ผู้นี้แน่นอนว่าต้องเป็เซียวจิ่งหยวนผู้เป็”ต้นเหตุแห่งหายนะ”
การต่อสู้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนมีเขาเป็ต้นเหตุทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นการบอกว่าเขาเป็ต้นเหตุแห่งหายนะคงไม่ผิดอะไร
ทว่าหลังจากที่การะเิของมุกสายฟ้าแม่เหล็กผ่านพ้นไปกลับไม่มีผู้ใดสนใจต้นเหตุแห่งหายนะอย่างเขาเลยสักคน ไม่ว่าเซินอู๋ซาง หลี่ว์โฮ่วหรือกระทั่งเหล่าศิษย์สำนักซานจู๋ที่ปรากฏตัวมาตอนท้ายทั้งหมดล้วนคิดว่าเขาตายไปแล้ว ไม่มีแม้แต่กระทั่งจะลงมาในหลุมยุบเพื่อตามหาเขาเลยสักนิด
จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร เพราะทุกคนต่างรู้ถึงความน่ากลัวของมุกสายฟ้าอย่างแจ่มแจ้ง
มุกสายฟ้าแม่เหล็กเกิดจากยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานดำดิ่งลึกลงไปรวบรวมพลังแม่เหล็กจากแกนโลกและรวบรวมปราณสายฟ้าที่จุดของโลกและ์ ก่อนนำพลังทั้งสองมาหลอมรวมกัน
ของสิ่งนี้สร้างขึ้นมาไม่ง่ายซำยังใช้งานได้เพียงครั้งเดียว ใช้แล้วก็หมดไป
แต่อานุภาพของมุกสายฟ้านั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ผู้คนต่างเห็นกับตาตัวเองว่าทันทีที่มุกสายฟ้าะเิพื้นที่ในรัศมีราวสิบลี้ล้วนกลายเป็ผงธุลี ชีวิตล้วนสูญสิ้นเป็อาวุธที่มีพลังรุนแรงหาใดเปรียบ
แล้วผู้ใดเล่าจะรอดชีวิตมาได้ในเมื่อพวกเขาต่างรู้สึกว่าคงไม่มีผู้ใดที่จะรอดชีวิต จึงไม่มีความจำเป็ที่ต้องไปสำรวจแต่ในความเป็จริงแล้วหากมีสักคนลองเหาะลงไปในหลุมยุบแล้วสังเกตเพียงเล็กน้อยจะพบว่ายังมีคนคนหนึ่งที่รอดชีวิตจากการะเิอันน่ากลัวของมุกสายฟ้าแม่เหล็กนี้มาได้
ซึ่งผู้นั้นก็คือเซียวจิ่งหยวน
วันนี้เขาโชคร้ายมากเื่ราวที่เขาต้องเผชิญนั้นน่าตื่นเต้นเร้าใจมีขึ้นมีลงเต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แต่ว่าตอนจบกลับไม่ได้งดงาม ในตอนที่มุกสายฟ้าแม่เหล็กะเิอย่างรุนแรงเขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการขัดขืนและหลบหนี ถูกศิษย์สำนักซานจู๋กักขังไว้ดังนั้นเขาคือผู้ที่ได้รับแรงะเิเต็มที่
ภายหลังที่พลังอันน่ากลัวคร่าชีวิตเหล่าศิษย์สำนักซานจู๋ให้กลายเป็เถ้าธุลีจนหมดสิ้นสายฟ้าแลบอันทรงพลังก็พุ่งปรี่เข้ามาจ้องจะทำลายเขาให้มอดไหม้กลายเป็เศษธุลี
ณตอนนั้น เซียวจิ่งหยวนหน้าซีด หลับตาปี๋รอคอยความตาย
ทว่าเมื่อสายฟ้าผ่าฟาดลงมากลับมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นภายใต้แรงทำลายของสายฟ้า เขารู้สึกเพียงแค่ความชาที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายเท่านั้นแม้ว่าเส้นเื กระดูก และกล้ามเนื้อจะเ็ปราวถูกฉีกขาดจนไม่อาจทนได้แต่ความเ็ปอันรุนแรงเ่าั้กลับทำให้เขารู้สึกประหลาดใจที่ตนยังคงมีชีวิตอยู่
