“อย่าสปอยตั้งแต่ชื่อตอนสิ ปิว! ”
“พูดอยู่กับใครนะเยลโล่? ”
“เออ… เปล่า…ไม่มีอะไรโฮป ปิว~”
“ถ้ามีเวลาเล่นละก็ รีบมาช่วยทางนี้หน่อยสิฟะ! ”
เหล่าเด็กนักเรียนหนุ่มสาวกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ตนเองไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน
มันเต็มไปด้วยเถาวัลย์หนามแหลมสีแดงปกคลุมร่างกาย
มันมีขนาดใหญ่โตอย่างไร้ที่สิ้นสุด
หนามสีแดงของมันมีขนาดตั้งแต่เท่าเข็มหมุดไปจนถึงหัวคน
ผิวสีแดงของมันเต็มไปด้วยรอยปริแตกของเนื้อเยื้อประหลาดสีเหลือง
เจ้าอสูรเถาวัลย์หนามแดงเคลื่อนตัวออกจากประตูสีขาวสูงสี่เมตร ใช้ร่างกายอันน่าขยะแขยงของมันคลานไปตามพื้นห้องสีขาวอย่างเชื่องช้า
ร่างของมันนั้นยืดยาวต่อเนื่องออกมาจากห้องที่อยู่อีกฟากของพวกเขา ราวกับว่ามันมีขนาดร่างกายยืดยาวอย่างไร้ที่สิ้นสุดเช่นนั้น
รังสียูวีที่พวกเขาคอยใช้กำราบมัน กลับไม่มีทีท่าว่าจะช่วยหยุดเจ้าอสูรตัวนั้นได้
เจ้าอสูรตัวนั้นเคลื่อนตัวเข้าหาพวกเขาเป็นเส้นตรง พร้อมกับใช้เถาวัลย์ที่ยืดยาวฟาดกระหน่ำเข้าใส่โจมตีจากระยะไกล
“รังสีไม่ได้ผลหรือดอง!? ”
ลิลลี่เอยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเมื่อค้นพบว่ารังสีที่เปรียบเหมือนไพ่ตาย กลับกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปแล้ว
“อย่าหยุดค่ะ ฉันรู้สึกได้ว่ามันกำลังทรมานจากรังสีอยู่ แพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นแล้วค่ะคุณลี่! ”
แฟตตะโกนเตือนสติลิลลี่พร้อมกับใช้แขนทั้งสี่อุ้มร่างของเธอหลบออกมาจากแนวโจมตี
เกิดเสียงฟาดกระแทกพื้นรุนแรงจนเกิดเป็นเสียงระเบิดที่กึกก้อง ก่อนจะฝากรอยแผลยาวทิ้งเอาไว้อยู่บนพื้นสีขาวบริสุทธิ์นั้น
"ทุกคน กระโดด! "
ไฮเจนกรีดเสียงเตือนออกมา
เกลียวเถาวัลย์หนามขนาดหนึ่งเมตรที่ฝังลึกลงไปในพื้น เริ่มคลี่ตัวพร้อมกับแผ่ขยายอย่างรวดเร็วไปทั้งสองฝั่ง
เส้นเถาวัลย์ที่เต็มไปด้วยเนื้อเยื่อชวนขยะแขยงนั้น กำลังปล่อยเมือกเหนียวสีขาวโยงใยออกมาเป็นจำนวนมาก
สิ่งนั้นถูกตวัดสาดออกมาพร้อมกับเถาวัลย์นับร้อยที่แผ่ขยายออกนั้น
"ชิ! "
เอซสั่งวัตถุทรงไข่จำนวนสิบสามลูกบินกระจายออกไปตรงหน้า เพื่อหยุดการโจมตีก่อนที่จะพุ่งเข้ามาถึงตัว
