ตอนที่ 9
“อยู่กับคนสวมหน้ากากตลอดแบบนี้กลัวรึเปล่าฮึ” คุณเสือถามพลางปรายสายตาไปมองน้องชายที่เดินตามหลังมาติดๆ ไม้เอกสังเกตเห็นถึงความเอ็นดูและความรักจากคุณเสือถึงคุณครามอย่างชัดเจน
“ไม่กลัวเลยครับ คุณครามใจดี”
“โอ้โฮ สงสัยคุณเสือจะหูฝาด มีคนชมน้องชายคุณเสือว่าเป็คนใจดี”
“พี่ไม่รู้หรอก เค้าก็แกล้งพูดไปอย่างนั้นแหละ แฟนเค้าหล่อออก ที่ต้องมาอยู่กับคนหน้าเละเพราะเลี่ยงไม่ได้เท่านั้นแหละ” คุณครามพูดขึ้น
“อ้าว ตัวเล็กมีแฟนแล้วเหรอ” คุณเสือถามทำหน้าใ
“ไม่ใช่นะครับ แค่รุ่นพี่ แต่คุณครามคิดว่าเป็แฟน” ไม้เอกรีบปฏิเสธรัวเร็ว คุณเสือถึงกับยิ้ม
“ก็เค้ามาจีบเราไม่ใช่เหรอ”
“อ๋อ เค้ามาจีบตัวเล็กเหรอ” คุณเสือถาม ไม้เอกหันไปพยักหน้าน้อยๆแล้วรีบปฏิเสธ
“แต่ผมคิดกับเค้าแค่พี่จริงๆนะครับคุณเสือ”
“นี่พี่รู้มั้ยที่มาช้าเพราะผมพาเค้าแวะเอาของขวัญไปให้คนนี้แหละ วันนี้วันเกิดนายพี่อิฐรูปหล่อ”
“อย่าบอกนะว่านายครามไปลักพาตัวไม้เอกมาจากงานวันเกิดพี่รูปหล่อนั่น”
“เปล่าครับ เปล่า ผมอยากมาที่นี่กับคุณครามเอง”
“มิน่าจู่ๆก็โทรมาบอกให้แม่ครัวทำอาหารใหญ่โต จะพาคนมาหา ที่แท้...” ไม้เอกได้ยินคุณเสือหันไปพูดกับคุณครามแว้บๆ แต่ก็ไม่เข้าใจนัก ก่อนคุณเสือจะหันมาพูดกับไม้เอกต่อ “นี่แหละน้องชายคุณเสือ หึหึ”
ไม้เอกไม่แน่ใจนักว่าคุณเสือหมายถึงยังไง แต่ไม้เอกเห็นมุมปากคุณเสือกำลังยกยิ้ม
“กินข้าวก่อนแล้วกันนะ ไว้คุณเสือจะพาไปดูอะไรๆ”
ไม้เอกไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเพียงเดินตามแรงโอบของคุณเสือผ่านเข้าไปที่ห้องอาหารอันมีโต๊ะยาวเหยียดและเก้าอี้ฝั่งละสิบกว่าตัวตั้งอยู่กลางห้องราวกับห้องอาหารไว้รองรับแขกที่มาสัมมนาเป็หมู่คณะ
“ทำไมทำหน้างั้น โต๊ะใหญ่ไปเหรอ” คุณเสือถามกลั้วหัวเราะราวกับรู้ว่าไม้เอกกำลังคิดอะไรอยู่
“ก็ เอ้อ ปกติทานกันกี่คนเหรอครับ” ไม้เอกอดจะถามออกไปไม่ได้
“แต่ก่อนก็คุณเสือคนเดียว ตอนนี้ก็ยังมีแค่คุณเสือคนเดียวถึงน้องชายจะกลับมาจากต่างประเทศแล้วก็เถอะเพราะน้องชายก็ไปกินข้าวกับเมีย ทิ้งให้คุณเสือกินข้าวคนเดียว ถึงอยากให้มากินข้าวบ้านบ่อยๆไง”
“บ่นจริง” คุณครามเอ่ยหน้ายุ่งขณะที่เดินมาดึงไม้เอกออกจากคุณเสือลากให้ไปนั่งข้างกันที่ฝั่งขวาของโต๊ะ โดยคุณเสือเพียงยิ้มแล้วทรุดลงนั่งที่หัวโต๊ะ ไม้เอกหันไปมองเก้าอี้ว่างยาวเหยียดอย่างแปลกๆเพราะปกติทานที่คอนโดกับคุณครามก็มีโต๊ะขนาดสี่ที่นั่งเท่านั้น
“ก็ถ้ามีคนมาอยู่ด้วยเพิ่มเยอะๆจะหยุดบ่น จะเสียงดัง ร้องไห้ งอแงเท่าไหร่ก็ได้ ชอบหมด” คุณเสือพูดกับคุณครามด้วยยิ้มมีเลศนัย
ไม้เอกไม่เข้าใจที่คุณเสือพูดแต่คุณครามตวัดเสียงดุใส่พี่ชายไปแล้ว
“อยากได้คนมาอยู่เยอะๆก็แต่งงานซะมั่งสิ อยู่คนเดียวทำไม”
“ก็ยังหาคนตัวเล็กๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูไม่ได้อย่างนายนี่” ตอบน้องชายแต่หันมามองไม้เอกแล้วยิ้มเอ็นดู ไม้เอกได้แต่ยิ้มให้คุณเสือโดยไม่ได้ตอบอะไรออกไป
“หึ หาไม่ได้หรือไม่อยากหากันแน่”
“ก็หาอยู่ เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลา” คุณเสือตอบคุณคราม แล้วตักอาหารมาใส่จานไม้เอกจนพูนไปด้วยกุ้งตัวโตๆ สีเหลืองกรอบน่ารับประทาน พลางบอก “กินเยอะๆ เราตัวเล็กเกินไป เดี๋ยวหักคามือนายคราม”
“ขอบคุณครับคุณเสือ”
“เอ็นดูจริง นอกจากจะหน้าตาน่ารัก กิริยายังเรียบร้อยอีก อย่างนี้สิคนเ็าอย่างน้องชายคุณเสือจะแพ้เอาง่ายๆ”
“หยุดพูดแล้วกินๆไปเถอะน่า”
คุณเสือไม่ได้สนใจเสียงดุๆของน้องชายแม้แต่นิดกลับหันมายิ้มกับไม้เอกอย่างเอ็นดู และหลังจากนั้นก็คอยตักนั่นนี่ใส่จานทั้งของไม้เอกและคุณครามไม่หยุดจนไม้เอกอิ่มจุก เมื่อทานอาหารเสร็จก็ย้ายมาห้องนั่งเล่นที่มีกรอบรูปของเ้าของบ้านวางอยู่ที่มุมต่างๆ ไม้เอกหยิบขึ้นมาดูอย่างสนใจ
“คุณเสือกับนายครามตอนเด็ก ไง แยกออกไหมว่าคนไหนเป็คนไหน” คุณเสือที่เดินถือแก้วไวน์มาหยุดยืนใกล้ๆที่โซฟาที่ไม้เอกนั่งเอ่ยถาม
“คนนี้คุณเสือ คนนี้คุณครามครับ น่ารักจัง” ไม้เอกชี้บอกทีละคนในรูป ยิ้มชอบใจกับความน่ารักทั้งคุณเสือและคุณคราม
“เก่ง แยกออกเพราะหน้าบูดๆ ไม่สนโลกของอีกคนในรูปใช่ไหม ฮ่าๆๆ” คุณเสือะเิหัวเราะในขณะที่ไม้เอกเพียงก้มหน้าลงกลั้นยิ้มเท่านั้น แต่ไม่กล้าหัวเราะออกมาดังๆ แม้จะเป็อย่างที่คุณเสือพูดก็ตาม มองปราดเดียวก็รู้ว่าคนที่เอาแต่หน้าบูดบึ้งคิ้วชนกันในรูปคือคุณคราม
“หน้าบูดหน้าบึ้งและเหวี่ยงคนไปทั่ว นั่นแหละคือนิยามของนายคราม อีกอย่างคือไม่สนหรอกว่าจะพูดตรงแค่ไหน”
“หยุดซะทีเถอะน่า” คุณครามที่นั่งจิบไวน์อยู่ที่โซฟาอีกมุมเอ่ยเสียงดุใส่คุณเสือ แต่คุณเสือเพียงหัวเราะแล้วพูดต่อ
“การที่ได้ยินไม้เอกบอกว่าน้องชายคุณเสือใจดีถึงเป็เื่น่าแปลกใจของคุณเสือไง อันที่จริงก็น่าแปลกใจอยู่หลายอย่างเลยด้วยซ้ำ”
“อะไรบ้างเหรอครับ” ไม้เอกถามอย่างสนใจ
“การยึดน้องชายคุณเสือไว้ได้ทุกเย็นหรือบางคืนก็ดึกดื่นแทบทุกวัน นั่นก็น่าอัศจรรย์ใจสำหรับคุณเสือแล้ว”
ไม้เอกทำหน้าไม่เข้าใจนักกับสิ่งที่คุณเสือบอก แต่ทว่าเมื่อหันมองสองพี่น้องก็พบว่ากำลังฟาดฟันกันทางสายตาอยู่ และเป็พี่ชายคนโตที่ยังยิ้มออกมาโดยไม่สนสายตาเอาเื่ของน้องชาย
“ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นมุมนี้ อา รู้สึกดีจริงๆ” คุณเสือเอ่ยอย่างอารมณ์ดีแล้วยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมดแก้วราวกับฉลองให้อะไรสักอย่างที่พออกพอใจ
“ว่าแต่คุณเสือวานอะไรหน่อยได้มั้ย”
