เป็อีกวันที่พนักงานสาวๆหลายคนพากันจับกลุ่มซุบซิบอยู่เป็หย่อมๆ แทบทุกมุมของโรงแรมก็ว่าได้
ระรินดาวไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีเ่าั้ ไม่ว่าใครจะมองเธอด้วยสายตาอย่างไรสงสัย สงสาร เวทนา หรือเห็นใจ เธอยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย
“นี่เธอ” เสียงแหบสั้นดังขึ้นด้านหลังเรียกความสนใจคนกำลังก้มๆ เงยๆ ทำความสะอาดโต๊ะอาหาร แน่ใจแล้วว่าหญิงสาวใบหน้าคมชัดตามแบบฉบับสาวพื้นเมืองที่เห็นเรียกตน
“ชื่อรินนาเหรอ” ระรินดาวพยักหน้ารับพร้อมส่งยิ้มบางแม้ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเข้ามาหาเธอด้วยเจตนาอะไรแต่การแสดงให้เห็นถึงมิตรไมตรีอันดีก่อนเป็สิ่งที่ควร
“ฉันชื่อชาบาร์” คนมาใหม่แนะนำพร้อมยกมือขึ้นขยับป้ายชื่อตรงหน้าอกระรินดาวหลุบตามอง
“ยินดีที่รู้จักนะ ชาบาร์”
“ได้ยินเขาว่ากันว่าเธอเป็ผู้หญิงของนายเหรอ”คนฟังแทบทำผ้าหลุดมือคิ้วบางขมวดมุ่นอย่างแปลกใจ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพกพาความสงสัยมามากกว่า
“แล้วไหงต้องมาทำงานแบบนี้ด้วยล่ะ สู้อยู่สบายๆ กับนายในห้องคอยปรนนิบัติพัดวีแล้วก็คอยตรวจตราบัญชีรายรับอย่างเดียวก็พอแล้ว”คนฟังมองท่าทางชวนฝันของอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
อะไรทำให้เ้าหล่อนคิดว่าเธอคือ ‘ผู้หญิงของเขา’แม่ชาบงชาบานี่คงไปฟังอะไรผิดๆ มาแน่
แต่ที่เข้าใจแน่ชัดที่สุดคือแม่พนักงานสาวๆพวกนี้คงหลงใหลได้ปลื้มกับเ้านายหนุ่มเ้าของโรงแรมสังเกตได้จากสายตาพิฆาตที่มักมองมาทางเธออยู่เนืองนิตย์นั่นแหละ
“หรือว่าท่านเบื่อเธอแล้ว”
นั่น! ไปกันใหญ่
“ไม่มีอะไรที่ใช่ทั้งนั้นเลย”ระรินดาวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาด้วยน้ำเสียงเรียบก่อนทำงานต่อ
ไม่รู้เป็เพราะคำตอบของเธอมันสั้นจนตีความไม่ถูกหรืออีกฝ่ายเป็พวกตื้อบันลือโลกแบบว่าเื่ของชาวบ้านคืองานของเราก็ไม่รู้ถึงได้ซักความไม่เลิก
“ฉันว่าแล้ว นายท่านรึจะเป็คนเบื่ออะไรง่ายๆเพราะขนาดจะรักใครก็ยังรักยากเล้ย และเธอเองก็สวยน่ารักออกปานนี้”ชาบาร์ชะโงกหน้ามาพิจารณารูปลักษณ์ใกล้ๆ จนระรินดาวต้องถอยหนีแต่ไม่วายถูกรั้งไว้อีก
“เดี๋ยวสิ! จะรีบไปไหนล่ะ หรือเธอไม่อยากคุยกับฉัน”คนฟังเริ่มเหนื่อยใจ แต่คงไม่ใช่เหตุผลที่ดีหากจะบอกความจริง
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แต่ว่าวันนี้ฉันเพิ่งทำงานเป็วันแรกนะขืนโอ้เอ้ยืนคุยเดี๋ยวก็โดนรายงานความประพฤติกันพอดี”ชาบาร์รีบกลอกตาไปมาราวเรดาร์จับสัญญาณ
“โอ๊ย! อย่าห่วง ่บ่ายแก่ๆ แบบเนี้ย ผู้จัดการไม่มีแก่ใจมาสนใครหรอก”แล้วก็กวาดสายตามองอีกรอบให้แน่ใจ ก่อนหันมากระซิบกระซาบ“เป็เวลากุ๊กกิ๊กอยู่กับเด็กของเขาในห้องส่วนตัวโน่น” ระรินดาวเผยยิ้มแหย
เฮ้อ! ไม่เห็นอยากจะรู้เลย
เ้าหล่อนคงไปล้วงลึกเื้ัคนทั้งโรงแรมมาหมดแล้วแน่ๆนี่ถ้าไม่ใส่ชุดฟอร์มพนักงานให้เห็นคาตาคงได้คิดว่าเป็พวกปาปาราสซี่แหง
“แล้วตกลงเธอเป็ผู้หญิงของนายใช่ป่ะ”
ระรินดาวเกือบสำลักอากาศ มองคนช่างสอดรู้สอดเห็นด้วยความรู้สึกทึ่ง ถ้าหากไม่สงเคราะห์คำตอบให้ไปเชื่อได้ว่าแม่ชาบาร์คงจะนอนไม่หลับหรือไม่ก็อาจท้องอืดตาย
“ฉันไม่ได้เป็ผู้หญิงของใครทั้งนั้น ฉันเป็แค่ลูกหนี้ของคุณเมอยาฟและท่านก็สั่งให้ฉันมาเป็คนงานที่นี่เพื่อใช้หนี้ให้หมด”พอเห็นคนฟังได้แต่อ้าปากค้าง จึงเป็ทีให้คนที่ต้องเงียบปากอยู่นานได้ขยับบ้าง
“ทีนี้ต่อไปเธออย่าพูดว่าฉันเป็ผู้หญิงของนายอีกนะเพราะถ้าหากท่านมาได้ยินเข้าแล้วเกิดไม่ชอบใจขึ้นมาเธอนั่นล่ะจะเดือดร้อนอาจถูกไล่ออกโดยไม่รู้ตัวดีไม่ดีผู้หญิงตัวจริงของนายจะมาอาละวาดเอาด้วย” ชาบาร์ส่ายหัวยิก
“เป็ไปไม่ได้”
“ทำไมจะเป็ไปไม่ได้ นี่ฉันไม่ได้โกหกนะ”
“หมายถึงผู้หญิงของนายต่างหาก จะมีก็แต่ฝ่ายเสนอ แหม่! ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ทยอยมาเสนอตัว เอ้ย! เสนอหน้ากันรายวันแต่นายก็ไม่เห็นสนใจสักราย” เ้าหล่อนบ่นพ้อจนระรินดาวอดแซวไม่ได้
“รวมเธอด้วยงั้นสิ” คนถูกแขวะค้อนใส่ทันควัน
“บ้า! ไม่เกี่ยวกับฉันซะหน่อย”
ระรินดาวถือโอกาสรวบผ้าพร้อมเก็บจานแล้วชิงเดินจากไปขณะที่แม่จอมสอดรู้ยังคงอายหน้าแดงม้วนต้วน
“เอ๊ะ! แล้วเธอไปเป็หนี้ท่านได้ไงล่ะ..อ่ะ..อ้าว!..” กว่าจะเลิกขวยเขิน คู่สนทนาก็ทิ้งห่างไปไกลแล้ว
“รอฉันด้วยรินนา รอด้วย!”