35 1-2
ตอนที่ 55องค์หญิงอวี๋อิง (1)
แก้วตาเซียถงส่องประกายแสงหนึ่งเรื่องนี้กลับไม่ยากเกินความสามารถ หลังจากฝึกปรือหลอมกลั่นโอสถในรอบนี้เสร็จข้าจะขึ้นภูเขาไปเก็บสมุนไพรด้วยตนเอง จัดการต่างๆนาๆเสร็จสรรพนางไม่ลืมที่จะซ่อนคัมภัร์วรยุทธลับในที่ปลอดภัยและขอคำแนะนำจากเสี่ยวฮั่วก่อนออกเดินทาง
ตั้งแต่ครั้นนั้นครั้นล่าสุดที่นางศึกษาจนบรรลุกระบวนท่าระดับชั้นเหลืองได้สำเร็จนางก็พยายามทดลองสำแดงใช้กระบวนท่าระดับชั้นนิลออกไปอยู่หลายครั้งแต่กลับไม่เป็นผล ประสิทธิภาพทำลายล้างที่ทำได้กลับไม่ได้แตกต่างจากกระบวนท่าระดับชั้นเหลืองเลยนี่ถือว่าล้มเหลว
เสี่ยวฮั่วบอกกับนางไปว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรรีบร้อน แต่จำเป็นต้องใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไป เพราะจะอย่างไรกระบวนท่าระดับชั้นนิล ทั้งทรงพลังและซับซ้อนกว่าระดับชั้นเหลืองโดยธรรมชาติดังนั้นแล้ว จึงไม่แปลกที่ระดับความยากในการศึกษาเรียนรู้จะสูงกว่าเป็นทวีเท่าเมื่อใดที่นางสามารถเลื่อนระดับลมปราณขึ้นเป็น ขอบเขตราชันย์ม่วงได้ยามนั้นย่อมฝึกปรือให้สำเร็จได้ง่ายกว่าตอนที่อยู่ในขอบเขตเสาหลักฟ้ามากนัก
เซียถงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตัดใจยอมแพ้ไปก่อนท่องจำทุกอักษรอธิบายถึงท่วงท่ารายร่างของกระบวนท่าระดับชั้นนิลจากนั้นก็เก็บงำไว้ในใจอย่างลับๆ
ในตอนเที่ยงวันทหารองค์รักษ์ส่งสาสน์นำมาให้เซียถงต้องเข้าวังหลวงเพื่อไปรับเห็ดหลินจือมรกตด้วยตนเองเปลี่ยนชุดแพรพรรณเสร็จสิ้น นางก็ขึ้นเกี้ยวที่นำโดยทหารองค์รักษ์เหล่านั้นที่มารับมุ่งหน้าสู่วังหลวงโดยตรง
ระหว่างทางเซียถงยังบังเกิดความสงสัยอยู่ภายในใจ เห็ดหลินจือมรกตหนึ่งชิ้นไฉนถึงไม่นำคนมาส่งถึงจวน? เหตุใดนางถึงต้องเดินทางออกไปรับเองภายในวัง?ครั้งนี้ฝ่าบาทคิดจะเล่นแง่เล่นเหลี่ยมอันใดกันนางอีก?ขณะครุ่นพินิจ นางก็มาถึงวังหลวงโดยไม่ทันรู้ตัว
ฝ่าบาทและเหล่าขุนนางทั้งหลายกำลังหารือเรื่องการปกครองบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้เซียถงจึงถูกส่งตัวออกไปรอเข้าเฝ้าในลานกว้างด้านหน้าพระราชวังอันหรูหรานางนั่งลงบนเก้าอีไม้สลักลายวิจิตรพลางปราดสายตาเชยชมสถาปัตยกรรมประดับตกแต่งโดยรอบอย่างเบื่อๆ
จนท้ายที่สุดก็อดใจลุกขึ้นเดินไปที่อื่นมิได้เดินตามเส้นทางที่ปูราบไปด้วยแผ่นหินอ่อนสีฟ้าสดใสทอดยาวออกไปเดินผ่านซุ้มประตูออกไป ทันใดนั้นนางก็เห็นสระบัวปรากฏขึ้นต่อหน้า
ภายใต้แสงตะวันพื้นผิวน้ำของสระบัวทอแสงส่องสะท้อนวิบวับ เสมือนทองคำอย่างน่าประหลาด ดอกบัวโลหิตสีแดงฉานกำลังพลิบานสงบนิ่งในน้ำใส
ถึงดอกบัวเหล่านั้นจะสีแดงดั่งเลือดแต่กลับส่งเสน่ห์ในแบบของมัน!