“อะไรเหรอครับ”
“ช่วยเกลี้ยกล่อมน้องชายคุณเสือให้มาช่วยพัฒนาระบบในบริษัทให้หน่อยสิ คุณเสือไม่เก่งด้านนี้เลย แต่ซื้อตัวยากจริงๆ ช่วยคุณเสืออ้อนหน่อยนะ” ถึงจะพูดกับไม้เอกแต่ก็จงใจเอ่ยดังๆให้น้องชายที่นั่งอยู่อีกฟากได้ยินด้วย
ไม้เอกหลุดหัวเราะคิก หันมองคุณครามก็พบว่ากำลังใช้สายตาจ้องพี่ชายเขม็งผ่านทางหน้ากาก ก่อนจะเอ่ยเสียงดุออกมา
“อย่ามาใช้ไม้นี้ให้ยาก ไม่ได้ผลหรอก”
“ดูสิไม้เอก”
“นี่อย่าเอาเื่นั้นไปพูดกับเค้าได้มั้ย” คุณครามทำเสียงรำคาญเมื่อคุณเสือฟ้องไม้เอกไม่หยุด
“อยู่ปีไหนนะไม้เอก เรียนมหาวิทยาลัยแล้วใช่มั้ย”
“ปีสองครับ”
“อยากมาฝึกงานที่บริษัทคุณเสือมั้ย”
“ก็ได้ๆ จะเข้าไปดูให้ เลิกยุ่งกับเด็กนี่ได้แล้ว”
“ฮ่าๆๆๆ ไหนบอกไม่ได้ผล” คุณเสือะเิหัวเราะอย่างพอใจเมื่อคุณครามตอบตกลงในที่สุด ก่อนจะหันมายักคิ้วให้ไม้เอก
ราวสี่ทุ่มไม้เอกก็ถูกคุณครามส่งตัวกลับพร้อมคนขับรถโดยคุณครามไม่ได้กลับไปที่คอนโดด้วย ไม้เอกทำหน้าเศร้าเล็กน้อยตอนที่คุณครามบอกอย่างนั้น กำลังจะขึ้นรถแต่ทว่าคุณเสือเดินออกมาเรียกไว้เสียก่อน
“อย่าเพิ่งไป คุณเสือมีอะไรจะให้” เอ่ยพร้อมกับที่ถือกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินติดมือมาด้วย และเปิดออกต่อหน้าไม้เอก หยิบนาฬิกาเรือนเล็กออกมาพร้อมเอ่ยบอก “ยื่นมือมาให้คุณเสือหน่อย”
ไม้เอกหันไปมองคุณครามที่พยักหน้าอนุญาต จึงยื่นมือออกไปให้คุณเสือสวมนาฬิกาให้
“ของขวัญสำหรับภรรยานายคราม ยินดีต้อนรับสู่วิษณุโยธาพิทักษ์” คุณเสือบอกอ่อนโยน
“แต่เราไม่ใช่สามีภรรยากันจริงๆ...” ไม้เอกจะค้านและจะถอดนาฬิกาที่ดูก็รู้ว่าแพงมากคืนคุณเสือด้วยรู้สึกว่าไม่คู่ควร
“จริงสิ ก็ชื่อเราอยู่ในทะเบียนสมรสคู่กับนายครามของคุณเสืออยู่นี่”
“นั่นก็แค่...”
“รับไปเถอะ ไม่ว่าจะระยะเวลานานแค่ไหน อย่างน้อยตอนนี้เราก็ได้ชื่อว่าเป็ภรรยานายครามแล้ว”
ไม้เอกหันมองคุณครามอีกครั้ง คุณครามพยักหน้าให้ จึงรับไว้ในที่สุดพร้อมยกมือขึ้นพนมไหว้คุณเสือ “ขอบคุณครับคุณเสือ”
“ว่าง่ายจริง อย่างนี้สิที่จะละลายความกระด้างนายครามของคุณเสือได้” คุณเสือยกมือมาลูบหัว ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาอีก “บ้านหลังนี้คนน้อย คุณเสือยินดีรับคนเพิ่มอีกเยอะๆนะ กี่คนก็เลี้ยงไหว”
“กลับไปพักผ่อนได้แล้ว” คุณครามเอ่ยตัดบทมาอีกครั้ง ไม้เอกพนมมือไหว้ทั้งสองแล้วจึงขึ้นรถกลับไปกับคนขับรถของคุณคราม ตลอดทางก็ครุ่นคิดอยู่กับประโยคของคุณเสือที่บอกว่ากี่คนก็เลี้ยงไหวนั่นหมายถึงอะไรกัน
100%
#คุณคราม
…........................................................................
กี่คนก็เลี้ยงไหวของคุณเสือนี่หมายถึงอะไรนะ อิอิอิอิอิ