Pioneer Era

    ตอนที่ 36 บอสใหญ่แห่งหุบเขาสีชาดปรากฏตัวแล้ว! … ถูกกำราบแล้วด้วย!

    “อย่าสปอยตั้งแต่ชื่อตอนสิ ปิว! ”

    “พูดอยู่กับใครนะเยลโล่? ”

    “เออ… เปล่า…ไม่มีอะไรโฮป ปิว~”

    “ถ้ามีเวลาเล่นละก็ รีบมาช่วยทางนี้หน่อยสิฟะ! ”

    เหล่าเด็กนักเรียนหนุ่มสาวกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ตนเองไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน

    มันเต็มไปด้วยเถาวัลย์หนามแหลมสีแดงปกคลุมร่างกาย

    มันมีขนาดใหญ่โตอย่างไร้ที่สิ้นสุด

    หนามสีแดงของมันมีขนาดตั้งแต่เท่าเข็มหมุดไปจนถึงหัวคน

    ผิวสีแดงของมันเต็มไปด้วยรอยปริแตกของเนื้อเยื้อประหลาดสีเหลือง

    เจ้าอสูรเถาวัลย์หนามแดงเคลื่อนตัวออกจากประตูสีขาวสูงสี่เมตร ใช้ร่างกายอันน่าขยะแขยงของมันคลานไปตามพื้นห้องสีขาวอย่างเชื่องช้า

    ร่างของมันนั้นยืดยาวต่อเนื่องออกมาจากห้องที่อยู่อีกฟากของพวกเขา ราวกับว่ามันมีขนาดร่างกายยืดยาวอย่างไร้ที่สิ้นสุดเช่นนั้น

    รังสียูวีที่พวกเขาคอยใช้กำราบมัน กลับไม่มีทีท่าว่าจะช่วยหยุดเจ้าอสูรตัวนั้นได้

    เจ้าอสูรตัวนั้นเคลื่อนตัวเข้าหาพวกเขาเป็นเส้นตรง พร้อมกับใช้เถาวัลย์ที่ยืดยาวฟาดกระหน่ำเข้าใส่โจมตีจากระยะไกล



    “รังสีไม่ได้ผลหรือดอง!? ”

    ลิลลี่เอยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเมื่อค้นพบว่ารังสีที่เปรียบเหมือนไพ่ตาย กลับกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปแล้ว

    “อย่าหยุดค่ะ ฉันรู้สึกได้ว่ามันกำลังทรมานจากรังสีอยู่ แพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นแล้วค่ะคุณลี่! ”

    แฟตตะโกนเตือนสติลิลลี่พร้อมกับใช้แขนทั้งสี่อุ้มร่างของเธอหลบออกมาจากแนวโจมตี

    เกิดเสียงฟาดกระแทกพื้นรุนแรงจนเกิดเป็นเสียงระเบิดที่กึกก้อง ก่อนจะฝากรอยแผลยาวทิ้งเอาไว้อยู่บนพื้นสีขาวบริสุทธิ์นั้น

    "ทุกคน กระโดด! "

    ไฮเจนกรีดเสียงเตือนออกมา

    เกลียวเถาวัลย์หนามขนาดหนึ่งเมตรที่ฝังลึกลงไปในพื้น เริ่มคลี่ตัวพร้อมกับแผ่ขยายอย่างรวดเร็วไปทั้งสองฝั่ง

    เส้นเถาวัลย์ที่เต็มไปด้วยเนื้อเยื่อชวนขยะแขยงนั้น กำลังปล่อยเมือกเหนียวสีขาวโยงใยออกมาเป็นจำนวนมาก

    สิ่งนั้นถูกตวัดสาดออกมาพร้อมกับเถาวัลย์นับร้อยที่แผ่ขยายออกนั้น

    "ชิ! "

    เอซสั่งวัตถุทรงไข่จำนวนสิบสามลูกบินกระจายออกไปตรงหน้า เพื่อหยุดการโจมตีก่อนที่จะพุ่งเข้ามาถึงตัว

