ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 205 : นครหลวงวุ่นวาย

จารึกที่ 205 : นครหลวงวุ่นวาย : ปรากฏการณ์ศัสตราซ่อนเร้นและเล่ห์กลการค้า


ล่วงเข้าสู่ช่วงหัวค่ำที่ดวงดาราเริ่มทอแสงประดับผืนฟ้า ท้องฟ้าเหนือนครหลวงถูกย้อมด้วยสีน้ำเงินเข้ม แสงจากศิลาแสงจันทร์สว่างไสวขึ้นตามเหลาอาหารและหอนางโลม ปลุกเมืองหลวงให้ตื่นขึ้นรับวิถีแห่งรัตติกาล


ณ ตรอกลึกอันเร้นลับใจกลางนครหลวง สถานที่ซึ่งแสงสว่างสาดส่องไปไม่ถึง คือที่ตั้งของ ‘หอประมูลเร้นเงา’ ตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดในแคว้น ซึ่งมีเบื้องหลังเป็นถึงขั้วอำนาจระดับสูงและยอดเซียนเร้นกายคอยคุ้มกฎอยู่


ค่ำคืนนี้ บรรยากาศภายในลานประมูลใต้ดินที่สร้างจากศิลาดูดซับเสียงกลับคึกคักและตึงเครียดเป็นพิเศษ ยอดฝีมือจากหลากหลายสำนักต่างนั่งประจำที่บนอัฒจันทร์หิน ทว่าหัวข้อสนทนาที่ดังกึกก้องอยู่ในความทรงจำของทุกคน กลับไม่ใช่เรื่องสิ่งของที่จะนำมาประมูล


"พวกเจ้าได้ยินข่าวลือหรือไม่... สำนักหมึกวารีที่ผู้คนต่างตราหน้าว่าเป็นสำนักตกต่ำ เมื่อคืนก่อน พวกมันบดขยี้กองทัพลอบโจมตีของตระกูลเหลยแห่งสำนักอัสนีบาตจนย่อยยับ!" ยอดฝีมือผู้หนึ่งกระซิบกระซาบกับสหาย


"ข้าได้ยินมาว่า พวกมันปลุกพยนต์เทวะบรรพกาลขึ้นมาได้! ซ้ำยังมีผู้ใช้วิชาลี้ลับทะลวงค่ายกลไปส่งเสียงทวงหนี้ดังก้องไปทั้งหุบเขา... ช่างอหังการยิ่งนัก!"


เฟิงอี้หรานในชุดคลุมสีแดงเพลิงขลิบทอง นั่งเอนกายจิบชาหอมหวนอยู่ในห้องรับรองพิเศษชั้นบนสุดระดับวีไอพี เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบเหล่านั้น รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา แม้ปากจะบ่นด่าสหายหน้าเงินผู้นั้นอยู่บ่อยครั้ง แต่ในฐานะผู้ที่ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกัน เขากลับรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆ ที่ชื่อเสียงของสำนักสหายกลับมาผงาดอีกครั้ง


"เอาล่ะ... ได้เวลาทำเงินเพื่อเป็นค่าหยูกยาให้สัตว์เลี้ยงของเจ้าเด็กหน้าเงินนั่นแล้ว" เฟิงอี้หรานพึมพำ ก่อนจะพยักหน้าให้สัญญาณผู้ดำเนินการประมูลเบื้องล่าง


หญิงสาวผู้ดำเนินการประมูลค่อยๆ ดึงผ้าคลุมสีดำออกจากถาดหยก เผยให้เห็นศัสตราที่หลับใหลอยู่ภายใน พริบตานั้น กลิ่นอายของสายลมอันเกรี้ยวกราดและเปลวเพลิงอันร้อนระอุก็แผ่ซ่านออกมากดทับมวลอากาศในห้องโถงจนสั่นกระเพื่อม!


"กระบี่เพลิงวายุบรรพกาล... ศัสตราประกอบนิรนามที่ไม่มีผู้ใดทราบที่มา!"


เมื่อศิลาทดสอบอาวุธระดับสูงถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดายด้วยคมกระบี่ที่ไร้สื่อกลางผสานธาตุ เสียงฮือฮาก็ดังอื้ออึงไปทั่วลานประมูล ดวงตาของเหล่าเศรษฐีและยอดฝีมือลุกวาวด้วยความโลภ ราคาพุ่งทะยานจากห้าหมื่นไปถึงสองแสนศิลาปราณในเวลาอันสั้น


"สามแสนศิลาปราณระดับกลาง! บวกกับแร่เหล็กอุกกาบาตทมิฬสิบชั่ง!"


