“ให้คนจากฝ่ายใต้ ส่งกองกำลังไปที่โลหยางให้เร็วที่สุด” เตปูจินสั่งเรียบ ๆ ก่อนจะหันไปมองที่ทางขวามือของตัวเอง “ส่วนเ้า ไปสืบให้ข้าว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ต้าซีแล้วกลับมารายงานให้เร็วที่สุด”
คำสั่งเรียบง่ายหากแต่ทำยากของท่านเตปูจินทำให้เหล่าทหารมองโกลลำบากใจไม่น้อย ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่้าทำตามสิ่งที่เหนือหัวสั่งการหรอก แต่มันมีเหตุผลอื่นมากกว่า ทันทีที่คำสั่งจากท่านเตปูจินบอร์เตส่งไปจนถึงกองกำลังฝ่ายใต้ พวกเขาก็เริ่มขยับตัวตามคำสั่งทันทีอย่างเสียไม่ได้ แน่นอนว่าเตปูจินจาเตียวนั้นย่อมไม่พอใจกับคำสั่งนั้นอยู่แล้ว!
…ทำไมต้องเป็โลหยาง ทำไมต้องเป็ข้า!…
แต่ถึงอย่างนั้นความไม่พอใจก็ไม่มีเหตุผลหรือน้ำหนักมากพอที่จะต่อต้านคำสั่งได้ เขาทำได้เพียงแค่รวบรวมกองกำลังและทำตามคำสั่งเท่านั้น ในบทบาทของบุตรเตปูจินจาเตียวก็นับเป็บุตรที่ดี ในบทบาทของทหารผู้ตามเขาก็ไม่อาจจะบกพร่องได้เช่นกัน กองทหารของมองโกลใต้พยายามที่จะเรียกรวบรวมทัพให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถึงอย่างนั้นด้วยความเป็ผู้นำทัพแล้ว นายกองที่รู้ปริมาณเสบียงและอาวุธเองก็ไม่อาจจะทำอะไรเกินตัวได้เช่นกัน
“เตรียมเท่าที่ได้ เอาเท่าที่ไหว” เตปูจินจาเตียวออกคำสั่ง
“แต่…” นายทหาราุโข้างกายเตรียมจะเอ่ยแย้ง แต่ถึงอย่างนั้นสายตาอาฆาตของเตปูจินจาเตียวก็ได้หยุดคำพูดของเขาเอาไว้ก่อน
“จริงอยู่ที่ท่านได้ความดีความชอบเื่จดหมายของคนแซ่เอวี่ยจากท่านพ่อ แต่นั่นก็ไม่ได้ลบความจริงที่ท่านเพิกเฉยต่อคำสั่งข้า ซูโปจิน” น้ำเสียงเรียบเรื่อยของชายในชุดหนังสัตว์ฟังดูอาฆาตไม่น้อย
แต่นั่นก็เป็เื่ที่ซูโปจินเตรียมใจรับไว้แล้ว! เขาคิดเื่นี้ก่อนที่เขาจะเขี่ยแผ่นหนังออกจากกองไฟเสียอีก และหากว่าเตปูจินผู้ลูกจะเอาความเขาให้ถึงตายเพียงเพราะการกระทำที่เป็ไปเพื่อคุณธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเพื่อนผู้ร่วมสายเืนั้นเขาก็ไม่เสียดายลมหายใจแม้แต่น้อยเช่นกัน แต่ก่อนที่การปะทะกันภายในจะเกิดขึ้นกับกองกำลังทางใต้ก็มีเสียงหนึ่งดังขัดตาทัพเสียก่อน
“…ท่านนายกองขอรับ กองลาดตระเวนกลับมาแล้วขอรับ”
“รายงานมา” เตปูจินจาเตียวเอ่ยด้วยซุ่มเสียงมีอำนาจ
“เข้าประชิดชายแดนไม่ได้ขอรับ!!!” นายทหารคนนั้นเองก็ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำเช่นกัน!
