เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    อัสนีบาต 50 สาย

    เมื่อตัดสินใจเรื่องการฝึกฝนทักษะได้แล้ว นายน้อยแห่งจวนแม่ทัพประจิมก็พลันขี่กระบี่บินเสาะหาสถานที่เหมาะๆท่ามกลางพายุฝนที่ซัดโหมกระหน่ำ หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม เขาก็มาถึงยังยอดเขาสูงชันซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลรอยต่อระหว่างประเทศเท่าไรนัก

     

    “เอาล่ะ! ควรเริ่มเสียที!”  พูดจบ! เย่หยุนซีก็สะบัดมือเบาๆหนึ่งครั้ง ธงค่ายกลลวดลายหยินหยาง 10 ด้ามพุ่งทะยานออกจากมิติเก็บของไร้ขีดจำกัดมุ่งตรงไปปักล้อมรอบยอดเขาโดยมีตัวเย่หยุนซีเป็นศูนย์กลาง

     

    “ทักษะค่ายกลระดับ 3 อัญเชิญสายฟ้า” เด็กหนุ่มนั่งลงกับพื้นดิน สองมือทำมุทรา ก่อนที่จะถ่ายพลังปราณเข้าไปในธงค่ายกลตามลำดับ จนกระทั่งเหนือศีรษะบังเกิดวงเวทย์สีทองขนาดใหญ่

     

    “เด็กน้อย อย่าได้ฝืนตนเองเกินไป ครั้งแรกเอาเท่าที่ทนไหวก็พอ” เทพธิดาเซียนเหยากล่าวย้ำด้วยความห่วงใย

     

    เย่หยุนซีพยักหน้าอย่างเข้าใจ แววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น พร้อมทั้งโคจรพลังตามทักษะบ่มเพาะกายาวัชระฉบับปรับปรุง

     

    “สายแรก มาเถอะ!”

     

    เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว เด็กหนุ่มก็เริ่มกระตุ้นค่ายกลทำให้สายฟ้าสายแรกฟาดใส่ตัวเขาอย่างจัง

     

    “เปรี้ยง!”

     

    “อั่ก!”

     

    เพียงแค่สายแรกเท่านั้น เย่หยุนซีถึงกับกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายเข้าสู่โหมดกายามังกรทองแดงอย่างฉับพลัน

     

    “ความอหังการของสายฟ้าช่างน่าหวาดหวั่น แต่ถ้าแค่นี้ข้ายังพอทนไหว!”

     

    “สายที่สอง มา!!” เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า คำรามอย่างท้าทาย

     

    “เปรี้ยง!”

     

    อัสนีบาตรสายที่ 2 ราวกับได้ยินคำพูดนั้นของชายหนุ่ม มันจึงฝ่าลงมาเพื่อเติมเต็มความปรารถนา หลังจากนั้นไม่นาน! อัสนีบาตสายที่ 4 5 6 และ7 ก็ฝ่าลงมาอย่างต่อเนื่องราวกับว่ามันกำลังโกรธเด็กหนุ่มที่คิดท้าทายมัน

     

    เหตุการณ์ยังคงวนลูปเช่นนี้อยู่หลายครั้ง เสียงกรีดร้องอันบ้าคลั่งของเด็กหนุ่มดังกังวานไกลไปทั่วทั้ง 4 ทิศ เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยไหม้และหยาดโลหิตที่หลั่งไหลออกมา ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่ใช่สิ่งที่จะพรรณนาเป็นคำพูดได้

     

    “เห้อ ปากก็บอกว่าจะไม่ฝืน แต่สุดท้ายก็ยังฝืนอยู่ดีไม่ใช่หรือไง” เทพธิดาเซียนเหยาที่เฝ้าสังเกตการณ์บ่นพึมพำอย่างเบื่อหน่าย แต่นางก็มิได้ลงมือช่วยเหลือ เพราะถือว่าเย่หยุนซีได้เลือกเส้นทางนี้ด้วยตัวของเขาเอง จะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขา

     

    “อั่ก! สายที่ 30 แล้ว อีกแค่ 20 สาย แค่ 20 สายเท่านั้น!”เย่หยุนซีกำหมัดแน่น! กัดฟันกล่าว! เขาทนมาได้เกินครึ่งทางแล้วจะให้ถอยตอนนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้

     

    “เปรี้ยง!!”

     

    “อ๊าก!”

     

    อัสนีบาตยังคงฝ่าใส่ร่างกายของเด็กหนุ่มอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายสาย ทำให้เกล็ดมังกรทองแดงปรากฏรอยร้าวอย่างเห็นได้ชัด

    “สายที่ 49 แล้ว” น้ำเสียงที่เคยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นกลับกลายเป็นอ่อนแรง ติดขัด

     

    “เปรี้ยง!”

     

    “เพล้ง!”

     

    ทันทีที่อัสนีบาตสายที่ 49 ฝ่าลงมา เกล็ดมังกรทองแดงทั้งหมดแตกสลายไม่มีชิ้นดี เด็กหนุ่มดวงตาเบิกกว้างในทันที แต่ก็กัดฟันแบกรับความเจ็บปวดเอาไว้

     

    “คุณชาย!!!”

