พอถึงวันที่ 2 มกราคม 2539
ป๊ะป๋าก็พาลูกพลับไปสวัสดีปีใหม่หลวงตาแช่มตั้งแต่เช้าป๊ะป๋ามีของขวัญปีใหม่ให้หลวงตาแช่มเป็นชุดกาน้ำชาสวย ๆ กับชาจีนหอม ๆ
‘…’
หอมตรงไหนก็ไม่รู้ลูกพลับได้กลิ่นแล้วรู้สึกว่าขมคอแต่หลวงตาแช่มกลับชอบมาก ๆ เสียอย่างนั้น
วันนี้สำหรับลูกพลับแล้วพิเศษนิดหน่อยเพราะป๊ะป๋าบอกว่าถ้าเราได้ทำสิ่งดี ๆ ตั้งแต่ต้นปีจิตใจของเราก็จะเบิกบานมีความสุขลูกพลับจึงได้แคะกระปุกเอาเงินค่าทำงานของลูกพลับติดมาด้วยยี่สิบบาทตอนที่กำลังจะออกจากวัดลูกพลับได้เอาเงินหยอดตู้ทำบุญค่าน้ำค่าไฟวัดด้วยยี่สิบบาทไปเลย
นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกพลับได้ทำบุญหยอดเงินในตู้ด้วยตัวเองเด็กชายรู้สึกสนุกมากเหมือนได้เล่นของเล่นใหม่มากกว่าจะรู้สึกว่านี่คือการทำบุญแต่ก่อนตอนที่บ้านยังจนอยู่แล้วลูกพลับเห็นเด็กที่พ่อกับแม่พามาวัดได้หยอดเงินใส่ตู้อย่างนี้แล้วพ่อแม่ของเด็ก ๆ พวกนั้นก็จะบอกว่าทำอย่างนี้แล้วดี ทำบุญแล้วทุกคนจะมีความสุข
ตอนนั้นลูกพลับก็อยากมีความสุขบ้างแต่ว่าไม่มีเงินก็เลยได้แต่มองอย่างเดียว แต่ตอนนี้ป๊ะป๋าจูงมือลูกพลับมาที่วัดแล้วลูกพลับก็ได้หยอดเงินทำบุญด้วย
ลูกพลับรู้สึกมีความสุขมาก ๆ แล้วก็ไม่เสียดายเงินเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะเดี๋ยวนี้ลูกพลับมีงานทำแล้ว รายได้เยอะมาก ๆ นอกจากจะได้จากป๊ะป๋าวันละยี่สิบแล้วก็ยังได้จากเจ๊ง้อวันละยี่สิบรวมกันเป็น40 บาทลูกพลับมีเงินหยอดกระปุกทุกวัน ลูกพลับรวยมาก ๆ เลยนะ
หลังจากสวัสดีปีใหม่หลวงตาแช่มเรียบร้อยแล้วป๊ะป๋าก็พาลูกพลับไปที่ตลาดทานก๋วยเตี๋ยวกับเจ๊ง้อแล้วก็ให้ของขวัญปีใหม่
เจ๊ง้อดีใจมาก ๆ รีบเอาป้ายค้าขายดีติดที่ตู้กระจกหน้าร้านและตอนที่ลูกพลับกับป๊ะป๋านั่งทานก๋วยเตี๋ยวกันอยู่ ลูกพลับก็ไม่เห็นผีตัวไหนกล้าเดินเข้ามาใกล้กับร้านเจ๊ง้อจริงๆ ตามอย่างที่ป๊ะป๋าบอกเลยด้วย
บอลลูกน้อยในข้องอันจิ๋วของป๊ะป๋านั้นสุดยอดไปเลยพอเห็นอย่างนั้นแล้วลูกพลับก็รู้สึกว่าตัวเองจะต้องฝึกพลังปั้นบอลสีเหลืองของลูกพลับให้ได้เก่งเหมือนอย่างป๊ะป๋าไวไว
แต่ก่อนหน้านั้นป๊ะป๋าบอกว่าลูกพลับต้องเลิกกลัวผีให้ได้อย่างเด็ดขาดก่อน
‘...’
ทำไมมันยากจังเลย
นั่งทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเจ๊ง้อเสร็จแล้วป๊ะป๋าก็พาลูกพลับไปสวัสดีปีใหม่เจ๊พรลูกพลับได้ของขวัญปีใหม่จากเจ๊พรด้วย เป็นขนมคุกกี้กล่องสีแดงกลม ๆ
ลูกพลับเคยเห็นกล่องแบบนี้ในทุก ๆ ปีใหม่ที่ผ่านมาแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ชิมเลยเพราะฉะนั้นตอนที่เจ๊พรให้คุกกี้กล่องนี้มาลูกพลับจึงดีใจมากกอดคุกกี้กล่องน้อยของลูกพลับเอาไว้แน่นเลย
ฝ่ายเจ๊พรพอเห็นว่าเด็กชายชอบคุกกี้กล่องแดงมากขนาดนี้ก็ให้รู้สึกดีใจมากๆ เหมือนกัน เพราะไอ้คุกกี้กล่องแดงเนี่ย! มีคนเอามาแจกสะพัดกันทุกปีนั่นแหละ ถึงมันจะอร่อยก็เถอะแต่พอคิดอะไรไม่ออกก็ถวายกันแต่คุกกี้ประจำเทศกาลปีใหม่แบบนี้ใครมันจะไปกินทันทุกปี ๆ คุกกี้กลิ่นหืนจนต้องโละทิ้งไปก็หลายกล่อง น่าเสียดายมาก
แต่ถ้าเจ้าหนูลูกพลับชอบคุกกี้กล่องแดงมากถึงขนาดนี้เจ๊พรก็ตั้งใจว่าจะส่งต่อของขวัญปีใหม่อันว่าด้วยขนมคุกกี้กล่องแดงให้ลูกพลับทุก ๆปีเลยทีเดียวเชียว
ลูกพลับที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองว่าจะต้องกินคุกกี้กล่องแดงต่อไปอีกหลายๆ ปี ก็ได้แต่คิดดีใจ มีความสุขแล้วก็กอดกล่องคุกกี้เอาไว้แน่น
ตอนที่ลูกพลับได้คุกกี้มาจากเจ๊พรป๊ะป๋าก็ให้ของขวัญปีใหม่เป็นพัดกับร่มและเปลือกหอยสวยๆ จัดเข้าชุดกับเจ๊พร เจ๊พรดีใจมากที่ได้ของขวัญอวยพรปีใหม่จากป๊ะป๋าบอกว่าจะเอาขึ้นหิ้งไว้บูชาจนป๊ะป๋าต้องรีบห้ามเพราะมันไม่ใช่ของศักดิ์สิทธิ์แต่ก็แนะนำเจ๊พรว่าให้ใช้ประดับตกแต่งภายในบ้านจะทำให้คนในบ้านอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข
เสร็จจากเจ๊พรแล้วป๊ะป๋าจึงไปสวัสดีปีใหม่เฮียฮั้วตอนที่ให้ต้นไม้หยกไปป๊ะป๋าก็อวยพรขอให้ธุรกิจของเฮียฮั้วมั่นคงร่ำรวยเงินทอง
ลูกพลับสังเกตได้ว่าในตอนแรกที่เฮียฮั้วรับต้นไม้หยกจากป๊ะป๋าไปดูเหมือนว่าเฮียฮั้วจะอึ้งไปเล็กน้อยจนป๊ะป๋าห่อไหล่พูดด้วยหน้าตาเขิน ๆ บอกกับเฮียฮั้วว่าอยากจะซื้อต้นที่ใหญ่และหยกสวยกว่านี้มาให้เฮียฮั้วแต่กำลังทรัพย์ของป๊ะป๋าในเวลานี้สามารถซื้อได้แค่ต้นเล็กนิดเดียวป๊ะป๋าก็เลยถูกเฮียฮั้วดุให้อีกแล้ว
