มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 77 ข้าคงมิอาจบอกได้

    ตอนที่77 ข้าคงมิอาจบอกได้

     

    หลังจากที่พูดคุยอยู่สักพักหนึ่งครูชัยก็ขอตัวไปดูชายหนุ่มบุญสมก่อน เพราะชายหนุ่มบุญสมเป็นถึงศิษย์ของเขาถ้าเขาไม่ไปดูอาการของบุญสมละก็ มันคงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจแน่ๆ ......

     

    ส่วนเฒ่าหมานเขารับหน้าที่ในการพากล้วยกับไอ้จ๋อไปยังบ้านพักรับรองที่ถูกสร้างขึ้นมาแบบง่ายๆแต่ก็กันแดดกันลมกันฝนได้เป็นอย่างดีไม่ต่างจากบ้านของชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้เลย.....

     

    “เป็นเยี่ยงใดบ้าง? ที่นี่พอจักพักได้หรือไม่?”

     

    “แค่กระท่อมเล็กๆ พวกข้าก็นอนกันได้แล้วจ้ะ ได้บ้านที่สมบูรณ์เช่นนี้มันยิ่งกว่าพักได้อีก ใช่ไหมวะไอ้จ๋อ?!”

     

    “ใช่! ใช่! ใช่! แต่ถ้ามีหมอนกับผ้าห่มด้วยจักดีมากๆ เลย”

     

    ไอ้จ๋อ!

     

    ฮ่าฮ่า ฮ่า!

     

    “อย่าไปว่ามันเลยเรื่องหมอนกับผ้าห่มประเดี๋ยวข้าจักให้คนไปจัดเตรียมเอาไว้ให้แล้วก็....คืนนี้มีงานเลี้ยงอาหารค่ำรอบกองไฟที่ลานกลางหมู่บ้านด้วยพวกเอ็งอย่าลืมไปละ”

     

    งานเลี้ยงรึ?

     

    “มีกล้วยไหมตาเฒ่า?!”

     

    “ถ้าเอ็งอยากกิน ข้าก็จักให้คนไปหาไว้ให้ ไอ้จ๋อ!”

     

    เยี่ยม!

     

    “ขอบคุณท่านผู้เฒ่าสำหรับที่พักแลอาหารคืนนี้พวกเราทั้งสองจักไปอย่างแน่นอน ว่าแต่ตอนนี้มีงานอะไรให้พวกเราช่วยหรือไม่จ๊ะ?ถ้ามีก็บอกพวกเราได้เลยนะ”

     

    กล้วยรีบกล่าวขอบคุณเฒ่าหมานในทันทีก่อนที่จะถามเฒ่าหมานว่ามีอะไรให้เขาช่วยทำในตอนนี้หรือเปล่าเพราะอย่างน้อยเขาก็ทำงานเพื่อแลกกับที่พักและอาหารของวันแรกนี้เลย......

     

    งานรึ?

     

    “จักว่ามีมันก็มีอยู่ ถ้าไม่เป็นการรบกวนข้าอยากจักขอให้เอ็งร่วมเดินทางไปกับไอ้พวกคนหนุ่มที่จักออกไปล่าในวันนี้หน่อยเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น การล่าสัตว์เลยล่าช้าไป แต่ถ้ามีเอ็งเข้าร่วมด้วยการล่าสัตว์วันนี้คงง่ายและปลอดไม่น้อย”

     

    ล่าสัตว์กระนั้นรึ?

     

    “ได้สิ ข้าจักไปกับพวกเขาเอง แล้วพวกเขาจักออกเดินทางกันเมื่อไหร่ละจ๊ะ?”

     

    กล้วยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้าและตอบตกลงรับทำงานนี้ เพราะจากคำขอร้องของเฒ่าหมานแล้วเฒ่าหมานแค่ให้เขาตามไปปกป้องกลุ่มล่าสัตว์เท่านั้น ไม่ได้ให้เขาออกล่าเองหรือต่อให้เขาเข้าร่วมการล่า เขาก็ยินดีที่จะช่วยอย่างเต็มที่เช่นกัน.....