ยามนี้เขานอนอยู่ตรงก้นบึ้งของหลุมยุบเนื้อตัวเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยฝุ่นและเถ้าถ่านหนาทึบ หากมีใครสักคนปัดชั้นฝุ่น้าออกคงพบเข้ากับแสงทอประกายวิบวับไปทั่วร่างกายของเขาประหนึ่งเหล่าอสรพิษสีเงินที่เลื้อยไปมา
สายฟ้าอสรพิษสีเงินที่บางเฉียบราวใยแมงมุงวิ่งแล่นผ่านแขนขากระดูก และส่วนลึกของไขกระดูกที่อยู่ภายในร่างกายของเขา รู้สึกทั้งเจ็บบวมแสบปวดราวกับมีมีดเหล็กมาขูดกระดูก คล้ายกับมีใครสักคนกำลังใช้เข็มอันแหลมคมค่อยๆทิ่มแทงเนื้อหนังของเขา จนทำให้เขาเ็ปเจียนตาย ความทรมานนี้ช่างยากเกินทน
เจ็บเหลือเกินเจ็บไปทั้งเืและเนื้อ ทะลุไปจนถึงไขสันหลัง เจ็บอย่างถึงที่สุด
เืและเหงื่อหลั่งไหลไปทั่วร่างกายของเซียวจิ่งหยวนแต่ไม่นานเืและเหงื่อเ่าั้ก็ถูกเคลือบไปด้วยฝุ่นผง ฝุ่นและน้ำเ่าั้เปรียบดั่งชั้นโคลนที่ปกคลุมกักขังเขาไว้อยู่ด้านในเป็เกราะกำบังหนาทึบที่ก่อตัวขึ้นกลายเป็กรงขังอันเรียบง่าย
ลูกกรงเช่นนี้เด็กอายุสามขวบสามารถปลดพันธนาการออกไปได้อย่างง่ายดายเพียงแต่เขาในตอนนี้อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงยิ่งกว่าเด็กสามขวบเสียอีกการกักขังนี้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก ก่อนจะรู้สึกถึงความร้อนที่สุมอยู่บริเวณทรวงอกเหมือนกองไฟเปลวไฟสะสมเผาไหม้ลุกโชนขึ้นเป็ระลอกดั่งลูกโป่งที่พองใหญ่ไปสู่ขีดจำกัดอย่างช้าๆ จนะเิออกมาในท้ายสุด
ตู้ม!
เซียวจิ่งหยวนรู้สึกเหมือนทรวงอกของเขาะเิกระแสพลังอันปั่นป่วนแผ่ซ่านเข้าไปยังอวัยวะตันทั้งห้ากลวงทั้งหกทันที ทำลายอุปสรรคและสิ่งที่อุดตันอยู่ทั้งหมดออกไปเพียงชั่วพริบตาเดียวจุดลมปราณของอวัยวะภายในทั้งหมดก็สั่นสะท้านจากแรงะเิก่อนจะค่อยๆ เชื่อมต่อกัน หมุนเวียนสร้างลมปราณใหม่ขึ้นมาภายในร่างกาย
วัฏจักรและระบบพลังนี้ก็คือการโครจรจุลจักรวาล
เมื่อโคจรจุลจักรวาลครบรอบไท่จี๋ก็ปรากฎขึ้นแล้วหมุนวนโคจรอยู่ในทรวงอกของเขาดั่งกงล้อ ดูดซับปราณต้นกำเนิดฟ้าดินอย่างกระหายเติมพลังให้ตนเองอย่างไม่หยุดหย่อน
ทว่าผืนดินในรัศมีสิบลี้นี้เต็มไปด้วยปราณแห่งความตายจากการะเิของมุกสายฟ้าแล้วบริเวณนี้จะมีปราณต้นกำเนิดที่เป็พลังแห่งชีวิตได้อย่างไร
นอกจากนี้เมื่อเริ่มเปิดสะพานเชื่อมปราณแล้วก็ไม่สามารถหยุดได้โดยง่าย เพราะการควบคุมพลังของเซียวจิ่งหยวนในตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นแตกฉานที่สามารถควบคุมได้ตามใจนึกสะพานเชื่อมปราณอันยิ่งใหญ่ในร่างกายของเขาโคจรไม่หยุดยั้ง เมื่อไม่อาจดูดซับปราณต้นกำเนิดฟ้าดินได้จึงทำได้เพียงใช้พลังจากสายฟ้าในร่างกายมาชดเชย
