“ซูฉางเซิง เ้าคนสารเลว!”
กู้ชิงเกอหลุดพ้นจากกรงเล็บมาร รีบถอยหลังและเช็ดใบหน้าอย่างแรงด้วยท่าทางรังเกียจ
หลังจากถูกซูฉางเซิงรังแกมานานนับเดือน ในที่สุดคำศัพท์ที่นางใช้ด่าเขาก็เพิ่มขึ้นแล้ว
จากคนชั่วธรรมดาๆ กลายเป็คนสารเลว
ช่างน่ายินดีเสียจริงๆ
“เหอะๆ!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น ซูฉางเซิงก็ยิ้มเล็กๆ คำด่าธรรมดาๆ เช่นนี้ ช่างไม่ต่างกระไรกับสายลมพัดผ่านไร้ซึ่งความเ็ปใดๆ
ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากอยู่ด้วยกันมานานนับเดือน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกู้ชิงเกอก็ใกล้ชิดกันมากขึ้น
อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิงแล้วทว่าได้พัฒนาไปสู่สถานะรังเกียจและเกลียดชัง
แม้ว่าจะเป็สถานะเชิงลบ แต่ก็ยังถือว่าลึกซึ้งขึ้นอยู่ดี
‘ระบบ ข้ารับแพ็กเกจของขวัญ!’
ซูฉางเซิงเอ่ยขึ้นในใจ ต่อหน้ากู้ชิงเกอ เขาไม่อาจเรียกระบบออกมาตรงๆ ได้
[ติ๊ง! กำลังเปิดของขวัญ...]
[ท่านได้รับพระราชวังตระกูลหนึ่งชุดระดับเซียนนักบุญ เมื่อเข้าประจำการแล้ว สามารถแสดงพลังระดับเซียนนักบุญได้!]
[ท่านได้รับค่ายกลป้องกันตระกูลขั้นต้นระดับเซียนนักบุญ]
[ท่านได้รับองครักษ์ประจำตระกูลสามพันนาย ระดับ : สำแดงกฎ!]
[ท่านได้รับผู้พิทักษ์ประจำตระกูลสามสิบนาย ระดับ : นิรันดร์]
[ท่านได้รับทรัพยากรยาของตระกูลขั้นต้นซึ่งประกอบด้วยระดับหนึ่งถึงเจ็ดอย่างละห้าขวด ขวดละสิบเม็ด!]
[ท่านได้รับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ประจำตระกูลหนึ่งชิ้น...]
ในไม่ช้าเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นติดต่อกันซึ่งเต็มไปด้วยทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรต่างๆ จนทำให้ซูฉางเซิงแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าออกมาเลยทีเดียว
มากมายขนาดนี้เชียวรึ
องครักษ์ระดับสำแดงกฎสามพันนาย ผู้พิทักษ์ตระกูลระดับนิรันดร์สามสิบนาย นี่เป็พลังที่โออ่าหรูหรายิ่ง
ข้อบกพร่องการขาดแคลนผู้าุโระดับสูงและระดับกลางของตระกูลซูก็ถูกเติมเต็มในทันที
บวกกับทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรต่างๆและทรัพยากรของตระกูลกู้ พลังของตระกูลซูขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่า
กล่าวได้ว่า นี่คือมาตรฐานของสำนักกองกำลังระดับสูงสุด
“นี่คือ... เม็ดยาหมื่นภัยพิบัติหรือ”
ขณะนี้เอง ซูฉางเซิงเบิกตากว้างเขานำขวดยาออกมาจากมิติของระบบ จากนั้นก็เปิดขวดหยกใส กลิ่นยาอันเข้มข้นพวยพุ่งออกมา
มองเห็นเศษเสี้ยวของเต๋าศักดิ์สิทธิ์กะพริบอยู่ภายในอย่างเลือนราง
“เม็ดยาหมื่นภัยพิบัติหรือ!”
กู้ชิงเกอที่อยู่ด้านข้างก็ตกตะลึงเช่นกัน
ยานี้มีค่ามาก นางไม่คิดว่าซูฉางเซิงจะมีมันไว้ใน
หึ เม็ดยาหมื่นภัยพิบัติเพียงขวดเดียว คงไม่ใช่เื่ใหญ่กระไรหรอก
กู้ชิงเกอเย้ยหยันในใจ เมื่อเห็นซูฉางเซิงจ้องมองยาอย่างไม่ละสายตา นางก็รู้สึกดูแคลนเขา
เป็เพียงเซียนจากสถานที่เล็กๆ เม็ดยาหมื่นภัยพิบัติขวดเดียวก็ทำเป็เื่ใหญ่โต
“ห้าสิบเม็ด ก็พอใช้ได้!”
