ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

    ตอนที่ 155 บทพิสูจน์พลังใหม่


     

    บุรุษทั้งสามมองหน้ากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้และตื่นเต้นกับพลังที่เพิ่งได้รับจากพระอาจารย์ความสงสัยในตัวฮวาเสี่ยวซีและ "โลกอื่น"ของนางยังคงเกาะกุมอยู่ในใจพวกเขาอย่างแรงกล้า

     

    "พวกเจ้า...อยากลองไหม?" อี้เฟยหลงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ก็แฝงความตื่นเต้นที่ไม่อาจปกปิดได้

     

    อี้หานเฟิงพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น"แน่นอน! ข้าอยากรู้ว่า 'บิกินี' นั่นมันอะไรกันแน่และโลกที่เสี่ยวซีจากมาเป็นเช่นไร" เขาหันไปมองฮ่องเต้ ราวกับขอความเห็น

    ฮ่องเต้อี้จงเหวินทรงพยักพระพักตร์ช้าๆ พระเนตรทอประกายแห่งความสนใจ"เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ทำความเข้าใจนางให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น...เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก

     

    ทั้งสามต่างเห็นพ้องต้องกันพวกเขาต้องการรู้เรื่องราวของฮวาเสี่ยวซีในโลกเดิมของนางเพื่อจะได้เข้าใจนางอย่างแท้จริงและไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดจนเป็นเหตุให้นางต้องเจ็บปวดอีก

    ทั้งสามบุรุษต่างหลับตาลงพร้อมกันพยายามจินตนาการถึง "วัยเด็กของฮวาเสี่ยวซี" ในโลกที่นางจากมา "ในประเทศคอมมิวนิสต์"เพื่อทำความเข้าใจสภาพแวด ล้อมที่หล่อหลอมนิสัยของนาง

     

    ภาพเบื้องหน้าพวกเขาเริ่มก่อตัวขึ้นมันเป็น อาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ดูแข็งแรงทนทาน ผนังสีเทาเรียบ ๆมีหน้าต่างเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เรียงเป็นระเบียบ ภายในอาคารมีห้องต่างๆ มากมายมีเตียงสองชั้นโลหะเรียงรายอยู่ในห้องนอนรวมอย่างเป็นระเบียบไร้ที่ติและมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำกิจกรรมที่ดูกว้างขวางแต่ไร้ชีวิตชีวา

     

    พวกเขาเห็นฮวาเสี่ยวซีในวัยเด็ก อีกครั้ง นางยังคงตัวเล็กแต่ดูมีวินัยและแข็งแรงกว่าเดิมเล็กน้อย นางกำลังทำกิจกรรมร่วมกับเด็กคนอื่นๆในเครื่องแบบสีเรียบๆ ไม่มีสีสันสดใสแบบที่เคยเห็นก่อนหน้า การเคลื่อนไหวของเด็กๆดูพร้อมเพรียงและเป็นระบบ ไม่มีใครวิ่งเล่นอิสระอย่างที่เคยเห็น

     

    เสียงที่ได้ยินในครั้งนี้ก็แตกต่างออกไปมีเสียงคำสั่งที่เฉียบขาดจากผู้ดูแลซึ่งสวมเครื่องแบบคล้ายทหารมีเสียงเพลงปลุกใจที่ดังมาจากลำโพงและเสียงอ่านหนังสือท่องจำอย่างพร้อมเพรียงของเด็กๆ ทุกคนสีหน้าของผู้ดูแลดูจริงจังและเคร่งขรึม ไม่ได้มีรอยยิ้มหรือความอ่อนโยนมากนัก

     

    ภาพตัดไปยังโรงอาหารพวกเขาเห็นเด็กๆ เข้าแถวรอรับอาหารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอาหารมีเพียงไม่กี่อย่าง ดูเรียบง่าย แต่ก็ดูสะอาดและมีปริมาณที่เพียงพอฮวาเสี่ยวซีเองก็ได้รับอาหารในปริมาณที่เท่าเทียมกับคนอื่น นางนั่งกินอย่างเงียบๆและรวดเร็ว ไม่มีเสียงพูดคุยหรือหัวเราะเหมือนเด็กทั่วไปทุกอย่างดูเป็นไปตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

     

    อี้เฟยหลงขมวดคิ้วแน่นเขารู้สึกถึงความกดดันบางอย่างจากภาพที่เห็น "นี่คือยุคสองพันของนางหรือ...เหตุใดทุกอย่างจึงดูเคร่งครัดและไม่มีชีวิตชีวาเช่นนี้" เขานึกถึงภาพ"บิกินี" และ "อาบแดด" ที่ได้เห็นก่อนหน้าแล้วรู้สึกว่ามันขัดแย้งกับภาพในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

     

    อี้หานเฟิงถอนหายใจ"พวกเขาไม่มีความสุขเลยหรือไร? เหตุใดจึงต้องทำทุกอย่างพร้อมเพรียงกันเช่นนั้นไม่มีใครเป็นตัวของตัวเองเลยหรือ"เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมนิสัยของฮวาเสี่ยวซีถึงได้รักอิสระและชอบความป่วนวุ่นวายอย่างมาก

     

    ฮ่องเต้อี้จงเหวินทรงทอดพระเนตรภาพนั้นอย่างพิจารณา พระพักตร์ฉายแววครุ่นคิด "นี่คือ 'ประเทศคอมมิวนิสต์' ที่เจ้าว่าหรือ...ผู้คนถูกควบคุมทุกย่างก้าว ไม่มีอิสระในการแสดงออก...ไม่แปลกใจที่นางจะมีนิสัยแข็งกร้าวและตรงไปตรงมาเช่นนี้เพราะนางคงต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อรักษาความเป็นตัวเองไว้ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้"

     

    ภาพนั้นเลือนหายไปอีกครั้งทิ้งให้บุรุษทั้งสามครุ่นคิดถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ห่างกันลิบลับพวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมฮวาเสี่ยวซีถึงมีนิสัยและวิธีคิดที่แตกต่างจากสตรีในยุคของพวกเขาและทำไมความรักอิสระจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนางมากเพียงนี้

     

    ฮวาเสี่ยวซีในวัยสิบขวบ:การดิ้นรนเพื่อชีวิต

     

    หลังจากที่ได้เห็นภาพชีวิตที่เคร่งครัดในบ้านกำพร้าแบบคอมมิวนิสต์บุรุษทั้งสามต่างก็อยากรู้ว่าฮวาเสี่ยวซีเติบโตมาอย่างไรภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนั้นพวกเขานึกภาพนางในวัยที่โตขึ้นเล็กน้อย และแล้ว ภาพก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

     

    คราวนี้ภาพฉายให้เห็น ฮวาเสี่ยวซีในวัยสิบขวบ ตัวนางยังคงเล็กกะทัดรัดแต่แววตากลับฉายแววเฉลียวฉลาดและมุ่งมั่นผิดกับเด็กในวัยเดียวกันภาพไม่ได้อยู่ในบ้านกำพร้าอีกต่อไป แต่นางกำลัง แอบหนีออกมาจากอาคาร ในยามวิกาลอย่างเงียบเชียบทุกย่างก้าวระมัดระวังราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพบเห็น

     

    พวกเขาเห็นฮวาเสี่ยวซีเดินไปตามถนนหนทางที่มืดมิดมีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากเสาไฟที่ตั้งอยู่ห่างๆ กันเธอเดินเข้าไปในตรอกซอกซอยที่คับแคบและสกปรก และหยุดอยู่หน้า ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ดูเก่าแก่และโทรม

     

    ภายในร้านนางกำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง ภาพที่เห็นคือฮวาเสี่ยวซีกำลัง ล้างจานกองโต ด้วยมือเล็กๆของเธอเอง น้ำเย็นเฉียบและเศษอาหารทำให้มือของเธอแดงก่ำและเหี่ยวย่นนางดูผอมลงกว่าเดิมเล็กน้อย เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ดูเก่าและเปื้อนคราบสกปรกบางครั้งนางก็ต้อง ยกถังน้ำหนักๆ หรือ เช็ดโต๊ะอาหาร ด้วยผ้าขี้ริ้วที่ดูไม่สะอาดนัก

     

    เสียงที่พวกเขาได้ยินคือเสียงกระทบกันของจานชามเสียงตะโกนสั่งงานของเจ้าของร้าน และเสียงกระแอมไอเบาๆของฮวาเสี่ยวซีที่ดูเหมือนจะเหนื่อยล้า แต่ไม่ปริปากบ่น นางทำงานอย่างเงียบๆตั้งใจ และรวดเร็ว เพื่อให้งานเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดราวกับกลัวว่าหากชักช้าจะถูกไล่ออก

     

    อี้เฟยหลงกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวดเขามองภาพฮวาเสี่ยวซีตัวเล็กๆ ที่ต้องทำงานหนักเกินวัยอย่างอดสู "นาง...นางต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เด็กขนาดนี้เชียวหรือ!"

     

    อี้หานเฟิงน้ำตาคลอเบ้าเขาอยากจะทะลุเข้าไปในภาพนั้น เพื่อดึงนางมากอดและปลอบโยน "เด็กแค่นี้... เหตุใดจึงต้องเผชิญความยากลำบากเพียงลำพังถึงเพียงนี้"

     

    ฮ่องเต้อี้จงเหวินทรงถอนหายพระทัยอย่างหนักหน่วง พระพักตร์ฉายแววเจ็บปวดอย่างที่สุดพระองค์ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตในโลกของนางจะลำบากถึงเพียงนี้ความแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวของฮวาเสี่ยวซีที่เขาเคยเห็น ไม่ได้มาจากความสุขสบายแต่มาจาก การดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ตั้งแต่ยังเยาว์วัย

     

    ภาพเลือนหายไปทิ้งไว้เพียงความรู้สึกผิดและความเข้าใจอันลึกซึ้งในหัวใจของบุรุษทั้งสามพวกเขาเริ่มตระหนักแล้วว่าความซุกซนและความกวนประสาทของฮวาเสี่ยวซีที่พวกเขาเห็นในตอนนี้อาจเป็นเพียงเกราะป้องกันตัวที่นางสร้างขึ้นมาเพื่อซ่อนความเจ็บปวดและเปราะบางที่ต้องแบกรับมาตั้งแต่วัยเยาว์

     

    ภาพเบื้องหน้าบุรุษทั้งสามเปลี่ยนไปอีกครั้งฮวาเสี่ยวซีในวัยสิบขวบ ใบหน้าเล็กๆ ของนางฉายแววดีใจอย่างเห็นได้ชัด มือเล็กๆกำธนบัตรใบหนึ่งไว้แน่น เป็น เงินค่าแรงก้อนแรก ที่นางได้มาจากการทำงานหนักนางกำลังเดินไปตามถนนที่เริ่มมืดมิด มุ่งหน้ากลับสถานเด็กกำพร้าด้วยหัวใจที่พองโตอาจจะคิดถึงการนำเงินนี้ไปซื้ออะไรบางอย่าง หรือนำไปช่วยเหลือคนในบ้านกำพร้า

     

    แต่แล้วความสุขนั้นก็ถูกฉุดกระชากไปอย่างรวดเร็วภาพปรากฏให้เห็นกลุ่มนักเลงวัยรุ่นสามสี่คน รูปร่างสูงใหญ่กว่าฮวาเสี่ยวซีมากพวกเขายืนขวางทางนางอยู่ ใบหน้าของนักเลงแต่ละคนฉายแววเกเรและอันธพาล

     

    "หนูน้อยมีอะไรติดมือมาบ้าง เอามาให้พวกพี่ซะดีๆ!"หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยาบคายพลางยื่นมือเข้ามาคว้าเงินในมือของฮวาเสี่ยวซี

     

     

    ฮวาเสี่ยวซีตัวเล็กๆพยายามจะปกป้องเงินของตนเอง นางกอดธนบัตรไว้แน่นดวงตาฉายแววหวาดกลัวแต่ก็ไม่ยอมแพ้ "ไม่ให้! นี่เงินของข้า!"