สะพานเชื่อมปราณอันมหัศจรรย์ค่อยๆกลืนกินพลังสายฟ้ากลายเป็ดั่งโม่หินขนาดั์ที่แปรเปลี่ยนพลังแห่งสายฟ้าให้เป็พลังแห่งเซียน
หลังจากพลังแห่งสายฟ้าถูกหลอมรวมท่ามกลางห้วงพลังแห่งเซียนก็มีแสงส่องสว่าง เด่นด้วยลักษณะพิเศษของสายฟ้าอสรพิษสีเงิน
จะว่าไปก็แปลกเมื่อเซียวจิ่งหยวนกลืนกินและผสมพลังสายฟ้าในกายของตนลงไปความรู้สึกเ็ปเ่าั้กลับสลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เริ่มโคจรจุลจักรวาล เขารู้สึกได้ว่ากระแสโลหิตที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายนั้นลื่นไหลดั่งแม่น้ำไหลเชี่ยวสายเืไหลเวียนไปถึงส่วนต่างๆ ของร่างกาย หล่อเลี้ยงอวัยวะที่ได้รับาเ็ไม่นานอาการาเ็สาหัสก็บรรเทากระทั่งฟื้นคืนกลับมาทอประกายพลังแห่งชีวิตออกมาได้อย่างรวดเร็ว
ยามนี้เซียวจิ่งหยวนรู้สึกราวกับตนเองกำลังแช่กายอยู่ในบ่อน้ำพุร้อนความอบอุ่นแผ่กระจายออกมาจากไขกระดูก แทรกซึมไหลผ่านกล้ามเนื้อ จนท้ายที่สุดก็ผสมเข้ากับโลหิตความรู้สึกนั้นแสนผ่อนคลายสบายไปทั่วทั้งร่าง เซียวจิ่งหยวนตกอยู่ในภวังค์ มึนเมาอยู่กับความรู้สึกนั้นจิตใจว่างเปล่าราวเด็กแรกเกิดไร้ซึ่งความคิดใด
ไม่รู้ว่ากาลเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าใดมีลมกระโชกพัดโหมพาให้เขาปลิวหายกลายเป็ฝุ่นผง ผงธุลีค่อยๆ ร่วงหล่นถมรวมกันเป็ผืนดิน มีเมล็ดพันธุ์ขนาดเล็กซ่อนเร้นอยู่ในนั้น
เมื่อพื้นดินเหือดแห้งเมล็ดจึงขาดความชื้น ทำให้เปลือกนอกเริ่มร้าวแตก พลังชีวิตอ่อนแอ
เปรี้ยง!
ทันใดนั้นเสียงฟ้าร้องก็ดังะเืไปทั่วทั้งแผ่นฟ้าผืนหมอกรวมตัวกันแน่นเป็เมฆฝน ลอยปลิวไปตามสายลม หยาดฝนค่อยๆ โปรยปรายลงมาละอองฝนบางดั่งเส้นด้ายสีเงินตกลงมายังพื้นโลก หล่อเลี้ยงผืนดินและมอบสารอาหารแห่งชีวิตให้แก่เมล็ดพันธุ์ด้วยความชุ่มชื้นจากสายฝน ทำให้เมล็ดพันธุ์แตกรากออกมาอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดรุนแรงสะท้านจนผืนฟ้าและแผ่นดินแตกออกเป็เสี่ยงๆแรงลมกับฝนที่ตกหนักพัดหมุนพาให้ก้อนหินและต้นไม้สูงใหญ่จำนวนมากสั่นไหวราวกับจะทลายลงมาก
ทว่ารากอ่อนของเมล็ดพันธุ์แตกหน่อบนพื้นดินยังยืนโดดเด่นท้าทายอยู่ท่ามกลางฝนฟ้าคะนองพยายามสร้างความแข็งแรงให้กับต้นอ่อนของตน ค่อยๆ งอกเงยขึ้นมาทีละน้อยจนกระทั่งกลายเป็ต้นหญ้า...
เปรี้ยง!
แต่แล้วสายฟ้าอันรุนแรงก็ผ่าฟาดลงมาบนต้นหญ้านั้นอย่างรวดเร็ว
จิตใจของเซียวจิ่งหยวนสั่นสะท้านเบิกตาขึ้นฉับพลัน ร่างกายเปล่งแสงวงกลมสีเงินสว่างไสวส่งผลให้ดินที่ปกคลุมอยู่รอบๆ แตกออกจากกัน
“สิ่งนี้คือ...”