กลิ่นหอมติดหวานอ่อนๆลอยเข้ามาในจมเซียถงพลันได้ยินสุ่มเสียงหนึ่งแหกปากดังลั่นขึ้นมาก็เลยยกเท้าขึ้นเยียบย่างบนสะพานข้ามไปยังอีกฟาก ตรงไปยังศาลากลางน้ำลายหินอ่อนสีขาวโพลนประดุจทำจากหยกบริสุทธ์ทิวทัศน์ท้องนภาที่ซ่อนอยู่บนพื้นผิวน้ำยิ่งชัดเจนมากขึ้น ช่างงดงามกระไรเยี่ยงนี้
พอเข้าใกล้ตัวศาลาเซียถงก็ได้ยินเสียงหญิงสาวนางหนึ่งตะโกนขึ้นว่า
“ข้าต้องการดอกบัวสะพรั่งดอกใหญ่ที่สุด!เจ้าไปหยิบมันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
น้ำเสียงสั่งการฟังดูพึงทราบว่าหยิ่งผยองลำพองตนปานใด
“องค์หญิง แต่นั่น...อยู่ไกลเกินไปบ่าวไม่สามารถเอื้อมไปหยิบถึง”
สุ้มเสียงที่ขานตอบสั่นคลอนไม่หยุดเบื้องลึกเร้นแฝงไปด้วยความหวาดกลัว
“ข้าบอกให้หยิบพวกเจ้าก็ต้องไปหยิบ!เลิกพล่ามแล้วไปเอามาเร็ว!”
ฟังจากน้ำเสียงดูไม่พอใจอย่างยิ่งไร้ซึ่งความอดทนอดกลั้นใดๆ
เซียถงขมวดคิ้วเล็กน้อยเดินติดตามเสียงเหล่านั้นเข้าไป จนพบเข้ากับสาวน้อยนางหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ในศาลานางสวมแพรพรรณสีแดงเพลิง เรือนร่างทรงเสน่ห์ตามวัย เหน็บแส้สีดำอยู่ที่เอวโฉมหน้างดงาม ทว่ารัศมีความหยิ่งผยองฉายกว้างตั้งแต่คู่คิ้วลงมายันดวงตาไม่ว่าจะดูอย่างไร นางก็แค่สาวน้อยคนหนึ่งที่เอาแต่ใจตัวเอง
สาวรับใช้ในวังยืนอยู่นอกรั้วกั้นระหว่างในและนอกศาลามือข้างหนึ่งจับเสาแน่น ส่วนอีกข้งาพยายามยืดเหยียดออกมาคว้าดอกบัวในสระ กว่าครึ่งร่างลอยอยู่เหนือสระน้ำแต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนแต่สุดปลายนิ้วของนางก็ยังอยู่ห่างจากดอกบัวโลหิตสะพรั่งดอกใหญ่ที่ว่าอยู่ประมาณสองคืบ
เอื้อมสุดแขนออกไปปลายนิ้วสั่นระริก สีหน้าของสาวรับใช้นางนั้นซีดขาวหยาดเงื่อรินหยดลงผิวน้ำดังติ๋ง เหลียวหลังหันไปมององค์หญิงน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้เต็มทน กล่าวว่า
“องค์หญิงบ่าวหยิบไม่ได้จริงๆเพคะ!”
“ก็ข้าชอบดอกบัวดอกนั้นแล้วข้าเองก็มิได้สนใจเช่นกันว่า เจ้าจะหยิบมันได้หรือไม่ แต่หากไม่ได้ข้าผู้นี้จะเฆี่ยนเจ้าห้าร้อยแส้!”