ซูฉางเซิงพึมพำกับตัวเองจากนั้นสายตาก็เคลื่อนไปมองยาอีกชนิดหนึ่งใจเต้นเสียจนแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้า
ยาขั้นเจ็ด ยาตรัสรู้!
เมื่อเทียบกับเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติ สิ่งนี้ถึงจะเป็สมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริงสำหรับเขา
ยานี้สามารถช่วยให้เขาบำเพ็ญเพียรได้จริงและมีผลอย่างมาก
“ยาตรัสรู้!”
เมื่อซูฉางเซิงเปิดยาตรัสรู้ออก กลิ่นยาอันเข้มข้นก็ฟุ้งกระจาย ภายในซึ่งบรรจุพลังแห่งเต๋าอันน่าทึ่งเอาไว้ ทำให้สายตาของกู้ชิงเกอเปลี่ยนไปทันใด
สีหน้าของนางระบายไปด้วยความใ
ยาตรัสรู้ แม้ว่าจะเป็เพียงยาขั้นเจ็ดทว่ามูลค่าของมันเทียบเท่ากับยาขั้นแปดระดับสูงสุด อีกนัยหนึ่งคือยาขั้นเก้าทั่วไปอาจเทียบไม่ได้เสียด้วยซ้ำ
เพราะมันทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรเข้าสู่สภาวะตรัสรู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆและเพิ่มความสามารถในการเข้าใจได้อย่างมาก
แม้จะเป็ยาขั้นเจ็ดทว่าผลของมันยังมีประโยชน์ต่อผู้บำเพ็ญเพียรระดับกึ่งจักรพรรดิอยู่บ้าง
ยาตรัสรู้ขวดนี้มีมูลค่ามากกว่าอาวุธระดับมหาเซียนเสียอีก
ก่อนหน้านี้ก็มีเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติ ตอนนี้ยังมียาตรัสรู้อีกด้วย
เซียนธรรมดาๆของตระกูลซูจะมียาชั้นยอดเช่นนี้ได้อย่างไร
หรือว่าเขาปล้นมันมาจากนักปรุงยาขั้นเก้าคนใดคนหนึ่ง
ไม่สิ เป็ไปไม่ได้ นักปรุงยาขั้นเก้า อย่างน้อยต้องเป็ผู้าุโระดับมหาเซียน ฆ่าซูฉางเซิงได้เพียงแค่ใช้นิ้วจิ้ม
ซูฉางเซิงไม่มีทางปล้นมาได้
กู้ชิงเกอแสดงสีหน้าสับสน เป็ครั้งแรกที่นางดูซูฉางเซิงไม่ออก เดิมทีในสายตาของนาง เขาก็เป็เพียงคนสารเลวทว่าวันนี้เขากลับทำให้นางรู้สึกถึงความลึกลับที่มิอาจหยั่งรู้
“หึๆ...”
ซูฉางเซิงที่กำลังตรวจสอบทรัพยากรอยู่ ััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของกู้ชิงเกอ สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งในขณะที่หัวใจพองโตด้วยความภาคภูมิ
สาเหตุที่เขานำเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติและยาตรัสรู้ออกมาต่อหน้ากู้ชิงเกอ ก็เพื่อที่จะข่มขู่และสยบอีกฝ่าย สร้างความรู้สึกลึกลับปนไม่อาจหยั่งรู้ได้
เพื่อให้นางเข้าใจว่า ไม่ใช่แค่นางที่เป็จักรพรรดินีที่กลับชาติมาเกิดซูฉางเซิงเองก็มีความลับเช่นกัน
“ชิ...”
จากนั้น ซูฉางเซิงก็แสดงทรัพยากรจากของขวัญทีละอย่างๆ นอกจากยาแล้วยังมีทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรอื่นๆ เช่น สมุนไพรแห่งิญญาหลากหลายชนิด แม้ว่าบางชนิดจะมีระดับไม่สูงนัก ทว่ากลับหายสาบสูญไปสิ้นแล้วแม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับกึ่งจักรพรรดิก็หาไม่พบ
สิ่งนี้ทำให้กู้ชิงเกอตกตะลึง
นางมั่นใจว่าซูฉางเซิงต้องมีความลับลึกซึ้งที่ยากจะคาดเดาเป็แน่ และการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอาจไม่ได้เกิดจากการกลับชาติมาเกิดของนางทว่าเป็เพราะซูฉางเซิงผู้นี้
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้จักนางดีมากเสียด้วย
เป็ครั้งแรกที่กู้ชิงเกอรู้สึกสนใจใคร่รู้ตัวตนและภูมิหลังของซูฉางเซิง
......
เมืองเทียนหยวน ภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลซู
เนื่องจากเพิ่งเข้าควบคุมดินแดนของตระกูลกู้ขั้นแรกได้ และยังไม่ได้เลื่อนขั้นเป็สำนักกองกำลังระดับสูงสถานที่ตั้งของตระกูลซูจึงยังคงเป็เมืองเทียนหยวนชั่วคราว ยังไม่ได้ย้ายไปไหน
อย่างไรก็ตาม เมืองแห่งใหม่ได้ถูกกำหนดไว้แล้วนั่นคือเมืองว่านเซี่ยงที่ตั้งอยู่ชายขอบของแผ่นดินเป่ยหวง
ที่นั่นอยู่ติดกับพรมแดนของสำนักกองกำลังระดับสูงหลายแห่งเป็เมืองที่พิเศษยิ่งอีกเมืองหนึ่ง คนเลวและคนดีคละคนกันยุ่งไปหมด ทั้งมีผู้าุโระดับสูงสุดมากมาย
ตระกูลซู้าใช้เมืองว่านเซี่ยงเป็ฐานในการขยายดินแดนไปทั่วทวีปเจินเซิ่งในอนาคต
“ทุกท่าน การต่อสู้ของตระกูลซูได้ยุติลงในเบื้องต้นแล้วถึงเวลาที่จะให้รางวัลตามความดีความชอบแล้ว!”
ภายในห้องโถงใหญ่ ซูฉางเซิงเรียกประชุมเหล่าผู้าุโของตระกูลซู และประกาศด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ในขณะนี้ เขานั่งอยู่บนบัลลังก์ประธานขณะที่กู้ชิงเกอนั่งอยู่ด้านข้างด้วยดวงหน้าเ็า
ส่วนผู้นำตระกูลอย่างซูอวิ๋น รวมถึงเหล่าผู้าุโสูงสุดและผู้าุโต่างก็นั่งอยู่ด้านล่างด้วยท่าทางแปลกๆ พวกเขามองไปยังกู้ชิงเกอด้วยความประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใด สมาชิกตระกูลกู้ถึงได้สนิทสนมกับบรรพบุรุษฉางเซิงเช่นนี้
อย่างไรก็ตามความสงสัยนี้หายไปหลังจากที่ซูฉางเซิงพูดจบ เหล่าผู้าุโทุกคนต่างก็เบิกตากว้างตื่นเต้น
โดยเฉพาะกลุ่มผู้าุโพวกเขายังจำคำสัญญาของซูฉางเซิงได้ และตั้งตารอคอยอยู่เงียบๆ
“ข้าเคยกล่าวไว้ว่าผู้ใดสังหารศัตรูได้ จะมอบรางวัลสิบเท่า บัดนี้ข้าจะทำตามสัญญา!”
ซูฉางเซิงกล่าวต่อ
“ซูชิง เ้าสังหารผู้บำเพ็ญเพียรระดับนิรันดร์ไปสามคนบัดนี้ข้าขอมอบเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติสิบเม็ดให้แก่เ้า...”
ในไม่ช้าซูฉางเซิงก็ดีดนิ้ว ขวดยาวัสดุหยกพลันตกลงไปในมือของซูชิง
“เดิมทีควรจะเป็สามสิบเม็ด ทว่าเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติ สิบเม็ดก็ถึงขีดจำกัดแล้ว หากมากไปกว่านี้จำเป็ต้องเพิ่มจำนวนเป็สองเท่าจึงจะเห็นผลข้าจึงเปลี่ยนเป็ทรัพยากรที่เทียบเท่าให้แก่เ้า เ้าไปรับได้ที่ห้องโถงบริจาคสิ่งของ”
ซูฉางเซิงอธิบายขณะมองซูชิงที่กำลังตื่นเต้น
“เ้าค่ะ พี่ฉางเซิง!”