     

    ขณะที่กำลังใกล้หมดสติ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยร้อนรนใจสายหนึ่งก็พลันดังขึ้นมา ทำให้เย่หยุนซีต้องเบนสายตาไปยังต้นเสียงนั้น และสิ่งที่เขาเห็นก็คือหลิงจีที่กำลังพุ่งตรงมาหา แถมยังทำสีหน้าราวกับจะร้องไห้

     

    “เสี่ยวหลิงอย่าพึ่งเข้ามา อีกเหลืออีกหนึ่งสาย” เสียงอันอ่อนแรงของเด็กหนุ่มมิอาจหยุดยั้งโฉมสะคราญได้

     

    แต่ยังไม่ทันที่นางจะมาถึง! อัสนีบาตรสายสุดท้าย สายที่ 50 ก็ฝ่าลงมาบนร่างกายของเด็กหนุ่มต่อหน้าต่อตาของหลิงจี

     

    “เปรี้ยง!”

     

    “ไม่นะ!!” มองเห็นภาพนี้! หลิงจีถึงกับล้มทั้งยืน ใบหน้าขาวซีด หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ

     

    ทว่าหลังจากนั้นไม่นานนัก! สายตาของนางก็ไปกระทบเข้ากับร่างกายเย่หยุนซีที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่บนยอดเขาสูงชันด้วยสภาพที่ดูอ่อนล้า

     

    “คุณชาย!” หลิงจีรีบพุ่งทะยานขึ้นไปประคองเขาเอาไว้

     

    “สะ เสี่ยวหลิง มาได้อย่างไร?”

     

    “ท่านอย่าพึ่งพูดให้มากความ ตอนนี้ข้าต้องรีบพาท่านกลับไปรักษาก่อน!” พูดจบ! นางก็พยายามที่จะแบกเย่หยุนซีขึ้นหลัง แต่เด็กหนุ่มกลับฉุดรั้งจนนางล้มลงนอนกับพื้นไปพร้อมๆกันในเวลาต่อมา

     

    “ว้าย!”

     

    “อ่า.......ไม่จำเป็นต้องรักษาอะไรทั้งนั้น ท่านดูนี่สิ” เย่หยุนซีกล่าวพลางยืนแขนให้หลิงจีดู ซึ่งสิ่งที่นางเห็นก็คือรอยไหม้ที่ค่อยๆลอกจนกลายเป็นผิวพรรณอันเรียบเนียนเปล่งปลั่ง

     

    หลิงจีดวงตาเบิกกว้าง “นะ นี่มัน!!”

     

    “มันคือการบ่มเพาะกายเนื้อโดยใช้สายฟ้าหลอมร่างน่ะ” เด็กหนุ่มแถลงไข

     

    “ถึงกับฝึกฝนทักษะอันตรายเช่นนี้!! เย่หยุนซี ท่านทำให้ข้าเกือบหัวใจวายตายแล้วรู้ไหม!” นางรีบลุกขึ้นนั่งอย่างไว ในใจนึกอย่างจะทุบตีเขาสักครั้งโทษฐานที่ทำให้นางเป็นห่วงจนแทบบ้า

     

    “เอ่อ.....เสี่ยวหลิง ข้าขอโทษ ท่านอย่าโกรธข้าเลยนะ” เย่หยุนซีลุกขึ้นโอบกอดนางจากทางด้านหลัง พร้อมทั้งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่ง

     

    การกระทำนี้ทำเอาหลิงจีถึงกับลืมความโกรธไปเกือบหมดสิ้น แถมใบหน้ายังแดงกล่ำด้วยความเขินอาย เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เย่หยุนซีตั้งใจโอบกอดนาง

     

    “เย่หยุนซี ข้ารู้ว่านี่มันอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน แต่ขอร้องเถอะ อย่างน้อยก็ขอให้ข้าได้อยู่เป็นเพื่อนคอยเฝ้าระวังในตอนที่ท่านทำเรื่องอันตรายๆเช่นนี้ได้หรือไม่?” นางบ่นแกมถาม

     

    เย่หยุนซีพยักหน้า “ได้ๆ ข้ารับปาก แต่ท่านยังไม่ตอบคำถามข้าเลยว่ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

     

    หลิงจีเมื่อได้ยินก็หมุนกายหันมาหาเขาทั้งๆที่ถูกโอบกอดไว้เช่นนั้น “ท่านหายไปนาน ข้าก็เลยออกตามหา จนกระทั้งมองเห็นสายฟ้าฝ่าลงมาที่นี่ซ้ำๆก็เลยลองมาดูแล้วก็พบเจอท่านในสภาพปางตาย”

     

    คำตอบนี้ทำเอาเย่หยุนซีถึงกับยิ้มเจื่อนตอบกลับไป แต่ทันใดนั้น โฉมสะคราญก็พลันหน้าแดงระเรื้อแล้วเบือนหน้าหนีเขาในทันที

     

    “ยะ เย่หยุนซี ท่านใส่อาภรณ์ก่อนดีไหม”

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน