ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนก่อน
“คุณเป็ว่าที่เ้าบ่าวของผู้หญิงที่ชื่อปลายว่า ใช่หรือเปล่าคะ” แคทเดินเข้าทักทายชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ภายในร้านกาแฟเพียงลำพังเดินโผงผางเข้ามาโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุว่าเป็ใคร มาจากไหนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวฝั่งตรงข้างที่ยังว่างอยู่ โดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน
“ครับแล้วคุณเป็ใครหรือครับ” ชายหนุ่มถามด้วยความแปลกใจ เพราะไม่เคยรู้จักกับเธอมาก่อนแต่เธอกลับมานั่งลงที่โต๊ะเดียวกับเขาแถมยังมาถามถึงผู้หญิงที่เป็ว่าที่เ้าสาว
“แคทค่ะฉันชื่อแคท” แนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
“ครับว่าแต่คุณรู้จักปลายฟ้า” น้ำเสียงและสีหน้าที่ยังคงมึนงงเมื่อเธอเดินเข้ามาทักทายด้วยประโยคนั้น น้ำเสียงห้วนๆ ของเธอทำให้เขาไม่เข้าใจอย่างมาก
“รู้จักค่ะปลายฟ้าเป็ว่าที่เ้าสาวของคุณและตอนนี้ก็กำลังเป็ชู้กับคนรักของฉันอยู่เช่นกัน”น้ำเสียงที่นิ่งประกอบกับสีหน้าที่แอบเยาะเย้ยอยู่อย่างแปลกประหลาด
“คุณพูดอะไรของคุณ” น้ำเสียงที่ดังขึ้นเพราะเริ่มไม่ชอบใจผู้หญิงคนนี้ ถามเธอกลับไปด้วยสีหน้าที่แสดงอารมณ์ไม่พึงพอใจ
“ฉันแค่จะมาบอกคุณว่าหลายวันก่อนหน้านี้ ว่าที่เ้าสาวของคุณแอบไปทำอะไรไม่ดีลับหลังคุณและจะฝากคุณไปบอกเธอว่า อย่าคิดที่จะแย่งของใคร ยินดีล่วงหน้านะคะ” น้ำเสียงที่พูดนั้นแข็งกระด้างมุมปากข้างหนึ่งยกขึ้น เบะปากเมื่อพูดจบสายตาที่มองชายหนุ่มอย่างสมเพชั้แ่หัวจรดเท้า
เอกคือชายหนุ่มที่ถูก แคท เดินเข้ามาพูดจาให้หนักใจ เขาเป็ว่าที่เ้าบ่าวของ ปลายฟ้าที่กำลังจะแต่งงานกันในอีก 3 เดือนข้างหน้า ได้ฟังประโยคจากผู้หญิงแปลกหน้าทำให้เขาคิดหนักใจสงสัยในตัวของว่าที่เ้าสาวอย่างมากแต่หลักฐานก็ไม่มีจะไปปักใจเชื่อก็ดูว่าไร้ความคิดเกินไปจึงเก็บเื่นี้ไว้ไม่ให้ใครรู้ รวมถึงไปไม่เอ่ยปากเล่าให้ ปลายฟ้าได้ฟังแม้แต่นิดเดียว
ตกเย็นของวันนั้น
“เอกแบบนี้สวยหรือเปล่าคะ” ปลายฟ้าว่าที่เ้าสาวป้ายแดงเลือกดูของชำร่วยในร้านที่มากับชายหนุ่มว่าที่เ้าบ่าวเธอหยิบของชำร่วยชิ้นหนึ่งขึ้นมาเชยชม และถามความเห็นของเขาอย่างยิ้มแย้ม
เหมือนเขากำลังคิดอะไรอยู่เหม่อลอยดูไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่หญิงสาวกำลังถาม
“เอกค่ะเอก เอก!” เสียงเรียกที่ไล่ระดับขึ้นจากเสียงนุ่มนวลก็ถึงเสียงที่ดังจนคนที่เหม่อลอยสะดุ้งขึ้นมาตามเสียงที่ก้องกังวานนั้น
“ครับว่ายังไงนะ” ถามกลับด้วยน้ำเสียงกุกกักเลิ่กลั่กเพราะไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่อีกฝ่ายถามเลยก่อนหน้านี้
“เอกเป็อะไรหรือเปล่าคะกำลังคิดอะไรอยู่” มองดูหน้าเขาอย่างสงสัยก่อนจะยิ้มอ่อน และถามกลับไป มือของเธอแตะจับที่มือของเขาอย่างห่วงใยและอ่อนโยน
“เปล่าเปล่าครับ ไม่ได้คิดอะไร เมื่อกี้ฟ้าถามว่ายังไงนะ” ยิ้มกลบเกลื่อนถามกลับพร้อมทำท่าทีกำลังตั้งใจฟัง สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“ฟ้าถามว่าของชำร่วยชิ้นนี้ สวยหรือเปล่า” ถามย้ำกลับอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง อ่อนโยน และสุภาพ
“สวยครับฟ้าชอบหรือเปล่า ถ้าฟ้าชอบ เลือกแบบนี้ก็ได้นะ”ว่าที่เ้าบ่าวเปิดทางให้เธอเลือกของชำร่วยได้ตามความชอบของเธอโดยไม่แย้งและเห็นดีงามไปด้วยกัน
โรงพยาบาล
เอกมีอาชีพเป็หมอ ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดที่อยู่อาศัยนอกจากนั้นเขายังเปิดคลินิกส่วนตัวเพิ่มขึ้นมาเป็อีกหนึ่งธุรกิจ ได้มารู้จักกับปลายฟ้ารุ่ง ว่าที่เ้าสาวจากการแนะนำของเพื่อนสนิท เขาเองครองโสดมายาวนานประจบกับ่จังหวะที่เธอโดดเดี่ยว จึงได้คุยปรึกษากันไปมาหลายเื่ราวก่อเกิดเป็ความรักจนมาถึงวันที่เขา คุกเข่าขอเธอแต่งงานในวันแห่งความรักของปีนี้
“ขับรถกลับบ้านดีๆนะครับ” เขากล่าวขอบคุณว่าที่เ้าสาว เมื่อเธอขับรถมาส่งเขาถึงที่ทำงานหลังจากเสร็จธุระจากร้านเวดดิ้ง
“ค่ะไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะ” เธอตอบกลับไปและยิ้มที่สดใสของเธอนั้นทำให้เขายิ้มกลับมาอย่างอบอุ่น
หญิงสาวเมื่อกลับจากส่งว่าที่เ้าบ่าวไปทำงานก็กลับมาที่บ้านของตัวเอง ออกกำลังกาย บำรุงผิวพรรณเตรียมตัวเป็เ้าสาวที่สวยให้กับคุณหมอเอก หมอหนุ่มสุดหล่อฐานะดีมีชื่อเสียงคนหนึ่งของจังหวัด
นั่งพอกผิวไปก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเข้าไปในโซเชี่ยลเขี่ยจอเลื่อนดูไปเรื่อยๆ ก็ต้องสะดุดตากับรูปภาพหนึ่งที่ถูกโพสต์และแชร์ในโซเชี่ยลอย่างล้นหลามไม่นาน
ครืด ครืด ครืด!
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือของเธอดังขึ้น
“ค่ะเอก” เธอกดรับสายและตอบรับปลายสาย
(ฟ้าคุณมีอะไรอยากจะบอกกับผมหรือเปล่า) เสียงดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์เครื่องที่แนบติดอยู่บนหูของเธอ
“ไม่มีค่ะ”น้ำเสียงกังวล เพราะไม่รู้จะอธิบายบางเื่ราวให้เขาฟังอย่างไรเธอเองยังไม่รู้ที่มาที่ไปเสียด้วยซ้ำ
(ถ้าคุณบอกว่าไม่มีอะไรผมก็จะเชื่อ งั้นคุณพักผ่อนเถอะ ผมรักคุณนะ) สายโทรศัพท์ถูกวางไปเมื่อจบประโยคสนทนา
ปลายฟ้าพยายามเข้าไปไล่อ่านคอมเม้น เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับบางอย่างที่เธอเห็นแต่ก็ดูเหมือนว่าจะได้คำด่าผ่านตัวหนังสือเสียมากกว่าเธอวางโทรศัพท์มือถือลงบนโซฟาที่นั่งอยู่ มือก็ดึงผ่านมาสก์หน้าออกอย่างใจร้อนเดินลุกไปมากระวนกระวายคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก อย่างเดียวที่เธอคิดออกในเวลานี้คือรอเวลาให้ถึงเช้าวันใหม่อย่างจดจ่อ เพราะนั่นอาจเป็สิ่งเดียวที่ให้คำตอบกับเธอได้มากกว่าการไปอ่านตามคอมเม้นจากสื่อโซเชี่ยล
รุ่งเช้าของวันใหม่
รอเวลาให้เช้าก็ยาวนานมากพอแล้วต้องรอเวลาเลิกงานไปอีก ไหนจะสายตาของคนในที่ทำงานที่มองและหันกลับไปซุบซิบกันเวลาเธอเดินผ่านนั้นอีก เวลาของเธอในตอนนี้เดินช้าเหลือเกิน
“ทัต”เสียงเรียกที่ดังและหนักหน่วง สีหน้าที่บึ้งตึงของเ้าของเสียงนั้นเธอมาหาเขาถึงที่ทำงาน
“อ้าวฟ้า นึกยังไงมาถึงที่ทำงาน ไม่บอกล่วงหน้า” สีหน้าของเขาแปลกใจถามกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติ เมื่อเธอมาทันเวลาพอดี หากช้ากว่านี้คงคลาดไม่เจอกัน
“มีเื่จะคุยด้วยหน่อย”เสียงที่นิ่งโทนเดียว สีหน้าที่ไม่ยิ้มแย้มเอ่ยขึ้นมาทันทีโดยไม่ยืดเยื้อ
“ได้สิเข้ามานั่งก่อน” เขาพยักหน้าตอบตกลง ขยับตัวหันข้างผายมือข้างหนึ่งไปทางเก้าอี้ของโต๊ะรับแขกที่อยู่ด้านในห้องทำงานของเขา
ทัตสิพงษ์ยื่นมือรับโทรศัพท์มือถือจาก ปลายฟ้ารุ่ง เพื่อมาดูบางอย่างที่เธอ้าจะถามสายตาของเขามองยกขึ้นจากหน้าจอมือถือมองมาที่เธอด้วยความใและรู้สึกผิดต่อเธออย่างมาก