เอาเป็ว่าคลื่นอารมณ์ของมู่หรงชิงเจ๋อสงบลงได้เพราะมีเจียงฉีหนิงออกหน้ายืนยันให้
ขณะนี้มู่หรงซือเฉินยืนกางแขนหน้าคันฉ่องบานใหญ่ปล่อยให้เจียงฉีหนิงสวมชุดคลุมสีดำปักเลี่ยมทอง ดวงตาหาได้สนใจเรือนกายของตัวเองไม่มันน่าหงุดหงิดยิ่งนัก ที่มู่หรงชิงเจ๋อทำแผลให้นางอย่างประคบประหงมราวไข่ในหิน
รอยเขี้ยวเล็กเท่าเม็ดถั่วทำอย่างกับนางหัวขาด! เหอะ (น่าเบื่อ มองบน!)
แววตาแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ น้ำเสียงแหบพร่าฉาบอยู่ในลำคอ
“น่าทะนุถนอมตรงไหนกัน”
เซ่าเวยจำมู่หรงชิงเจ๋อได้ทั้งคู่เคยพบกันแล้ว เป็ชายใจดีที่ซื้อเมล็ดพันธุ์ให้โชคดีเหลือเกินที่ได้พบกันอีก
ที่แท้พี่ชายหน้าหวานถือพัดก็คือคุณชายรองมู่หรงชิงเจ๋อ คนที่เ้าสำราญและเข้าถึงง่ายที่สุดนั่นเองจริงอย่างที่สาวใช้บอก เข้าถึงง่ายจริง ๆ ใจดีด้วย
เซ่าเวยสบายใจมากที่มู่หรงชิงเจ๋ออยู่ที่นี่ด้วย แต่หากหวนนึกกลับไปว่าบุรุษที่ยืนอยู่อีกฝั่งคือมู่หรงซือเฉิน...หนึ่งในสามีทั้งสี่ของนางหญิงสาวผู้ไร้เดียงสาออกอาการขนลุกขนพอง ก่นด่าคัดค้านในใจ
ไม่! ถังเซ่าเวยไม่อยากมีสามีใจร้ายเช่นนี้
ดวงตาของนางเคลื่อนกลับมาที่มู่หรงชิงเจ๋ออืม…หากเป็คนนี้ก็พอรับได้ "ข้าจะแต่งกับคุณชายรองมู่หรงชิงเจ๋อ"
โครก ~~
เสียงท้องร้องโครกครากกลบเสียงพูดของนางปากเล็ก ๆ ของเซ่าเวยห่อเข้าหากันด้วยความเขินอายมู่หรงชิงเจ๋อมองนางอย่างเอ็นดูอีกครั้ง ไหนเลยจะกล้ามองว่าเสียมารยาทสำหรับคุณชายเ้าสำราญแห่งเทียนตงที่พบเจอคนมาแล้วมากมายกล้าพูดได้เต็มปากว่าไม่เคยมีความรู้สึกหลงใหลต่อผู้ใดปานฉะนี้
ลูกกวางน้อยตัวนี้น่าเอ็นดูเกินไป ^^
มู่หรงชิงเจ๋อยิ้มล่องลอยเหมือนคนบ้าเขาเผลอยกมือลูบไรผมนาง ทั้งคู่ประสานสายตาคล้ายมีใจต่อกันน้ำเสียงหวานนุ่มนวลหว่านล้อมคอยเอาใจเซ่าเวยตลอดเวลา “เรือนชิงเจ๋อของข้ามีของกินมากมาย อยู่ที่นั่นท้องของเ้าจะไม่มีวันว่าง”
“อยู่เรือนหลังนี้ท้องของนางก็ไม่ว่างได้เช่นกัน”
เสียงปริศนาดังขึ้นแม้ว่าประโยคที่ลอยมาตามกระแสลมจะเหมือนประโยคเย้าแหย่ทั่วไปแต่ใบหน้าและแววตาของมู่หรงซือเฉินฉาบไปด้วยความโอหังอยากเอาชนะสำหรับบุรุษที่เกิดมาแล้วสองทศวรรษกับอีกสองปีเศษย่อมดูออกว่าความหมายของประโยคเมื่อครู่ส่อแววสองแง่สองง่าม