    จำนวนสูงสุดของการควบคุมวัตถุบินของเอซอยู่ที่ห้าสิบชิ้น แต่มันต้องใช้สมาธิสูง ยิ่งต่อหน้าศัตรูร้ายกาจ จึงยิ่งเป็นการฆ่าตัวตาย ดังนั้นเขาจึงลดจำนวนลงเหลือเพียงสิบสามลูกตามที่เขาถนัดใช้งานที่สุดแทน

    วัตถุทรงไข่เริ่มแผ่แสงสีฟ้าออกมาโดยรอบ แล้วพุ่งโจมตีใส่เถาวัลย์หนามเหล่านั้น

    กลุ่มก้อนสีฟ้าได้เข้าปะทะกลุ่มก้อนสีแดง ก่อนจะกลายเป็นคลื่นระเบิดที่กระจายตัวออกรอบทิศทาง

    ระเบิดนั้นทำให้เถาวัลย์หนามแดงขาดออกมาจำนวนหนึ่ง



    "คุณลี่ค่ะ ดูนั่นค่ะ! "

    แฟตชี้ไปที่เศษซากของเนื้อเยื่อกับเถาวัลย์ที่กระจายออกมา

    เนื้อเยื่อเหล่านั้นดิ้นรนอย่างทรมาน ก่อนจะซีดจางลงอย่างรวดเร็วแล้วแน่นิ่งไป

    เมื่อเนื้อเยื่อแน่นิ่งไป ชิ้นส่วนเถาวัลย์ที่หลุดกระจายออกมาก็หยุดเคลื่อนไหวตาม

    ในทางกลับกันแล้ว ชิ้นส่วนที่อยู่นอกรัศมีคลื่นรังสียูวีของลิลลี่ กลับยังคงเคลื่อนไหวได้อยู่ รวมไปถึงชิ้นส่วนที่ผูกติดกับร่างหลักของมันด้วย

    เมื่อเห็นดังนั้น เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่ารังสีโจมตีของเธอยังใช้ได้ผลอยู่จริง

    แต่เธอจะต้องทำให้มันกระเด็นหลุดออกมาจากร่างหลักเสียก่อน

    "พรุน โฮป ไฮเจน! รบกวนตัดเถาวัลย์ให้ที ดอง! "

    "รับทราบ! "

    พวกนักเรียนคิดที่จะโจมตีกลับ

    เพราะการป้องกันที่ดีที่สุดในทางหนึ่งคือการโจมตี

    สตรีร่างยักษ์ผิวเขียวกับบุรุษมนุษย์ผิวขาวเคลื่อนตัวออกไปยืนในแนวหน้า

    คนหนึ่งตั้งท่าต่อสู้มือเปล่า ส่วนอีกคนจับดาบสีดำเล่มยาวในมือจนแน่น

    กลุ่มก้อนของเถาวัลย์หนามแดงเริ่มหดตัวกลับ พร้อมกับพันเป็นเกลียวเชือกขนาดใหญ่กว่าสามเมตร

    มันชูคอขึ้นสูงจนแทบจรดเพดานที่สูงกว่าสิบเมตร แล้วแหงนมองลงมาราวกับเป็นอสรพิษที่จับจ้องเหยื่อ

    ในตอนนั้นเองที่เกิดเสียงกรีดลมดังลั่น

    อสรพิษสีแดงนั้นพุ่งลงงมาใส่ร่างของโฮปด้วยความเร็วสูง

    มันเร็วมากจนไม่มีใครในกลุ่มของเขาที่เคลื่อนไหวตอบสนองทัน

    นอกจากไฮเจนเพียงคนเดียวเท่านั้น



    *บรึ้ม! *

    ลูกธนูหัวระเบิดได้ถูกดึงสายคันรั้งจนตึง แล้วยิงออกไปก่อนที่อสรพิษร้ายจะฉกลงมา

    แรงระเบิดนั้นทำให้วิถีโจมตีเบี่ยงออก และทำให้โฮปรอดตายมาได้ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด

    เธอรู้หรือมองเห็นอนาคตเช่นนั้นหรือ?

