ตอนที่ 14
คั่วใบชา
จางมู่หลินจัดการคนของบ่อนพนันเสร็จก็ไม่ได้สนใจอีก และไม่กลัวพวกเขาจะกลับมาหาเื่ด้วย พอเดินมาถึงถนนสายหลัก เขาก็ซื้อของกินหลายอย่างกลับไปฝากแม่นมหวังกับเสี่ยวเฉินเหมือนเช่นทุกวัน
ทางด้านผู้ดูแลบ่อนพนัน หลังจากส่งลูกน้องหลายคนออกไป ก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งนักพนันหลายคนที่ออกไปก่อนหน้านี้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา บอกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจัดการบุรุษห้าคนที่ไปดักปล้นด้วยตัวคนเดียว ทำเอาทุกคนส่งเสียงฮือฮา มีทั้งเชื่อและไม่เชื่อ
ผู้ดูแลบ่อนได้ยินก็ไม่เชื่อ คิดว่าพวกเขาพูดเกินจริง แต่พอเห็นลูกน้องทั้งห้าคนกลับมาด้วยท่าทางสะบักสะบอม แถมหนึ่งในนั้นยังหมดสติไม่ฟื้น ถูกคนที่เหลือหามเข้ามาด้านหลังบ่อน เขาก็อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก นั่นคือคนที่มีวรยุทธสูงที่สุดในหมู่พวกเขานะ มันเกิดอะไรขึ้น!?
“ได้เงินกลับมาหรือไม่?” ถึงท่าทางสะบักสะบอมของลูกน้องจะทำให้เขาใ แต่สิ่งที่เขาสนใจที่สุดยังคงเป็เงินสี่หมื่นตำลึง
“ไม่ได้ขอรับ เ้าเด็กนั่นเก่งกาจเกินไป…” คนที่าเ็น้อยที่สุดในกลุ่มรายงานด้วยน้ำเสียงละอายใจ ลำพังแค่เด็กหนุ่มยังไม่โตคนหนึ่ง พวกเขาสี่ห้าคนดันทำอะไรไม่ได้ แม้แต่ชายเสื้อของอีกฝ่ายพวกเขายังไม่ได้แตะ แถมยังโดนจัดการเสียหมอบ
“เป็ไปได้อย่างไร!” ผู้ดูแลบ่อนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน แต่พอนึกถึงคำพูดของนักพนันหลายคนก่อนหน้านี้ รวมกับสิ่งที่คนของตนรายงาน ก็รู้สึกเหมือนเืลมจุกอกจนหายใจไม่ออก
เขารู้ดีว่าเื่นี้คงปิดเอาไว้ไม่ได้ จึงรีบร้อนออกจากบ่อนไปรายงานนายท่านที่คฤหาสน์ตระกูลเหอ...
ประมุขตระกูลเหอ เหอฟู่ต๋า เป็คหบดีที่มั่งคั่งร่ำรวยที่สุดในเมืองอวิ๋นหยาง มีกิจการร้านรวงมากมาย แต่สิ่งที่ทำเงินให้เขามากที่สุดคือบ่อนพนัน การที่เขาสามารถเปิดบ่อนพนันมาได้หลายปีโดยไม่ถูกทางการตรวจสอบ เป็เพราะส่งบุตรสาวสุดรักสุดหวงไปเป็อนุของเ้าเมือง
ถึงจะเป็เพียงแค่อนุภรรยา แต่เ้าเมืองอวิ๋นหยางกลับทั้งรักและหลงนางมาก ยังมีเงินทองของมีค่าที่เหอฟู่ต๋าส่งให้ประจำทุกเดือน ซึ่งมากกว่าเบี้ยหวัดขุนนางหลายสิบเท่า ทำให้เ้าเมืองปิดตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง บางครั้งยังสนับสนุนและให้การช่วยเหลือเหอฟู่ต๋าอย่างลับ ๆ ด้วย
“เ้าพูดว่าอะไรนะ!?” ทันทีที่ได้ยินผู้ดูแลบ่อนรายงานเื่ที่สูญเงินสี่หมื่นตำลึงให้เด็กหนุ่มผู้หนึ่ง เหอฟู่ต๋าที่กำลังคลอเคลียเคล้าคลึงอยู่กับอนุสุดรักในห้องหนังสือ ก็ใจนเผลอผลักนางออกอย่างแรง แล้วรีบไล่คนออกไป ก่อนจะเรียกให้ผู้ดูแลบ่อนเข้ามาพบ
ติงหม่าหรือผู้ดูแลบ่อนที่รออยู่หน้าห้องหนังสือมานาน พอเห็นอนุสุดรักของนายท่านโซเซออกมาทั้งที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ก็รีบก้มหน้าไม่กล้ามอง ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้อง
“มันเกิดอะไรขึ้น เล่ามา!”
ได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะของนายท่าน เขาก็รีบเล่าเื่ราวทั้งหมด ั้แ่มีเด็กหนุ่มแปลกหน้าเข้ามาที่บ่อน แล้วเล่นพนันลูกเต๋าชนะติดกันจนได้เงินไปสี่หมื่นตำลึง แถมลูกน้องห้าคนที่ส่งไปชิงเงินคืนก็ถูกจัดการจนสะบักสะบอม
“เด็กคนนั้นเป็ใคร?” หลังจากฟังเื่ราวทั้งหมด นายท่านเหอก็สงบลงมาก คิดว่าถ้าเป็คนที่อยู่ในเมืองอวิ๋นหยางคงตามตัวไม่ยาก และการจะนำเงินกลับคืนมาก็ไม่ใช่เื่ยากเช่นกัน
“ไม่ทราบขอรับ ไม่เคยมีใครเห็นเด็กหนุ่มผู้นั้นมาก่อน...”
“ไม่ได้เื่ เลี้ยงเสียข้าวสุก!” เหอฟู่ต๋าผรุสวาทด้วยโทสะ ปัดแท่นฝนหมึกบนโต๊ะจนหล่นแตกกระจาย ทำเอาติงหม่าที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“ไปสืบมา! คนที่กล้ามาหาเื่บ่อนตระกูลเหอของข้า อย่าหวังจะรอดไปได้!”
เงินสี่หมื่นตำลึงไม่ใช่น้อย ๆ ที่ผ่านมาบ่อนพนันไม่เคยสูญเสียเงินมากขนาดนี้มาก่อน ถึงจะมีนักพนันดวงดีที่เล่นพนันแล้วได้เงินอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบกับคนที่เสียพนันก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว เหอฟู่ต๋าจึงยังใจเย็นอยู่ได้ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป นอกจากจะสูญเงินถึงสี่หมื่นตำลึง ลูกน้องมือดีที่สุดของตัวเองยังถูกจัดการ ถ้าปล่อยเื่นี้ไป บารมีตระกูลเหอคงไม่เหลือ
“รับทราบขอรับ!” ติงหม่ารับคำ ก่อนจะรีบร้อนออกจากห้องหนังสือ เพราะเกรงว่านายท่านจะเปลี่ยนใจมาคาดโทษเขาด้วย
เหอฟู่ต๋าครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้คนส่งไปที่จวนเ้าเมือง ลูกน้องที่ส่งไปดูแลบ่อนพนันถือว่าฝีมือยอดเยี่ยมแล้ว แต่ก็ยังคงไม่พอ เขา้าคนที่เก่งกาจและมีฝีมือมากกว่านี้…
❈
ทางด้านจางมู่หลิน ตอนนี้กำลังเก็บใบชาที่ขึ้นบนูเาเพื่อนำมาคั่วทำเป็ชาสมุนไพรดื่ม โดยไม่รู้ว่ามีคนกำลังตามสืบเื่ของตัวเอง
ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่าใบชาที่ซื้อมาจากเมืองอวิ๋นหยางไม่ถูกปาก จึงคิดจะทำใบชาไว้ชงดื่มเอง เลยถือโอกาสเก็บใบชาในป่าและนำสมุนไพรวิเศษที่เก็บไว้ในแหวนมิติออกมาทดลองปลูก
สมุนไพรวิเศษต้องอาศัยปราณวิเศษในการเจริญเติบโต แต่ที่นี่ไม่มีปราณวิเศษ เขาจึงหาจุดที่มีดินอุดมสมบูรณ์ที่สุดในูเาลึกที่คนธรรมดาเข้าไม่ถึง แล้วปลูกสมุนไพรลงไป ก่อนจะใช้พลังธาตุไม้เร่งให้โต
การปลูกในดินธรรมดาและใช้พลังธาตุไม้เร่งการเจริญเติบโต ทำให้สมุนไพรวิเศษกลายเป็สมุนไพรธรรมดา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังล้ำค่าและยอดเยี่ยมกว่าสมุนไพรทั่วไปของมนุษย์มาก
สมุนไพรวิเศษต้องใช้พลังธาตุไม้มากกว่าสมุนไพรทั่วไป ผ่านไปไม่นานเขาก็แทบหมดแรง จนต้องหยิบสุราปราณที่เจือจางแล้วออกมาดื่ม ทำให้พลังฟื้นคืนกลับมาหลายส่วน
ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาไม่สามารถดื่มสุราปราณได้โดยตรง ไม่เช่นนั้นลมปราณจะแตกซ่าน และเืออกทวารทั้งเจ็ดจนตายได้ เขาจึงซื้อสุราธรรมดามาจากในเมือง แล้วหยดสุราปราณลงไปเพียงเล็กน้อย ทำให้ร่างกายเขาในตอนนี้พอรับได้
จางมู่หลินก่อกองไฟแล้วนำกระทะใบใหญ่ที่ซื้อมาออกมาวาง นำเอาใบชากับสมุนไพรที่ทำความสะอาดแล้วลงไปคั่วรวมกัน จนส่งกลิ่นหอมสดชื่นไปทั่วทั้งป่าแถบนั้น
ลำพังแค่กลิ่นของใบชากับสมุนไพรที่กระจายออกมา ก็ทำให้สัตว์ป่าในบริเวณนั้นสูดจมูกฟุดฟิด สัตว์กินพืชหลายตัวถึงกับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ถึงพวกมันจะไม่ได้มีสติปัญญาเหมือนมนุษย์ แต่ก็ััได้ว่ากลิ่นที่โชยออกมามีประโยชน์กับร่างกายของพวกมัน จึงได้เข้าใกล้โดยไม่ระแวดระวัง
จางมู่หลินไม่คิดว่าสมุนไพรวิเศษที่กลายเป็สมุนไพรธรรมดาจะสามารถดึงดูดสัตว์ป่าได้ ทำให้เขาหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ได้แต่เร่งมือคั่วใบชาในกระทะให้แห้งเร็วขึ้น เพราะเกรงว่าสัตว์พวกนั้นจะทนไม่ไหวแล้วเข้ามาแย่ง ถึงจะสามารถจัดการพวกมันได้ แต่ตอนนี้เขาไม่ขาดแคลนเงินซื้อเนื้อกินแล้ว จึงไม่อยากจัดการสัตว์ป่าเหล่านี้
หลังจากคั่วใบชาจนแห้งดีแล้ว เขาก็จัดการห่ออย่างดีแล้วเก็บไว้ในแหวนมิติ รวมไปถึงกระทะและอุปกรณ์ที่ใช้คั่วด้วย พอเหลือบไปเห็นกวางกับกระต่ายหลายตัวยังคงเมียงมองอยู่ไม่ไกล เขาก็ใช้พลังธาตุไม้กับหญ้าแถวนั้นเล็กน้อย จนพวกมันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมยังส่งกลิ่นหอมต่างจากหญ้าทั่วไป เมื่อแน่ใจว่าไฟดับสนิทดีแล้วก็ลงจากเขาไป
พอจางมู่หลินคล้อยหลังไปไม่นาน สัตว์ที่อยู่บริเวณนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้และก้มลงกินหญ้าที่เติบโตมากกว่าบริเวณอื่น ทั้งกระต่ายและกวางต่างรู้สึกว่าหญ้าบริเวณนี้อร่อยและกลิ่นหอมกว่าหญ้าที่เคยกินมา ทำเอาพวกมันแทบไม่อยากจากไปไหน…
โปรดติดตามตอนต่อไป
นายท่านเหอ ขอแนะนำว่าอย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนจะดีกว่านะ จางมู่หลินเป็พระเอก เอ๊ยย เป็ลูกรักของเื่นี้นะ 5555
เอ็นดูน้องกวางกับน้องกระต่าย โดนกลิ่นหอมของสมุนไพรดึงดูดจนไม่กลัวคน ดีที่จางมู่หลินไม่อยากฆ่าสัตว์แล้ว เลยรอดไปได้ แถมยังได้กินหญ้าแสนอร่อยที่ใช้พลังธาตุไม้เร่งให้อีก ดีจริงๆ