ตอนนี้เองเซ่าเวยเริ่มได้กลิ่นหอมคล้ายมีน้ำแกงรสทิพย์ตั้งอยู่บนปลายจมูกสาวใช้จำนวนห้าคนยกอาหารชั้นเลิศเข้ามาวางบนโต๊ะ ดวงตางดงามมองไปที่นั่น ปากเล็ก ๆขยับเป็เสียง
“มันน่ากินมาก”
มู่หรงชิงเจ๋อหันกลับมามองนางแล้วยิ้มน้ำเสียงของเขายังคงอ่อนโยนเสมอ “กินเถอะ ปีศาจซือเฉินดื่มแค่โลหิตเท่านั้นอาหารพวกนี้ไม่แน่ว่าคงสั่งมาให้เ้า”
คุณชายรองชิงเจ๋ออยากจะนั่งทานอาหารเป็เพื่อนเซ่าเวยสักมื้อทว่าเด็กรับใช้คนสนิทของชิงเจ๋อปรากฏตัวนอกบานหน้าต่าง สีหน้ายิ้มแย้มเปลี่ยนแปลง ในใจกำลังคิดว่าคนผู้นี้ปรากฏตัวกะทันหันต้องไม่ใช่เื่ดีแน่
มู่หรงชิงเจ๋อจำใจจากไป
ทั้งที่วันนี้เป็วันสวมกวานของซือเฉินแต่เ้าตัวกลับอืดอาดยืดยาดไม่รีบร้อนเลยสักนิด
“ขอบคุณนะมู่หรงซือเฉินไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด”
เซ่าเวยเอ่ยชมแบบนี้เพราะนางเห็นของกินอยู่ตรงหน้าสำหรับคนที่เคยอดอยากมาก่อน ย่อมดีใจที่มีอาหารดี ๆ กิน
พูดขอบคุณเสร็จ ปากเล็ก ๆของนางอ้ากว้างกัดแป้งทอดแสนอร่อย ดวงตาของนางเบิกกว้างแก้มพองหนุบหนับเหมือนกระต่ายเคี้ยวหญ้าหวาน
อื้ม! อร่อยมาก!
“ก็แค่แป้งทอดธรรมดา”
ซือเฉินยืนอยู่หน้าคันฉ่องทำเหมือนไม่สนใจแต่ทุกอิริยาบถของนางล้วนอยู่ใต้สายตาของเขา จังหวะนั้นหลุดน้ำคำเชิงดูแคลนออกมาแต่มุมปากของซือเฉินกลับหยักยิ้มไม่รู้ตัว
เจียงฉีหนิงจะตาบอดหรือไม่!ฟ้าผ่ากลางแจ้งแน่นอน คุณชายยิ้ม!
ถังเซ่าเวยมีความสามารถพิเศษทำให้ผู้คนหลงใหลเอ็นดูได้ั้แ่แรกเห็นก็จริงแต่ไม่คิดว่ามู่หรงซือเฉินผู้อมทุกข์จะตกหลุมพรางบ่อนี้ได้เหมือนกัน
วันนี้กินอาหารคนเดียวรู้สึกมีความสุขมาก!เซ่าเวยอยู่ในชนบทมานาน การกินอาหารของนางจึงไม่มีระเบียบมากนักแค่กินให้อิ่มก็พอแล้ว ทำไมต้องมีพิธีรีตองให้ยุ่งยาก
พูดตามตรง…หลายวันมานี้ั้แ่มาถึงเทียนตง เซ่าเวยมีความสุขทุกอย่างยกเว้นเวลากินข้าวท่านอาจารย์หญิงที่มาสอนมารยาทและกฎตระกูล มักจะนั่งมองเซ่าเวยกินอาหารหากผิดระเบียบแม้แต่นิดเดียวสำหรับอาหารจะถูกยกออกไปทันที
ถังเซ่าเวยเคี้ยวอาหารรวดเร็วด้วยใจอัดอั้นมือเล็กเรียวสวยสาวขนมรูปดอกเหมยเข้าปาก ตามด้วยกวาดข้าวในชามตามลงไปจากนั้นคีบหมูสามชั้นมันเยิ้มขึ้นมาดูดน่องไก่ย่างที่วางอยู่บนพานถูกแทะจนเหลือแค่ซากิญญา