"ทิดวัฒน์นี่นะ เดี๋ยวเฮียจะตี…ซื้อของมีราคามาให้แบบนี้ยังจะมาทำเกรงอกเกรงใจที่ซื้อต้นเล็กอีก เรามันคนกันเองซื้อนมมาให้หนึ่งกล่อง ซื้อขนมมาให้หนึ่งถุงมานั่งกินข้าวด้วยกันแค่นั้นเฮียก็ดีใจแล้ว ไม่เห็นจะต้องลงทุนอะไรมากมาย"
เฮียฮั้วส่ายหน้าคิดไม่ถึงว่าทิดวัฒน์จะเป็นกังวลว่าเขาจะไม่พอใจกับหยกต้นเล็กนิดเดียว
อันที่จริงแล้วที่เขาเผลอชักสีหน้าไปในตอนแรกเป็นเพราะคนจีนถือกันมากในเรื่องของหยกที่แตก ว่าไม่ควรเก็บไว้ติดบ้านคนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าหยกแตกนั้นเป็นอย่างไร จะเข้าใจกันแค่ว่าหยกที่ตกและแตกหักออกจากกันเท่านั้นคือหยกแตก
แต่อันที่จริงแล้วหยกเศษเล็กพวกนี้ที่ผ่านการเผามาไม่ดี หากส่องดูแล้วจะเห็นเนื้อหยกที่แตกอยู่ข้างในแบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าหยกแตก ซึ่งต้นไม้หยกที่ทิดวัฒน์ให้มานั้นมีหยกแผ่นเล็กที่ประดับเป็นส่วนใบของต้นไม้อยู่หลายแผ่นพวกนี้มักจะไม่ใช่เนื้อหยกเกรดจิวเวลรี่หากซื้อราคาถูกมาก็รู้เลยว่าจะต้องเป็นเศษหยกที่เผาแตกประดับบ้านเรียกโชคลาภในมุมอื่น ๆ ก็พอทำใจได้แต่จะให้เอามาประดับหลังโต๊ะทำงานเฮียฮั้วก็ยังรู้สึกว่าไม่ควรนัก
แต่นี่ก็เป็นของที่ทิดวัฒน์อุตส่าห์ตั้งใจซื้อมาให้ด้วยความปรารถนาดีเลยนะจะแอบเก็บเอาไว้ไม่เอามาประดับให้เห็นก็กระไรอยู่จึงได้อึ้งงันพูดอะไรไม่ออกในทีแรก
"เอ่อ เฮียครับเผื่อเฮียจะถือสาเรื่องเนื้อของหยก…"
อยู่ ๆ ทิดวัฒน์ก็พูดพร้อมกับหยิบไฟฉายอันเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง
"อันนี้ผมซื้อมาจากร้านทองเป็นเกรดจิวเวลรี่นะครับหยกแต่ละเม็ดคัดเกรดเนื้อดี เนื้อหยกข้างในไม่แตกนะครับ"
ชายหนุ่มว่าพร้อมกับเอาไฟฉายส่องใบไม้หยกแต่ละแผ่นให้เจ้าของโรงพิมพ์มองเห็นเนื้อเรียบเนียนที่ข้างในว่าไม่ใช่หยกเนื้อแตกอย่างแน่นอน พอเห็นอย่างนั้นเฮียฮั้วถึงกับเบิกตากว้างลุกพรวดขึ้นทันที
"ทิดวัฒน์นี่! เฮียจะตีจริง ๆ นะ!เพิ่งจะสร้างเนื้อสร้างตัวทำไมถึงซื้อของแพงแบบนี้มาแจกจ่ายให้คนอื่น!"