     

    “อีกสักประเดี๋ยวพวกมันก็ออกเดินทางแล้วถ้าเอ็งตกลงก็ไปพบพวกมันที่หน้าหมู่บ้านได้เลยบอกพวกมันว่าข้าเป็นคนส่งให้เอ็งมาก็พอ”

     

    ได้สิ!

     

    ไม่นานหลังจากที่กล้วยพูดคุยกับเฒ่าหมานเสร็จเขากับไอ้จ๋อก็รีบไปที่หน้าหมู่บ้านทันที ซึ่งในตอนที่เขาไปถึงนั่นแล้วเขาก็พบกับชายหนุ่มและชายวัยกลางคนเกือบสิบคนยืนรวมตัวกันอยู่แต่ละคนที่จะไปออกล่าสัตว์ในครั้งนี้นั้นทุกคนล้วนแล้วแต่มีร่างกายที่กำยำและดูจะชำนาญในการล่าสัตว์กันไม่น้อยเลยแต่เสียดายที่พวกเขาไม่ใช่ผู้ฝึกพลัง นั่นจึงทำให้พวกเขามีขีดจำกัดในการล่าอยู่......

     

    “สวัสดีจ้ะพวกพี่ๆ ลุงๆท่านผู้เฒ่าส่งข้ามาที่นี่เพื่อให้ร่วมเดินทางไปออกล่าสัตว์กับพวกท่านด้วย”

     

    หือ?

     

    “พ่อเฒ่าหมานส่งเอ็งมารึ? แล้วเอ็งล่าสัตว์เป็นไหม?”

     

    เมื่อชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์ได้ยินคำพูดของกล้วยเขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจหรืออารมณ์ใดออกมา เขาเพียงแค่ถามกล้วยกลับมาด้วยประโยคสั้นๆเท่านั้น......

     

    “ก็พอได้อยู่จ้ะ ถึงจักไม่ชำนาญมากนักก็เถอะ”

     

    แน่นอนว่ากล้วยไม่ใช่นักล่าสัตว์มืออาชีพแต่เขาก็เคยมีประสบการณ์ล่าสัตว์มาก่อน แม้ว่าจะไม่มากนักแต่ก็ไม่เคยมีสัตว์ตัวไหนหลุดรอดจากการล่าของเขาไปได้เว้นเสียแต่ว่ามันจะเป็นสัตว์ที่มีพลัง และแข็งแกร่งกว่าตัวเขาเท่านั้น.......

     

    “ถ้าเอ็งมั่นใจเสียขนาดนั้น แลไม่กลัวว่าจักถูกสัตว์ป่าคาบไปกินเสียก่อนเอ็งก็ตามมาเถิด แต่อย่าขัดแข้งขัดขาพวกข้าก็แล้วกัน”

     

    ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มพยักหน้าเบาๆและอนุญาตให้กล้วยไปกับพวกตนได้และเพราะเขาไม่ได้ดูการประลองก่อนหน้านี้ของกล้วยกับชายหนุ่มบุญสมเขาจึงกล้วยอาจจะแค่ตามมาหาประสบการณ์เท่านั้น เขาจึงกล่าวแบบนั้นออกไป.....

     

    “พี่ต้น! นี่พี่มิรู้กระนั้นรึว่าไอ้หนุ่มนี้มันเอาชนะศิษย์ของครูชัยอย่างพี่บุญสมได้น่ะ?”

     

    หือ?

     

    “ไอ้หนุ่มนี่นะรึเอาชนะไอ้บุญสมได้? นี่เองจักพูดเล่นกระไรก็ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะวะ ขนาดข้าอายุขนาดนี้แล้วยังมิใช่คู่มือของไอ้บุญสมมันเลยแล้วไอ้หนุ่มนี่จักชนะได้เยี่ยงไร? ถึงแม้ว่ามันจักมีหน่วยก้านที่ไม่เลวก็เถอะแต่ข้าก็ยังคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่ดี”

     

    ทว่าชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มกลับไม่เชื่อเพราะขนาดตนยังเอาชนะชายหนุ่มบุญสมไม่ได้เลยแล้วกล้วยที่ดูเด็กกว่าจะเอาชนะได้ยังไง.....

     

    “จริงๆ นะพี่ต้น! ถ้าพี่ไม่เชื่อพี่ลองถามไอ้พวกนั้นดูก็ได้ พวกมันก็อยู่ตอนที่ไอ้หนุ่มนี้ประลองกับพี่บุญสมเมื่อไม่นานมานี้”ชายหนุ่มที่เป็นลูกมือของชายวัยกลางคนที่ชื่อต้นยังคงพูดย้ำและหาพยานมาช่วยยืนยันเพิ่มว่าสิ่งที่ตนพูดออกไปนั้นเป็นความจริง......

     

    “จริงกระนั้นรึพวกเอ็ง?”

     

    “จริงแท้แน่นอนพี่ต้น! เพราะพี่ไปถ่ายหนักอยู่ พี่เลยมาดูการประลองไม่ทันและเพราะต้องรีบออกไปล่าสัตว์ พวกข้าก็เลยยังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้พี่รู้ไอ้หนุ่มนี้มันแข็งแกร่งจริงๆนะแค่หมัดเดียวก็ทำให้กระดูกหมัดของไอ้บุญสมถึงกับแตกเลย”

     

    กระดูกหมัดแตกเลยรึ?!

     

    ยิ่งได้ฟังชายวัยกลางที่ชื่อต้นก็ยังรู้สึกลำคอแห้งฟาดเขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่เขาไม่แยแสและเห็นว่าอาจจะเป็นตัวถ่วงจะแข็งแกร่งขนาดนี้แล้วแบบนี้เขาจะเอาหน้าไปสู้กับกล้วยได้ยังไง.....

     

    “ก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น ว่าแต่พี่ๆ ลุงๆ ไม่ไปล่าสัตว์กันหรือจ๊ะ?ถ้ายังชักช้าอยู่เยี่ยงนี้อาจจักมืดเสียก่อนนะ!”

     

    เอ่อ!

     

    “จริงด้วย! ถูกอย่างที่ไอ้หนุ่มนี่พูด พวกเรารีบออกไปล่าสัตว์เถอะมัวแต่ยืนพูดคุยกันอยู่นั่นแหละแล้วเมื่อใดจักได้สัตว์มาทำอาหารในงานเลี้ยงคืนนี้เล่า ไป! ไปได้แล้วพวกเอ็ง!”

     

    อ้า.....

     

    “กระไรของเขาวะ?!”

     

    “อยู่ๆ ก็มาเร่งกันเสียอย่างนั้น สงสัยเมียไม่ให้เข้าห้องละมั้ง!”

     

    “พูดกระไรของพวกเอ็งวะ? ถ้ายังพูดจาไร้สระอยู่เยี่ยงนี้งั้นครั้งนี้ข้าจักให้เอ็งเป็นคนไปตั้งกับดักคนเดียวเลยดีไหม?”

     

    ไม่นะพี่ต้น!

     

    ข้าผิดไปแล้ว!

     

    “ยังไม่รีบไปอีก!”

     

    อ้า!

     

    ไปแล้วพี่!!

     

    กล้วยก็ทำเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะเขาไม่อยากไปทำให้ชายวัยกลางคนต้นเสียหน้าไปกว่านั้น ดังนั้นกลุ่มล่าสัตว์จึงได้ออกเดินทางเข้าไปในป่าเพื่อล่าสัตว์กัน.....

     

    ซึ่งพื้นที่ล่าที่พวกเขาเลือกเอาไว้นั้นอยู่ในป่าทางเหนือของหมู่บ้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับที่กล้วยพบเจอพวกโจรป่าก่อนหน้านี้เนื่องจากป่าทางนี้มีสัตว์ทั่วๆ ไปอาศัยอยู่มาก แม้ว่าเวลาจะใกล้มืดแล้วก็ตามแต่พวกเขาก็ยังพบเจอกับหมูป่าที่กำลังเดินทางกลับรังของพวกมันและยังพบเจอไก่ป่าและกระต่ายป่าอีกสองสามตัว.......

     

    นั่นทำให้พวกเขามีเนื้อมากพอที่จะทำอาหารกินกันในงานเลี้ยงคืนนี้และเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว พวกเขาจึงพากันกลับโดยตลอดทางกล้วยไม่ได้เข้าไปช่วยอะไรพวกกลุ่มล่าสัตว์เลยเพราะทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี แม้แต่การแกะรอยพวกสัตว์.....

     

    กลับเป็นกล้วยเองที่ได้คนเหล่านี้ช่วยไว้เพราะเทคนิคการแกะรอยของพวกเขานั้นถือว่าอยู่ในระดับที่สูงพอควรเลยเพียงแค่มองและดมกลิ่น พวกเขาก็รู้ได้ว่าสัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ชนิดใดและพวกมันเป็นสัตว์ป่าหรือสัตว์ดุร้าย หรือว่าเป็นสัตว์ที่มีพลัง......

     

    ณลานกว้างกลางหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอม......

     

    ช้ะเอิงเอิ่งเอยช้ะเอิงเอย!

     

    แม่สาวหน้ามนคนน่ารักเจ้าสวยยิ่งนักช่างน่ามอง

    ใครได้เห็นเป็นต้องยอมอยากจับจองน้องเป็นคู่หมาย

    แม้จะยากสักหมื่นแสนพี่ก็จะแสดงให้น้องเห็น

    แม้ว่ามันจะลำเค็ญจะทุกข์เข็ญพี่ก็ยอม

     

    หูย!!

     

    “อยากจักอ้วกจริงๆ เลยวะไอ้หมอน!”

     

    “ใช่! นี่เองไปฝึกร้องเพลงแซวมาตั้งแต่เมื่อใดวะ?”

     

    “กระไรของพวกเอ็งวะ! ข้าก็ร้องเป็นมาแต่นานแล้วก็แค่มิได้ร้องให้ใครฟังเท่านั้น”

     

    จริงกระนั้นเชียว?

     

    เออสิวะ!

     

    ฮ่าฮ่า ฮ่า!

     

    บรรยากาศในงานเลี้ยงรอบกองไฟคืนนี้เต็มไปด้วยความสนุกและคึกคักเป็นอย่างมากทุกคนดูมีความสุขกับการมาอยู่ร่วมกันไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่มีใครเลยที่ทำท่าไม่พอใจใส่กันซึ่งบรรยากาศเช่นนี้มันทำให้กล้วยนึกถึงตอนที่เขาอยู่ที่หมู่บ้านท่าเสด็จเลย.....

     

    “เป็นเยี่ยงใดบ้างกล้วย? สนุกไหม?”

     

    “สนุกมากเลยท่านผู้เฒ่าหมาน ตัวข้านั้นมิได้พบเจอกับสถานการณ์ที่มีความสุขเช่นนี้มานานพอสมควรแล้ว”กล้วยตอบกลับเฒ่าหมานในทันทีซึ่งภายในแววตาของเขานั้นแสดงออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขานั้นรู้สึกอย่างไรในตอนนี้.....

     

    หมับ!

     

    “อยู่ที่นี่ตราบเท่าที่เอ็งพอใจเถอะพวกเราชาวบ้านทุ่งตะไคร้หอมล้วนแต่เป็นคนกันเองทั้งนั้น ถ้าเอ็งต้องการสิ่งใดเอ็งสามารถบอกแก่ข้าหรือคนอื่นๆ ในหมู่บ้านได้เลยแล้วก็.....เห็นไอ้บุญสมมันกำลังตามหาเอ็งอยู่ดูเหมือนว่าจักมีเรื่องบางอย่างที่อยากจักคุยกับเอ็งเสียหน่อย”

     

    เฒ่าหมานไม่อยากขัดอารมณ์ของกล้วยที่กำลังมีความสุขดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเรื่องพูดและบอกกล้วยว่าตอนนี้ชายหนุ่มบุญสมกำลังตามหากล้วยอยู่.....

     

    หือ?

     

    “พี่บุญสมตามหาข้ารึ?”

     

    ใช่!

     

    “ข้าเห็นมันอยู่แถวๆ โน้น เอ็งลองเดินไปดูก็แล้วกัน”

     

    อ้า.....

     

    “ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านตาเฒ่าหมานมาก”

     

    มิไรเป็นดอก.....

     

    หลังจากที่กล้วยพูดคุยกับเฒ่าหมานจบเขาก็เดินไปยังทิศทางที่เฒ่าหมานบอกว่าชายหนุ่มบุญสมอยู่ในทันทีซึ่งไม่นานหลังจากที่เขาเดินมาถึง เขาก็พบกับชายหนุ่มบุญสมจริงๆทว่าสภาพของชายหนุ่มบุญสมในตอนนี้ดูน่าสงสารมากเพราะเขาต้องใช้ผ้าและไม้เพื่อดามมือของเขาเอาไว้รวมถึงต้องใช้สมุนไพรหลากหลายชนิดในการประคบที่มือเพื่อให้อาการดีขึ้น......

     

    พี่บุญสม!

     

    หือ?

     

    “อยู่นี่เองกล้วย! ข้าตามหาเอ็งเสียนานรู้ไหม มาสิ! มานั่งลงก่อน”

     

    เมื่อชายหนุ่มบุญสมเห็นกล้วยเขาก็รีบตะโกนเรียกกล้วยในทันที ก่อนที่จะจัดแจงที่นั่งเพื่อให้กล้วยนั่งลงข้างๆตัวเขา.....

     

    “พี่บุญสมตามหาข้ามีกระไรหรือ?”

     

    กล้วยเดินไปนั่งข้างๆชายหนุ่มบุญสม ก่อนที่จะถามขึ้นด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่าชายหนุ่มบุญมีเรื่องอะไรที่ต้องการคุยกับเขา......

     

    “ก็มิใช่เรื่องใหญ่อันใดดอกข้าก็แค่อยากจักขอโทษเอ็งที่ข้าทำตัว.....ไม่ดีเมื่อตอนกลางวันนี้”

     

    ชายหนุ่มบุญสมดูจะกะด่างปากเล็กน้อยที่จะพูดขอโทษออกมาเพราะมันน้อยครั้งมากเขาต้องพูดคำนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องพูดออกมา......

     

    “เป็นข้าเองเสียมากกว่าที่ต้องกล่าวขอโทษพี่บุญสมที่ทำตัวเสียมารยาทกับครูชัยของพี่ แต่เพราะข้ามิค่อยได้ออกไปพบปะผู้คนมากนักข้าจึงพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้”

     

    กล้วยเองก็กล่าวขอโทษเช่นกันเพราะเขาเป็นคนที่พูดตรงไปตรงมา จึงทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้.....

     

    “ช่างมันเถอะ! ตอนนี้ก็ให้ถือเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกันว่าแต่เชิงมวยที่เอ็งใช้คือวิชาเชิงมวยอันใดกันวะ? ข้ามิเคยเห็นเชิงมวยที่รวดเร็วและแข็งกร้าวเช่นนี้มาก่อนเลย”

     

    เมื่อชายหนุ่มบุญสมเห็นกล้วยกล่าวขอโทษความรู้สึกชื่นชมที่มีต่อกล้วยก็ปรากฏขึ้นภายในใจของเขาและยิ่งเพิ่มมากขึ้นก่อนจะถามถึงวิชามวยที่กล้วยใช้สู้......

     

    “ข้าคงมิอาจบอกได้ ข้าต้องขอโทษด้วย”

     

    อ้า....

     

    มิเป็นไร......

    คล้ายกับเรื่องมหาศาสตรากู้แผ่นดิน ที่คุณอ่าน