    คำตอบคือไม่ใช่

    เธอเพียงแค่รู้สึกได้ถึงอันตรายจากสัญชาตญาณ แล้วชิงโจมตีออกไปก่อนที่ศัตรูจะเคลื่อนไหวเท่านั้น

    "ตอนนี้ละ! "

    โฮปกับพรุนไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปโจมตีซ้ำ

    ดาบสีดำถูกวาดออกไปเป็นเส้นโค้งงดงาม

    ปลายดาบดำอันแหลมคมที่หุ้มด้วยแสงรังสีได้เฉือนลงไปในผิวที่หนาทึบของเถาวัลย์หนามแดง

    "แข็งเป็นบ้า"

    แต่เขาทำได้แค่ลอกผิวนอกออกเพียงสามเซนติเมตรเท่านั้น

    "เป็นพืชแต่กลับทนไฟ กินลาวาแทนน้ำ แถมยังแข็งแรงราวกับแผ่นเหล็ก เจ้านี่เป็นตัวอะไรกันแน่คะ? "

    พรุนพูดกับตัวเองพร้อมเข้าไปกดหัวของก้อนเถาวัลย์ให้แนบติดกับพื้นห้อง พร้อมกับง้างหมัดขึ้นสูง

    แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันทุบหัวมัน กลุ่มก้อนของเกลียวเชือกเถาวัลย์ก็ระเบิดตัวเองออกมาเสียก่อน

    มันคลี่ตัวเองออกอย่างรุนแรงราวกับถูกระเบิด

    แรงระเบิดนั้นทำให้พรุนกับโฮปกระเด็นออกไปไกลจนกระแทกเข้ากับกำแพงฐานสีขาวของห้องเต็มแรง



    "พรุน โฮป! "

    ลิลลี่กรีดเสียงดังอย่างตื่นตกใจ

    ร่างของเพื่อนที่กระแทกเข้ากับผนังอย่างรุนแรงนั้น ทำให้เธอเห็นภาพไปซ้อนทับกับร่างของโนอาร์ที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ

    เถาวัลย์มรณะกำลังคืบคลานเข้าหาร่างทั้งสองที่แน่นิ่งไปแล้ว

    "หยุดนะ! "

    ภูติตัวน้อยไม่อยากสูญเสียใครไปอีกครั้ง

    เธอไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง แล้วบินขึ้นสูงออกไปในแนวหน้า

    เพราะสัมผัสได้ว่ามีศัตรูพุ่งเข้าใส่ เจ้าเถาวัลย์หนามแดงจึงเปลี่ยนความสนใจไปที่ภูติตัวน้อยแทน

    "จะบ้าหรือไง! "

    ไฮเจนรีบบินตามไปด้านหลังพร้อมกับยิงธนูระเบิดปัดป้องเถาวัลย์ที่พุ่งเข้าใส่

    แต่กระแสโจมตีนั้นมีจำนวนมากกว่าอย่างทาบไม่ติด

    ปลายแหลมของเถาวัลย์หนามได้รัดขาข้างหนึ่งของลิลลี่สำเร็จ

    แต่เธอไม่สนใจแล้วฝืนบินให้สูงขึ้น

    เกิดเสียงเนื้อฉีกขาด พร้อมกับมีแผ่นหนังและชิ้นเนื้อสีขาวร่วงหล่นลงมาจากขาข้างขวาของเธอ

    "ไม่เจ็บสักนิดดอง! "

    ลิลลี่กัดฟันทนเจ็บแล้วเริ่มเร่งพลังภายในร่างกายจนถึงขีดสุด

    ปีกที่โปรงแสงของเธอเริ่มสาดส่องแสงสีฟ้ารุนแรงเจิดจ้าจนดวงตาแทบมืดบอด

    "ปกป้องคุณลี่ด้วยค่ะ! "

    แฟตตะโกนสั่งการพร้อมกับใช้มีดรังสีในมือทั้งสี่โจมตีออกไป

    "ปิว! "

    "เป็นยัยบ้าของแท้เลย"

    เยลโล่กับเอซตอบรับคำสั่งแล้วเริ่มโจมตีเถาวัลย์ที่เล็งไปตรงลิลลี่

    อาวุธของเยลโล่คือโดรนโกเลมติดปืนรังสี

    โดรนโกเลมรูปร่างภูติจำลองร่างกายของเขาทั้งสิ้นสองตัวนั้น กำลังบินทะยานกระจายออกไปรอบนอกซ้ายขวาของลิลลี่

    เยลโล่ตัวจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือสองตัวเริ่มสาดเส้นแสงสีฟ้าปูพรมลงมาจากฟากฟ้า

