อสูรสยบสวรรค์

    อสูรสยบสวรรค์ ตอนที่ 52 : การวิวัฒนของกฎเกณฑ์แห่งมังกรเหมันต์

    เมื่อผู้นำตระกูลโอหยางจากไป นนท์ได้พูดคุยกับพ่อตาและผู้อาวุโสของตระกูลครู่ใหญ่


    " เหตุใดตระกูลว่านจึงยังมิมา " ผู้อาวุโสหลายคนต่างพากันสงสัย


    " ข้าว่าคงได้ยินเรื่องที่หลานเขยจัดการกับผู้นำตระกูลโอหยางจึงมิกล้า " ผู้อาวุโสอีกคนตอบ


    " นายท่าน ผู้นำตรกูลว่านมาขอพบขอรับ " บ่าวรับใช้เข้ามารายงาน


    " อืม ให้ไปที่ห้องรับแขก " ฟางจงบอกกับบ่าวรับใช้


    " นนท์เอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นเช่นไร " ฟางจงถามลูกเขย


    " ท่านพ่อตา ข้าเองก็มิอาจทราบได้ " นนท์กล่าว


    " ไปกันเถอะ " ฟางจงเดินนำทุกคนไปที่ห้องรับแขก


    ที่ห้องรับแขก


    " คารวะผู้นำตระกูลว่าน " ฟางจงคารวะผู้นำตระกูลว่าน ว่านจื่อหยง


    " เหตุใดเจ้าจึงหย่ากับลูกหญิงของข้า เจ้ามิกลัวข้าจะทำลายตระกูลฟางรึ " ว่านจื่อหยงเริ่มกดดัน


    " ตาเฒ่าหากเจ้ากล้าล่วงเกินตระกูลฟาง จะเป็นตระกูลว่านที่ต้องหายไปจากเมืองอี้ " นนท์กล่าว


    " เป็นเจ้ารึที่บงการ เห็นทีหากมิจัดการเจ้าให้เห็นเป็นตัวอย่างตระกูลอื่นคงเอาเป็นเยี่ยงอย่าง " ว่าแล้วจึงฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์


    " เปรี้ยง " คลื่นพลังของฝ่ามือพุ่งเข้าหานนท์ นนท์ไม่รอช้าออกฝ่ามือโต้กลับ


    " ตูม " เสียงดังสนั่น สองฝ่ามือปะทะกัน 


    " อั่ก " ร่างของว่านจื่อหยงปลิวออกไปนอกตระกูลตามแรงที่เหลือของฝ่ามือนนท์


    " ครืด " ร่างของว่านจื่อหยงไหลครูดไปตามพื้น นนท์เดินตามไป


    " ตาเฒ่า เจ้าคิดว่าเจ้ายิ่งใหญ่มาจากที่ใด จึงกล้าลงมือกับข้า เห็นทีข้าคงมิมีทางละเว้นเจ้าแน่ " นนท์ง้างหมัดแปดอัสนี


    " ช้าก่อน " เสียงหนึ่งลอยเข้าเพื่อขัดขวางนนท์


    " อาจารย์โจว เห็นแก่หน้าข้าโปรดหยุดด้วยเถิด " ชายวัยกลางคนเดินออกมาขวางนนท์ไว้ 


    " ท่านเป็นผู้ใดใยข้าจึงต้องไว้หน้าให้ท่าน " นนท์สงสัยชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีทอง


    " ข้าเป็นเจ้าเมืองอี้ นามอี้เหลียง " เจ้าเมืองอี้แนะนำตน 


    " อ้อ คารวะท่านเจ้าเมือง " นนท์ค้อมหัวคารวะเจ้าเมืองอี้


    " ได้ เพื่อเห็นแก่หน้าของท่าน ข้าจะไว้หน้าให้ แต่ต้องมีบทลงโทษ โทษตายนั้นข้าเว้นได้ แต่โทษเป็นข้าเว้นมิได้ " นนท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น


    " แล้วอาจารย์โจวจะลงโทษผู้นำตระกูลว่านเช่นไร " เจ้าเมืองอี้เอ่ยถาม 


    ฉับพลันความมืดมิดเข้าครอบงำทั่วบริเวณ แสงเรืองรองวิบวับสาดส่องออกมาจากดวงดาราน้อยใหญ่ ความเย็นยะเยือกแผ่ขจาย 