…ส่วนเหตุผลที่เข้าประชิดไม่ได้น่ะหรือ…
ชาวเมืองโลหยางนั้นจะว่าเป็ชาวฮั่นก็ไม่ผิดนัก แต่หากจะกล่าวว่าเป็ชาวมองโกลก็ไม่ผิดเช่นกัน เพราะฉะนั้นรูปร่างหน้าตาของชาวโลหยางนั้นจะว่าไปก็จะไม่เชิงเป็ชาวฮั่นเสียทีเดียว… แต่ในวันนี้ชาวโลหยางที่คอยลาดตระเวนอยู่ตามชายแดนที่พวกเขาคุ้นหน้านั้นมีหน้าตาที่แปลกไป และมันก็ไม่ใช่แค่ไม่คุ้นหน้าเสียด้วย… ชาวฮั่นสักเมืองต่างหากที่กำลังเดินเวรยามอยู่แถวเมืองโลหยาง และไม่ใช่แค่่หลังจากที่ท่านเตปูจินได้รับสาร แต่มันก่อนหน้านั้นนานพอตัว
…อาหารบูดเน่าโชยกลิ่นแรงเสมอ…
เตปูจินจาเตียวที่ควบม้าออกมาสังเกตการณ์เองหลังจากได้รับรายงานมองไปที่ชายแดนเมืองโลหยางอีกครั้ง เพราะว่ามีทั้งแม่น้ำ ป่าและเนินเขาสูงกั้นไว้ จึงทำให้มองโกลกับแผ่นดินฮั่นนั้นถูกตัดออกจากกันเป็ส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นความไม่ลงรอยกันของสองแผ่นดินนั้นก็ยังมีอยู่…
เหล่าทหารที่ใช้ชีวิตไปกับการล่าสัตว์และป้องกันดินแดนของตนนั้น ไม่อาจรู้ได้เลยสักนิดว่าการทำากับดินแดนที่ไม่ได้มีผลได้ผลเสียกันนั้นจะเกิดผลอย่างไร แต่พวกเขาเป็หนี้ชีวิตของท่านเตปูจิน มีทุกวันนี้ได้ก็เพราะท่านเตปูจิน พวกเขาจึงเชื่อว่าไม่ว่าท่านจะสั่งการใดก็ย่อมเป็ผลดีทั้งนั้น…
“ทั้งที่ให้พวกเรามาดูเหตุการณ์ที่โลหยาง แต่ดูท่าว่าจะไม่เหลือโลหยางให้พวกเราดูเสียแล้ว”
เตปูจินจาเตียวเอ่ยเมื่อเริ่มเห็นควันไฟโชยออกมาจากชายป่าพร้อมกับเสียงะโของผู้คน พวกเขาควบม้ามากว่าร้อยลี้เพื่อมาสังเกตการณ์แต่ว่าดูเหมือนจะไม่เหลืออะไรให้สังเกตการณ์แล้ว ไม่มีเสียงกองรบหากแต่ยังสามารถมองเห็นความเสียหายได้ นายกองม้านับสิบที่ตามเตปูจินผู้ลูกมาหันมองหน้ากัน แน่นอนว่าพวกเขาต่างก็้าที่จะรู้เื่ราวภายในโลหยางตอนนี้เพิ่ม แต่ในตอนนี้หากตัดสินใจพุ่งเข้าไปเพื่อสังเกตการณ์ก็ไม่แน่ว่าจะมีอะไรรออยู่บ้าง
“จะเอาอย่างไรดีท่านจาเตียว จะเข้าไปดูเหตุการณ์ให้ใกล้อีกหรือไม่ขอรับ” ทหารหนุ่มใจร้อนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นขณะดูกองเพลิงที่กำลังโหมขึ้น
แน่นอนว่าตามคำสั่งของท่านเตปูจินพวกเขาจำเป็ต้องมี ‘ข่าวสาร’ กลับไปแจ้งท่านและต้องได้ส่ง ‘ความช่วยเหลือ’ ไปให้ถึงโลหยาง แต่ว่าหากบุกไปตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะได้กลับไปแจ้ง ‘ข่าวสาร’ เช่นกัน มันก็แค่การเลือกว่าฝั่งไหนน่ากลัวกว่ากันเท่านั้น… สถานการณ์หนีเสือปะจระเข้เช่นนี้ไม่ทำให้ทหารแห่งมองโกลกริ่งเกรงเลยสักนิด กลับกันมันกลับทำให้เืนักสู้ในตัวของพวกเขาตื่นขึ้น
เตปูจินจาเตียวมองเปลวไฟที่โหมสูงจนมองเห็นได้จากฝั่งโลหยางมาจนถึงตรงนี้อีกครั้งด้วยสายตาพราวระริก แน่นอนว่าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์พวกฮั่นเืผสมแล้วเขาย่อมไม่ได้โกรธแค้นแทนเอวี่ยผิงเกี๋ยและชาวโลหยาง หากแต่ก็ไม่ใช่ความยินดีที่เห็นชาวโลหยางฉิบหายเช่นกัน มันก็เพียงเืนักสู้ในตัวของเขามันร่ำร้องเท่านั้น…