     

    การขัดขืนของนางทำให้นักเลงเหล่านั้นไม่พอใจพวกเขาหัวเราะเยาะ ก่อนจะเริ่มลงไม้ลงมือนักเลงคนหนึ่งผลักนางอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น ธนบัตรในมือของนางหลุดกระเด็นไปฮวาเสี่ยวซีพยายามจะคลานไปคว้ามันไว้แต่นักเลงคนหนึ่งก็เหยียบเท้าลงบนมือของนางอย่างจงใจ ความเจ็บปวดทำให้นางร้องออกมา

     

    ไม่เพียงเท่านั้นนักเลงเหล่านั้นยังคง "สั่งสอน" นางด้วยการเตะต่อยไม่กี่ครั้งแม้จะไม่ได้รุนแรงถึงตาย แต่สำหรับเด็กตัวเล็กๆ เช่นฮวาเสี่ยวซีมันก็สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พวกเขาหัวเราะอย่างสะใจเมื่อเห็นนางนอนขดตัวอยู่บนพื้น ก่อนจะหยิบเงินของนางไปอย่างไม่ใยดีแล้วเดินจากไปอย่างไม่แยแส

     

     

    ภาพตัดมาที่ฮวาเสี่ยวซีนางค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและรอยเปื้อนดินเสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้าเล็กๆ ของนางเปื้อนน้ำตาแต่กลับไร้เสียงสะอื้นนางก้มลงเก็บธนบัตรที่ตกอยู่บนพื้นแต่เมื่อเห็นว่ามันถูกฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นางก็ทรุดตัวลงนั่งอีกครั้งดวงตาเหม่อมองธนบัตรที่ไร้ค่าในมือความเจ็บปวดจากร่างกายผสมปนเปกับความเจ็บช้ำในจิตใจ นางค่อยๆเดินโซซัดโซเซกลับไปที่บ้านเด็กกำพร้าในความมืดมิด เพียงลำพัง

     

    อี้เฟยหลงกัดฟันกรอดใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น "พวกสารเลว!กล้าดียังไงถึงทำกับนางได้ถึงขนาดนี้! หากข้าอยู่ในภาพนั้นข้าจะฉีกพวกมันเป็นชิ้นๆ!"

     

    อี้หานเฟิงกำหมัดแน่นจนข้อขาวโพลนน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวดและสงสารเขาอยากจะพุ่งเข้าไปปกป้องนางในภาพนั้นเหลือเกิน "เสี่ยวซี...เจ้าต้องเจ็บปวดเพียงใดกัน... ทั้งตัวเล็กและอ่อนแอเพียงนั้น"

     

    ฮ่องเต้อี้จงเหวินทรงถอนหายพระทัยยาว พระพักตร์ฉายแววเย็นชาและโมโหอย่างถึงที่สุด"โลกของนางช่างโหดร้ายยิ่งนัก... การที่นางรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้แสดงว่านางต้องเข้มแข็งเกินกว่าที่เราจะคาดคิด"

     

    ภาพนี้ทำให้บุรุษทั้งสามเข้าใจถึงความโดดเดี่ยวความเปราะบางและความจำเป็นที่ฮวาเสี่ยวซีต้องเข้มแข็งเพื่อเอาตัวรอดในโลกที่แตกต่างจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิงและมันยิ่งตอกย้ำความตั้งใจที่จะปกป้องนางของพวกเขาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    คล้ายกับเรื่องฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ) ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382