จำนวนสูงสุดของการควบคุมวัตถุบินของเอซอยู่ที่ห้าสิบชิ้น แต่มันต้องใช้สมาธิสูง ยิ่งต่อหน้าศัตรูร้ายกาจ จึงยิ่งเป็นการฆ่าตัวตาย ดังนั้นเขาจึงลดจำนวนลงเหลือเพียงสิบสามลูกตามที่เขาถนัดใช้งานที่สุดแทน
วัตถุทรงไข่เริ่มแผ่แสงสีฟ้าออกมาโดยรอบ แล้วพุ่งโจมตีใส่เถาวัลย์หนามเหล่านั้น
กลุ่มก้อนสีฟ้าได้เข้าปะทะกลุ่มก้อนสีแดง ก่อนจะกลายเป็นคลื่นระเบิดที่กระจายตัวออกรอบทิศทาง
ระเบิดนั้นทำให้เถาวัลย์หนามแดงขาดออกมาจำนวนหนึ่ง
"คุณลี่ค่ะ ดูนั่นค่ะ! "
แฟตชี้ไปที่เศษซากของเนื้อเยื่อกับเถาวัลย์ที่กระจายออกมา
เนื้อเยื่อเหล่านั้นดิ้นรนอย่างทรมาน ก่อนจะซีดจางลงอย่างรวดเร็วแล้วแน่นิ่งไป
เมื่อเนื้อเยื่อแน่นิ่งไป ชิ้นส่วนเถาวัลย์ที่หลุดกระจายออกมาก็หยุดเคลื่อนไหวตาม
ในทางกลับกันแล้ว ชิ้นส่วนที่อยู่นอกรัศมีคลื่นรังสียูวีของลิลลี่ กลับยังคงเคลื่อนไหวได้อยู่ รวมไปถึงชิ้นส่วนที่ผูกติดกับร่างหลักของมันด้วย
เมื่อเห็นดังนั้น เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่ารังสีโจมตีของเธอยังใช้ได้ผลอยู่จริง
แต่เธอจะต้องทำให้มันกระเด็นหลุดออกมาจากร่างหลักเสียก่อน
"พรุน โฮป ไฮเจน! รบกวนตัดเถาวัลย์ให้ที ดอง! "
"รับทราบ! "
พวกนักเรียนคิดที่จะโจมตีกลับ
เพราะการป้องกันที่ดีที่สุดในทางหนึ่งคือการโจมตี
สตรีร่างยักษ์ผิวเขียวกับบุรุษมนุษย์ผิวขาวเคลื่อนตัวออกไปยืนในแนวหน้า
คนหนึ่งตั้งท่าต่อสู้มือเปล่า ส่วนอีกคนจับดาบสีดำเล่มยาวในมือจนแน่น
กลุ่มก้อนของเถาวัลย์หนามแดงเริ่มหดตัวกลับ พร้อมกับพันเป็นเกลียวเชือกขนาดใหญ่กว่าสามเมตร
มันชูคอขึ้นสูงจนแทบจรดเพดานที่สูงกว่าสิบเมตร แล้วแหงนมองลงมาราวกับเป็นอสรพิษที่จับจ้องเหยื่อ
ในตอนนั้นเองที่เกิดเสียงกรีดลมดังลั่น
อสรพิษสีแดงนั้นพุ่งลงงมาใส่ร่างของโฮปด้วยความเร็วสูง
มันเร็วมากจนไม่มีใครในกลุ่มของเขาที่เคลื่อนไหวตอบสนองทัน
นอกจากไฮเจนเพียงคนเดียวเท่านั้น
*บรึ้ม! *
ลูกธนูหัวระเบิดได้ถูกดึงสายคันรั้งจนตึง แล้วยิงออกไปก่อนที่อสรพิษร้ายจะฉกลงมา
แรงระเบิดนั้นทำให้วิถีโจมตีเบี่ยงออก และทำให้โฮปรอดตายมาได้ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด
เธอรู้หรือมองเห็นอนาคตเช่นนั้นหรือ?
