เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 25

    เวลาบนฟ้าเหนือดันเจี้ยนลดลงถอยหลังไปเรื่อยๆ ตอนนี้เวลามันเหลือเพียงแค่ 01:44 วินาที เท่านั้น ไอซ์หายใจเข้าหายใจออกช้าๆเพื่อลดความประหม่าลง แม้ว่าจะรู้ดีเรื่องความแข็งแกร่งของตัวเอง แต่เขาก็ไม่ได้มีประสบการณ์การต่อสู้จริงมาก่อน และนี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นศึกแรกของเขาเลยก็ว่าได้ ในขณะเดียวกันนั้นเอง รถตู้ถ่ายทอดสดหลายคันก็มุ่งตรงมายังหน้าดันเจี้ยน พร้อมกับผู้สื่อข่าวลงมาทำข่าวอย่างรวดเร็วหลายสำนัก พวกเขาไม่สนใจเรื่องความปลอดภัยอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ข่าวเรื่องเกี่ยวกับดันเจี้ยนเป็นอะไรที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วไป พวกเขาจึงอยากได้ข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ “สวัสดีค่ะท่านผู้ชม.. ยินดีต้อนรับเข้าสู่การถ่ายทอดสดของช่อง ABC ค่ะ.. ดิฉัน...” และสำนักอื่นๆก็เริ่มถ่ายทอดกันตามหลายช่องติดๆ“ก่อนอื่นเลย เมื่อเวลาท้องถิ่นประเทศไทย 02:25 นาที เราได้รับรายงานถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานีดันเจี้ยน และมันก็ไม่ได้เกิดแค่ภายในเชียงใหม่เท่านั้น มันยังเกิดขึ้นทั่วทั้งเอเชียอีกด้วยค่ะ.. ท่านผู้ชมสังเกตดีๆ จะพบว่ามีตัวเล็กลอยเด่นอยู่เหนือดันเจี้ยน ตอนนี้เวลาได้นับถอยหลังเหลือเพียง 1 นาที 13 วินาที น่าตื่นเต้นใช่ไหมคะว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น..”นักข่าวยังคงรายงานตามสถานการณ์ ประชาชน และฮันเตอร์จำนวนหนึ่งก็มาดูวินาทีประวัติศาสตร์นี้ด้วยเช่นกัน ไม่มีใครทราบถึงภัยร้ายในครั้งนี้เลยสักคน“ดูเหมือนว่าประชาชนจะให้ความสนใจไม่น้อย ออกมารับชมการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ..อ๊ะ เราลองสอบถามกับฮันเตอร์คนนั้นดีกว่า..” เธอกล่าวหน้ากล้องเสร็จก็รีบวิ่งเข้าไปหาฮันเตอร์ที่สวมชุดเกราะสีดำขริบเงินตรงหน้าดันเจี้ยนในทันที แน่นอนว่าสำนักอื่นที่เห็นก็วิ่งเข้าไปตามเป็นขบวน ไอซ์ที่กำลังทำสมาธิกับตัวเองอยู่ เขาไม่สนใจรอบด้านว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในหัวของเขาตอนนี้กำลังเรียบเรียงวิธีการต่อสู้ให้มีประสิทธิภาพ และสามารถต่อสู้ได้นานที่สุด ไอเทมที่จำเป็นต่อการใช้งาน ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องฆ่ามอนสเตอร์ที่หลุดออกมาให้หมด เพื่อที่พวกมันจะได้ไม่เป็นภัยต่อครอบครัวของเขา“สวัสดีค่ะคุณฮันเตอร์.. ไม่ทราบว่าเราขอสัมภาษณ์คุณหน่อยได้หรือไม่คะ..” ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็หลุดจากภวังค์ เขาหันมามองอย่างสงสัย และก็ต้องพบคนที่วิ่งมาทางเขาหลายสิบคน ในใจของเขาร้องตะโกนออกมาประมาณว่า ‘คนพวกนี้ไม่กลัวตายกันเลยหรือยังไง วิ่งมาหน้าดันเจี้ยนที่กำลังจะมีมอนสเตอร์อย่างนี้’ แน่นอนว่าเขารำคาญไม่น้อยที่คนเหล่านี้มารบกวนเวลาทำสมาธิของเขา เขาจึงหันกลับไปต่อว่าด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก “ผมต้องการสมาธิ.. พวกคุณไปไกลๆได้ไหม มันน่ารำคาญ” ไอซ์กล่าวอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง เขาตอบไปอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันมามองที่นาฬิกาที่ถอยหลังจนเหลือเพียงแค่ 45 วินาที หัวใจเขาเต้นตึกตักอย่างไม่เป็นจังหวะ“เป็นฮันเตอร์ประสาอะไร เราเป็นผู้สื่อข่าวที่ต้องการสัมภาษณ์คุณเท่านั้น ทำไมคุณถึงกล่าวร้ายกับพวกเราอย่างนี้..” นักข่าวคนหนึ่งตะโกนออกมาจากฝูงชน แน่นอนว่าคนอื่นก็ตอบ ‘ใช่ๆ’ เพื่อสนับสนุนความคิดของนักข่าวคนดังกล่าว ไม่ใช่เพียงแค่ฝูงนักข่าวที่อยู่ตรงนี้เท่านั้น ในช่องชาแนลออนไลน์ของสำนักข่าวไลฟ์สดเองก็พิมพ์ด่าพฤติกรรมของฮันเตอร์คนนี้เช่นกัน ‘พวกฮันเตอร์ก็หยิ่งกันอย่างนี้หมดแหละ ดูที่พวกมันทำเถอะ.. : นักเลงคีย์บอร์ด1’‘ใช่แล้ว ฉันเห็นด้วยกับคอมเมนท์ข้างบน ฉันนี่เจอมากับตัวเองเลย พวกเขาคิดว่าเป็นราชาของประเทศหรือยังไงกัน.. : สตรีเหล็ก’‘พวกนายอย่าไปให้ความสำคัญกับฮันเตอร์อย่างนี้เลย อย่าไปสนับสนุนเขาในอนาคต.. : ตบเกรียน’‘ฉันเห็นด้วยกับ @ตบเกรียน ในอนาคตถ้ามันหิวแสงขึ้นมา พวกเราจะต้องช่วยกันสกัดกั้น…’‘@ตบเกรียน ฉันสนับสนุนคุณ..’‘………….’ อีกหลายคอมเมนท์ในทุกช่องทางออนไลน์ก็สนับสนุนความคิดนี้ พวกเขาหมั่นไส้พวกฮันเตอร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เหตุการณ์มันช่างประจวบเหมาะกับการให้ด่าเสียจริงๆ ไอซ์ที่ต้องการสมาธิไม่ได้ตอบอะไร แต่เหล่านักข่าวนี้ก็ยังจงใจจะเล่นงานเขาด้วยการใช้คำพูดเสียดสี และขู่เขาเกี่ยวกับเรื่องในอนาคตอีกหลายอย่าง แต่ไอซ์ไม่สนใจใดๆคนเหล่านี้จะตกตายไปพร้อมกับพวกมอนสเตอร์เขาก็ไม่แคร์เลยสักนิดเดียว แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีขวดน้ำที่เหลืออยู่ราวๆครึ่งขวดเข้ากระทบที่หัวของไอซ์ทันที“พวกแกต้องการอะไรวะ!!.. ฉันบอกว่าฉันต้องการสมาธิ พวกแกฟังไม่รู้เรื่องหรือยังไงงงง’ ไอซ์หันกลับไปต่อว่าอย่างเดือดดาล“ก็มันเป็นเพราะคุณไม่เกียรติพวกเราให้ฐานะผู้สื่อข่าวเลยสักนิด.. เพราะคุณมันเป็นคนที่เห็นแกตัว จำไว้ให้ดี ช่องของเรารายงานข่าวเกี่ยวกับฮันเตอร์ และแจ้งเกิดมาหลายคนแล้ว แน่นอนว่าเราจะทำลายคุณด้วยสื่อที่เรามีทั้งหมด..” เสียงทุ้มต่ำที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าของสถานีหนึ่งกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ“แล้วแต่พวกคุณก็แล้ว.. ที่นี้พวกแกออกไปไกลๆได้หรือยัง ฉันต้องใช้สมาธิ..” ไอซ์นอกจากจะไม่สนใจแล้ว ยังกล้าไล่ผู้สื่อข่าวให้ออกไปจากจุดนี้ มันถือว่าเป็นคำเตือนของเขาแล้ว“ได้ เราไม่จำเป็นต้องง้อคุณหรอก.. คุณบอกชื่อของคุณมา