องค์หญิงอวี๋อิงขมวดคิ้วแน่นหยิบแส้ดำออกมาจากเอว ชี้ใส่หน้าสาวรับใช้นางนั้น
สาวรับใช้คนนั้นที่กำลังเอื้อมทั้งตัวไปหยิบดอกบัวยิ่งหน้าเสียหวาดผวาหนัก
“เร็วเข้า!หากเจ้าหยิบดอกบัวดอกนั้นได้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าเสียแล้วกัน”
องค์หญิงอวี๋อิงยกแส้ในมือขึ้นเตรียมฟาดหากอีกฝ่ายทำไม่ได้
สาวรับใช้นางนั้นหวังจะหยิบดอกบัวดอกนั้นให้จงได้เพื่อชีวิตของตนเองจึงค่อยๆคลี่คลายมือข้างที่จับเสาออกทีละเล็กละน้อยเคลื่อนตัวทิ้งน้ำหนักลงไปข้างหน้าปลายนิ้วข้างที่ยื่นเหยียดออกไปสั่นระริกไม่หยุด อีกประมาณหนึ่งคีบนางก็จะคว้าได้แล้ว
ทว่าหนึ่งความคิดเพียงขยับมือข้างที่พยายามจับเสาเอาไว้กลับหลุด เสียงร้องอุทานลั่นดัง‘อ๊ะ’ร่างของสาวรับใช้นางนั้นตกลงในสระบัวทันที
เมื่อเห็นสาวรับใช้นางนั้นตกบ่อบัวไปมุมปากขององค์หญิงอวี๋อิงพลันเชิดยิ้มกระตุกขึ้นทีหนึ่ง นี่แหละคือสิ่งที่นางอยากเห็น
สาวรับใช้นางนั้นกรีดร้องขอความช่วยเหลือด้วยความกลัวสุดขีดตะเกียดตะกาย พยายามคว้าจับทุกสิ่งไม่เลือก
มีหนึ่งชีวิตตกลงสู่อันตรายเซียถงเองก็ไม่คิดที่จะอยู่เฉยเช่นกัน ขณะกำลังจะวิ่งตรงเข้าไปในศาลาพยายามจะคว้ามืออีกฝ่ายกระชากร่างขึ้นจากน้ำ ทว่ากลับได้ยินเสียงร้องดัง‘โฮก’ คลื่นน้ำสั่นกระเพื่อมดุเดือดทันใดนั้นก็มีสัตว์ประหลาดสีแดงโลหิตกระโดดขึ้นเหนือน้ำเปิดปากฉีกกว้างเสมือนบ่อเลือด เขมือบท่อนล่างของสาวรับใช้นางนั้นลงไปโดยตรง
สาวรับใช้คนอื่นๆภายในวังกรีดร้องลั่นร่างของสาวผู้โชคร้ายนางนั้นขาดครึ่งท่อนร่างกายส่วนล่างถูกสัตว์ประหลาดกลืนลงท้องไปแล้ว เซียถงตื่นตะลึงไปชั่วขณะรีบคลายมืออกจากอีกฝ่ายโดยสัญชาตญาณสัตว์ประหลาดสีโลหิตปรากฏกายขึ้นมาอีกครั้งพร้อมขย้ำศีรษะและร่างส่วนที่เหลือของสาวรับใช้ผู้โชคร้ายลากลงไปในก้นบึ้งใต้สระ เหลือทิ้งไว้เพียงธารเลือดสีแดงสดพร้อมเศษซากชิ้นเนื้อที่ลอยขึ้นเหนือน้ำ
เซียถงเพ็งสายตามองธารเลือดในสระเหล่านั้นรู้สึกเย็นวาบขึ้นในจิตใจหาใช่เรื่องดีเลยที่มีสาวรับใช้พลาดท่าตกลงไปให้สัตว์ประหลาดในสระบัวกินแต่ดูแล้วก็เหมือนจงใจ
องค์หญิงอวี๋อิงถือแส้ยาวในมือแน่นจับจ้องไปทางเซียถงที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากไหนก็ไม่ทราบพลันรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย เจ้าตัวที่เพิ่งเขมือบสาวรับใช้ไปทุกคนในวังต่างเรียกมันว่า สัตว์ประหลาดแห่งสระบัวโลหิตตราบเท่าที่สัตว์ประหลาดตนนี้ยังมีชีวิตดำรงอยู่ได้ภายในสระบัวนี้ดอกบัวโลหติก็จะสามารถพลิบานให้นางได้ชื่นชมตลอดทั้งปี ดังนั้นแล้วองค์หญิงอวี๋อิงก็เลยจงใจสั่งงานยากๆให้แก่สาวรับใช้ เพื่อจะทำอย่างไรก็ได้ให้พวกนางพลาดท่าตกบ่อไป เพื่อป้อนอาหารให้เจ้าสัตว์ประหลาดตนนี้