คำตอบคือไม่ใช่
เธอเพียงแค่รู้สึกได้ถึงอันตรายจากสัญชาตญาณ แล้วชิงโจมตีออกไปก่อนที่ศัตรูจะเคลื่อนไหวเท่านั้น
"ตอนนี้ละ! "
โฮปกับพรุนไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปโจมตีซ้ำ
ดาบสีดำถูกวาดออกไปเป็นเส้นโค้งงดงาม
ปลายดาบดำอันแหลมคมที่หุ้มด้วยแสงรังสีได้เฉือนลงไปในผิวที่หนาทึบของเถาวัลย์หนามแดง
"แข็งเป็นบ้า"
แต่เขาทำได้แค่ลอกผิวนอกออกเพียงสามเซนติเมตรเท่านั้น
"เป็นพืชแต่กลับทนไฟ กินลาวาแทนน้ำ แถมยังแข็งแรงราวกับแผ่นเหล็ก เจ้านี่เป็นตัวอะไรกันแน่คะ? "
พรุนพูดกับตัวเองพร้อมเข้าไปกดหัวของก้อนเถาวัลย์ให้แนบติดกับพื้นห้อง พร้อมกับง้างหมัดขึ้นสูง
แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันทุบหัวมัน กลุ่มก้อนของเกลียวเชือกเถาวัลย์ก็ระเบิดตัวเองออกมาเสียก่อน
มันคลี่ตัวเองออกอย่างรุนแรงราวกับถูกระเบิด
แรงระเบิดนั้นทำให้พรุนกับโฮปกระเด็นออกไปไกลจนกระแทกเข้ากับกำแพงฐานสีขาวของห้องเต็มแรง
"พรุน โฮป! "
ลิลลี่กรีดเสียงดังอย่างตื่นตกใจ
ร่างของเพื่อนที่กระแทกเข้ากับผนังอย่างรุนแรงนั้น ทำให้เธอเห็นภาพไปซ้อนทับกับร่างของโนอาร์ที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ
เถาวัลย์มรณะกำลังคืบคลานเข้าหาร่างทั้งสองที่แน่นิ่งไปแล้ว
"หยุดนะ! "
ภูติตัวน้อยไม่อยากสูญเสียใครไปอีกครั้ง
เธอไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง แล้วบินขึ้นสูงออกไปในแนวหน้า
เพราะสัมผัสได้ว่ามีศัตรูพุ่งเข้าใส่ เจ้าเถาวัลย์หนามแดงจึงเปลี่ยนความสนใจไปที่ภูติตัวน้อยแทน
"จะบ้าหรือไง! "
ไฮเจนรีบบินตามไปด้านหลังพร้อมกับยิงธนูระเบิดปัดป้องเถาวัลย์ที่พุ่งเข้าใส่
แต่กระแสโจมตีนั้นมีจำนวนมากกว่าอย่างทาบไม่ติด
ปลายแหลมของเถาวัลย์หนามได้รัดขาข้างหนึ่งของลิลลี่สำเร็จ
แต่เธอไม่สนใจแล้วฝืนบินให้สูงขึ้น
เกิดเสียงเนื้อฉีกขาด พร้อมกับมีแผ่นหนังและชิ้นเนื้อสีขาวร่วงหล่นลงมาจากขาข้างขวาของเธอ
"ไม่เจ็บสักนิดดอง! "
ลิลลี่กัดฟันทนเจ็บแล้วเริ่มเร่งพลังภายในร่างกายจนถึงขีดสุด
ปีกที่โปรงแสงของเธอเริ่มสาดส่องแสงสีฟ้ารุนแรงเจิดจ้าจนดวงตาแทบมืดบอด
"ปกป้องคุณลี่ด้วยค่ะ! "
แฟตตะโกนสั่งการพร้อมกับใช้มีดรังสีในมือทั้งสี่โจมตีออกไป
"ปิว! "
"เป็นยัยบ้าของแท้เลย"
เยลโล่กับเอซตอบรับคำสั่งแล้วเริ่มโจมตีเถาวัลย์ที่เล็งไปตรงลิลลี่
อาวุธของเยลโล่คือโดรนโกเลมติดปืนรังสี
โดรนโกเลมรูปร่างภูติจำลองร่างกายของเขาทั้งสิ้นสองตัวนั้น กำลังบินทะยานกระจายออกไปรอบนอกซ้ายขวาของลิลลี่