    " โฮก " ร่างเงามังกรเหมันต์ตนหนึ่งปรากฎกาย กายสีฟ้าครามของมังกรเหมันต์เหาะเหินขึ้นสู่ท้องฟ้ากรีดกรายแหวกผ่านอากาศ บังเกิดเกล็ดน้ำแข็งร่วงโรยลงสู่พื้น


    ผู้คนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ต่างพากันตะลึงเมื่อได้พบเห็นมังกรเหมันต์ 


    " นี่มันคือสิ่งใด " 


    " เกิดมาหลายร้อยปีข้ายังมิเคยพบเห็น ช่างน่าตื่นตายิ่งนัก " 


    " มันคือกฎเกณฑ์ใด " เสียงอื้ออึงของเหล่าผู้ชมเหตุการณ์


    ร่างสีฟ้าครามของมังกรเหมันต์ ม้วนตัวจากเบื้องบนพุ่งเข้าใส่ว่านจื่อหยง พร้อมพ่นหมอกสีฟ้าคราม 


    " ไม่ " เสียงร้องตะโกนของว่านจื่อหยงทำเอาผู้ที่ได้ยินต่างพากันหน้าเปลี่ยนสี เพราะว่านจื่อหยงนั้นถือเป็นผู้ฝึกตนขั้นสูงสุดของเมืองอี้ กลับต้องร้องเช่นนี้


    " ฝึบ " หมอกสีฟ้าครามของมังกรเหมันต์พุ่งใส่ร่างของว่านจื่อหยง แล้วแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของว่านจื่อหยง


    " อ้าก " เสียงร้องอย่างทรมานของว่านจื่อหยงนั้นทำเอาผู้คนถึงกับขนลุก พิษของหมอกสีฟ้าครามเริ่มแพร่กระจายตามร่างกาย ความหนามเย็นเกิดจากภายในอวัยวะเริ่มปั่นป่วน 


    " เหตุใดจึงหนาวเช่นนี้ อาจารย์โจว ข้าผิดไปแล้ว โปรดถอนพิษหนาวเย็นนี่ออกจากร่างข้าเถิด ข้าให้สัญญา ต่อจากนี้ข้าจะมิล่วงเกินตระกูลฟางอีกต่อไป " เสียงสั่นเครือของว่านจื่อหยงที่เปล่งออกมานั้น ต่างรับรู้ได้ถึงความหนาวเย็นในกายได้เป็นอย่างดี


    " ตาเฒ่า ที่เจ้าได้รับมิใช่พิษ แต่เป็นหมอกเย็นของกฎเกณฑ์แห่งมังกรเหมันต์ ความหนาวเย็นนี้จะค่อยๆกัดกินขั้นฝึกตนของเจ้า แลัวจะสลายไปเองในห้าปี เมื่อถึงเวลานั้นขั้นฝึกตนของเจ้าก็จะลดลงมาอยู่ที่ขั้นจักรพรรดิ์ แต่เจ้าอย่ากังวลเมื่อพิษของหมอกสีครามสลายไป เจ้าก็จะฝึกตนได้ตามเดิม " นนท์บอกกับว่านจื่อหยง


    " กฎเกณฑ์แห่งมังกรเหมันต์ ร้ายกาจยิ่งนัก "


    " นี่ก็แสดงว่าอาจารย์โจวนั้นอยู่ที่ขั้นวิญญาณนิรันดร์ " 


    " ใช่ มีแต่ขั้นวิญญาณนิรันดร์ถึงจะฝึกกฎเกณฑ์ต่างๆได้ " เสียงกระซิบของเหล่าผู้ที่ร่วมชมเหตุการณ์กล่าวถึงสิ่งที่ได้พบเจอ


    " ท่านเจ้าเมือง ข้าได้ไว้หน้าให้ท่านแล้ว หวังว่าท่านจะพอใจ " นนท์กล่าวกับเจ้าเมืองอี้อย่างไม่สบอารมณ์