    ส่วนวัตถุทรงไข่ของเอซทั้งสิบสามนั้น พวกมันกำลังบินวนเวียนรอบลิลลี่ และกลายเป็นโล่อันทรงพลังที่คอยปกป้องเอาไว้ให้เธอ



    การปกป้องจากพรรคพวกของลิลลี่เริ่มถูกไล่ต้อน

    ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ

    พวกเขาซื้อเวลาได้เพียงแค่ยี่สิบวินาทีเท่านั้น

    "ดอง! "

    แส้เถาวัลย์จำนวนมากเข้ารัดร่างของเธอสำเร็จ

    มันรัดจนแน่น บี้ปีกโปรงแสงซึ่งเปรียบเป็นดั่งปอดของเผ่าภูติจนบี้แบนแนบกาย

    เธอรู้สึกทรมานและเริ่มหายใจติดขัด

    แต่นั่นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น

    ปีศาจเถาวัลย์หนามแดงมันจับร่างของภูติน้อยทุ่มใส่พื้นเต็มแรง

    เกิดเสียงกระแทกน่ากลัวดังขึ้น พร้อมกับมีเลือดจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากส่วนศรีษะของเธอ

    กะโหลกของเธอคงจะแตกร้าวไปแล้ว

    "ลิลลี่! "

    โฮปกับพรุนที่สติเลือนราง ถึงกับตาสว่างขึ้นมาเมื่อเห็นร่างของเพื่อนชุ่มโชกไปด้วยเลือด

    แต่ถึงจะเจ็บเจียนตาย ลิลลี่ก็ไม่ยอมที่จะหมดสติลง

    ความรู้สึกผิดและความรู้สึกที่ไม่อยากเสียเพื่อนไปอีก คือสิ่งค้ำจุนเพียงหนึ่งเดียวที่คอยประคองสติเอาไว้ให้กับเธอ

    "ดองงงง! "

    ลิลลี่ปลดปล่อยพลังที่สะสมทั้งหมดออกมา

    แผ่คลื่นแม่เหล็กด้วยปีกภูติ ระเบิดโครงสร้างระดับอะตอมโดยรอบ แล้วสั่นไหวแผ่ออกเป็นคลื่นรังสียูวีออกมา



    "!! "

    การระเบิดคลื่นรังสีระยะประชิดนั้น ทำให้ปีศาจเถาวัลย์หนามแดงต้องรีบปล่อยร่างของภูติน้อยออกจากพันธนาการ

    คลื่นแสงที่มองไม่เห็นเริ่มฆ่าเซลล์ที่กำลังควบคุมเถาวัลย์หนามแดงเอาไว้

    ส่วนของเนื้อเยื่อสีเหลืองที่แทรกไปตามช่องน้ำเลี้ยงเริ่มเหี่ยวแห้งตายอย่างรวดเร็ว

    เถาวัลย์สีแดงที่พันเป็นเกลียวเชือกเริ่มคลายตัวออก แล้วหล่นลงมากองที่พื้นอย่างไร้ชีวิต

    ความเสียหายนั้นกระจายตัวออกโดยมีร่างของภูติน้อยโชกเลือดเป็นจุดศูนย์กลาง

    *กีสสสส! *

    แล้วเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น

    ในตอนนั้นเองที่กลุ่มก้อนเถาวัลย์ขนาดใหญ่ตรงปากประตูได้เปิดแยกออกเป็นสองส่วน

    สิ่งที่ดูคล้ายกับแกนกลางนั้น แท้ที่จริงคือกลุ่มก้อนของเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิต

    สิ่งนั้นมีลักษณะคล้ายกับตัวอะมีบา และมันใช้เถาวัลย์หนามแดงเป็นเสมือนชุดเกราะหุ้มร่างกาย

    เจ้าเนื้อเยื่อสีเหลืองนั้นเปล่งเสียงอย่างทรมานที่ถูกทำลายเซลล์ทิ้งไปเป็นจำนวนมาก

    แต่ทว่ามันยังไม่ตาย

    ความเสียหายที่รุนแรงได้หยุดลงก่อนจะลามไปถึงกลุ่มก้อนของเนื้อเยื่อที่ดูคล้ายกับหัวใจของมัน