เยลโล่ตัวจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือสองตัวเริ่มสาดเส้นแสงสีฟ้าปูพรมลงมาจากฟากฟ้า
ส่วนวัตถุทรงไข่ของเอซทั้งสิบสามนั้น พวกมันกำลังบินวนเวียนรอบลิลลี่ และกลายเป็นโล่อันทรงพลังที่คอยปกป้องเอาไว้ให้เธอ
การปกป้องจากพรรคพวกของลิลลี่เริ่มถูกไล่ต้อน
ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ
พวกเขาซื้อเวลาได้เพียงแค่ยี่สิบวินาทีเท่านั้น
"ดอง! "
แส้เถาวัลย์จำนวนมากเข้ารัดร่างของเธอสำเร็จ
มันรัดจนแน่น บี้ปีกโปรงแสงซึ่งเปรียบเป็นดั่งปอดของเผ่าภูติจนบี้แบนแนบกาย
เธอรู้สึกทรมานและเริ่มหายใจติดขัด
แต่นั่นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น
ปีศาจเถาวัลย์หนามแดงมันจับร่างของภูติน้อยทุ่มใส่พื้นเต็มแรง
เกิดเสียงกระแทกน่ากลัวดังขึ้น พร้อมกับมีเลือดจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากส่วนศรีษะของเธอ
กะโหลกของเธอคงจะแตกร้าวไปแล้ว
"ลิลลี่! "
โฮปกับพรุนที่สติเลือนราง ถึงกับตาสว่างขึ้นมาเมื่อเห็นร่างของเพื่อนชุ่มโชกไปด้วยเลือด
แต่ถึงจะเจ็บเจียนตาย ลิลลี่ก็ไม่ยอมที่จะหมดสติลง
ความรู้สึกผิดและความรู้สึกที่ไม่อยากเสียเพื่อนไปอีก คือสิ่งค้ำจุนเพียงหนึ่งเดียวที่คอยประคองสติเอาไว้ให้กับเธอ
"ดองงงง! "
ลิลลี่ปลดปล่อยพลังที่สะสมทั้งหมดออกมา
แผ่คลื่นแม่เหล็กด้วยปีกภูติ ระเบิดโครงสร้างระดับอะตอมโดยรอบ แล้วสั่นไหวแผ่ออกเป็นคลื่นรังสียูวีออกมา
"!! "
การระเบิดคลื่นรังสีระยะประชิดนั้น ทำให้ปีศาจเถาวัลย์หนามแดงต้องรีบปล่อยร่างของภูติน้อยออกจากพันธนาการ
คลื่นแสงที่มองไม่เห็นเริ่มฆ่าเซลล์ที่กำลังควบคุมเถาวัลย์หนามแดงเอาไว้
ส่วนของเนื้อเยื่อสีเหลืองที่แทรกไปตามช่องน้ำเลี้ยงเริ่มเหี่ยวแห้งตายอย่างรวดเร็ว
เถาวัลย์สีแดงที่พันเป็นเกลียวเชือกเริ่มคลายตัวออก แล้วหล่นลงมากองที่พื้นอย่างไร้ชีวิต
ความเสียหายนั้นกระจายตัวออกโดยมีร่างของภูติน้อยโชกเลือดเป็นจุดศูนย์กลาง
*กีสสสส! *
แล้วเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น
ในตอนนั้นเองที่กลุ่มก้อนเถาวัลย์ขนาดใหญ่ตรงปากประตูได้เปิดแยกออกเป็นสองส่วน
สิ่งที่ดูคล้ายกับแกนกลางนั้น แท้ที่จริงคือกลุ่มก้อนของเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิต
สิ่งนั้นมีลักษณะคล้ายกับตัวอะมีบา และมันใช้เถาวัลย์หนามแดงเป็นเสมือนชุดเกราะหุ้มร่างกาย
เจ้าเนื้อเยื่อสีเหลืองนั้นเปล่งเสียงอย่างทรมานที่ถูกทำลายเซลล์ทิ้งไปเป็นจำนวนมาก
แต่ทว่ามันยังไม่ตาย