…า…
โอรสแห่งองค์เตปูจินแทบจะคำรามในใจ ทหารป่าเถื่อน ใจถึง มีฝีมือ จุดเด่นทหารมองโกลเป็ที่แน่ชัดแก่ใจ แต่ถึงอย่างนั้นคนกล้าหาญกว่าก็ยังมี…
กองทหารกองหนึ่งกำลังเคลื่อนผ่านเนินเขาสูงของโลหยางมาทางทิศที่พวกเขายืนอยู่ เหล่าบรรดาทหารชาวมองโกลเ้าถิ่นต่างก็ชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อมทันที เหล่ากองม้าลาดตระเวนของมองโกลยืนประจันหน้ากับคนที่พวกเขาไม่อาจมั่นใจได้ว่าคือใคร ธงสีดำที่ชูมาแต่ไกลนั้นดูแปลกตาสำหรับพวกเขา
...ธงสีดำลายพยัคฆ์สีทอง…
“พวกเ้าเป็ใคร” เตปูจินจาเตียวคำรามถามก่อนที่กองทหารนั้นจะก้าวเข้ามาใกล้พวกเขา
“พวกข้ากองกำลังทหารต้าซี…” เมื่อสิ้นสุดคำนั้นเหล่าบรรดาทหารมองโกลก็ขึ้นอาวุธทันที แต่นั่นก็หาได้ทำให้กองหน้าแห่งต้าซีใแต่อย่างใด แม่ทัพหนุ่มยกมือขึ้นห้ามคนฝั่งตน
“ข้าเพียงแต่มีราชสาส์นจากองค์เหนือหัวแห่งต้าซีฝากไปหาท่านเตปูจินเท่านั้น…” ชายผู้นั้นเอ่ยก่อนจะชูบางอย่างในมือขึ้นมา…
ม้วนผ้าแพรสีดำสวยที่บรรจุราชโองการจากเหนือหัวแห่งต้าซีปรากฏแก่สายตาของกองทหารตรงนั้น เสียงฮือฮาจากกองทหารมองโกลดังขึ้นทันที การที่เอวี่ยผิงเกี๋ยส่งข่าวนั้นไม่ใช่เื่ความลับหรือ แล้วเหตุใดทำไมคนของต้าซีจึงรู้ได้ หรือว่าการแจ้งข่าวของเอวี่ยผิงเกี๋ยนั้นเป็แผนการล่อเหยื่อ… ความเป็ไปได้ทั้งหมดรวมถึงข้อสงสัยพรั่งพรูออกมาทันที
“แล้วข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าความในสารนั้นเป็เื่จริง” เตปูจินจาเตียวไม่ฉลาดเท่าไหร่ที่ถามออกมาเช่นนั้น
“นี่คือราชสาส์นของเหนือหัวแห่งต้าซีที่เรียนมาเพื่อทราบเท่านั้น ตามมารยาทของเมืองติดกัน ส่วนคนรับสารจะเชื่อหรือไม่นั่นหาใช่กิจของเหนือหัวข้าไม่!”
…โอกาสหรือกับดัก…
ข่าวลือถึงการแตกกันของชาวฮั่น ที่จริงก่อนหน้านี้เขาก็เคยได้ยินมาแล้วบ้างว่าชาวหยางหลันติดต่อกับเสนาบดีกังฉินของเฉียนฉินเพื่อก่อการฏจากภายใน แต่ไม่นานนักข่าวนั้นก็เงียบหายไปราวกับว่ามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน เดาว่าคงไม่สำเร็จตามเคย การบุกฮั่นนั้นไม่ง่าย…
…และมองโกลยังไม่พร้อมทำศึก…
ความจริงอีกข้อที่ทั้งทหารชาวเมืองและเ้าเมืองรู้ดี ใช่! แม้กระทั่งเตปูจินบอร์เตเองก็รู้ดีว่าในยามนี้มองโกลที่เพิ่งจะพ้นฤดูหนาวนั้นไม่มีเสบียงเหลือมากพอจะรบทัพจับศึกหรอก อย่าว่าแต่พอจับศึกเลย ทุกปีนั้นบางครั้งก็ไม่มีพอเก็บเกี่ยวด้วยซ้ำ กองล่าสัตว์ที่ออกล่าสัตว์ใหญ่ใน่นี้ก็หาได้ยากเพราะหากไม่ใช่สัตว์ที่เลี้ยงเอาไว้แล้ว สัตว์ส่วนใหญ่ก็ยังหลบจำศีลอยู่ เอาเข้าจริงการล่าพวกสัตว์จำศีลเพื่อมาเป็เสบียงกองทัพนั้นง่าย แต่หากทำเช่นนั้นชาวเมืองที่ไม่ได้เป็กองทหารก็จะไม่มีกินเลย…
