยงหรงนั้นยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่
“ ไม่ต้อง “ แค่อยากรู้ว่านางจะทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร กิริยาเสแสร้งแบบนั้น คงถูกใครสั่งแน่ เห็นทีก็ต้องทนดูท่าทีของนางไปก่อน
“ ก็ได้ “
เลี่ยงหรงก็ยังเป็เลี่ยงหรงอยู่วันยังค่ำ
เช้าวันใหม่คุณหนูเฉินก็ยังพยายามไปที่ค่ายทหารเช่นเดียวกับเมื่อวาน แต่คราวนี้นางทำอาหารมามอบให้แก่แม่ทัพด้วยตนเอง ทำเอาบุรุษหลายคนถึงกับอิจฉา
เลี่ยงหรงที่เห็นว่านางทำอาหารมาก็รับไว้ แต่ไม่ได้เอามาทานหรอกนะ แต่เอามาให้หมอจางตรวจสอบดูสารพิษ หมอจางเมื่อตรวจดูก็มิพบสารพิษใดๆ แต่อู๋ซวนกลับถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ หมอจาง สมุนไพรสองอย่างนี้ “ อู๋ซวนชี้ไปที่สมุนไพรทั้งสอง ที่ตนนั้นสงสัย “ ข้าคิดว่ามันแปลกๆ “
“ แปลกอย่างไรหรือ “ หมอจางนำสองสมุนไพรนี้แยกออกมาจากอาหาร ทำการพิจารณาดู อย่างการดมกลิ่น ทดสอบสี ก็มิเห็นความผิดปกติใดๆ
“ ข้าจำได้สมุนไพรทั้งสองมีราคาแพงมาก แถมยังไม่นิยมปลูกในแคว้นด้วย “ นั้นหมายความว่ามาจากแคว้นอื่นสินะ
“ โอ้ ท่านรองแม่ทัพมีความรู้มิน้อย ต้องขออภัยขอให้ขอน้อยได้ไปศึกษาเพิ่มเกี่ยวกับสมุนไพรทั้งสองนี้ก่อน “ ดูท่าแล้วอาหารที่ได้จากคงจะมีความผิดปกติ แต่ตนนั้นก็ยังมีมิรู้ว่ามีผลเช่นไรหากทานเข้าไป
“ นางมีจุดประสงค์บางอย่าง “ เลี่ยงหรงพูดขึ้นมา มิรู้ว่าคนที่สั่งให้นางทำเช่นนี้เป็หนิงอ๋องหรือพ่อของนางเอง
“ แต่ข้าเองก็ได้ยินข่าวลือที่ว่านางอาจได้เป็ถึงว่าที่พระชายาเอกของชินอ๋อง นางทำเช่นนี้จะมิเป็ผลเสียหรือ “
“ ข้าเองก็มิรู้เช่นกัน “
แน่นอนว่าเื่ที่เกิดขึ้นย่อมรู้ถึงหูเหลียงซาน ทั้งข่าวลือต่างๆที่กล่าวว่าหรงเอ๋อร์ของข้าอย่างเสียๆหายๆ ตระกูลเฉินเห็นว่าตนเป็ตระกูลของฮองเฮา และยังมีหลานเป็ถึงชินอ๋อง ก็เลยเหิมเกริมกันสินะ
“ เสี่ยวซาน “
“ พ่ะย่ะค่ะ “
“ ไปเตรียมของหวานมา เปิ่นหวางจะไปหาหรงเอ๋อร์ “ ั้แ่จบงานฉลองที่จวนของแม่ทัพเลี่ยง เหลียงซานก็ยุ่งกับพวกขุนนางที่สอดมายุ่งไม่เข้าเื่
“ ท่านแม่ทัพขอรับ ชินอ๋องเสด็จมาขอรับ “ เลี่ยงหรงตอนแรกกะจะปฏิเสธ แต่เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็พี่เหลียงก็อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย จากสถานการณ์เคร่งเครียดเมื่อสักครู่
“ ไปเตรียมชามา “ เหลียงซานและเสี่ยวซานเดินเข้ามาภายในห้องรองรับอันเป็ห้องรับแขกของค่ายทหาร
“ พี่เตรียมของว่างมาด้วย หรงเอ๋อร์ของพี่ต้องชอบมาแน่ๆ “ เสี่ยวซานและอู๋ซวนรู้สึกว่าตนนั้นช่างเป็ส่วนเกินก็อยากจะออกไปจากห้องนี้นัก แต่ก็ไปมิได้เพราะโดนเลี่ยงหรงสั่งเอาไว้
“ พี่รู้ได้อย่างไรว่าข้าชอบของหวาน “ คนที่รู้มีเพียงอู๋ซวนและลู่เฟินเท่านั้น ทั้งสองคนนี้มิได้เป็คนบอกแน่
“ ถ้าเป็เื่ของหรงเอ๋อร์พี่รู้หมดทุกอย่างนั่นแหละ “
“ พี่นี่มัน “
“ พี่นำชามาด้วย ทานคู่กับขนมดอกกุ้ยฮวา เหมาะยิ่งนัก “
เลี่ยงหรงนั้นนานๆทีจะได้ลิ้นรสชาชั้นดีนี้ก็น้อยครั้งมากๆ เพราะอยู่แต่ในค่ายทหารตลอด บางอย่างที่มิได้จำเป็มากนักก็ตัดออกไป จึงเป็การประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย และเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างาหรือในยามฤดูเหมันต์ ที่มักเกิดมิคาดฝันขึ้น
“ อร่อยดีหรือไม่ พี่ทำเองเลยนะ “ เหลียงซานยิ้มอย่างละมุนทีหนึ่ง ตอนนี้อู๋ซวนอยากจะออกไปแล้ว นี่ข้ามาทำอันใดในที่แห่งนี้กัน ปล่อยข้าออกไปเถิด
อยู่ในใจเป็หมื่นล้านคำ แต่น่าเสียดายที่เลี่ยงหรงมิได้รับรู้แม้แต่น้อย
ท่านรองแม่ทัพช่างน่าสงสารยิ่งนัก
“ เื่ของคุณหนูเฉินเดี่ยวพี่จัดการให้ “
“ จะดีหรือ “ อย่างไงนางก็เป็หลานของฮองเฮา แต่จะสนิทสนมกันมากน้อยเพียงใด อันนี้มิมีข่าวลือเลย
“ มิต้องห่วงไป ต่อจากนี้หรงเอ๋อร์ก็มิต้องรับของจากนางแล้ว ไล่ไปได้ยิ่งดี “ น้ำเสียงของเหลียงซานติดจะไม่พอใจอยู่เล็กน้อย แน่ละมายุ่งกับหรงเอ๋อร์ของข้านี่
“ ได้ “
“ จริงสิพี่ได้ข่าวเื่ของกลุ่มโจรที่ระยะหลังๆมานี้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านเป็อย่างมาก มีความเป็ไปได้มากว่าฝ่าาอาจให้หรงเอ๋อร์เป็คนไป “ ตัวเลือกมีเพียงราชครูกับแม่ทัพเลี่ยงที่นับว่าเหมาะสม ที่ทัพของเลี่ยงหรงนั้นเหมาะนั้นก็เพราะว่าในทัพทักษิณนี้มิมีบุตรหลานของขุนนางเลย ถ้าเทียบกับอีกสามทัพที่เหลือ
“ โจรหรือ “ ในอดีตเองก็มีเื่เช่นนี้เหมือนกัน แต่ว่าทั้งชินอ๋องและเลี่ยงหรงได้ไปจัดการโจรทั้งคู่เลย แต่ดูในคราวนี้พี่เหลียงคงมิได้ไปอย่างแน่นอน
“ คงมิเกินสองสามวัน น่าจะมีราชโองการมา “
เหลียงซานอยู่ได้เพียงแค่ครึ่งชั่วยามก็ต้องกลับแล้ว เพราะยังมีงานมากมายรออยู่ จึงบอกลาแล้วเดินกลับไป
“ เลี่ยงหรง เ้ากับชินอ๋อง มันยังไงกันแน่ “ เลี่ยงหรงมิได้ตอบแต่อย่างใด แต่กลับยิ้มมุมปากไปทีหนึ่ง ทำเอาอู๋ซวนถึงกับคิ้วกระตุกกันเลยทีเดียว
หน่อย ^0^
เมื่อมิมีเื่อันใดแล้วทั้งสองคนก็กลับมาฝึกทหารตามปกติตามที่ฝึกวันทุกวัน จนเวลาล่วงเลยมาถึงยามโหย่ว จึงเลิกการฝึกของวันนี้
“ แม่ทัพเลี่ยง “ เป็หมอจางที่เรียกเอาไว้
“ หมอจาง “
“ ข้าน้อยได้ข้อมูลของสมุนไพรมาแล้วขอรับ “ นับว่าไว้มิน้อย
“ เล่ามา “
“ สมุนไพรทั้งสองอย่างนี้เป็สมุนไพรที่เมื่อนำตุ๋นจนเปื่อยเข้าด้วยกัน จะเกิดเป็พิษขึ้นมา แต่มิได้ส่งผลโดยตรง แต่มันจะค่อยๆทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพรีย ปวดเมื่อยตามลำตัว จนในที่สุดร่างกายก็เสียความสมดุล จนร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งพิการเอาได้ขอรับ “ ดูถ้าคงมีคนอยากจะกำจัดข้ามากสินะ เป็ฆ่าอย่างทรมานอย่างช้าๆ เสียด้วย
“ ว่าแล้วเชียว “ อู๋ซวนที่กำลังกลับจวนก็เห็นหมอจางกับเลี่ยงหรงเลยเข้าไปฟังด้วย
“ แล้วเ้ารู้ได้อย่างไร “ หากอู๋ซวนมิทันสังเกตเห็นละก็คงอยากแก่การตรวจสอบ ขนาดหมอจางที่ว่าเชี่ยวชาญก็ยังไม่ทันสังเกตเห็น
“ ข้าเองก็มิแน่ใจเท่าไหร่นัก “ อืม อาจเป็่ที่ความทรงจำของอู๋ซวนหายไปละมั้ง ดูท่าคนที่สอนให้คงเป็ปรมาจารย์ด้านนี้พอสมควร
“ เช่นนั้นก็กลับกันเถิด “ ในเมื่อยังมิรู้คนร้ายตัวจริงรวมถึงหลักฐานมัดตัวก็ยังทำอันใดไม่ได้มากนัก คงต้องพึ่งพี่เหลียงแล้ว