ความเสียหายที่รุนแรงได้หยุดลงก่อนจะลามไปถึงกลุ่มก้อนของเนื้อเยื่อที่ดูคล้ายกับหัวใจของมัน
เจ้าปีศาจร้ายใช้พลังที่เหลืออยู่ ขยับปลายของเถาวัลย์หนามแดง พุ่งเสียบทะลุม่านพลัง เพื่อออกไปสูบลาวาข้างนอกม่านพลังงานของห้องอีกครั้ง
ผิวของเถาวัลย์เริ่มมีสีแดงร้อนระอุ มันสูบพลังงานความร้อน และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังงานสำหรับการฟื้นฟูเซลล์ของมัน
ดูเหมือนว่ามันจะสามารถใช้พลังงานความร้อนของลาวาในการฟื้นฟูสภาพเซลล์ได้
"อย่าให้มันฟื้นฟูสภาพได้เด็ดขาดค่ะ! "
แฟตรีบสั่งการพร้อมกับวิ่งเข้าไปดูอาการของลิลลี่
แต่ทว่า---
*กีสสสสสสส! *
เจ้ากลุ่มก้อนแกนกลางที่เป็นเนื้อเยื่อนั้นได้เสียดผิวหนังของมันเข้าหากัน จนเกิดเป็นเสียงแหลมหูที่ยากจะต้านทานไหว
เสียงนั้นแสบแก้วหูจนสมองของพวกเขาสับสนงุนงงและไม่อาจเคลื่อนไหวได้
และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความปลอดภัยของมันเอง เจ้าปีศาจร้ายจึงควบคุมเถาวัลย์หนามแดงให้แผ่ออกเป็นเกลียวเชือกสี่เส้นที่หนา แล้วขึงแกนของมันให้ลอยตัวขึ้นเหนือพื้น ก่อนจะดึงเอาเถาวัลย์ที่เหลือมาพันเป็นเกราะหนาปกปิดหัวใจของมันเอาไว้
ต่อให้พวกเขาประเคนอาวุธทุกอย่างที่มีโจมตีเข้าใส่มันแค่ไหน มันก็สามารถดึงเอาเถาวัลย์หนามที่ขึ้นโดยรอบเข้ามาเป็นเกราะชดเชยในส่วนที่พังลงไปได้แทบจะในทันที
ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่อาจตามทันความเร็วของการฟื้นฟูของเจ้าปีศาจตัวนี้ได้
“อีกเพียง...ครั้งเดียว…”
ลิลลี่ชูมือขวาที่อ่อนล้าขึ้นมา
เธอรู้ตัวว่าศัตรูยังไม่ตายดี และเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องปิดฉากศัตรูให้ได้
แต่ทว่าเธอไม่มีแรงเหลืออีกต่อไปแล้ว
“คุณลี่ค่ะ อย่าฝืนตัวเองเลยค่ะ หน้าที่แผ่รังสีให้คุณเยลโล่ทำแทนก็ได้ค่ะ”
“ผมทำไม่เป็นปิว! โครงสร้างรังสีอะไรพวกนี้มันยากเกินไปนะปิว! ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือปิว! ”
“ไม่มีค่ะ ดังนั้นช่วยกรุณาทำให้เป็นตอนนี้ทีค่ะ ไม่อย่างงั้นตายกันหมดทุกคนแน่ค่ะ”
“เอาไงก็เอา ปิว! ”
เยลโล่หันไปมองดูโกเลมจิ๋วทั้งสองตัวของเขาที่กำลังโจมตีอย่างไร้ค่า ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วเริ่มเปล่งประกายแสงออกมาจากปีกภูติของเขา
“เออ… ว่าแต่คลื่นย่านความถี่ของรังสียูวีมัน… มีลักษณะแบบไหนกันนะปิว? ”
แต่ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ผิด ที่จะไปฝากฝั่งความหวังกับภูติไร้ความสามารถคนนี้
“...”