    " ดีๆ ขอบใจอาจารย์โจวที่ไว้หน้าให้ข้า " เจ้าเมืองอี้กล่าว


    " อาจารย์โจว ข้าอยากเชิญท่านไปดื่มชาที่วังของข้า ข้าอยากจะรู้วิธีฝึกกฎเกณฑ์ต่างๆ " เจ้าเมืองอี้กล่าวเชิญนนท์


    " อืม ท่านเจ้าเมืองข้าจะไปดื่มชากับท่านแน่นอน แต่ยังมิใช่เวลานี้เพราะข้านั้นยังมีสิ่งที่ต้องสะสาง " นนท์บอก


    " ได้ ข้าจะรอที่วัง อาจารย์โจวข้าลา " เจ้าเมืองอี้จากไป 


    นนท์ลอยตัวขึ้นเหนือเมืองอี้ " ข้าอาจารย์หลอมโอสถระดับเจ็ดโจวนนท์ เวลานี้ข้าเป็นคนของตระกูลฟางและเป็นสามีของฟางจื่อซิน หากมีผู้ใดล่วงเกินตระกูลฟาง ข้าโจวนนท์จะล้างบางตระกูลนั้นให้สิ้น " เสียงอันทรงอำนาจแผดก้องไปทั่วเมืองอี้ ผู้ที่ได้ฟังต่างพากันหวาดกลัว


    " และหากมีคนในตระกูลฟางได้ล่วงเกินผู้อื่น ข้าก็จะลงโทษคนของตระกูลฟางด้วยตนเอง " สิ้นเสียงของนนท์ เหล่าผู้คนต่างพากันวิพากย์ต่างๆนาๆ


    " ว่านสุ่ยเอ๋อร์ ข้าจะทำเช่นไรกับเจ้าดี " นนท์เริ่มกดดันอดีตแม่รองของฟางจื่อซิน


    " อาจารย์โจวอย่าทำข้าเลย ข้านั้นเพียงกระทำตามคำสั่งของบิดาข้า " เสียงที่สั่นเครือและน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูจากว่านสุ่ยเอ๋อร์บ่งบอกถึงความรักตัวกลัวตายของตน


    " พวกเจ้าพากันไปจากที่นี่เสีย หากชักช้าข้าอาจเปลี่ยนใจสังหารเจ้า " ว่าเสร็จนนท์หันหลังเดินกลับเข้าไปในตระกูล ตระกูลว่านต่างพากันวิ่งหนีอย่างหวาดกลัว


    นนท์ได้จัดแจงเรื่องราวต่างๆในตระกูลฟางแล้วเสร็จ จึงไปที่วังของเจ้าเมืองอี้เพื่อดื่มชาและแนะวิธีฝึกกฎเกณฑ์ให้กับเจ้าเมือง นนท์ได้พูดคุยกับเจ้าเมืองอี้ครู่ใหญ่จึงขอตัวจากมา


    " เอาล่ะไปร่ำลาบิดาและมารดาเจ้า " นนท์บอกกับฟางจื่อซิน เมื่อร่ำลาทุกครเสร็จสรรพนนท์และห้าภรรยาจึงออกเดินทางไปยังบ้านของหลางจี้เสวี่ยและหลันอิงเย่


    เมื่ออยู่ในเจดีย์แปดเหลี่ยม 


    " ผู้อาวุโส เหตุใดข้าจึงหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งมังกรเหมันต์ได้ " นนท์ถามจิตทัศนะด้วยความสงสัยเพราะนนท์มิได้ปิดตนเพื่อหยั่งรู้ 


    " เจ้าหนุ่ม เป็นเพราะเจ้าได้หยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งมังกรทองแล้ว แล้วเจ้ายังทำการหลอมโลหิตล้ำค่าของมังกรเหมันต์จากโอสถกายามังกรเงิน จึงเป็นเหตุแห่งการวิวัฒนของกฎเกณฑ์มังกรทองและมังกรเหมันต์ เจ้าจึงหยั่งรู้กฎเกณฑ์มังกรเหมันต์ผ่านการวิวัฒน " จิตทัศนะกล่าว


    " ขอบคุณผู้อาวุโส " 


    " ภรรยาที่รักทั้งห้าของข้า เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง " นนท์ถามห้าภรรยาที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข 


