41.ติดอยู่ในโลกวิญญาณ
ภายในหอคอยหมาป่าสวรรค์ วิทย์ นอนคว่ำหน้าอยู่ที่ชั้นหนึ่งของหอคอย ร่างกายเขาเต็มไปด้วยเลือดที่แห้งกรังและตกสะเก็ด ตอนนี้บาดแผลของเขาแห้งแล้ว เลือดของเขาจับตัวกันปิดรูบาดแผลเอาไว้ ทำให้เลือดที่เคยไหลนองบัดนี้หยุดลง ร่างกายของเขากำลังฟื้นตัวช้าๆ ในดอกไม้ดอกนั้นยังอยู่ในมือของเขา มันส่องประกายสีดำหม่นๆออกมาตลอดเวลา ใช่แล้ว ดอกดอกจิตวิญญาณดาวกระจายที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด เพราะดอกไม้ดอกนี้ เกือบจะทำให้เขาต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี้ และที่จริงเขาไม่เคยต้องการมันเลยแม้แต่น้อย ถ้าไม่เพราะสถานการณ์บังคับ เขาจะไม่ไปเอามันมาแน่นอนเวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่ทราบได้ ในที่สุด วิทย์ ก็ฟื้นขึ้นมา “อ้าก!” สิ่งแรกที่เขาทำคือร่ำร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาทันทีที่เขาได้สติขึ้นมาจากการสลบ เขาเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง ร่างกายของเขาบาดเจ็บสาหัสมาก ถ้าไม่เพราะร่างของเขาผ่านการผลัดเปลี่ยนมาแล้วหนึ่งครั้ง เขาคงจะไม่รอดจากการโจมตีของยักษ์ตนนั้นแน่นอน “อ่า นี้เราสลบไปนานแค่ไหนกัน” เขาคิด วิทย์เอายาสมานแผลที่ซื้อจากระบบออกมา ก่อนจะกระดกมันลงไป ความเย็นสายหนึ่งไหลลงไปในลำคอของเขา มันถูกดูดซึมไปยังส่วนต่างๆของร่างกายอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดของเขาค่อยๆทุเลาลง วิทย์กินมันไปจนหมดทุกขวด อาการของเขาถึงดีขึ้น “นี้เราอยู่ที่นี้มานานแค่ไหนกันนะ” เขาก้มมองดูรอยเลือดตามตัวของเขา และมันยังมีบางส่วนที่ไหลนองอยู่บนพื้น ตอนนี้มันแห้งและเป็นสำดำไปแล้ว มีเลือดบางส่วนแตกเป็นเกล็ดๆเพราะน้ำได้ระเหยออกไปจากกองเลือดนั้นไปหมด ไม่พูดไม่ได้ว่าเขาบาดเจ็บมากจริงๆ เขามองซ้าย แล ขวา ใช่แล้วห้องเดิมที่คุ้นเคย ชั้นที่ 1 ของหอคอยหมาป่าสวรรค์ “ถ้าไม่มีมันเราคงตายไปแล้ว” เขาคิดในใจ นี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดของเขา การหลบเข้ามาภายในหอคอยหมาป่าสวรรค์ ในเสี้ยววินาทีที่เขาถูกพลังนั้นโจมตีเข้ามาทำให้เขารอดพ้นจากการโจมตีครั้งนั้นมาได้ ครั้งนี้เขาประมาทแล้ว เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่า ยักษ์ตนนั้นแอบซ่อนไม้ตายที่ร้ายกาดแบบนี้เอาไว้ จนทำให้เขาบาดเจ็บถึงเพียงนี้ นี้เป็นบทเรียนที่สาหัสของเขาเลย “เฮ้อ!เกือบตายเพราะดอกไม้ดอกเดียว” เขาคิด ในมือของเขามีดอกไม้สีดำดอกหนึ่งที่ส่องประกายสีหม่นๆออกมาตลอดเวลา เขาจ้องมองมันอยู่อย่างนั้นหลายอึดใจ มันก็คงจะเป็นการตายที่น่าตลกที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา สายตาของเขาพิจารณามันอยู่ชั่วอีกชั่วครู่ “ดอกจิตวิญญาณดาวกระจาย นี้คงจะทำให้เราเลื่อนขั้นพลังสมาธิขึ้นไปเป็น 5 เนตได้ ก่อนอื่นต้องออกไปจากหอคอยนี้ก่อน ไม่รู้ว่าสาวๆจะเป็นอย่างไร ”เขาพึมพำออกมา ยกแขนที่อ่อนล้าขึ้น มองดูนาฬิกาที่ข้อมือของ 05.30 ใช่แล้วเข็มนาฬิกามันชี้บอกเวลาเที่ยงครึ่งแต่ เข็มมันไม่หมุนอีกแล้ว “หรือมันจะเสียเพราะแรงกระแทก” เขาคิดก่อนจะไม่สนใจมันอีก วิทย์กระตุ้นพลังสมาธิเข้าไปในหอคอยสั่งให้มันเปิดประตู “เฮ้ย!เกิดอะไรขึ้น ทำไมรู้สึกเหมือนว่าไม่สามารถควบคุมประตูของหอคอยได้” เขาตกใจร้องเฮ้ยออกมา ก่อนจะส่งพลังสมาธิเข้าไปอีกครั้ง และ อีกครั้ง ทุอกย่างเงียบ เหมือนเดิม ประตูไม่ได้เปิดขึ้น เขางุนงง สับสน นี้เขาถูกขังอยู่ในนี้เสียแล้ว “หรือว่ามันพังเพราะถูกแรงกระแทกจากพลังของเจ้ายักษ์”เขาคิด วิทย์ส่งพลังสมาธิออกไปอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้กระตุ้นการทำงานของหอคอย แต่เขาใช้พลลังสมาธิสำรวจมันเท่านั้น แต่แล้วเขาก็ต้องผิดหวัง พลังสมาธิของเขาสำรวจได้เพียงแค่ภายในหอคอยเท่านั้น เขาไม่สามารถส่งพลังสมาธิของเขาออกไปสำรวจมันได้ทั้งหมด ตอนนี้จึงฟันธงอะไรไม่ได้ “เฮ้อ!อุส่ารอดมาได้ต้องมาติดอยู่ที่นี้อีก” เขาคิดและจมอยู่กับความผิดหวังอยู่หลายนาที ที่นี้เงียบมาก เขาอยู่ในนี้รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองถูกขังอยู่ในคุกมืด ถึงจะมองเห็นอะไรได้ชัดเจนในความมืดที่นี้แต่มันก็ยังมืดอยู่ดี ที่เขามองเห็นได้เพราะพลังสมาธิของเขาที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก เขาลุกขึ้นเดินไปที่ประตู มันเป็นขอบนูนออกมาเป็นรูปบานประตูเท่านั้น ไม่ได้ดูเหมือนประตูเลยแม้แต่น้อย เขามือลูบสัมผัสมันเบาๆ ความเย็นจากโลหะส่งผ่านเข้ามายังมือของเขา ไม่รู้ว่ามันทำขึ้นมาจากโลหะอะไร แต่มันแข็งแกร่งมากแน่ๆ เพราะการโจมตี ที่ สะท้านสะเทือนโลกจากยักษ์ตนนั้นยังทำอะไรมันไม่ได้มาก เขาออกแรงผลักมัน แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น เขาหัวเราะในใจ “คิดอะไรโง่ๆ มันใช้แรงเปิดออกได้ที่ไหนกัน” เขาส่ายหัว เดินไปที่กระท่อมที่ตั้งอยู่ตรงกลางของห้อง ในมือของเขายังคงถือ ดอกจิตวิญญาณดาวกระจายอยู่ เขานั่งลงและเริมโคจรพลังญาณตามตาราวิชา วิชาอาพรโลหิตเกราะทองคำ ความเหนื่อยล้าและพลังญาณตบะของเขาค่อยๆพื้นฟูกลับมา เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่ทราบได้ ในที่สุด ร่างกายของวิทย์ก็กลับมาสมบูรณ์พร้อม เขาพบว่า ทะเลจิตที่กลางหน้าผากของเขาเหมือนกับขยายใหญ่ขึ้น 2 เท่า และเช่นเดียวกัน ทะเล ญาณที่หัวใจของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นถึง 7 ส่วน