    เจ้าปีศาจร้ายใช้พลังที่เหลืออยู่ ขยับปลายของเถาวัลย์หนามแดง พุ่งเสียบทะลุม่านพลัง เพื่อออกไปสูบลาวาข้างนอกม่านพลังงานของห้องอีกครั้ง

    ผิวของเถาวัลย์เริ่มมีสีแดงร้อนระอุ มันสูบพลังงานความร้อน และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังงานสำหรับการฟื้นฟูเซลล์ของมัน

    ดูเหมือนว่ามันจะสามารถใช้พลังงานความร้อนของลาวาในการฟื้นฟูสภาพเซลล์ได้

    "อย่าให้มันฟื้นฟูสภาพได้เด็ดขาดค่ะ! "

    แฟตรีบสั่งการพร้อมกับวิ่งเข้าไปดูอาการของลิลลี่



    แต่ทว่า---

    *กีสสสสสสส! *

    เจ้ากลุ่มก้อนแกนกลางที่เป็นเนื้อเยื่อนั้นได้เสียดผิวหนังของมันเข้าหากัน จนเกิดเป็นเสียงแหลมหูที่ยากจะต้านทานไหว

    เสียงนั้นแสบแก้วหูจนสมองของพวกเขาสับสนงุนงงและไม่อาจเคลื่อนไหวได้

    และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความปลอดภัยของมันเอง เจ้าปีศาจร้ายจึงควบคุมเถาวัลย์หนามแดงให้แผ่ออกเป็นเกลียวเชือกสี่เส้นที่หนา แล้วขึงแกนของมันให้ลอยตัวขึ้นเหนือพื้น ก่อนจะดึงเอาเถาวัลย์ที่เหลือมาพันเป็นเกราะหนาปกปิดหัวใจของมันเอาไว้

    ต่อให้พวกเขาประเคนอาวุธทุกอย่างที่มีโจมตีเข้าใส่มันแค่ไหน มันก็สามารถดึงเอาเถาวัลย์หนามที่ขึ้นโดยรอบเข้ามาเป็นเกราะชดเชยในส่วนที่พังลงไปได้แทบจะในทันที

    ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่อาจตามทันความเร็วของการฟื้นฟูของเจ้าปีศาจตัวนี้ได้

    “อีกเพียง...ครั้งเดียว…”

    ลิลลี่ชูมือขวาที่อ่อนล้าขึ้นมา

    เธอรู้ตัวว่าศัตรูยังไม่ตายดี และเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องปิดฉากศัตรูให้ได้

    แต่ทว่าเธอไม่มีแรงเหลืออีกต่อไปแล้ว

    “คุณลี่ค่ะ อย่าฝืนตัวเองเลยค่ะ หน้าที่แผ่รังสีให้คุณเยลโล่ทำแทนก็ได้ค่ะ”

    “ผมทำไม่เป็นปิว! โครงสร้างรังสีอะไรพวกนี้มันยากเกินไปนะปิว! ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือปิว! ”

    “ไม่มีค่ะ ดังนั้นช่วยกรุณาทำให้เป็นตอนนี้ทีค่ะ ไม่อย่างงั้นตายกันหมดทุกคนแน่ค่ะ”

    “เอาไงก็เอา ปิว! ”

    เยลโล่หันไปมองดูโกเลมจิ๋วทั้งสองตัวของเขาที่กำลังโจมตีอย่างไร้ค่า ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วเริ่มเปล่งประกายแสงออกมาจากปีกภูติของเขา

    “เออ… ว่าแต่คลื่นย่านความถี่ของรังสียูวีมัน… มีลักษณะแบบไหนกันนะปิว? ”

    แต่ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ผิด ที่จะไปฝากฝั่งความหวังกับภูติไร้ความสามารถคนนี้



    “...”