พรุนมองดูเยลโล่ที่พยายามโจมตีอย่างสุดความสามารถ
แต่เขาไม่สามารถทำเหมือนอย่างที่ลิลลี่ทำได้
“ขออีกแค่ครั้งเดียวใช่ไหมคะ? ”
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจทำมัน
สตรีเผ่ายักษ์วิ่งตรงไปทางกลุ่มก้อนของปีศาจร้าย
เจ้าปีศาจตอบสนองต่อภัยอันตรายที่กำลังเยื้องกรายเข้ามา
มันใช้เถาวัลย์จำนวนมากฟาดกระหน่ำเข้าใส่สตรีเผ่ายักษ์ที่องอาจ
แต่สตรีเผ่ายักษ์กลับไม่มีทีท่าว่าจะหลบการโจมตีของมัน
เธอวิ่งเข้าปะทะกับแส้หนามสีแดงที่พุ่งเข้ามหา
เลือดสีดำของเธอพุ่งกระฉูดออกกระจายไปทั่ว
“ (พรุน…!) ”
ลิลลี่พยายามกรีดเสียงเรียกเพื่อนรักของเธอ
แต่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะกรีดเสียงออกไป
เธอทำได้แต่เพียงมองเพื่อนเธอถูกกระหน่ำฟาดฟันใส่เท่านั้น
หยาดน้ำตาเริ่มทำท่าจะแตกทะลักออกมาจากดวงตาของเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ! ”
ในตอนนั้นเองที่พรุนตะโกนด้วยเสียงดังก้อง
เธอใช้มือทั้งสองข้างจับเถาวัลย์หนามเอาไว้
“ฉันจะสร้างโอกาสให้ลี่… ให้กับทุกคนเองค่ะ”
เธอพูดเช่นนั้นแล้วเริ่มออกแรงดึงเถาวัลย์หนามแดง
เกิดเสียงปริแตกดังขึ้นมาจากปลายมุมทั้งสี่ที่ฝังลงในกำแพงพลังงานทั้งสี่มุมของห้อง
เป้าหมายของสตรีเผ่ายักษ์ คือการดึงเจ้าปีศาจให้กลับลงมาสู่พื้นดินนั่นเอง
เจ้าปีศาจร้ายเริ่มรับรู้ได้ถึงความคิดของอีกฝ่าย เลยโหมโจมตีใส่สตรีเผ่ายักษ์รุนแรงมากขึ้น
แต่ทว่าต่อให้มันฟาดฟันใส่เธอมากแค่ไหน พรุนก็ยังคงยืนยิ้มรับได้อย่างมิหวั่นเกรงกลัว
“อย่าได้ดูถูกพลังของฉันค่ะ”
พรุนพูดด้วยรอยยิ้ม
จะแสดงความเจ็บปวดออกมาไม่ได้เด็ดขาด
เพราะถ้าแสดงความเจ็บปวดออกมา คงทำให้ลิลลี่ถือโทษตัวเองอีกแน่นอน
เธอคิดเช่นนั้นแล้วรับการโจมตีด้วยรอยยิ้ม
“ฉันคือ [พรุน] แห่งเผ่ายักษา ขอเดิมพันธ์ด้วยเกียรติ์แห่งบรรพบุรุษ จะไม่ยอมปล่อยมือนี้เด็ดขาดค่ะ! ”
เธอส่งเสียงคำรามแห่งสงครามดังกึกก้องจนพื้นสั่นสะท้าน กระทืบเท้าอย่างรุนแรงจนแผ่นดินสั่นไหว แล้วใช้พลังแขนอันน่าเหลือเชื่อดึงเจ้าปีศาจ
*!?! *
พริบตานั้นปลายยึดทั้งสี่ข้างของเจ้าปีศาจก็หลุดออกมากจากบ่อลาวาด้านนอกกำแพงแสง
มันถูกดึงกลับเข้ามาข้างในห้อง เข้ามาตามแรงที่กำลังดึงร่างหลักของมัน
“ย๊ากกก! ”
เธอเหวี่ยงมันสุดแรงไปรอบห้องโดยมีตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง
*โครมมม! *
ก่อนจะทุ่มมันใส่พื้นสีขาวจนเป็นหลุมลึกขนาดหนึ่งเมตร