เขาลองกระตุ้นพลังสมาธิให้ประตูเปิดออกอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเช่นเคย เขาทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แต่มันก็เกิดผลเช่นเดิม “หรือพลังสมาธิของเราไม่พอ”เขาคิด สายตาของเขาจ้องมองดูดอกไม้ในมือของเขา “หรือเราควรเปิดเนตเพิ่มอีก 3 ดวงเสียก่อน” เมื่อพบหนทางถึงจะยังไม่รู้ว่าถูกหรือผิด แต่ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งแสงสว่าง เขาตัดสินใจที่จะเพิ่มพลังสมาธิของเขาให้ขึ้นไปที่ระดับ 5 ลองดูเผื่อว่ามันจะสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ วิทย์เด็ดเอากลีบดอกไม้สีดำออกมาหนึ่งกลีบ แล้วใส่เข้าไปในปากแล้วกลืนลงไปทันที อ้าก!.. ความเย็นสายหนึ่งไหลลงไปในลำคอของเขามันแผ่อุณหภูมิเยือกแข็งออกมาทำให้ท้องและลำคอของเขาถูกแช่แข็งทันที วิทย์ได้รับความเจ็บปวดทรมานที่ไม่เคยเจอมาก่อน เขาร่ำร้องออกมาได้เพียง 2-3 อึดในเท่านั้น ทั้งตัวของเขาก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็ง ไอเย็นจัดแผ่ออกมารอบๆบริเวณอย่างน่าอัศจรรย์ ใครจะไปคิดว่าดอกไม้สีดำเพียงกลีบเดียวจะมีพลังมากถึงขนาดนี้ วิทย์กระตุ้นเคล็ดวิชาฝึกพลังสมาธิขึ้นทันที อักขระ สามสายในดวงเนต ทั้งสองของเขาหมุนวนอยู่ในทะเลจิตของเขาเร็วจี๋ มันดูดเอาพลังของสมุนไพร อย่ากระหาย ทำให้ความเจ็บปวดของเขาค่อยๆทุเลาลง แต่รางกายของเขายังคงอยู่ในก้อนน้ำแข็งเช่นเดิม เวลาค่อยๆผ่านไป เสียงระเปิดกึกก้องราวกับฟ้าผ่าดังขึ้นภายในทะเลจิตของเขา ดวงเนตดวงที่ 3 ค้อยๆลืมตาขึ้น มันดูดเอาไออณูวิญญาณสีดำจากรอบๆตัวของเขาเข้าไปอย่างหิวกระหาย ร่างเนื้อของเขาซูบผอมลงถนัดตา จนเกือบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ความเจ็บปวดและเหนื่อยล้าของร่างกายเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ความหิวโหยที่มากที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้ผุดขึ้นมาในความรู้สึกของเขา ผ่านไปหลายอึดใจมันจึงหยุดลง อักขระวิชาฝึกฝนสมาธิของเขายังหมุนวนอยู่ในทะเลจิตเช่นเคย พลังของดอกจิตวิญญาณดาวกระจาย ยังไม่หมดไป ดวงเนตดวงที่ 4 ปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง แต่ไม่สามารถที่จะเปิดขึ้นมาได้ ร่างกายที่ซูบผอมของเขาค่อยๆกลับคืนมาช้าๆเมื่ออักขระวิชา เปิกเนตกลืนสวรรค์หยุดลง แกรก!...เพล้ง!