น้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าแฝงไปด้วยความคมกริบดุจกระบี่ดังขึ้นทำลายความบ้าคลั่ง บุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีเงินก้าวออกมาจากมุมมืด แม้จะสวมหน้ากาก แต่กลิ่นอายแห่งวิถีกระบี่ที่หล่อหลอมรอบกายก็บ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี ฉินมู่หลาง แห่งสำนักกระบี่นิรันดร์!


ฉินมู่หลางจ้องมองกระบี่บนแท่นประมูลด้วยรอยยิ้มมุมปาก เขาคือยอดกระบี่ผู้สู้เคียงข้างอาเจียในคืนวิปโยคนั้น ย่อมจดจำกลิ่นอายความดื้อรั้นและร่องรอยการผสานอักขระที่ไร้ตรรกะแบบนี้ได้ทันที "อาเจีย... เจ้าสหายหน้าเงิน เจ้าคงกำลังเดือดร้อนเรื่องทรัพยากรไปรักษาตัวสินะ ถึงได้เอาของอันตรายเช่นนี้มาปล่อย... ข้าจะช่วยสงเคราะห์เจ้าเอง"


"สามแสนศิลาปราณ ครั้งที่หนึ่ง! ครั้งที่สอง!..."


ฟรุ่บ!


ก่อนที่ค้อนประมูลจะทุบลง ปราณบริสุทธิ์ที่หนักแน่นและเฉียบคมดุจปลายพู่กันก็พุ่งทะยานตัดผ่านลานประมูล ร่างอรชรในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ก้าวออกมาจากเงามืดอย่างสง่างาม เส้นผมสีหมึกพลิ้วไหว มือขวากระชับ 'พู่กันหยก' อาวุธประจำกายแน่น กลิ่นอายของศิษย์เอกสายในแห่ง 'ยอดเขาพู่กันหยก' แผ่ซ่านออกมา


"หลินชิงเสวี่ยแห่งสำนักหมึกวารี!" ผู้คนในลานประมูลอุทานด้วยความตื่นตะลึง


หลินชิงเสวี่ยไม่ได้ชักอาวุธคุกคามผู้ใด นางเพียงก้าวขึ้นไปยืนเบื้องหน้าแท่นประมูล ประสานมือคารวะไปยังความว่างเปล่าเบื้องบนอันเป็นที่สถิตของผู้อาวุโสคุมหอประมูลอย่างให้เกียรติ


"ผู้อาวุโสแห่งหอเร้นเงาโปรดอภัยที่ผู้น้อยเสียมารยาท ทว่าศัสตราเล่มนี้มีความผิดปกติอย่างร้ายแรง!" นางตวัดพู่กันหยกชี้ไปที่กระบี่เพลิงวายุ น้ำเสียงเยือกเย็นกังวาน "กระบี่เล่มนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยการผสานธาตุที่ฝืนกฎเกณฑ์ มันมิใช่ศัสตราวิเศษ แต่คือ 'ระเบิดเวลา' หากผู้ใดที่มีลมปราณไม่เสถียรพอประจุพลังเข้าไป ค่ายกลภายในจะพังทลายและเกิดแรงระเบิดที่สามารถกวาดล้างคฤหาสน์ทั้งหลังได้ในพริบตา!"


สิ้นคำประกาศของนาง ลานประมูลก็ตกอยู่ในความเงียบงันปนตื่นตระหนก


วูบ! มวลอากาศเบื้องบนบิดเบี้ยว ชายชราหลังค่อมในชุดเทาผู้แผ่กลิ่นอายระดับเซียนทะยานร่างลงมาปรากฏตัวข้างแท่นประมูล เขาสะบัดมือส่งปราณตรวจสอบเข้าไปในตัวกระบี่ พริบตานั้นใบหน้าของชายชราก็ถอดสี เหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก


"จริงอย่างที่แม่นางหลินกล่าว..." ชายชราพึมพำด้วยความตระหนก "อักขระภายในถูกผสานด้วยวิถีที่พิสดารและป่าเถื่อนยิ่งนัก หากไม่ใช่ผู้สร้างดั้งเดิมมาใช้งาน มันพร้อมจะปะทะกันและระเบิดออกทุกเมื่อ... หอประมูลเร้นเงาเกือบจะนำหายนะมาสู่ลูกค้าเสียแล้ว!"


เหล่าเศรษฐีที่สู้ราคากันเมื่อครู่ต่างลอบปาดเหงื่อ หากซื้อกลับไปให้ลูกหลานใช้ มิเท่ากับซื้อโลงศพเข้าบ้านหรอกหรือ!


หลินชิงเสวี่ยลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก โสตสวรรค์ของนางสัมผัสได้ถึงร่องรอยของ วิถีแห่งสูญญตา 空之道 (คง-จือ-เต้า)  ที่ซ่อนอยู่ นางเพียงต้องการเปิดโปงจุดอ่อนของมัน เพื่อไม่ให้ยอดฝีมือตระกูลอื่นประมูลไปวิจัยจนสาวความลับไปถึงตัวอาเจียได้


ทว่าในตอนนั้นเอง เฟิงอี้หรานที่รอจังหวะอยู่บนห้องรับรองพิเศษก็ก้าวออกมาที่ระเบียง เขาคลี่พัดในมือออกด้วยท่วงท่าสง่างาม


"ในเมื่อสินค้าชิ้นนี้มีตำหนิและเป็นอันตราย ข้าในฐานะ 'ตัวแทนของผู้ฝากขาย' ย่อมไม่อาจปล่อยให้หอประมูลเร้นเงาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง" เฟิงอี้หรานประกาศก้อง "ข้าขอใช้สิทธิ์ถอนสินค้าชิ้นนี้ออกจากการประมูล และขอยกเลิกการเสนอราคาทั้งหมด เพื่อนำมันกลับไปให้ปรมาจารย์ผู้สร้างทำการแก้ไขเสียใหม่!"


ชายชราผู้คุมหอประมูลพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "คุณชายเฟิงช่างมีคุณธรรม หอประมูลเร้นเงาขอยอมรับการถอนสินค้าแต่โดยดี"


ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎเกณฑ์การค้าอย่างแนบเนียน ไม่มีผู้ใดเสียหน้า และไม่มีการใช้กำลังข่มเหง ฉินมู่หลางที่ยืนอยู่เบื้องล่างสบตากับหลินชิงเสวี่ยและเฟิงอี้หราน ภายใต้หน้ากากนั้นเขาลอบยิ้มอย่างรู้ทัน สหายทั้งสามต่างร่วมมือกันอย่างเงียบๆ เพื่อปกป้องความลับของสหายหน้าเงินผู้อยู่ห่างไกล


...


ในขณะเดียวกัน ณ ลานหลอมศัสตราของหุบเขาพันอักขระ


"ฮัดชิ้ว!!"


อาเจียจามเสียงดังลั่นจนตัวโยน เขายกมือขึ้นถูจมูกไปมา ขณะนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าแท่นตีเหล็ก เด็กหนุ่มสลัดความคิดทิ้งไป ก่อนจะก้มลงมองศิลาปราณระดับกลางหนึ่งหมื่นก้อนที่ได้รับมาเป็นค่ามัดจำล่วงหน้า


เขาค่อยๆ ปลด ‘ย่าม’ ข้างเอวออกอย่างทะนุถนอม วางมันลงบนตักแล้วเลิกปากถุงขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็น ‘เจ้าถุงเงิน’ แมงมุมน้อยที่กระดองแตกร้าวและขาหักสะบั้น กำลังนอนขดตัวจำศีลอย่างน่าเวทนา


เด็กหนุ่มใช้นิ้วชี้ลูบกระดองของมันอย่างแผ่วเบาที่สุด นัยน์ตาสีเข้มที่เคยเต็มไปด้วยความละโมบ บัดนี้ฉายแววอ่อนโยนและห่วงใยอย่างลึกซึ้ง


"ทนอีกนิดนะเจ้าลูกหนี้หน้าโง่... มัดจำหนึ่งหมื่นก้อนนี้ ข้าจะเก็บไว้กางค่ายกลคุ้มกันสำนัก ส่วนเงินก้อนใหญ่สามแสนก้อนที่ศิษย์พี่เฟิงกำลังประมูลให้ พรุ่งนี้ข้าจะลงเขาไปกว้านซื้อโอสถปฐพีมารักษาเจ้า ให้เจ้ากลับมาเดินเพ่นพ่านปล่อยใยพิษได้เหมือนเดิม"


เด็กหนุ่มหน้าเงินผู้กำลังรอคอยความหวัง หารู้ไม่เลยว่า สินค้าชิ้นเอกของเขาเพิ่งจะถูกศิษย์พี่หญิงเปิดโปง และถูกนายหน้าถอนออกจากการประมูลไปสดๆ ร้อนๆ! วิกฤตการณ์การเงินครั้งใหญ่กำลังจะบีบคั้นให้เขาต้องใช้วิถีที่ฝืนสวรรค์ยิ่งกว่าเดิมในอีกไม่ช้า!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน