บทที่28 เกาะพิทักษ์วารี
เมื่อพวกเขาขึ้นมายังเรือเหาะที่มีพวกของเดนรออยู่ เว่ยฟงที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ได้กล่าวขอบคุณกันนาร์ที่ได้ช่วยชีวิตพวกเขาทันที
“ถ้าจะขอบคุณก็ไปขอบคุณนายของข้าเถอะถ้าเขาไม่สั่งข้าไม่ออกไปช่วยพวกเจ้าหรอกนะ”
กันนาร์มองไปทางเดนทำให้พวกเขาทั้งสิบมองไปที่เดนและนึกสงสัยขึ้นมาว่าบุคคลผู้นี้เป็นใครกันทำไมถึงได้มียอดฝีมือเช่นนี้คอยติดตามกันแต่เว่ยฟงเก็บความสงสัยนั้นไว้และกล่าวขอบคุณไปยังเดนตามคำบอกกันนาร์ เมื่อฑูตจางได้เห็นหน้าพวกเขาชัดๆจึงเอ่ยออกมา
“พวกท่านคนตระกูลเว่ยไม่ใช่รึพวกท่านมาทำอะไรแถวนี้กัน”
เมื่อเว่ยฟงได้ยินดังนั้นจึงหันไปทางฑูตจาง
“อ๊ะท่านจางเป็นท่านเองรึท่านมากับพวกเขาเหล่านี้ยังงั้นเหรอ”
“อืมใช่แล้วข้ากำลังจะกลับเหมันต์อัคคีและพาพวกเขาไปสำนักเหมันต์อัคคีเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างทวีปนะ”
“เอ๊ะยังงั้นพวกเขาก็ไม่ใช่คนทวีปเหมันต์อัคคียังงั้นเหรอ”
ในขณะที่พูดคุยกันเว่ยฟงและคนอื่นๆที่ได้รับบาดเจ็บเริ่มแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนักออกมาเมื่อเดนเห็นดังนั้นจึงบอกให้แคนดิสช่วยรักษาพวกเขาทันที
“ชะ..ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนักบาดแผลที่ร้ายแรงหายไปในพริบตาพวกท่านช่างเก่งกาจยิ่งนักทั้งที่อายุยังน้อยแบบนี้”
เหล่าบรรดาคนที่มาใหม่กล่าวออกมาอย่างตะหนกตกใจเมื่อเห็นการรักษาของแคนดิส
“ท่านจางท่านพาเหล่ายอดฝีมือนี้มาจากไหนกันขอรับ”
“พวกเขามาจากทวีปม่านหมอกแห่งพฤกษานะ”
ในขณะพูดคุยกันอยู่นั้นหญิงสาวในชุดสีดำจ้องมองเดนเหมือนกับว่านางถูกสะกดให้อยู่ในภวังค์เมื่อเว่ยกังที่ยืนอยู่ข้างๆสังเกตุเห็นอาการของนางจึงสะกิดเรียก
“เจ้าเป็นอะไรไปหลิงเอ๋อ”
เมื่อนางได้สติคืนมาจึงหันไปตอบอาของนาง
“ปะ..ปล่าวข้าไม่เป็นอะไร”
เมื่อไอลีนที่ยืนข้างๆเดนเห็นอาการของเว่ยหลิง นางจึงเหยียบไปที่เท้าของเดนอย่างแรงทำให้เขายกเท้าขึ้นมากุมไว้
“นี่เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้านะ”
เดนหันไปถามไอลีนทันที
“อ๋อข้าเห็นตัวอะไรไม่รู้มันไต่เท้าเจ้านะข้าก็เลยเหยียบมันให้”
“มันมีที่ไหนกันเล่า”
ออโรร่า แคนดิส ไป๋เป่าที่ยืนด้านหลังพวกเขารีบเอามือขึ้นปิดปากตัวเองกลั้นหัวเราะเอาไว้
เดนกล่าวและลูบเท้าของเขา
“สงสัยข้าตาฟาดไปเองแหละ”
เดนหันกลับไปมองนางอย่างมึนงง
ลูที่อยู่ข้างๆตบไปที่ไหล่ของเขาและยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
“ข้าต้องขอบคุณพวกท่านอย่างมากที่ได้ช่วยชีวิตพวกข้าในครั้งนี้ หนี้บุญคุณในครั้งนี้พวกเราตระกูลเว่ยต้องหาทางชดใช้ให้กับพวกท่านอย่างแน่นอน”
เว่ยฟงหันไปคาราวะขอบคุณเดนอีกครั้ง
“อย่าได้คิดมากไปเลย ว่าแต่พวกท่านทำไมถึงต้องสู้กับเจ้ามังกรวารีนั้นกันละ”
“พวกข้ามาจากทวีปเหมันต์อัคคีที่เดียวกับท่านจางนั้นแหละ พวกเรามายังเกาะพิทักษ์วารีเพื่อร่วมงานฉลองที่เขาอายุครบร้อยในวันพรุ่งนี้แต่ในระหว่างทางดันเจอเจ้ามังกรนั้นขวางทางอยู่พวกเราเลยอ้อมมาทางนี้แต่กลับต้องเจอมันเข้าอีกตัวเล่นงานจนเรือของพวกเราแตกพวกข้าเลยต้องสู้กับมันจนมีพวกท่านได้เข้าช่วยเหลือนี้แหละ”
“เรื่องเป็นเช่นนี้เอง”
เดนพยักหน้า
“แต่ข้าว่ามันแปลกๆนะนายท่าน”
กันนาร์กล่าวออกมาอย่างสงสัย
“แปลกยังไงกัน”
“ปกติเจ้าเลวีอาธานพวกนี้มันจะอยู่ส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรและไม่ค่อยจะปรากฏตัวออกมาเท่าไรนะ แต่นี้ดันออกมาถึงสองตัวข้าเลยว่ามันแปลกๆ”
“ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่ามามันคงจะแปลกจริงๆนั้นแหละ”
“เอาเป็นว่าพวกเราไปยังเกาะพิทักษ์วารีกันก่อนค่อยมาปรึกษาหารือในเรื่องนี้กันอีกที”
ฑูตจางกล่าวออกมาเพื่อที่จะได้เดินทางต่อ ทุกคนพยักหน้าตกลงและเรือก็ออกแล่นต่อไป เมื่อพวกเขาเข้ามายังห้องโถงรับรองภายในเรือจึงกล่าวแนะนำตัวต่อกัน
“ข้าเว่ยฟง คนที่อยู่ข้างๆข้าคือลูกสาวข้า เว่ยหลิงส่วนนี้น้องชายข้าเว่ยกังส่วนคนอื่นด้านหลังก็เป็นคนในตระกูลข้าทั้งนั้น”
“ยินดีที่ได้รู้จักท่านฟง ข้าเดนจากม่านหมอกพฤกษา ส่วนคนเหล่านี้คือสหายของข้า ลู ไอลีน ออโรร่า แคนดิสและก็กันนาร์ ส่วนแม่นางไป๋เป่าพวกท่านคงรู้จักกันแล้วสินะ”
“หือ คุณหนูไป๋ท่านก็อยู่ด้วยยังงั้นรึข้าไม่ทันสังเกตุเห็นท่าน”
“อืม”
“ท่านคงไม่รู้สินะว่าตระกูลไป๋ของท่านกำลังจัดงานประลองหาตัวแทนเพื่อเข้าร่วมงานประลองสี่ทวีปกันอยู่นะ”
“ท่านว่าอย่างไรนะพวกเขาจะจัดกันเมื่อไร”
“อีกหนึ่งอาทิตย์จากนี้แหละ”
“ท่านจางเราพอจะกลับไปทันใช่รึไม่”
ไป๋เป่าหันไปถามฑูตจางอย่างรีบร้อน
“เจ้าอย่ากังวลไปตระกูลเจ้าส่งข่าวให้แก่ข้าแล้วที่ว่าประลองหาตัวแทนนั้นนะยกเว้นเจ้า เจ้านะเป็นอันดับหนึ่งในรายชื่อเข้าประลองของสำนักเหมันต์อัคคีอยู่แล้วละ”
“เป็นเช่นนั้นนี้เองข้าหลงกังวลแทบแย่”
ไอลีนที่ฟังอยู่กล่าวขึ้น
“แล้วพวกข้าละจะได้เข้าร่วมประลองไหมท่านจาง”
“แน่นอนอยู่แล้วพวกเจ้าได้เข้าร่วมในนามของอาณาจักรพฤกษาสวรรค์”