เสียงก้อนน้ำแข็งแตกกระจายออกไป วิทย์ลืมตาขึ้นมาหลังจากเสร็จสิ้นการหลอมรวม ดอกจิตวิญญาณดาวกระจาย นัยน์ตาของเขาสีดำสนิท ราวกับมีจักรวาลอันกว้างใหญ่อยู่ภายในนั้น เกิดความรู้สึกอัศจรรย์เหนือสิ่งอื่นในที่จะสามารถมาอธิบายความรู้สึกนี้ได้ การเปิดเนตแต่ละดวง ราวกับเป็นการเปิดโลกใบใหม่สำหรับมนุษย์ แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะมีใครสามารถทำได้ มันยากราวกับปีนป่ายขึ้นไปบนสวรรค์ก็ไม่ปาน ถ้าหากเมื่อครู่ ร่างกายของเขาไม่ผ่านการชำระล้างขั้นที่ 1 มาแล้วไม่แน่ว่าเขาอาจจะตายเพราะพลังชีวิตถูกสูบไปจนหมด “มันอันตรายเกินไป จะทำสุ่มสี่ สุ่มห้าไม่ได้” เขาคิด นี้เป็นอีกครั้งที่เขาประมาทอีกแล้ว ด้วยความไม่รู้เลยเผลอทำลงไป ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ตายเพราะความไม่รู้แบบนี้ ตอนนี้เขารู้แล้วว่า ความรู้ของเขาเองยังตื้นเขินนัก มันจะดีแค่ไหนถ้าเขามีใครซักคนคอยชี้แนะ เหตุการณ์แบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก “จริงสิ เราลืมไปได้อย่าไร เราไม่เคยอยู่คนเดียวเลยซักครั้งนี้” เขาคิด เหมือนว่าเขาจะลืมใครคนหนึ่งไปแล้วจริงๆ และเป็นคนที่สำคัญอย่างยิ่ง Death night ผู้ลึกลับ หนังสือสีดำปรากฏขึ้นบนมือของเขาพ้อมกับเสียงหัวเราะอันลึกลับ ดังขึ้น“หึๆๆๆนี้ข้านึกว่าเจ้าจะไม่ต้องการข้าเสียแล้ว เด็กน้อย”หนังสือสีดำหัวเราะออกมาเสียงดัง“ท่านรู้ใช่ไหมว่าข้าต้องการใครซักคนในคอยแนะนำเรื่องการฝึกฝน” วิทย์พูดเข้าประเด็น“แน่นอนข้ารู้ และมันก็เป็นหน้าที่ของข้า แต่เจ้า...หึๆๆ ไม่รู้”มันตอบออกมาพร้อมเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน จริงๆอยู่ว่าผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด แต่ในสถานการณ์แบบนี้ คนที่ไม่ผิดมักจะตายไป โดยที่รู้เท่าไม่ถึงกาล“เมื่อกี้ข้าเกือบตาย เจ้ารู้ใช่ไหมเพราะอะไร”วิทย์ถาม แน่นอนเขาเองก็พอรู้แต่เพื่อความแน่ใจเลยถามออกมา“แน่นอน เพราะร่างกายของเจ้าอ่อนแอ การฝึกฝนสมาธิต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป แต่เจ้าฝืนมันโดยใช้ปัจจัยภายนอกบางอย่าง ทำให้ร่างกายของเจ้าปรับตัวไม่ทัน” มันตอบ ใช่แล้วปัจจัยภายนอกที่มันว่าคือ ดอกจิตวิญญาณดาวกระจาย หรือยากระตุ้น หรืออะไรอื่นๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้พลังสมาธิของเขาก้าวข้ามไปอีกขั้น โดยไม่สนความพร้อมของร่างกายหรือจิตใจของเขา“มันเป็นโชคดีของเจ้า เจ้าหนู หากเป็นคนอื่น ไม่ตายก็ ทะเลจิตแตกสลาย กายเป็นคนบ้าก็เท่านั้น โชคมันเป็นของคนที่มีความรู้และพร้อมที่จะรับมันเอาไว้ เหมือนกับเจ้ามันอาจจะเป็นเคราะห์ก็ได้ เมื่อเจ้าต้องตายเพราะดอกจิตวิญญาณดาวกระจายเพราะเจ้าไม่รู้วิธีที่จะใช้มันอย่างถูกต้องและปลอดภัย” วิทย์รู้ดีว่าความจริงมันมักโหดร้ายแบบนี้เสมอ หลายคนโทษดินโทษฟ้าโทษโชคชะตา ที่ชีวิตตนเองมันไม่ดีขึ้น แต่จะมีใครบ้างที่รู้ว่า สิ่งที่ตนคิดว่าเป็นโชคร้ายนั้น มันอาจจะเป็นโชคดีที่ตนเองไม่สามารถหรือไม่มีความรู้มากพอที่จะรับมันเอาไว้ได้ และกลายเป็นหายนะให้กับตนเองแทน เหมือนกับบทเรียนบทนี้ที่เขาได้รับ