ซูชิงตอบรับด้วยความยินดี
นั่นคือทรัพยากรที่เทียบเท่ากับเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติสามสิบเม็ดซึ่งเพียงพอที่จะทำให้นางเลื่อนขั้นเป็ระดับกึ่งเซียนนักบุญได้อย่างง่ายดาย หรือแม้กระทั่งพยายามฝ่าขีดจำกัดไปสู่ระดับเซียนนักบุญได้
แน่นอนว่าการมีทรัพยากรเป็เื่หนึ่งส่วนจะสำเร็จหรือไม่ ก็เป็อีกเื่หนึ่ง
“อึก!นั่นมันเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติจริงๆ !”
“สมกับเป็บรรพบุรุษฉางเซิงพูดคำไหนคำนั้นนี่!”
“อิจฉาผู้าุโซูชิงเสียนี่กระไร!”
เมื่อกลุ่มผู้าุโรวมถึงซูอวิ๋นเห็นภาพนี้ดวงตาของพวกเขาก็แดงก่ำ ต่างก็อิจฉาตาร้อนไปตามๆ กัน
“ซู...”
ต่อมาซูฉางเซิงก็แจกจ่ายรางวัลให้ทีละคน เหล่าผู้าุโต่างก็ตื่นเต้นดีใจ
“ไม่เพียงแต่เหล่าผู้าุโเท่านั้นสมาชิกในตระกูลทุกคนที่เข้าร่วมการต่อสู้ล้วนได้รับรางวัลสิบเท่าเช่นกัน”
“ในขณะเดียวกัน ข้าจะประกาศคำสั่งตระกูลฉบับใหม่ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรของสมาชิกตระกูลทุกคนจะเพิ่มขึ้นสิบเท่าข้ามีข้อกำหนดเพียงข้อเดียว นั่นคือพวกเ้าต้องมุ่งมั่นพัฒนาความแข็งแกร่งให้ถึงขีดสุด!”
“อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกตระกูลถูกเลี้ยงดูอย่างไร้ประโยชน์สมาชิกตระกูลทุกคนจะต้องทำภารกิจตระกูลให้สำเร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็การสังหารศัตรูหรือสังหารสัตว์อสูร เพื่อฝึกฝนตนเอง!”
“รวมถึงเหล่าผู้าุโด้วยเช่นกัน!”
“นอกจากนี้ ข้าสนับสนุนให้คนตระกูลมีบุตรหลานมากขึ้นการมีบุตรจะมีรางวัล ยิ่งมีมากก็ยิ่งได้มาก!”
“...”
ซูฉางเซิงกล่าวติดต่อกันทำให้เหล่าผู้าุโต่างก็ตื่นเต้นและฮึกเหิมไม่น้อย
ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นสิบเท่าหรือ
เช่นนี้แล้วตระกูลซูจะไม่เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร
ส่วนภารกิจตระกูล พวกเขาไม่สนใจเลยนี่เป็สิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว
หาก้าแข็งแกร่งขึ้นแน่นอนว่าต้องทุ่มเทและตอบแทนตระกูล มิฉะนั้นจะมีเื่ดีๆ เช่นนี้ได้อย่างไร
“บรรพบุรุษช่างปรีชาสามารถยิ่ง!”
ซูอวิ๋นเป็คนแรกที่กล่าวออกมา
แม้ว่าเขาจะเป็ผู้นำตระกูล ทว่าต่อหน้าซูฉางเซิงกลับไม่มีอำนาจใด อำนาจของผู้นำตระกูลช่างมีน้อยนิด ทว่าเขาก็ไม่เคยโอดครวญแต่อย่างใด
ในความเห็นของเขาตราบใดที่ตระกูลแข็งแกร่งขึ้นก็เพียงพอแล้ว
“อืม ใช่แล้วต่อไปข้าจะประกาศเื่หนึ่ง ข้ากำลังเตรียมการอภิเษก”
“ส่วนฮูหยิน ก็คือนาง”
“กู้ชิงเกอ!”
เวลานี้เองที่ซูฉางเซิงดึงกู้ชิงเกอซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเ็าและไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดเลยตลอดเวลาออกมา แล้วเอ่ยประกาศ
“กระไรนะ!”
ทั่วทั้งห้องโถงใหญ่พลันตกอยู่ในความโกลาหลเฉียบพลัน