ไม่แค่พูดเปล่า ยังคว้าม้วนกระดาษปรู๊ฟเลย์เอาท์สีที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานมาไล่ฟาดหลังชายหนุ่มซ้ายขวาเบา ๆ
ทีแรกเจ้าของโรงพิมพ์คิดว่าต้นไม้หยกนี้เป็นของตกแต่งที่มีขายตามห้างทั่วไปหากเป็นแบบนั้นราคาจะอยู่แค่หลักพันถึง 2,000 ไม่แพงมาก แต่ถ้าซื้อหยกเกรดจิวเวลรี่มาแบบนี้ถึงแม้จะเป็นหยกเศษชิ้นเล็กแต่เฮียฮั้วก็รู้ว่าราคาไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นอย่างแน่นอน
"ไม่ได้แจกไปทั่วนะครับ ผมให้เฉพาะเฮียเพราะว่าเฮียมีบุญคุณกับผมเยอะมาก" ภานุวัฒน์รีบเอี้ยวตัวหลบยกมือไหว้พร้อมกับพ่นคำแก้ตัวเสียงอ่อย
อันที่จริงเงินในส่วนของขวัญปีใหม่สำหรับเฮียฮั้วนั้นมันอยู่ในแพลนของเขามาตั้งแต่ตอนที่เฮียฮั้วถูกหวยแล้วคนคนนี้มีบุญคุณช่วยเหลือเขาและลูกพลับมากขนาดนี้หากมีโอกาสได้ตอบแทนเขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเฮียฮั้วอยู่แล้ว
ดังนั้นภานุวัฒน์จึงกันเงินส่วนหนึ่งเอาไว้เป็นงบซื้อของขวัญให้เฮียฮั้วมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคมเขาตั้งงบไว้ที่ไม่เกินราคา 20,000บาท ซึ่งก็โชคดีว่าต้นไม้หยกนี้ราคาอยู่ที่หมื่นแปดกว่า ๆ เท่านั้นแล้วก็ยังได้ลดเปอร์เซ็นต์อีก อันที่จริงต้นมันก็เล็กนิดเดียวเท่าที่เขาพอมีกำลังซื้อได้นั่นแหละ
"ทิดนี่! เฮียเกรงใจนะที่ช่วยเหลือก็เพราะว่าทิดมีบุญคุณช่วยเหลือเฮียไว้เยอะ แล้วเราก็เป็นคนดีลูกพลับก็เป็นเด็กดี เห็นว่าสร้างเนื้อสร้างตัวก็อยากให้มีโอกาสที่ดีไม่ได้หวังของขวัญตอบแทนที่ทิดจะต้องมาลำบากขนาดนี้เลย"
"ไม่ลำบากเลยครับผมตั้งตัวมีวันนี้ได้ก็เพราะเฮียทั้งนั้น เรื่องนี้ผมตั้งใจเอาไว้แล้วตั้งแต่แรกมีเงินก็เก็บเอาไว้เพื่อตั้งใจจะซื้อของดี ๆ ให้เฮียฮั้วโดยเฉพาะอีกปีสองปีก็ไม่รู้ว่าธุรกิจการพิมพ์จะเป็นอย่างไรบ้าง อยากให้มีของโชคลาภประดับเอาไว้เสริมรากฐานของโรงพิมพ์ให้มั่นคง เงินทองจะได้ไหลมาเทมา ถึงเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำมีความยากลำบาก หากฐานของโรงพิมพ์มั่นคงดีแล้วโรงพิมพ์ของเฮียก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ" ภานุวัฒน์อธิบาย
อันที่จริงของแบบนี้ก็เป็นแค่การถือเคล็ดถือลางเขาก็ใช่ว่าจะเชื่อถือนักว่ากับแค่มีต้นไม้หยกเก็บเอาไว้ก็จะทำให้โรงพิมพ์รอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปได้จริงๆ แต่อย่างน้อยหากตั้งสิ่งนี้เอาไว้ที่โต๊ะทำงานเวลาที่เฮียฮั้วคิดจะตัดสินใจลงทุนทำอะไรหนักหนาขึ้นมา ได้เห็นต้นไม้หยกต้นนี้แล้วคิดถึงคำพูดของเขาในวันนี้ ก็อาจจะระมัดระวังมีความรอบคอบในการตัดสินใจมากขึ้น
เหตุผลอย่างเดียวกันเหมือนกับที่ให้พัดและร่มเจ๊พรไปประดับบ้านนั่นแหละเวลาที่คนในบ้านมีเรื่องทะเลาะกันใหญ่โตขึ้นมาหากได้เห็นร่มเห็นพัดที่เขาให้ไว้ประดับบ้านเพื่อให้บ้านอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขนั้นเจ๊พรก็อาจจะมีความใจเย็นขึ้นมาได้บ้าง
ของขวัญที่ให้มีพลังเป็นความมงคลโชคลางสายมูไหมเรื่องนั้นภานุวัฒน์ไม่ได้ใส่ใจเขาแค่เจตนาจะมอบให้เอาไว้เพื่อเตือนสติในการตัดสินใจกระทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อการดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร้อุปสรรคของผู้รับก็เท่านั้น
"ทิดนี่นะ รู้จักคิด คิดดี เหตุผลดีทำแบบนี้เฮียปฏิเสธลำบาก" เฮียฮั้วยังใช้ม้วนกระดาษปรู๊ฟตบหัวชายหนุ่มอีกเบาๆ เป็นการแถมท้าย
"ปกติไม่มีใครเขาปฏิเสธของขวัญปีใหม่กันนะครับเฮีย"ทิดวัฒน์หัวเราะแหะ ๆ
นึกถึงตอนที่เฮียฮั้วกับเจ๊พรชอบมายัดเยียดทำบุญให้เขาตอนที่บวชอยู่แล้วเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ตอนนี้ก็ชักจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของเจ้ากรรมนายเวรที่สะใจเวลาได้เอาคืนคนบ้างขึ้นมาสักเล็กน้อยแล้วสินี่
"เอาเถอะ ๆ ขอบใจได้ของขวัญดีอย่างนี้เฮียดีใจมาก จะตั้งโชว์ไว้บนโต๊ะทำงานนี่แหละนะเวลาจะเซ็นสัญญา ซื้อของใช้จ่ายอะไรที่เปลืองเงินทองจะได้นึกถึงที่ทิดเตือนเอาไว้ได้รู้จักระวังตัวรอบคอบและคิดให้หนักก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนอะไรไปก็ตาม"
"ได้อย่างนั้นก็ดีเลยครับเฮีย"
ภานุวัฒน์พูดพร้อมกับยกมือไหว้ทำท่าสาธุพาให้เฮียฮั้วหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
อันที่จริงแล้วทิดวัฒน์ให้ของแพงแบบนี้มาก็ดีเหมือนกันเพราะเฮียฮั้วก็มีแผนจะซื้อของขวัญปีใหม่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาหลายพันให้กับทิดวัฒน์เพื่อฉลองขึ้นบ้านใหม่ถ้าเป็นตามปกติคนคนนี้จะต้องปฏิเสธ แต่ถ้าเล่นเอาของแพงมาให้เขาแบบนี้แล้วถึงแม้ว่าเขาจะซื้อตู้เย็นหลังใหญ่เก้าคิวให้สักเครื่องแบบนี้ทิดวัฒน์ก็จะไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างแน่นอน
เสร็จจากการมอบของขวัญปีใหม่ให้เฮียฮั้วแล้วภานุวัฒน์ก็เดินออกมาจากโรงพิมพ์โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกสองวันของขวัญปีใหม่ของเฮียฮั้วก็จะเดินทาง
ไปถึงที่บ้านของเขาด้วยเช่นกัน.