รู้สึกว่านางพยายามเล่าความอัดอั้นเหล่านี้ตลอดแต่เพราะในปากของเซ่าเวยถูกยัดอาหารเข้าไปมากเกินไปซือเฉินที่พยายามจับใจความจึงฟังไม่ถนัดนัก
“ฮูหยินน้อยค่อย ๆ กินเถิดประเดี๋ยวไม่พอจะให้คนยกเข้ามาเพิ่ม”
ถังเซ่าเวยยิ้มตาหยีพยักหน้ารับคำของเจียงฉีหนิง ถามว่านางกินช้าลงไหม?ก็ไม่! -...-
ตอนนี้เองเซ่าเวยเกิดสีหน้าบิดม้วนนางหายใจลำบาก เพียงเปล่งเสียงออกมาว่า
“น้ำ…”
พริบตาเดียวมู่หรงซือเฉินที่บอกว่าไม่สนใจนางก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างกายราวล่องหนมา
ในมือถือกาน้ำชาไว้ทั้งที่มันตั้งอยู่คนละฝั่งกับมุมแต่งกายแววตาที่ซือเฉินมองเซ่าเวยตัวป่วนยังคงไว้ซึ่งความเ็า น้ำเสียงเรียบกล่าวว่า
“โง่เง่า”
แต่ไม่รู้ทำไมฝ่ามือของเขาถึงได้ลูบแผ่นหลังของนางอยู่
มู่หรงซือเฉินไม่วางใจที่จะปล่อยนางให้อยู่ในสภาพเช่นนี้เขาเพียงถอนหายใจออกมาหนึ่งหน จากนั้นยกนางออกจากโต๊ะอาหาร แรงมือของชายหนุ่มแหวกชายกระโปรงของนางขึ้นสูงอีกแล้ว
“มู่หรงซือเฉิน คนป่าเถื่อน ฉวยโอกาส!”
ครั้งนี้เซ่าเวยรู้จักปกป้องตัวเองกำปั้นขนาดเล็กมากทุบที่ศีรษะของซือเฉินอย่างกระตือรือร้น
ซือเฉินไม่สนใจ!แรงที่นางทุบตีความรู้สึกเหมือนโดนมดกัดเท่านั้น เจียงฉีหนิงที่ยืนอยู่เยื้อง ๆได้แต่กุมขมับปิดตา ไม่กล้าเห็นของสงวนของฮูหยินน้อยจวนจะสายอยู่แล้วไม่ทราบว่าคุณชายคิดอะไรอยู่ ถึงได้อยากอุ่นเตียงขึ้นมา! นั่นพิธีสวมกวานเชียวนะ!
“หุบปาก ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ”ซือเฉินพูดน้ำเสียงสุขุมทั้งที่ฝ่ามือลูบหน้าขาของนางอยู่
ขณะนั้นเซ่าเวยรู้สึกว่าความเ็ปบนาแหายไปแล้ว
แปลกมาก! แผลหายไปแล้ว
มู่หรงซือเฉินถูกความชั่วร้ายครอบงำนับว่าเป็ข้อเสียแต่ความสามารถรักษาาแที่มีอยู่อย่างจำกัดกลับเป็ข้อดีที่ได้จากการฝึกเคล็ดลับวิชาต้องห้ามพวกนั้น แม้จะมีอยู่อย่างจำกัดแต่มู่หรงซือเฉินก็ยังเลือกที่จะใช้มันรักษาให้กับนาง
เสร็จแล้วเขาเงยหน้าเพื่อมองว่านางดีใจแค่ไหนรอยยิ้มของนางฉายมาที่ดวงตาของชายหนุ่ม ความสามารถของมู่หรงซือเฉินน่าอัศจรรย์มาก!ถังเซ่าเวยคล้ายจะเอ่ยปากขอบคุณอีกแล้ว แต่ซือเฉินดูออกและรู้ทัน!