แล้วก็เตรียมรับผลกรรมที่ทำเอาไว้ให้ดี..” ไอซ์ที่คิดว่าอีกฝ่ายจะเลิกราแล้วยอมถอยไปง่ายๆ แต่มันกลับไม่ใช่เลย พวกนี้มันก็ยังด่าเขาต่ออยู่ดี ทำให้สมาธิที่เขาตั้งมั่นหลุดลอยไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ตอนนี้เขาหัวร้อนเอามากๆ เขาจึงให้ไป และตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจสุดขีด“แมร่งเอ๊ยยย พวกมึงเป็นเหี้_อะไรกัน กูบอกว่าต้องการสมาธิ พวกมึงไม่เห็นเหรอว่ามันเหลือเวลาแค่ไม่ถึง 20 วินาที ดันเจี้ยนก็จะแตกแล้ว พวกมอนสเตอร์ก็หลุดออกมา ถ้ากูต่อสู้ได้ไม่ดีก็อย่ามาโทษกูก็แล้วกัน.. แล้วพวกมึงจำเอาไว้ว่ากูชื่อ เทียนหลง..” ไอซ์กล่าวออกมาอย่างโมโหมันสุดเกินจะทนแล้วจริงๆ เขาชี้ไปให้ทุกคนเห็นว่ามันเหลือเวลาไม่ถึง 20 วินาทีจริงๆ หลายคนที่ได้ยินก็ต่างอึ้ง หนึ่งคือเรื่องของดันเจี้ยนที่กำลังจะแตกมีมอนสเตอร์หลุดออกมา สองคือ ชายคนนี้คือเทียนหลง ที่ใครๆก็ต่างตามหา แต่ในวินาทีที่ทุกคนกำลังสตั๊นท์อยู่นั้นเอง ตระกูลหลินก็ถ่ายทอดสดในทุกช่องทางของเครือข่ายตัวเอง“ประชาชนคนเอเชียทุกท่าน.. ผมคือผู้นำตระกูลหลินแห่งปักกิ่ง ผมจะไม่เสียเวลากล่าวอ้อมค้อม เราได้รับข้อมูลว่าดันเจี้ยนทั่วทั้งเอเชียกำลังจะแตก และมีมอนสเตอร์หลุดออกมา ผมร้องขอให้คนธรรมดาหลบอยู่แต่ในบ้าน ฮันเตอร์ทั้งหลายร่วมกันต่อสู้เพื่อบ้านเมืองของใครของมัน.. ข่าวนี้ผมรับรองได้ว่ามันเป็นข้อมูลจริงอย่างแน่นอน.. ขอให้ทุกท่านโชคดี..”สิ้นเสียงของประธานหลิน ทุกคนก็ตกอยู่ในภวังค์ของความคิดไม่รู้จบ นักข่าวที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่า ตัวเองนั้นอยู่ผิดที่ผิดเวลา ก็เริ่มเหงื่อแตก และหันหลังวิ่งในทันที ไอซ์ชักดาบของตัวเองเตรียมเข้าปะทะกับมอนสเตอร์ ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมสงบนิ่ง เท้าก้าวตรงไปอย่างมั่นคง 00:0300:0200:0100:00 ……. โฮกกกกกกก เสียงปีศาจร้ายดังขึ้นมาทั่วทิศทาง มิติดันเจี้ยนถูกเปิดออกมารอบทิศทางดันเจี้ยนตามจุดที่ไม่น้อยกว่าร้อยจุด บางตัวก็มีขนาดเล็กขนาดใหญ่ บางตัวเป็นมอนสเตอร์ประเภทสัตว์ปีก ไอซ์ยังคงไม่หวั่นไหวใดๆ มอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่เห็นศัตรูตัวฉกาจอย่างมนุษย์ที่เดินตรงมาหามันข้างหน้าอย่างไม่กลัวตาย มันก็เคลื่อนตัวเข้ามาหาไอซ์ในทันที แต่มันไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนเองกำลังสร้างหายนะให้ชีวิตน้อยๆของมัน ดวงตาที่จ้องมองไปยังเหยื่อยังไม่ถึงเสี้ยววินาที ภาพที่มันใช้มองก็เริ่มมัวลงไป และน่าแปลกที่ภาพในดวงตาของมันจบลงโดยที่มันค่อยๆเอียงออกไปคนละฝั่ง ร่างกายเริ่มไม่ทำตามคำสั่งที่จะต้องวิ่งจู่โจมตีมนุษย์ตรงหน้า มันรู้ตัวอีกครั้งหนึ่งก็คือ ร่างกายของมันตกตายอยู่บนพื้นดินแล้ว และในที่สุดมันก็เข้าใจว่ามันได้ตายไปแล้ว!!