เถาวัลย์หนามแดงจำนวนมากที่ใช้ปิดปกป้องร่างกาย ถูกทำลายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนกับเปลือกไข่ที่ถูกกะเทาะแตก
“ไม่ยอมให้หนีหรอกค่ะ! ”
พรุนรีบวิ่งเข้าไปกดร่างของมันเอาไว้อย่างไม่เกรงกลัวต่อหนามแหลมที่ทิ่มแทงเข้าใส่ แล้วชกเข้าใส่ส่วนที่คล้ายกับหัวใจของมัน
แต่ทว่ามือของเธอกลับทำได้แค่จมลึกลงไปในเนื้อเยื่อของมันเท่านั้น
เมื่อทราบว่าแรงชกไม่อาจใช้ได้ผล เธอเลยเปลี่ยนไปกดเถาวัลย์รอบตัวที่พยายามจะปิดเข้ามาอีกครั้งแทน
เลือดสีดำจำนวนมากไหลออกมาจากร่างกายของเธอจากหนามที่ทิ่มลงไปในร่าง แต่เธอก็ไม่ยอมที่จะลดมือทั้งสองข้างลง
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนของเธอโจมตีปิดฉากมันซะ
“อึ๊ก…”
แต่ทว่าลิลลี่ยังไม่มีแรงมากพอที่จะโจมตีออกไป
ดังนั้นคนอื่นในกลุ่มจึงโจมตีใส่แกนของมันด้วยอาวุธที่มีแทน
แต่ทว่าการโจมตีทั้งหมดกลับถูกเถาวัลย์ที่มีจำนวนมากปัดป้องเอาไว้ได้
ซ้ำร้าย ตำแหน่งที่พรุนยืนกดมันอยู่ ยังเริ่มปิดแคบลงมากแล้ว
หากปล่อยเอาไว้ ร่างของพรุนคงถูกกลืนลงไปทั้งเป็นอยู่ข้างในนั้นแน่
ลิลลี่พยายามที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“ (ฉันต้องทำให้ได้!) ”
เธอพยายามที่จะลุกขึ้นยืน
“ (พรุนยังพยายามขนาดนั้น แล้วจะให้ฉันมานั่งนอนแบบนี้ได้ยังไงกัน! ทั้งที่ฉันเป็นคนลากทุกคนมาเสี่ยงเองแท้ ๆ!) ”
เธอกรีดสั่งร่างกายของตัวเองให้ยืนขึ้น
“ (อยากเป็นอย่างยอดวีรบุรุษบานาอย่างงั้นหรือ? อยากมีชื่อเสียงอย่างงั้นหรือ? ช่างน่าขันนัก) ”
เธอใช้มือทั้งสองกุมปืนขึ้นมาถือเอาไว้
“ (นึกให้ออกสิว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่? คนที่ยอมรับในตัวฉันอยู่ตรงหน้านี้แล้วไม่ใช่หรือยังไง?) ”
แล้วเล็งมันไปที่ขา---
“ (ฉันคือ [ลิลลี่ ออฟซิเดียน] สตรีผู้ที่จะเป็นอย่างยอดวีรบุรุษบานา และจะไม่ยอมให้ใครที่ยอมรับฉันต้องมาตายตรงนี้เป็นอันขาด!) ”
---ก่อนจะลั่นไกปืนรังสีใส่ขาที่หนักอึ้งของตัวเอง
ความเจ็บปวดเจียนตายได้กระตุ้นเส้นประสาท และอะดรีนาลีนของเธอให้หลั่งไหลออกมาอีกครั้ง
ความเจ็บปวดได้แปรเปลี่ยนเป็นความด้านชา และกลายเป็นพลังเฮือกสุดท้ายในการปลอดปล่อยการโจมตีสุดท้ายออกไป
ปีกของเธอส่องแสงเป็นประกายเจิดจ้า เร่งพลังจนถึงขีดสุด ก่อนจะโจมตีออกไปด้วยพลังของรังสียูวี
แต่เธอช้าไป
เธอใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบหนึ่งนาทีกับการโจมตีเฮือกสุดท้ายนี้
ซึ่งมันมากพอที่จะให้เพื่อนเผ่ายักษ์ของเธอถูกกลืนกินเข้าไปข้างในเนื้อเยื่อร้ายนั้น
