เสียงจากห้วงิญญาก้องแ่ในความมืดแห่งถ้ำลึก
ดวงตาเด็กกำพร้าเบิกกว้าง มองเงาเลือนรางที่ค่อย ๆ ก่อรูปเป็ชายชราผู้หนึ่ง ครองอาภรณ์หม่นหมองดุจควันธูป
“เด็กน้อย…เ้ารู้หรือไม่ ว่าทุกสรรพสิ่งใต้หล้านี้ ล้วนหมุนเวียนด้วยพลังปราณ”
น้ำเสียงนั้นก้องสะท้อนประหนึ่งทั้ง์เอ่ยถ้อยคำเอง
หลิงเฉินตัวสั่นงัน ส่ายศีรษะเบา ๆ
ิญญาช่างโอสถยิ้มบาง สายตาแฝงทั้งเมตตาและความพิศวง
“ฟังให้ดี—เส้นทางแห่งการบ่มเพาะของมนุษย์มีห้าขั้นใหญ่…
เริ่มที่ หลอมกาย ปลุกเืเนื้อให้แข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า
ถัดมา หลอมปราณ เปิดตันเถียน กักเก็บลมปราณเก้าเล็กเก้าหลอม
ผู้ที่ยืนหยัดได้จะก้าวสู่ ก่อแกน รวมปราณเป็แกนทองภายในร่าง
หากไม่หวนกลับ ก็ทะลวงสู่ ก่อิญญา กำเนิดทารกพลังในตันเถียน
และที่สุดทางคือ แปรเทพ—สู่เซียน หลอมรวมิญญาเข้ากับฟ้าดิน หลุดพ้นวิถีมนุษย์โดยสิ้นเชิง”
ถ้อยคำนั้นไหลรินราวสายน้ำ หลิงเฉินกลืนน้ำลาย ฝ่ามือเย็นเฉียบ
“แล้วสัตว์อสูรเล่า?” เขาเอ่ยถามเสียงแ่
ิญญาหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นดุจระฆังสั่นสะท้อน
“สัตว์ทั้งปวงก็มีชะตาไม่ต่าง—
จาก อสูรปฐม อันเต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบ
สู่ อสูริญญา ที่เริ่มมีสติปัญญา สามารถสื่อสารกับผู้คน
หากพลังเข้มข้น ย่อมก้าวเป็ อสูรศักดิ์สิทธิ์ เทียบเท่ายอดฝีมืุ์
ในหมู่ผู้มีสายเืโบราณ บางตนจักกลายเป็ อสูรเทพ สั่นะเืทั้งทวีป
และสูงสุด—คือ สัตว์เซียน คู่ขนานกับผู้บรรลุเซียน หายากราวตำนานเลือน”
ชายชราขาดคำเล็กน้อย ก่อนทอดสายตามองเด็กกำพร้าตรงหน้า
“แกนอสูรคือหัวใจ—พลังและิญญาล้วนหลอมรวมอยู่ในนั้น…
มนุษย์ล่าอสูรเพื่อแกน อสูรล่ามนุษย์เพื่อเืเนื้อ—ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดบริสุทธิ์แท้จริง”
หลิงเฉินกำหมัดแน่น ฟันขบกรอด
“แล้วข้าจะเดินบนเส้นทางใด…?”
แววตาิญญาพลันวาววับ ริมฝีปากแสยะยิ้ม
“เ้านั้น…ถือกำเนิดมาพร้อม กระดูกิญญาทมิฬ ที่แม้ข้าเองยังมิอาจหยั่งถึง—
เส้นทางของเ้า…หาใช่เพียงเส้นทางมนุษย์หรืออสูร หากแต่คือพันธสัญญาอันจักสั่นะเืทั้งฟ้าและดิน”
เสียงนั้นค่อยเลือนหาย ทิ้งไว้เพียงความเงียบและเสียงลมหิมะที่โหมกระหน่ำภายนอกถ้ำ
หลิงเฉินยกมือแตะอกตนเอง…ตรงตำแหน่งที่ ตราผนึกกาฬ แ่สั่น ราวตอบรับคำพยากรณ์นั้นโดยพลัน