“ตอบแทนข้าด้วยเื” พูดจบมู่หรงซือเฉินก็เดินจากไปทันทีเขาซ่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ เอาไว้ใต้ใบหน้าที่เ็า จนผู้คนแทบสังเกตไม่เห็น
สำหรับมู่หรงซือเฉินในตอนนี้ เห็นเซ่าเวยเป็ลาภก้อนโตที่์ประทานให้เืของนางมีประโยชน์มาก! ดังนั้นสมควรอย่างยิ่งที่จะให้นางอยู่ดีกินดี ว่าง่าย ๆก็คือหากจะกินหมูที่เนื้อนุ่มอร่อย ก็ต้องขุนมันให้อ้วนหากอยากกินผักที่มีรสหวานกรอบ ต้องเลี้ยงมันอย่างใส่ใจ รดน้ำพรวดดินสม่ำเสมอด้วยเหตุนี้ถุงเืเคลื่อนที่อย่างนางก็ต้องถูกขุนเช่นกัน
เคลื่อนตัวเกือบถึงโถงรับรองตระกูลมู่หรงไม่รู้ว่าคุณชายสามที่ไม่เคยสนใจเื่อื่นนอกจากการล้างแค้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ จู่ ๆ ก็หยุดเดินซะอย่างนั้นเจียงฉีหนิงที่เดินตามหลังก็ต้องหยุดเดินเช่นกัน
ครั้นเห็นสัญญาณมือกวักให้เข้าหาองครักษ์เงาผู้ภักดีประสานมือรอรับคำสั่งในทันที
“เจียงฉีหนิง เ้าไปรับนางจากบ้านนอกสภาพความเป็อยู่ของนางเป็อย่างไร?”
“ไม่สู้ดีขอรับ”เจียงฉีหนิงตอบสั้นห้วน เน้นไปที่ความกระชับได้ใจความ
รายงานรวดเร็วฉับไวก็ทำตามที่ซือเฉิน้าแล้วมิใช่หรือ ทำไมยังขมวดคิ้วไม่พอใจอีก เดิมทีคุณชายสามไม่ถามถึงเื่ของผู้อื่นหากมีเื่ที่ต้องรายงานก็ต้องกล่าวให้สั้นและกระชับที่สุดแล้วอย่างนั้นเจียงฉีหนิงคนนี้ผิดอะไรเล่า?
“ไม่สู้ดี! ไม่สู้ดีอย่างไร?” ซือเฉินจะไม่เดินต่อไปจนกว่าจะได้ฟังคำตอบ
“ฮูหยินน้อยน่าสงสารนางถูกสองสามีภรรยาทุบตีข่มเหง บังคับให้ขอทาน ยังมีทำงานแลกเงินอีก อาหารที่กินมีแค่ข้าวต้มบูดวันละหนึ่งชามเท่านั้นห้องนอนของนางเปรียบได้กับคอกม้าของพวกเราไม่รู้ว่านางทนต่อความหดหู่พวกนั้นได้อย่างไรแต่หลังจากนี้ชีวิตของนางจะไม่มีวันหวนกลับไปเป็เช่นนั้นอีกเอ่อ...ว่าแต่คุณชายถามเื่นี้อีกทำไม? ข้าเล่าให้ฟังอยู่ทุกวันวันละสามเวลา ไม่เห็นว่าจะใส่ใจ ตอนนี้กลับอยากฟังขึ้นมาซะอย่างนั้น”ขณะเล่าเรียงเหตุการณ์ต่อหน้าซือเฉิน ฉีหนิงเผยดวงตาปนเศร้าออกมา
“คนพวกนั้นสมควรตาย”จิตสังหารพวยพุ่งออกจากร่าง
มู่หรงซือเฉินกัดฟันกรอด ๆ แค้นใจแทน
“ยังไม่ตายขอรับ”เจียงฉีหนิงเห็นพ้องต้องกัน อยากให้สองสามีภรรยาชั่วคู่นั้นลงนรกไปซะสบโอกาสนี้จึงรีบฟ้อง
มู่หรงซือเฉินหงุดหงิดหัวเสียความผิดของพวกมันอย่างไรก็สมควรตาย ถังเซ่าเวยนางทั้งอ่อนต่อโลกและโง่เง่าจะไปฟังคำพูดของนางมากไม่ได้
คำสั่งของซือเฉินถือเป็คำขาดอย่าให้สืบรู้ในภายหลังว่าคนพวกนั้นยังรอดชีวิตอยู่มิเช่นนั้นมู่หรงซือเฉินคนนี้จะเป็คนตามไปสังหารพวกมันด้วยตัวเอง
หลังจากค้อมศีรษะรับคำสั่งเจียงฉีหนิงก็หายไปเพื่อจัดการตามมอบหมาย
ขณะเดินไปถึงทางแยกมู่หรงซือเฉินพบกับมู่หรงซ่างเสิน หรือคุณชายสี่จอมดื้อรั้นสองพี่น้องไม่แม้แต่จะหยุดทักทายกันพวกเขาทั้งคู่ต่างมีสีหน้าเย็นะเืราวเทือกเขาน้ำแข็งหล่นทับ
ปลายทางของทั้งสองคนคือโถงรับรองตระกูลมู่หรง…