ครึ่งร่างของสตรีเผ่ายักษ์กำลังจมลึกลงไปในแกนของเนื้อเยื่อสีเหลือง พร้อมกับกลุ่มก้อนเถาวัลย์สีแดงตรงหน้า
แต่แสงแห่งความหวังยังคงไม่จางหายไปจากดวงตาของลิลลี่
เพราะว่าเธอนั้นมองเห็น
มองเห็นภาพของพรรคพวกที่จะไม่มีวันทิ้งพวกพ้องกำลังเข้าไปช่วยเธอออกมาอยู่
เธอเชื่อมั่นในตัวของพวกพ้องอย่างไร้ข้อกังขา
โฮปที่วิ่งเข้าไปพร้อมกับฟาดฟันดาบ
ไฮเจนที่ยิงธนูโจมตีไม่หยุด
เยลโล่กับแฟตที่คอยช่วยสนับสนุนโฮป
อีกทั้งยังมีเอซที่วิ่งทะลวงเป็นเส้นตรงเข้าไปหาแกนของมัน
และท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น ยังมีอีกบุคคลหนึ่งที่รวดเร็วยิ่งกว่าใคร
เขาเป็นชายที่มีแผงคอสิงโตสีทอง
เขาหนีออกมาจากการจับกุม และวิ่งเข้ามาช่วยสตรีเพื่อนยักษ์ของเธอ
เพื่อช่วยเหล่าคนที่เขาเกลียดที่สุดในโลก
[ไพไรน์] นั่นคือนามของเขา
“ถ้าหากปล่อยให้พวกแกสู้อย่างเดียว แล้วข้าจะเอาหน้าไปสู้บรรพบุรุษได้เยี่ยงไรกัน…”
ไพไรน์พูดกับตัวเองเช่นนั้นแล้วลงดาบสีขาวเฉือนเอาเนื้อเยื้อกับเถาวัลย์ที่รัดร่างของพรุนออกมา
เปลือกนอกที่หุ้มหัวใจของมันขาดสะบั้นลงจากการโจมตีของไพไรน์
ด้วยความร่วมมือจากทุกคน ทำให้ไม่มีสิ่งใดห่อหุ้มปกป้องหัวใจของมันเอาไว้อีกต่อไป
รังสียูวีเริ่มแผดเผาขั้วหัวใจที่ไร้การปกป้องของมัน
*กี๊สสสสสส! *
มันกรีดร้องโหยหวยอย่างทรมาน
เซลล์ของมันหยุดทำงาน และแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว
มันพยายามออกแรงสุดฤทธิ์เพื่อขยับปลายเถาวัลย์ที่สิ่งสู่
แต่ทว่าปลายกิ่งก้านสาขานั้นหมดแรงลงกลางทาง ก่อนจะแน่นิ่งไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป ณ จุดที่ห่างออกจากหัวใจของมันเพียงหนึ่งเมตร
มันกำลังสัมผัสได้ถึงความตาย
ชีวิตที่รอดมาอย่างยาวนานนับพันปีของมันกำลังจะจบลง ณ ตรงนี้ ตอนนี้
ภาพแห่งความทรงจำในอดีตของมันเริ่มไหลย้อนกลับเข้ามา
มันมองเห็นชีวิตแรกเกิดที่อยู่ในห้วงความมืด เห็นช่วงเวลาที่มันถูกเก็บเข้าหลอดแคปซูลประหลาด เห็นภาพของมนุษย์สัตว์ที่สวมชุดนักวิจัยสีขาว เห็นภาพที่ตัวมันเองถูกจับปรสิตต้นเถาวัลย์หนามแดง และเห็นช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ที่ได้ปกครองผืนป่ากับเหล่าชีวิตที่จับตัวมันมา
มันคือราชาแห่งหุบเขาสีชาด เป็นผู้ล่าที่อยู่บนยอดสุดของระบบนิเวศแห่งนี้
แต่มันกำลังจะตายลงเพราะผู้รุกรานเพียงไม่กี่คนที่บุกเข้ามาหา
“ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวนัก…”
มันคิดเช่นนั้นในช่วงเวลาชีวิตสุดท้ายชีวิตของมัน ก่อนจะลาจากโลกนี้ไปตลอดกาล