“ดีเลยข้าอยากลองสู้กับคนเก่งๆอยู่พอดี”
เดนมองไอลีนและได้พึมพำออกมา
“ยัยบ้าพลังเอ๊ย”
“เจ้าว่าอะไรนะ”
ไอลีนหันควับมาทางเขา
“ปะ..ปล่าวๆข้าไม่ได้ว่าอะไรนะ”
“ข้าได้ยินเจ้าว่า ยัยๆ ยังๆ อะไรนี่แหละบอกมาไม่งั้นเจ็บตัวแน่”
“ออข้าว่ายังไม่ถึงอีกเหรอ แค่นี้เอง”
ไอลีนมองเพื่อจับโกหกเขาแต่แล้วนางก็เลิกสนใจเขาและหันไปคุยกับไป๋เป่าและออโรร่าเรื่องงานประลอง เดนถอนหายใจออกมาและขยับออกห่างจากนาง
“บ้าพลังไม่พอยังหูผีอีกเกือบไปแล้วไหมละ”
ลูที่อยู่ข้างๆหัวเราะออกมา
“อย่าได้หือกับนางเชียว เจ้านะถูกนางหมายหัวอยู่นะ”
“ข้าละปวดหัวกับนางจริงๆ”
“ข้าว่าเจ้าสนใจปัญหาใหม่ที่กำลังจะมาเถอะดูโน้นแม่หญิงนั้นจ้องเจ้าตาเขม็งเลย”
เดนหันไปดูตามคำบอกของลูเขาเห็นเว่ยหลิงจ้องเขาอยู่และหลบหน้าทันทีเมื่อเขามองไปยังนาง
“ทำไมนางถึงจะเป็นปัญหาของข้ากันละ”
“นี่เจ้าบื้อจริงๆสินะแค่นี้ก็ยังไม่รู้นะ”
“นางนะหลงเสน่ห์ของเจ้าเข้าแล้วนะสิพ่อรูปหล่อ”
“เจ้าจะบ้าเหรอถ้าเป็นยังงั้นเจ้าต้องช่วยข้า”
“แล้วจะให้ข้าช่วยเจ้ายังไงละ”
“ขะ..ข้ายังคิดไม่ออก”
ลูยิ้มแบบกวนๆมาทางเขา
“หึ หึ รูปโฉมของเจ้านี้สร้างปัญหาชะจริง”
เดนส่ายศีรษะของเขาอย่างอ่อนแรง ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่เรือก็เริ่มเคลื่อนที่ช้าลงและเริ่มล่อนต่ำลง
“ข้าว่าคงถึงแล้วละพวกเราออกไปกันเถอะ”
พวกเขาทั้งหมดเดินออกมายังหัวเรือเดนมองไปยังเบื้องล่างเขาเห็น รอบๆเกาะมีขุนเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้พืชพันธ์รอบล้อมเป็นกำแพงธรรมชาติ ตรงกลางเกาะมีภูเขาลูกหนึ่งที่บนยอดเขามีต้นไม้ขนาดใหญ่โตอย่างมาก มีเรือเหาะอยู่มากมายบินไปมาแถวต้นไม้นั้นด้านล่างภูเขาเต็มไปด้วยบ้านเรือนมากมาย
“พวกเรามาถึงเกาะพิทักษ์วารีแล้วละเราจะนำเรือเข้าเทียบท่าตรงต้นพฤกษาเทพนั้นและเข้าพบท่านจ้าวเกาะกันพวกเจ้ารักษามารยาทด้วยละ”
ฑูตจางกล่าวบอกพวกเดน พวกเขาพยักหน้าตอบกลับเมื่อเรือเหาะเข้าเทียบท่า พวกเขาพบว่าภายต้นไม้ใหญ่นั้นเต็มไปด้วยผู้คน
“เอาละลงไปกันเถอะ”
ฑูลจางกล่าวและออกเดินนำออกไปพวกเดนเดินตามหลังฑูตจางไปติดๆตามมาด้วยคนตระกูลเว่ย เมื่อเดินจนมาถึงทางเข้าพวกเขาต้องหยุดเพราะทหารที่เฝ้าทางเข้าอยู่กำลังสอบถามฑูตจางเมื่อเขาคุยกันได้สักพัก เหล่าทหารที่เฝ้าทางเข้าก็หยิบหินสื่อสารออกมาทำให้พวกเขาต้องอยู่รอที่เดิมพักใหญ่ๆในขณะที่พวกเดนกำลังชมวิวรอบๆอยู่นั้นก็มีทหารที่เฝ้าทางเข้าคนหนึ่งวิ่งมาหาฑูตจางคาราวะเขา
“ขอโทษท่านจางด้วยที่ทำให้พวกท่านรอนานรถม้าจากคฤหาสน์จ้าวเกาะมารับแล้วขอรับเชิญพวกท่านขึ้นรถม้าไปยังคฤหาสน์เถอะขอรับ”
“อืม พวกเราไปกันเถอะ”
ฑูตจางเดินนำขบวนจนไปถึงที่รถม้าขนาดใหญ่สองคันจอดอยู่
“เอาละพวกเราขึ้นคันนี้ละส่วนคนตระกูลเว่ยขึ้นอีกคัน”
ฑูตจางกล่าวบอกทุกคน และเมื่อทุกคนขึ้นไปบนรถม้าถายในห้องโดยสารนั้นเดนและพวกต้องตกตะลึงในความหรูหราของมันภายในมีที่นั้งอย่างดีเป็นวงกลมล้อมรอบโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารเครื่องดื่มมีคนคอยบริการอยู่ภายในถึงสามคน มีโคมไฟระย้าห้อยอยู่ตรงกลางเพดานผ้าม่านสีครีมที่ปิดหน้าต่างบานใหญ่ไว้กั้นสายตาจากผู้คนด้านนอกมองเข้ามา
“โหนี้รถม้าอย่างนั้นรึหรูหราเกินไปไหมเนี้ย”
“ลูเอ่ยออกมาและทึ่งในสิ่งที่เขาพบ”
“เชิญพวกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยพวกเราจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเดินทางไปยังยอดต้นพฤกษาเทพเพื่อไปยังคฤหาสน์ท่านจ้าวเกาะขอรับ”
ชายที่ผู้ภายในรถม้ากล่าวบอกทุกคน เมื่อทุกคนนั้งประจำที่รถม้าก็เริ่มออกเคลื่อนตัวไป ภายในรถม้าตระกูลเว่ย
“หลิงเอ๋อเจ้าสนใจในตัวเจ้าหนุ่มนั้นอย่างนั้นรึ”
“ขะ..ข้าปล่าวข้าไม่ได้”
“เจ้าอย่ามาปฎิเสธเลย พ่อดูเจ้าออกนะทั้งๆที่เจ้าไม่เคยสนในบุรุษเพศคนใดมาก่อนทั้งๆที่มีเหล่าคุณชายของตระกลูใหญ่มากมายเหล่านั้นที่มากด้วยรูปโฉมมาชอบพอเจ้า เจ้ากลับปฎิเสธพวกเขาจนหมดแถมยังบอกกับพ่อว่าจะขออยู่เป็นโสดไปจนตายอีกต่างหาก
แต่ตอนนี้กลับมองเจ้าหนุ่มนั้นจนไม่เป็นตัวของตัวเอง”
“ขะ..ข้า”
“เจ้าหนุ่มนั้นมีอะไรพิเศษยังงั้นรึนอกจากรูปโฉมที่โดดเด่นนั้นแล้วนะถึงทำให้หลิงเอ๋อของพ่อเป็นถึงขนาดนี้”
“ข้าก็ไม่รู้ท่านพ่อแต่ข้ารู้สึกว่าเขานะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอนข้าก็ไม่เข้าใจในตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงหยุดมองเขาไม่ได้กัน”
“อย่างที่เจ้าว่ามาคนธรรมดาที่ไหนจะมียอดฝีมือขนาดนั้นคอยอารักขาขนาดนั้น พ่อว่าเขาต้องเป็นบุคคลที่มีอำนาจภายในทวีปม่านหมอกแห่งพฤกษาอย่างแน่นอน”
“เจ้านี่ตาแหลมไม่ใช่เล่นๆนะหลิงเอ๋แต่ดูเหมือนผู้หญิงที่ติดตามเขามานั้นจะเป็นคนรักของเขาเมื่อเจ้าต้องการเขาเจ้าก็ต้องยอมเป็นอณุเจ้าจะยินยอมรึไม่ละ”
“ข้ายังไม่คิดไปถึงขั้นนั้นเลยนะท่านพ่อ”
“เอาเถอะนาพ่อไม่ว่าอะไรเจ้าหรอกพ่อนะเคารพในการตัดสินใจของเจ้าไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจยังไงพ่อก็พร้อมจะรับมันไปกับเจ้า”
“ท่านพี่ข้าว่าถ้าได้เขามาเป็นเขยของเราตระกลูเราคงยิ่งใหญ่ขึ้นแน่เมื่อดูจากฝีมือคนติดตามของเขาแล้วน้อยคนนักภายในเหมันต์อัคคีจะเทียบกับเขาได้”
เว่ยกังที่ฟังการสนทนาของทั้งสองอยู่นั้นกล่าวออกมา
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมื่อนกันแต่ติดตรงที่เขาอาจมีคนรักอยู่แล้วนี่สิไม่แค่หนึ่งนะอาจจะเป็นสองถึงสามนางที่ตามเขามานั้นก็ได้”
“ไม่เห็นจะเป็นไรนิท่านพี่ ยอดบุรุษมีเมียสามถึงสี่คนรึมากกว่านั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา”
“อืมนั้นสินะข้ายังไงก็ได้ ให้หลิงเอ๋อตัดสินใจเอาเองเถอะข้าไม่อาจบังคับนางได้หรอก”
“อือคงต้องฝากหลิงเอ๋อแล้วละ”
เว่ยหลิงที่นั่งฟังคำสนทนาของทั้งสองนั่งหน้าแดงก้มลงมองมือตนเอง
ภายในรถม้าพวกเดนเสียงจามของเดนดังอยู่ต่อเนื่อง
“เจ้าเป็นอะไรถึงได้จามออกมาไม่หยุด ยี๋สกปรกนั้นน้ำมูก เอ้านี่เอาไปเช็ดชะ”
ไอลีนยื่นผ้าเช็ดหน้าของนางไปให้กับเขา เดนรับมาเช็ดและบ่นออกมา
“สงสัยตากฝนเมื่อตอนที่เจอพายุนั้นแน่”
“ข้าว่าไม่ใช่ละมั้ง”
ลูกล่าวออกมา
“สงสัยมีสาวน้อยนางหนึ่งบ่นหาชะมากกว่าละม้าง หึ หึ หึ”
ไอลีนและออโรร่ามองไปทางเขา
“พวกเจ้าอย่ามองข้าแบบนั้นสิข้าแค่ล้อเล่นเอง”
ลูรีบโปกมือปฎิเสธสิ่งที่เขากล่าวออกมา ในขณะที่ลูไม่รู้จะทำยังไงกับสายตาที่มองมาของทั้งสอง ก็มีเสียงคนขับรถม้าร้องออกมาว่าใกล้ถึงคฤหาสน์แล้วให้เตรียมตัวกันได้ เมื่อลูได้ยินดังนั้นจึงกล่าวออกมา
“ข้าออกไปดูหน่อยดีกว่าว่าคฤหาสน์ที่ว่าจะใหญ่โตขนาดไหนกัน”
ลูรีบออกมาทันทีเพื่อที่จะได้หลุดจากการมองของสองสาว เมื่อเดนเห็นลูลุกออกไปเขาจึงตามไปติดๆ
“นี้เจ้ากำลังทำให้ข้าเดือดร้อนนะไอ้เจ้าบ้าลู”
“แหะ แหะ ขอโทษลืมไปว่าแม่เสือสาวพวกนั้นดุ”
“เห้ นั้นคฤหาสน์ที่ว่าเหรอข้าว่าพระราชวังมากกว่าละมั้ง”
ลูชี้ไปที่ตัวคฤหาสน์สีขาวมุกเบื้องหน้าที่ตั้งอยู่บนต้นไม้ใหญ่หน้าทางเข้าไปภายในมีกำแพงขนาดใหญ่ล้อมรอบบนกำแพงมีเหล่าทหารสวมชุดสีฟ้าถือธนูคอยยืนเฝ้าอยู่ด้านบนประตูทางเข้าก็มีเหล่าทหารที่มีดาบติดอยู่ข้างลำตัวยืนเฝ้าอยู่อีกเช่นกันเมื่อรถม้าจอดสนิทพวกเขาทั้งสองกลุ่มก็ลงจากรถม้าเดินไปหน้าประตูบานใหญ่ที่มีทหารที่เฝ้า เมื่อไปถึงเหล่าทหารที่ประจำการอยู่ก็ทำการคาราวะฑูตจางและเปิดประตูให้พวกเขาเข้าไปภายใน เมื่อเดนกำลังเดินเข้าไปนั้นเขาสังเกตุเห็นเว่ยหลิงมองมาทางเขาและหน้าของนางยังแดงระเรื่ออีกด้วยเมื่อเห็นเช่นนั้นเขาจึงรีบเดินไปด้านหน้าเคียงคู่กับลูทันที