    ห้าภรรยาไม่ตอบเพียงยิ้มแล้วสะลัดชุดของตนเพื่ออวดเรือนร่างที่งดงามให้นนท์ชื่นชม 


    " ห้าภรรยาของข้า พวกเจ้ามีรูปร่างที่งดงามยิ่งนัก เย่เอ๋อร์เหตุใดเจ้าจึงมิมีขน " นนท์ยื่นมือไปสัมผัสรอยแยกที่เกลี้ยงเกลาของหลันอิงเย่


    " อาห์ ท่านพี่ วันนั้นท่านบอกกับพี่หญิงใหญ่ว่าท่านชอบรอยแยกแบบมิมีขน พวกเราจึงกำจัดขนทิ้ง " หลันอิงเย่ตอบนนท์ แต่สะโพกผายกลับส่ายไปมาตามนิ้วของนนท์


    " สามี ท่านเหนื่อยมามากแล้วเราห้าภรรยาจะปรนนิบัติท่านเอง " ว่าแล้วหลางจี้เสวี่ยนำน้องหญิงทั้งสี่เข้าปล้ำนนท์เพื่อมอบความสุขให้กับนนท์และมังกรน้อย 


    " สามี พวกเราจะไปที่แคว้นเหลยเมื่อใด " หลางจี้เสวี่ยถามขึ้นในรุ่งเช้าของอีกวัน


    " เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าจะไปที่เขาอสูรเพื่อดูสิ่งสืบทอด หลังจากนั้นค่อยไป " นนท์ตอบหลางจี้เสวี่ยที่ยังนอนอยู่บนตัวของนนท์ มังกรน้อยเริ่มซุกซนนนท์จึงจัดการห้าภรรยาอีกรอบ แล้วเร่งไปที่เขาอสูรเขตกลางเพื่อดูสิ่งสืบทอด นนท์พาห้าภรรยาออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยมในจุดที่ลับสายตาผู้คน


    " ผ่านมาหลายปีผู้คนยังคงมุ่งมาที่นี่ " นนท์พึมพำ


    " ท่านพี่แล้วเราจะเข้าไปได้เช่นไร " หลันอิงเย่เอ่ยถาม เพราะเหตุผู้คนมากมายยิ่งนัก 


    " เข้าไปตรงๆเลย " นนท์เดินนำห้าภรรยาไปที่ถ้ำสิ่งสืบทอด


    " ผู้มาใหม่จ่ายคนละหนึ่งพันเหรียญทอง " เสียงของยามที่เฝ้าด้านหน้าของทางเข้าถ้ำสิ่งสืบทอดดังขึ้น


    " แต่สำหรับสาวงามนั้นเข้าได้โดยมิต้องจ่าย เพียงแต่ยอมให้นายน้อยของเราเชยชม " ยามที่อยู่เฝ้าทางเข้ากล่าว


    นนท์สะบัดมือทีเดียวร่างของยามกลับกลายเป็นเพียงฝุ่นเลือด ผู้คนที่อยู่โดยรอบพลันแข็งค้าง


    " สหาย ข้าว่าเจ้าเร่งรีบจากที่นี่ไปเสีย เพราะตระกูลฮัวได้เข้าครอบตรองที่แห่งนี้แล้ว " ชายหนุ่มชุดสีเทาเดินเข้าหานนท์


    " อืม สหาย แล้วตระกูลฮัวมาจากที่ใดในเมืองจางนี้ข้ามิเคยได้ยิน " นนท์เอ่ยถาม


    " ตระกูลฮัวนั้นมาจากเมืองหลวงแห่งแคว้นเหลย เป็นตระกูลระดับสองในเมืองหลวง ถึงจะมิใช่ตระกูลระดับหนึ่งแต่ก็มีอิทธิพลอยู่มาก " สหายชุดเทากล่าว


    " แล้วเจ้าก็มาจากแคว้นเหลยเหมือนกันรึ " นนท์ถามสหายชุดเทา 


    " ข้ามาจากแคว้นเหลย ข้าได้ยินข่าวว่าที่เมืองจางมีสิ่งสืบทอดที่มิว่าใครก็เข้าไปได้ ข้าจึงลองมาดู " สหายชุดเทากล่าว


    " ผู้ใดช่างกล้าสังหารคนของตระกูลฮัว มิเกรงว่าจะถูกล้างตระกูลรึ " เสียงของชายชราดังลอยมา 