    พรุนมองดูเยลโล่ที่พยายามโจมตีอย่างสุดความสามารถ

    แต่เขาไม่สามารถทำเหมือนอย่างที่ลิลลี่ทำได้

    “ขออีกแค่ครั้งเดียวใช่ไหมคะ? ”

    ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจทำมัน

    สตรีเผ่ายักษ์วิ่งตรงไปทางกลุ่มก้อนของปีศาจร้าย

    เจ้าปีศาจตอบสนองต่อภัยอันตรายที่กำลังเยื้องกรายเข้ามา

    มันใช้เถาวัลย์จำนวนมากฟาดกระหน่ำเข้าใส่สตรีเผ่ายักษ์ที่องอาจ

    แต่สตรีเผ่ายักษ์กลับไม่มีทีท่าว่าจะหลบการโจมตีของมัน

    เธอวิ่งเข้าปะทะกับแส้หนามสีแดงที่พุ่งเข้ามหา

    เลือดสีดำของเธอพุ่งกระฉูดออกกระจายไปทั่ว

    “ (พรุน…!) ”

    ลิลลี่พยายามกรีดเสียงเรียกเพื่อนรักของเธอ

    แต่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะกรีดเสียงออกไป

    เธอทำได้แต่เพียงมองเพื่อนเธอถูกกระหน่ำฟาดฟันใส่เท่านั้น

    หยาดน้ำตาเริ่มทำท่าจะแตกทะลักออกมาจากดวงตาของเธอ

    “ไม่เป็นไรค่ะ! ”

    ในตอนนั้นเองที่พรุนตะโกนด้วยเสียงดังก้อง

    เธอใช้มือทั้งสองข้างจับเถาวัลย์หนามเอาไว้

    “ฉันจะสร้างโอกาสให้ลี่… ให้กับทุกคนเองค่ะ”

    เธอพูดเช่นนั้นแล้วเริ่มออกแรงดึงเถาวัลย์หนามแดง

    เกิดเสียงปริแตกดังขึ้นมาจากปลายมุมทั้งสี่ที่ฝังลงในกำแพงพลังงานทั้งสี่มุมของห้อง

    เป้าหมายของสตรีเผ่ายักษ์ คือการดึงเจ้าปีศาจให้กลับลงมาสู่พื้นดินนั่นเอง

    เจ้าปีศาจร้ายเริ่มรับรู้ได้ถึงความคิดของอีกฝ่าย เลยโหมโจมตีใส่สตรีเผ่ายักษ์รุนแรงมากขึ้น

    แต่ทว่าต่อให้มันฟาดฟันใส่เธอมากแค่ไหน พรุนก็ยังคงยืนยิ้มรับได้อย่างมิหวั่นเกรงกลัว

    “อย่าได้ดูถูกพลังของฉันค่ะ”

    พรุนพูดด้วยรอยยิ้ม

    จะแสดงความเจ็บปวดออกมาไม่ได้เด็ดขาด

    เพราะถ้าแสดงความเจ็บปวดออกมา คงทำให้ลิลลี่ถือโทษตัวเองอีกแน่นอน

    เธอคิดเช่นนั้นแล้วรับการโจมตีด้วยรอยยิ้ม

    “ฉันคือ [พรุน] แห่งเผ่ายักษา ขอเดิมพันธ์ด้วยเกียรติ์แห่งบรรพบุรุษ จะไม่ยอมปล่อยมือนี้เด็ดขาดค่ะ! ”

    เธอส่งเสียงคำรามแห่งสงครามดังกึกก้องจนพื้นสั่นสะท้าน กระทืบเท้าอย่างรุนแรงจนแผ่นดินสั่นไหว แล้วใช้พลังแขนอันน่าเหลือเชื่อดึงเจ้าปีศาจ

    *!?! *

    พริบตานั้นปลายยึดทั้งสี่ข้างของเจ้าปีศาจก็หลุดออกมากจากบ่อลาวาด้านนอกกำแพงแสง

    มันถูกดึงกลับเข้ามาข้างในห้อง เข้ามาตามแรงที่กำลังดึงร่างหลักของมัน

    “ย๊ากกก! ”

    เธอเหวี่ยงมันสุดแรงไปรอบห้องโดยมีตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง

    *โครมมม! *

    ก่อนจะทุ่มมันใส่พื้นสีขาวจนเป็นหลุมลึกขนาดหนึ่งเมตร

    เถาวัลย์หนามแดงจำนวนมากที่ใช้ปิดปกป้องร่างกาย ถูกทำลายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนกับเปลือกไข่ที่ถูกกะเทาะแตก

    “ไม่ยอมให้หนีหรอกค่ะ! ”

    พรุนรีบวิ่งเข้าไปกดร่างของมันเอาไว้อย่างไม่เกรงกลัวต่อหนามแหลมที่ทิ่มแทงเข้าใส่ แล้วชกเข้าใส่ส่วนที่คล้ายกับหัวใจของมัน

    แต่ทว่ามือของเธอกลับทำได้แค่จมลึกลงไปในเนื้อเยื่อของมันเท่านั้น

    เมื่อทราบว่าแรงชกไม่อาจใช้ได้ผล เธอเลยเปลี่ยนไปกดเถาวัลย์รอบตัวที่พยายามจะปิดเข้ามาอีกครั้งแทน

    เลือดสีดำจำนวนมากไหลออกมาจากร่างกายของเธอจากหนามที่ทิ่มลงไปในร่าง แต่เธอก็ไม่ยอมที่จะลดมือทั้งสองข้างลง

    ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนของเธอโจมตีปิดฉากมันซะ

    “อึ๊ก…”

    แต่ทว่าลิลลี่ยังไม่มีแรงมากพอที่จะโจมตีออกไป

    ดังนั้นคนอื่นในกลุ่มจึงโจมตีใส่แกนของมันด้วยอาวุธที่มีแทน

    แต่ทว่าการโจมตีทั้งหมดกลับถูกเถาวัลย์ที่มีจำนวนมากปัดป้องเอาไว้ได้

    ซ้ำร้าย ตำแหน่งที่พรุนยืนกดมันอยู่ ยังเริ่มปิดแคบลงมากแล้ว

    หากปล่อยเอาไว้ ร่างของพรุนคงถูกกลืนลงไปทั้งเป็นอยู่ข้างในนั้นแน่



    ลิลลี่พยายามที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

    “ (ฉันต้องทำให้ได้!) ”

    เธอพยายามที่จะลุกขึ้นยืน

    “ (พรุนยังพยายามขนาดนั้น แล้วจะให้ฉันมานั่งนอนแบบนี้ได้ยังไงกัน! ทั้งที่ฉันเป็นคนลากทุกคนมาเสี่ยงเองแท้ ๆ!) ”

    เธอกรีดสั่งร่างกายของตัวเองให้ยืนขึ้น

    “ (อยากเป็นอย่างยอดวีรบุรุษบานาอย่างงั้นหรือ? อยากมีชื่อเสียงอย่างงั้นหรือ? ช่างน่าขันนัก) ”

    เธอใช้มือทั้งสองกุมปืนขึ้นมาถือเอาไว้

    “ (นึกให้ออกสิว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่? คนที่ยอมรับในตัวฉันอยู่ตรงหน้านี้แล้วไม่ใช่หรือยังไง?) ”

    แล้วเล็งมันไปที่ขา---

    “ (ฉันคือ [ลิลลี่ ออฟซิเดียน] สตรีผู้ที่จะเป็นอย่างยอดวีรบุรุษบานา และจะไม่ยอมให้ใครที่ยอมรับฉันต้องมาตายตรงนี้เป็นอันขาด!) ”

    ---ก่อนจะลั่นไกปืนรังสีใส่ขาที่หนักอึ้งของตัวเอง

    ความเจ็บปวดเจียนตายได้กระตุ้นเส้นประสาท และอะดรีนาลีนของเธอให้หลั่งไหลออกมาอีกครั้ง

    ความเจ็บปวดได้แปรเปลี่ยนเป็นความด้านชา และกลายเป็นพลังเฮือกสุดท้ายในการปลอดปล่อยการโจมตีสุดท้ายออกไป

    ปีกของเธอส่องแสงเป็นประกายเจิดจ้า เร่งพลังจนถึงขีดสุด ก่อนจะโจมตีออกไปด้วยพลังของรังสียูวี

    แต่เธอช้าไป

    เธอใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบหนึ่งนาทีกับการโจมตีเฮือกสุดท้ายนี้

    ซึ่งมันมากพอที่จะให้เพื่อนเผ่ายักษ์ของเธอถูกกลืนกินเข้าไปข้างในเนื้อเยื่อร้ายนั้น

    ครึ่งร่างของสตรีเผ่ายักษ์กำลังจมลึกลงไปในแกนของเนื้อเยื่อสีเหลือง พร้อมกับกลุ่มก้อนเถาวัลย์สีแดงตรงหน้า

    แต่แสงแห่งความหวังยังคงไม่จางหายไปจากดวงตาของลิลลี่

    เพราะว่าเธอนั้นมองเห็น

    มองเห็นภาพของพรรคพวกที่จะไม่มีวันทิ้งพวกพ้องกำลังเข้าไปช่วยเธอออกมาอยู่

    เธอเชื่อมั่นในตัวของพวกพ้องอย่างไร้ข้อกังขา

    โฮปที่วิ่งเข้าไปพร้อมกับฟาดฟันดาบ

    ไฮเจนที่ยิงธนูโจมตีไม่หยุด

    เยลโล่กับแฟตที่คอยช่วยสนับสนุนโฮป

    อีกทั้งยังมีเอซที่วิ่งทะลวงเป็นเส้นตรงเข้าไปหาแกนของมัน

    และท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น ยังมีอีกบุคคลหนึ่งที่รวดเร็วยิ่งกว่าใคร

    เขาเป็นชายที่มีแผงคอสิงโตสีทอง

    เขาหนีออกมาจากการจับกุม และวิ่งเข้ามาช่วยสตรีเพื่อนยักษ์ของเธอ

    เพื่อช่วยเหล่าคนที่เขาเกลียดที่สุดในโลก

    [ไพไรน์] นั่นคือนามของเขา

    “ถ้าหากปล่อยให้พวกแกสู้อย่างเดียว แล้วข้าจะเอาหน้าไปสู้บรรพบุรุษได้เยี่ยงไรกัน…”

    ไพไรน์พูดกับตัวเองเช่นนั้นแล้วลงดาบสีขาวเฉือนเอาเนื้อเยื้อกับเถาวัลย์ที่รัดร่างของพรุนออกมา

    เปลือกนอกที่หุ้มหัวใจของมันขาดสะบั้นลงจากการโจมตีของไพไรน์

    ด้วยความร่วมมือจากทุกคน ทำให้ไม่มีสิ่งใดห่อหุ้มปกป้องหัวใจของมันเอาไว้อีกต่อไป



    รังสียูวีเริ่มแผดเผาขั้วหัวใจที่ไร้การปกป้องของมัน

    *กี๊สสสสสส! *

    มันกรีดร้องโหยหวยอย่างทรมาน

    เซลล์ของมันหยุดทำงาน และแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว

    มันพยายามออกแรงสุดฤทธิ์เพื่อขยับปลายเถาวัลย์ที่สิ่งสู่

    แต่ทว่าปลายกิ่งก้านสาขานั้นหมดแรงลงกลางทาง ก่อนจะแน่นิ่งไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป ณ จุดที่ห่างออกจากหัวใจของมันเพียงหนึ่งเมตร

    มันกำลังสัมผัสได้ถึงความตาย

    ชีวิตที่รอดมาอย่างยาวนานนับพันปีของมันกำลังจะจบลง ณ ตรงนี้ ตอนนี้

    ภาพแห่งความทรงจำในอดีตของมันเริ่มไหลย้อนกลับเข้ามา

    มันมองเห็นชีวิตแรกเกิดที่อยู่ในห้วงความมืด เห็นช่วงเวลาที่มันถูกเก็บเข้าหลอดแคปซูลประหลาด เห็นภาพของมนุษย์สัตว์ที่สวมชุดนักวิจัยสีขาว เห็นภาพที่ตัวมันเองถูกจับปรสิตต้นเถาวัลย์หนามแดง และเห็นช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ที่ได้ปกครองผืนป่ากับเหล่าชีวิตที่จับตัวมันมา

    มันคือราชาแห่งหุบเขาสีชาด เป็นผู้ล่าที่อยู่บนยอดสุดของระบบนิเวศแห่งนี้

    แต่มันกำลังจะตายลงเพราะผู้รุกรานเพียงไม่กี่คนที่บุกเข้ามาหา

    “ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวนัก…”

    มันคิดเช่นนั้นในช่วงเวลาชีวิตสุดท้ายชีวิตของมัน ก่อนจะลาจากโลกนี้ไปตลอดกาล

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011