สีหน้าของเขางุนงงร่างกายหลุดลอยออกจากแรงโน้มถ่วงของโลก เหินทะยานขึ้นไปบนอากาศอย่างช้าๆ
ระหว่างที่กำลังลอยละล่องเขาไม่ได้ใช้แรงเลยสักนิด ราวกับบินได้ั้แ่เกิด ลอยขึ้นไปโดยไม่มีแรงต้านจากอากาศหรืออุปสรรคใดๆมาขัดขวางเลยแม้แต่น้อย เป็ธรรมชาติประหนึ่งดื่มกินหรือหายใจหลับนอนตามสัญชาตญาณที่ไม่ต้องลงแรงฝึกฝน
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” เซียวจิ่งหยวนไม่เข้าใจ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วไตร่ตรอง
ยามนี้เสียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยลอยแว่วเข้ามายังหูของเขาจิตใจของเขาสั่นไหว รีบกวาดสายตามองตามไป พบว่าตอนนี้ห่างออกไปราวสิบลี้มีคนชุดเทาหลายคนกำลังเหาะมาอย่างรวดเร็ว
“สำนักซานจู๋!”
เมื่อเซียวจิ่งหยวนเห็นดังนั้นหัวใจของเขาก็สั่นไหว คิดจะหลบหนี แต่ดันพบกับพวกคนชุดเทาเสียก่อน
พวกเขาชำเลืองมองกันไปมาเองเล็กน้อยรับรู้ว่าท่าทางของเซียวจิ่งหยวนไม่ปกติ หาใช่มิตรแต่เป็ศัตรู บางคนกำฝักกระบี่ไว้อย่างไม่ลังเลทันใดก็มีลำแสงสว่างวาบขึ้นกระบี่บินนับพันเล่มบินว่อนปกคลุมท้องฟ้าก่อนที่จะพุ่งปรี่เข้ามาอย่างดุร้ายประหนึ่งฝูงตัวต่อ
เพลงกระบี่ต่อไผ่เขียว!
กระบวนท่านี้เป็กระบวนท่าอันเลื่องชื่อของสำนักซานจู๋ที่ศิษย์ทุกคนต่างสามารถใช้ได้
เมื่อผู้คนต่างระดับมาใช้กระบวนท่าเดียวกันพลังที่แสดงออกมาก็มักจะไม่เท่ากันเฉกเช่นเพลงกระบี่ต่อไผ่เขียวของศิษย์สำนักซานจู๋ระดับล่าง ที่มักจะตรงไปตรงมาแข็งทื่อไร้การเปลี่ยนแปลง
ทว่าเมื่อผู้ใช้เป็ศิษย์ระดับสูงจะแสดงพลังของเพลงกระบี่ต่อไผ่เขียวออกมาได้เต็มที่
คนชุดเทาเหล่านี้มีพลังมากกว่าเหล่าคนที่โดนมุกสายฟ้าแม่เหล็กะเิใส่ดังนั้นเมื่อกระบี่ไผ่บินกว่าพันเล่มอยู่ในมือของพวกเขาก็บินโฉบไปมาดุจดั่งมีชีวิตแม้จะไปคนละทิศทางแต่ไม่ขัดขวางซึ่งกันและกัน ซ้ำยังประสานกันได้อย่างลงตัว
แต่ใน่เวลาที่กระบี่บินเ่าั้บินโฉบเข้าใกล้เซียวจิ่งหยวนกลับกระจายตัวแยกออกจากกัน ก่อตัวกลายเป็วงล้อมรูปโค้งราวกับกำลังวางแผนเข้าจับเขาให้ได้ในคราวเดียว ไม่ได้้าสังหาร
พลังในการควบคุมอันงดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้นี้เพียงพอแล้วที่จะแสดงพลังของเหล่าคนชุดเทาพวกนี้ออกมา
เพียงแต่เซียวจิ่งหยวนกลับไม่มีเวลามาคิดคร่ำครวญให้กับความยอดเยี่ยมของกระบี่บินเหล่านี้เพราะเขาััได้ถึงวิกฤติที่กำลังใกล้เข้ามา หัวใจของเขาบิดเป็เกลียวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างอึดอัดใจ
เขาอึดอัดอึดอัดมากเสียจนเหมือนลมหายใจอัดแน่นอยู่ในทรวงอก จนอกบวมพองเป็ลูกกลมซึ่งกำลังจะะเิออกมาในไม่ช้า...
แต่ก็ไม่ได้ะเิออกมาตอนนี้เขาหายใจได้อย่างราบรื่นเพียงแต่ว่าเหมือนมีอากาศมาอุดอู้อัดแน่นอยู่ภายในอก อึดอัดจนทนแทบไม่ไหว
ทว่าหลังจากที่เขาสะอึกไอไปสักพักเซียวจิ่งหยวนกลับต้องตะลึงเมื่อพบว่าสิ่งที่กระอักออกมานั้นไม่ใช่อากาศแต่กลับเป็เม็ดมุกที่มีลำแสงสีเงินแวววาว ส่องแสงสว่างวาบไปทั่วทุกสารทิศ...