    " เป็นข้า " สหายชุดเทาเดินออกไปหนึ่งก้าว


    " หึ หาที่ตาย " ชายขราฟาดฝ่ามือใส่สหายชุดเทา สหายชุดเทาสะบัดมือปรากฎกระบี่สีแดงเพลิงขึ้นในมือ สหายชุดเทาฟันกระบี่ออกไปเพื่อหยุดฝ่ามือนั้น เปลวเพลิงพวยพุ่งเข้าใส่ฝ่ามือของชายชรา


    " ตูม " เสียงกึกก้องลั่นเขาอสูร


    " สามี นั่นเพลงกระบี่อันใด " หลางจี้เสวี่ยพลันสงสัย


    " ข้าเองก็มิอาจรู้ได้ " นนท์ส่ายหน้า


    " เจ้ามาจากตระกูลเอี้ยรึ " ชายชราตกใจร้องถามอย่างร้อนรน


    " ใช่ ข้าเป็นคนของตระกูลเอี้ย " สหายชุดเทากล่าว


    " สิ่งสืบทอดที่นี่ เป็นของผู้ฝึกตนทุกคน มิใช่ที่ให้พวกเจ้าเข้ามาหาประโยชน์ พวกเจ้าจงออกไจากที่นี่แล้วอย่าได้กลับมาอีก " เสียงทรงพลังของสหายชุดเทาดังทั่ว นนท์แปลกใจจึงใช้เนตรมังกรตรวจสอบ 


    " ที่แท้เป็นพวกปากกล้าแต่ขาสั่น " นนท์คิดในใจ


    " ตระกูลเอี้ย จะอยู่ได้อีกปีกันหากผู้นำตระกูลของเจ้าตาย ตระกูลฮัวของข้าจะเข้ายึดครองตระกูลของเจ้า แล้วนำเอี้ยอวี้หลิงไปเป็นนางบำเรอให้กับนายน้อยของข้า " ชายชรากล่าว


    " สามี ควรทำเช่นไร " หลางจี้เสวี่ยเริ่มร้อนใจ เพราะนนท์นั้นเป็นผู้สังหารคนของตระกูลฮัว แต่สหายชุดเทากลับออกรับแทน


    " หึ ตระกูลฮัวของพวกเจ้ารึ ตระกูลเอี้ยของข้านั้นมิใช่มีแต่ผู้นำตระกูลที่แข็งแกร่ง ยังมีผู้อาวุโสอีกมากที่ต่อกรกับพวกเจ้าได้ " สหายชุดเทาตอบโต้


    " ตาแก่ ข้าเป็นคนสังหารคนของเจ้าเอง " นนท์เริ่มเบื่อจึงอยากจบปัญหา


    " เป็นเจ้ารึ ช่างรนหาที่ตายนัก " ชายชราโทษะเริ่มปะทุอีกครั้ง ฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์


    " เปรี้ยง " นนท์ไม่รอช้าเหวี่ยงหมัดแปดอัสนีเข้าปะทะ สายอัสนีหนึ่งสายพุ่งเข้าใส่ฝ่ามือของชายชรา


    " ตูม " เสียงดังสนั่น  


    " ไม่เลว เจ้าหนุ่มหากเจ้าเข้าร่วมกับตระกูลฮัวข้าจะช่วยพูดเรื่องที่เจ้าสังหารคนของเรา " ชายชรายื่นข้อเสนอ 


    " ตาแก่ เห็นทีจะไม่ ข้ามิต้องการเข้าร่วมกับตระกูลที่เลวร้ายเช่นนี้ " นนท์ตอบ


    " งั้นก็ตายซะ " ห้วงมิติเริ่มบิดเบี้ยว แรงกดดันแห่งเต๋าปผ่กระจายรอบทิศทาง 


    " ตูม " กลุ่มควันลอยคละคลุ้งทั่วบริเวณ มือลึกลับคว้าที่ข้อมือของนนท์แล้วลากออกจากการต่อสู้ นนท์คิดนึกสนุกจึงมิได้ขัดขวาง แล้วส่งเสียงทางจิตบอกห้าภรรยาให้วิ่งตามมา 







    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน