ซูลี่ยังใกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้มา นางไม่คิดว่าการนิ่งเฉยจะทำให้เื่ราวเกี่ยวกับตัวนางบานปลายมากเช่นนี้ ทั้งยังคิดว่าคงไม่มีใครเชื่อเื่นินทาไร้มูลเหตุเช่นนี้ แต่ยิ่งนานวันกลับกลายเป็ว่าพวกเขาเชื่อสนิทใจเพราะนางไม่เคยแก้ตัวและนางไม่ค่อยอยู่เรือน เทียวเข้าเมืองไปจัดการเื่ร้านค้าบ่อยๆ จนดูน่าสงสัย ชาวบ้านหลายคนต่างคิดว่านางลอบออกไปคบชู้สู่ชาย ปล่อยให้หยางหลงนอนป่วยรอนางอยู่เรือนเท่านั้น
พอนางจะไปไหว้วานใครให้ช่วยเหลือกลับมีแต่คนส่ายหน้าไม่ต้อนรับนาง จนนางต้องเดินกลับเรือนมาหาหยางหลงอย่างหดหู่ใจ
ในโลกอนาคตศตวรรษที่ 23 ของนางแม้นางจะไม่ค่อยเข้าสังคมมากนักเพราะมัวแต่เรียนพิเศษหลังเลิกเรียนและตั้งใจเรียนหลักสูตรโบราณคดีขั้นสูงจนจบก่อนใครเพื่อน ทำให้ไม่ได้พบปะผู้คนนัก แต่ทุกคนมองนางในแง่ดี ไม่มีว่าร้ายเช่นนี้ ทั้งยังนับถือในความเก่งกาจของนางทั้งนั้น แต่เมื่อมาอยู่ในโลกยุคโบราณกลับกลายเป็ว่าทุกอย่างเชื่อถือตามคำพูดปากต่อปาก ไม่มีการสืบหาความจริงหรือมูลเหตุที่แท้จริงของข่าวว่าเกิดจากอะไร ชาวบ้านในยุคนี้ช่างโบราณค่ำครึจริงๆ นางจะจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไรดี ระหว่างทางที่เดินกลับเรือนก็ได้แต่ก้มหน้าเดินครุ่นคิดมาตลอดทาง
“เป็อย่างไร!? เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับข้า ในเมื่อเ้าไม่รับรักข้า ข้าก็จะทำลายชื่อเสียงเ้าให้ย่อยยับจนไร้แผ่นดินให้แทรกหนี!”
เสียงของชายขี้เมาที่มาก่อกวนวันนั้นนั่นเอง ซูลี่เงยหน้ามองดูเขาอย่างไม่พอใจ
“นี่สินะที่เขาเรียกว่าหน้าตัวเมีย!”
ซูลี่เอ่ยออกไปไม่เบาไม่ดังนัก นางเห็นพฤติกรรมเช่นนี้ของชายตรงหน้าได้แต่นึกรังเกียจ เพียงแต่นางไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก ได้แต่คิดหาวิธีแก้ไขด้วยตนเองเท่านั้น
“เ้าว่าใครหน้าตัวเมีย!?”
ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่าจิ่งซาน เขาเป็บุตรชายของพ่อค้าเร่ที่พอมีฐานะผู้หนึ่งในหมู่บ้าน จึงไม่เกรงกลัวผู้ใด ทั้งยังคิดว่ามีพรรคพวกของบิดาที่เป็ลูกจ้างในเรือนของตนเยอะ สตรีเช่นนางคงรังแกเขาได้แค่ตอนเมาเท่านั้น วันนี้เขาพาคนมาด้วย 2-3 คน มาใช้ข่มขู่นางให้เกรงกลัวเขา ทั้งยังยินยอมเป็ของเขาโดยง่าย
“ใครได้ยินผู้นั้นก็รับไปสิ หลีกไป! ข้าไม่ว่างมาคุยเล่นกับเ้า”
ซูลี่รำคาญชายผู้นี้ วันนี้กล้ามาขวางทางนางเพราะมีคนติดตามมาด้วยสินะ คราวที่แล้วยังไม่เข็ดหลาบเป็แน่
“จับตัวนางไว้!”
จิ่งซานออกคำสั่งให้คนของตนจับตัวนางไว้ทันทีเมื่อเห็นนางกำลังจะเดินจากไป
“ช่างเป็ตัวน่ารำคาญยิ่งนัก!”