ชาวมองโกลนั้นอยู่กันแบบชนเผ่า แม้ดินแดนจะมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลหากแต่พื้นที่ทำกินจริงนั้นไม่มากอย่างที่คิด ทั้งเทือกเขาและพื้นหิมะที่หนาวเหน็บเกินกว่าคนทั่วไปจะอยู่ได้นั้นทำให้ประชากรชาวมองโกลถูกจำกัดอยู่ในวงล้อมแคบ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นชาวมองโกลเองก็เป็ผู้ที่แข็งแกร่ง กว่าเจ็ดในสิบส่วนสามารถล่าสัตว์ใหญ่ได้ และทุกคนที่ล่าสัตว์ใหญ่ได้ก็ไม่ยากอะไรที่จะสังหารมนุษย์เพื่อล่าอำนาจ
แต่ถึงจะมีผู้มีฝีมือมากเท่าไหร่แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเสบียงและอาวุธจึงทำให้หากเป็ศึกยืดเยื้อแล้วพวกเขาไม่สามารถที่จะจัดการได้ ชาวฮั่นที่รวมตัวกันเป็ปึกแผ่นนั้นมีทั้งเสบียงและกำลังมาก แม้จะด้อยกว่าด้านฝีมือแต่ก็สามารถทำศึกยืดเยื้อได้ดีกว่าชาวมองโกล นั่นทำให้แม้ว่าท่านเตปูจินจะเป็ผู้ที่เป็หนึ่งในด้านการรบ แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะยึดแผ่นดินฮั่นได้เสียที…
…แต่ตอนนี้ฮั่นสั่นคลอนแล้ว…
แม้มีแสงเพียงเล็กน้อยในเหมันต์อันหนาวเหน็บก็สามารถทำให้อุ่นได้ แม้โอกาสได้รับชัยชนะครั้งนี้จะมีเพียงน้อยแต่เขาก็จะไม่พลาดมันเป็อันขาด เตปูจินเพ่งพินิจแผนที่ดินแดนฮั่นในกระโจมด้วยสายตาแรงกล้า จากข้อความที่เอวี่ยผิงเกี๋ยส่งมานั้น อ่านดูก็รู้ได้ทันทีว่าชาวฮั่นกำลังมีปัญหา…
ชาวฮั่นนั้นแข็งแรงด้วยความสามัคคี ห้าดินแดนที่เป็เหมือนห้าเหลี่ยมทองคำที่แข็งแกร่งไม่อาจเจาะผ่านไปได้ แต่บัดนี้ห้าเหลี่ยมอันศักดิ์สิทธิ์นั้นดูเหมือนจะสั่นคลอนเสียแล้ว อันชาวชนเผ่าอย่างเขานั้นไม่อาจรู้เื่การปกครองได้มากเท่ากับชาวฮั่นที่เรียนตำราหรอก แต่ความสัมพันธ์ของห้าดินแดนแห่งฮั่นเปรียบก็เหมือนการดึงเชือกล้อมคอกสัตว์ หากมีเส้นใดเส้นหนึ่งหย่อนลงแล้วสมดุลย่อมเสีย คอกที่แข็งแรงก็อาจล้มลงได้ทุกเมื่อ
…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องขอบใจชาวต้าซี…
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของผู้ที่รอโอกาสมานานเผยขึ้น แผ่นดินฮั่นกำลังแตกออกจากกันมันเป็เวลาที่เขาเฝ้ารอคอยมานาน าของเขากับชาวฮั่นก็เหมือนกับเส้นด้ายบาง ๆ ที่คานไม้หนักเอาไว้ ยามใดที่เส้นด้ายเอียงหรือบิดเพียงน้อยเมื่อนั้นไม้ก็จะตกกระทบทันที!!
“รายงานด่วนขอรับ!!!” เสียงหนึ่งดังขึ้นหน้ากระโจมของเขา
เตปูจินผู้พ่อหันกลับไปมองทันที ทหารจากทางใต้ที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงยืนรออยู่ด้านหลังของทหารเฝ้ากระโจม ท่าทีของชายผู้นั้นองอาจไม่ต่างจากทหารคนอื่น หากแต่ความเหนื่อยล้าของการเดินทางไกล หรือไม่ว่าจะเป็ด้วยอะไรก็ตามจึงทำให้ชายผู้นี้ดูเหนื่อยอ่อนและแตกตื่นกว่าปกติอย่างที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่า
“ว่ามา” สุรเสียงทรงอำนาจตรัสขึ้น
“ราชสาส์นจากต้าซีขอรับ”