เปลวเพลิงที่มอดดับ
เมื่อประมุขทั้งสองตำหนักเห็นพลังที่ฟางเฉินสำแดงออกมาก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนกทั้งสองกลายเป็นจริงจังทันทีเพราะถ้าปล่อยให้ฟางเฉินอารวาดแบบนี้ก็จะทำให้พวกเขาได้รับความเสียหายมากขึ้น“ลงมือเถอะ ดูเหมือนว่าเทพพฤกษาครามไม่คิดจะช่วยเหลือเจ้าเด็ดนั่นอยู่แล้ว” ประมุขตำหนักภารกิจกล่าว“ถ้างั้นก็สังหารมันซะก่อนที่มันจะสร้างปัญหามากกว่านี้” ประมุขตำหนักปรุงยากล่าว“พวกเจ้าทุกคนสังหารเจ้าเด็กนั่นซะ” ประมุขทั้งสองคำราม“ฆ่า!!!!!!!!” ราชาเซียนทั้งหมดเคลื่อนใหวและโจมตีไปยังฟางเฉินแต่ฟางเฉินที่ตนนี้ร่างกายปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงก็พุ่งเข้าหาราชาเซียนเหล่านั้นโดยไม่สนใจการโจมตีเหล่านั้นเลย พวกอู่เย่หลานที่ได้โอกาสก็รีบเคลื่อนใหวอีกครั้ง“ไม่ต้องไปสนใจพวกนั้นสังหารเจ้าฟางเฉินให้ได้ก็พอ” ประมุขทั้งสองคำราม“ตาย!!!!!!!!” ฟางเฉินคำรามออกมาและฟาดฟันดาบออกไปเปลวเพลิงอันทรงพลังฟาดฟันเข้าปะทะกับการโจมตีของเหล่าราชาเซียนอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของฟางเฉินเองก็เริ่มได้รับบาดแผลจำนวนมากจนมีโลหิตใหลออกมาไม่หยุด“ท่านจะมองดูเขาตายไปจริง ๆ” ในต้นพฤกษาครามหวู่เถียนอี้มองร่างของฟางเฉินที่ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย“นั่นเป็นชะตากรรมของเขา มันเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจที่จะฝ่าฝืนได้ แต่ในฐานะที่เจ้าและเขาเคยผูกกรรมด้วยกันมาก่อน ข้าก็จะเป็นผู้ตัดกรรมนั้นให้กับเจ้าเอง” พฤกษาครามกล่าว“ชะตากรรมงั้นเหรอ” หวู่เถียนอี้กล่าวพร้อมกับจ้องมองฟางเฉินต่อสู้ต่อไปนางอดที่จะคิดไม่ได้ว่าต้นพฤกษาครามนั้นเย็นชากับมนุษย์อย่างมากและมากกว่าที่นางคิด“นี่มันบ้าอะไรกันทำไมอยู่ดีๆพลังของเจ้านี่ถึงได้แข็งแกร่งแบบนี้” ราชาขั้นกลางคนหนึ่งกล่าวและถูกฟันจนแขนขาด“บัดซบพวกเจ้าถอยออกไปข้าจะจัดการเอง” ประมุขทั้งสองคำรามออกมา พลังของราชาเซียนขั้นสูงสุดระเบิดออกประมุขตำหนักภารกิจมีจิตวิญญาณเป็นโซ่ศักดิ์สิทธิ์ โซ๋ศักดิ์สิทธิ์เข้าผูกมัดร่างของฟางเฉินเอาไว้เพื่อให้ฟางเฉินไม่สามารถขยับได้ ส่วนประมุขตำหนักปรุงยามีจิตวิญญาณเป็นเตาสามขาระดับศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน“บดขยี้มันซะ!!!!!!” ประมุขตำหนักปรุงยากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“คิดว่าโซ่นี่จะหยุดเปลวเพลิงของข้าได้งั้นเหรอ” ความโลภคำรามออกมาเปลวเพลิงสีดำยิ่งทวีความรุนแรงออกมาโซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจิตวิญญาณเริ่มสั่นไปมา ไม่นานโซ่ศักดิ์สิทธิ์ก็แตกกระจายออกไป ประมุขตำหนักภารกิจแสดงสีหน้าตื่นตระหนกแต่ฟางเฉินยังไม่ทันได้หลบหนีหม้อปรุงยาสามขาขนาดใหญ่ก็กดทับลงมายังร่างของฟางเฉินอย่างจัง“มันยังไม่หมด ทึกคนระดมการโจมตีที่ทรงพลังทั้งหมดออกไป” ประมุขตำหนักภารกิจคำรามออกมาราชาเซียนทั้งหมดต่างใช้ทักษะทที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองโจมตีไปยังฟางเฉินทันที ประมุขตำหนักปรุงยาเรียกจิตวิญญาณของตัวเองกลับมาและทันทีการโจมตีทั้งหมดก็โจมตีใส่ร่างของฟางเฉินทันที“มาได้แค่นี้สินะ ข้าขอโทษ ท่านพ่อท่านแม่ ข้าไม่สามารถช่วยเหลือพวกท่านได้ ข้าขอโทษอี้เอ๋อที่ไม่สามารถไปช่วยเหลือเจ้าได้และ เซียนเอ๋อข้าขอโทษที่ข้าไม่สามารถอยู่เคียงข้างเจ้าได้” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและหลับตา“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!” ทุกษะจำนวนมากระเบิดพลังทำลายล้างออกมาร่างของหวู่เถียนอี้สั่นสะท้าน แต่ในตอนนั้นเองที่ต้นพฤกษาครามขยับมือพลังแห่งชีวิตและพลังมิติที่บางเบาก็ปรากฎออกมาจากร่างนาง จากนั้นนางก็ลึกขึ้นยืน“ได้เวลาที่ต้องจากที่แห่งนี้ไปเสียที” ต้นพฤกษาครามกล่าวก่อนที่จะประกบมือเข้าด้วยกัน ทันทีที่ต้นพฤกษาครามก็เรืองแสงและหายวับไปทันทีและเมื่อแสงสว่างหายไปพร้อมกับเสียงระเบิดที่เงียบลงสิ่งที่เหลืออยู่คือหลุมขนาดใหญ่ซึ่งตอนนี้ไม่หลงเหลือร่างของฟางเฉินอยู่เลย“ฮ่า ฮ่า ในที่สุดเจ้านั่นก็ตาย เอาละต่อไปก็ตามล่ายัยพวกนั้นต่อ” ประมุขตำหนักภารกิจกล่าวด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย“เฮ้อ ข้ามาช้าเกินไปงั้นเหรอ” แต่ในตอนนั้นเองเสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นร่างของชายวัยกลางคนก้าวออกมาจากวังวนมิติ ชายคนนี้คืออาจารย์ของเฟยเหยาและยังเป็นครึ่งเทพผู้มีความสามารถในการควบคุมมิติอีกด้วย“เจ้าเป็นใคร!!!!” ประมุขตำหนักปรุงยาคำรามออกมา“ข้าเป็นใครไม่สำคัญแต่ผู้หญิงทั้งสามคนนั้นข้าจะขอรับตัวไปและถ้ำพวกเจ้าคิดจะขัดขางก็อย่าหาว่าข้าผู้นี้ไม่เตือน” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับขยับฝ่ามือร่างของพวกเย่เซียนก็ถูกปกคลุมด้วยพลังมิติและร่างของทั้งสามก็หายไปใน“บัดซบไอ้เจ้านี่ใช้พลังมิติได้” ประมุขตำหนักภารกิจกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“น่าเสียดายอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากจะต้องมาจบชีวิตที่นี่...หืม!!! นั่นมันพลังมิติงั้นเหรอ อ้อแบบนี้นี่เองพฤกษาครามเองก็ใช่ว่าจะโหดร้ายกับมนุษย์จนเกินไปสินะ เอาละคงต้องรอดูว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีผู้ล้างแค้นถึงจะกลับมากันนะ” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับหันหลังกลับเข้าไปในวังวนมิติทันทีพวกประมุขทั้งสองต่างถอนหายใจ พวกเขาที่เห็นว่าชายวัยกลางคนใช้พลังมิติออกได้ง่ายๆแบบนี้ก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาแล้วเพราะมีแต่ตัวตนระดับครึ่งเทพเท่านั้นที่จะสามารถใช้พลังมิติได้ในระดับหนึ่งแต่ชายวัยกลางคนกลับใช้พลังมิติออกมาง่ายๆไม่สิต้องบอกว่าควบคุมมิติได้ง่ายๆเลยนั่นทำให้ทั้งสองคนนึกถึงตำนานที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมาไม่นานข่าวจำนวนมากก็ทำให้ดินแดนแห่งเซียนก็สั่นสะเทือนแม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่รู้ข่าวก็ยังสั่นสะเทือนเช่นกัน ข่าวแรกนิกายพฤกษาครามล่มสลาย คนที่เข้าควบคุมนิกายคือประมุขทั้งสองตำหนักที่ร่วมมือกับพวกลัทธิเทพอสูรและเหล่าอสูรและข่าวต่อไปคือการหายตัวไปของต้นพฤกษาคราม ซึ่งข่าวนี้มีการบอกว่าต้นพฤกษาครามที่จริงแล้วเป็นครึ่งเทพที่แข็งแกร่งมาก ๆคนหนึ่งอีกด้วย และข่าวสุดท้ายทำให้หลายๆคนต้องสั่นสะท้านคือการตกตายของสุดยอดอัจฉริยะ ในดินแดนเซียนมีหลายคนที่รู้ดีว่าชายคนนี้มีจิตวิญญาณระดับเทวะและเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่ไม่เคยพ่ายแพ้ แม้แต่อัจฉริยะของแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้แก่เขาแต่ในขณะที่ผู้คนคิดว่าชายคนนั้นได้ตายแล้วก็มีคนหนึ่งที่รู้ว่าชายคนนั้นยังไม่ตาย เสวี่ยหลิงที่กลับมาจากเส้นทางวิญญาณได้ฝึกฝนอย่างหนักและพรสวรรค์ของนางก็สำแดงออกมาทำให้ตระกูลให้ความสำคัญกับนางมากและเสวี่ยหลงก็ได้แอบปกป้องมารดาและน้องสาวของฟางเฉินอย่างลับๆรวมถึงบอกข้อมูลที่จำเป็นให้กับทั้งสองรับรู้รวมถึงเรื่องที่ฟางเฉิยังมีชีวิตอยู่อีกด้วยและที่เสวี่ยหลิงรู้เป็นเพราะตราประทับอัคคียังอยู่ในร่างของนางนั้นยังไม่หายไปเพราถ้าฟางเฉินตกตายไปจริง ๆ ตราประทับคงหายไปแล้วดังนั้นตอนนี้จึงมีเพียงแค่เสวี่ยหลิงที่รู้ความจริงนี้และเฝ้ารอการกลับมาของฟางเฉินอย่างเงียบๆ