ซูลี่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิด เื่ขนย้ายข้าวของในเรือนยังไม่เรียบร้อย ยังต้องมาเจอเื่ซุบซิบนินทา นี่ยังต้องมาเจอคนเช่นนี้ก่อกวนอีก ช่างน่าหงุดหงิดนัก ซูลี่เริ่มไม่พอใจและตั้งท่าเตรียมระบายโทสะของตนทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งให้ชาย 3 คนนั้นมาจับตน
เมื่อชาย 3 คนเดินเข้ามาตั้งใจหิ้วปีกซูลี่ทั้ง 2 ข้างไว้ กลับถูกนางปัดมืออกอย่างแรงก่อนจับมือของพวกเขาไขว้หลังไว้คนละข้างบิดอย่างแรงจนได้ยินเสียงดีงเป๊าะเหมือนมีอะไรแตกหัก
เมื่อได้ยินนั้นแล้วซูลี่ก็ปล่อยมือของชาย 2 คนนั้นก่อถีบก้นของพวกเขาไปตรงหน้าจิ่งซานอย่าง้าให้เห็นสภาพคนที่จะเข้ามาจับกุมนางว่ามีผลลัพฑ์อย่างไร
“ยังกล้าเข้ามาอีกหรือไม่ ต่อไปไม่ใช่แค่แขนที่หัก ข้าจะหักขาและหักคอพวกเ้าให้ตายก็ง่ายนิดเดียว แล้วอย่ามารังควานข้าอีกหากไม่อยากเจ็บตัว หรือหากอยากตายข้าก็จะสนองให้”
ซูลี่เหลืออดกับคนเหล่านี้แล้ว สิ่งที่นางตั้งใจจะทำถูกขัดขวางไปหมด ทำให้คนที่หมกมุ่นกับทุกสิ่งมากๆ เช่นนางหัวเสีย ที่แผนการของนางถูกขัดขวางหลายเื่ ทั้งยังเื่ซุบซิบนินทาเ่าั้อีก มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่เพิ่งลงจากเขามาเห็นเหตุการณ์ที่นางทำร้ายคนเข้าพอดี ทุกคนต่างใและนึกถึงข่าวลือเื่ที่ซูลี่ผีเข้าชอบอาละวาดทำร้ายคนขึ้นมา ทุกคนต่างรีบสะพายตะกร้าของป่าเดินจากไปทันทีโดยไม่คิดถามไถ่หรือช่วยเหลือสตรีเพียงคนเดียวที่ถูกชาย 3-4 คนรุมอยู่
ซูลี่เห็นท่าทีชาวบ้านที่ไม่คิดช่วยเหลือนางกลับยิ่งทำให้โมโหหนักกว่าเดิมจนไม่รู้จะระบายที่ใด จนชายคนหนึ่งที่เป็ลูกน้องของจิ่งซานพุ่งเข้ามาหานางทีเผลอ แต่สัญชาตญารณของซูลี่ดีกว่าคนปกติ เพราะฝึกฝนการป้องกันหลายอย่างมา
นางยกศอกขึ้นเหวี่ยงไปทางด้านหลังทันทีเมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวทางด้านหลังของตน จนศอกของนางฟาดเข้าที่ปลายจมูกของชายผู้นั้นอย่างแรงจนเืสาดออกมา
“ยังกล้าเข้ามาอีกหรือไม่! เ้าคงเป็คนปล่อยข่าวว่าร้ายข้าใช่หรือไม่ เพียงเพราะข้าปฏิเสธไม่รับรักเ้าเพราะข้ามีสามีแล้วอย่างนั้นหรือ จึงกล้าพาคนมาจับกุมตัวข้าและข่มเหงรังแกข้าเช่นนี้ คงคิดว่าทำให้ชาวบ้านรังเกียจข้าแล้วพวกเขาจะไม่ใส่ใจช่วยเหลือข้าใช่หรือไม่”
ซูลี่ะโว่ากล่าวจิ่งซานเสียงดัง เพื่อให้ชาวบ้านที่กำลังจะเดินจากไปได้ยินชัดๆ ว่านางถูกชายผู้นี้รังแกก่อนทั้งยังจงใจหาเื่ เมื่อชาวบ้านได้ยินเื่ราวต่างหันมาสนใจและมองหน้าจิ่งซานอย่างสงสัยใคร่รู้ ชายผู้นี้ไม่ต่างจากอันธพาลจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็ไปพังประตูบ้านของหยางหลงร้องะโโวยวายบอกรักซูลี่มาก่อน ข่าวนี้ทุกคนล้วนทราบ พอมานึกอีกที จิ่งซานผู้นี้อาจจะไม่พอใจซูลี่จึงสร้างข่าวแง่ร้ายของนางเป็แน่ เมื่อทุกคนที่เห็นเหตุการณ์คราแรกได้ยินสิ่งที่ซูลี่พูดจึงเริ่มตระหนักคิดได้และเดินมาหาซูลี่เพื่อถามไถ่ช่วยเหลือนาง
“มีอะไรให้พวกข้าช่วยเหลือหรือไม่ เมื่อครู่ขอโทษด้วยที่พวกข้าไม่ใส่ใจเ้า ไม่เช่นนั้นเ้าอันธพาลผู้นี้คงได้ใจเป็แน่ที่แผนการชั่วของเขาได้ผล”