ฉึก!!!
เสียงดังเสียดหูที่มีเพียงราชามารทิศเหนือและเหลยป้าเทียนได้ยิน
กริชเล่มนี้คือกริชนิลนาคาที่เคยเป็นของราชามารตะวันตกมาก่อนซึ่งเขาขายให้เหลยป้าเทียนในราคาห้าสิบล้านเหรียญทองและมันเป็นสมบัติล้ำค่าของเขามาตลอดครั้งนี้เขาสามารถลอบสังหารราชามารทิศเหนือได้สำเร็จด้วยกริชเล่มนี้
“ทำไมกัน”
ราชามารทิศเหนือมองเหลยป้าเทียนด้วยสายตาไม่อยากเชื่อเขาคิดไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายแล้วคนที่โจมตีเขาก็คือเหลยป้าเทียนที่ตนเชื่อใจมาตลอด
ในตอนแรกเขาโดนล้อมสังหารโดยคนไม่รู้จักเหลยป้าเทียนเข้ามาช่วยเขาเอาไว้จนบาดเจ็บหนักเขาเป็นคนให้ความสำคัญในความสัมพันธ์มากจึงเห็นเหลยป้าเทียนเป็นพวกพ้องเดียวกันมาตลอด เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าเหลยป้าเทียนจะทำร้ายตนเช่นนี้
“เพราะเจ้ากับราชามารตะวันตกคืนดีกันแล้วอย่างไรล่ะ”
เหลยป้าเทียนกล่าวกับราชามารทิศเหนือเบาๆเนื่องจากทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมาก และยังมีกริชแทงอยู่ด้านหลังอีกทำให้ซูเหยียนไม่รู้ว่าราชามารทิศเหนือได้รับบาดเจ็บ
แต่ก็ไม่แปลกใจใครจะไปคาดคิดว่าในหุบเขาสุขาวดีแห่งนี้จะมีคนกล้าลงมือกับราชามารทิศเหนือ
ราชามารทิศเหนือคิดโคจรพลังตอบโต้กลับไปแต่กลับพบว่าพลังของตนเองเหือดหายไป ยากที่จะรวบรวมพลังออกมาได้
“อย่าดิ้นเลยกริชนี้อาบยาพิษเอาไว้ เจ้าไม่มีโอกาสแล้ว”
เหลยป้าเทียนยังคงกล่าวเสียงเบาใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้แสดงพิรุธออกมาแม้แต่น้อย
“เหยียนเอ๋อร์หลบไปเร็ว”
ราชามารทิศเหนือพยายามอย่างที่สุดจึงสามารถซัดพลังที่รวบรวมไว้ออกไปจนได้ทำให้ซูเหยียนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกระเด็นออกไปไกลราวห้าจั้ง ออกห่างจากเหลยป้าเทียน
“ท่านพ่อ!”
ซูเหยียนคิดจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่พบว่าเหลยป้าเทียนถือกริชทำร้ายราชามารทิศเหนือไปแล้ว
“ไอ้ชั่วไปเอาความกล้ามาจากไหน!”
ซูเหยียนเห็นเหลยป้าเทียนทำเช่นนี้จึงตะโกนด่าออกไปในขณะเดียวกันพลังบนร่างกายก็ปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่งแสดงพลังขั้นราชันระดับสูงออกมาในพริบตา
สิ่งที่เกิดขึ้นดึงดูดสายตาอำนาจยิ่งใหญ่ทั้งหลายในที่นั้นเข้ามาทันที
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าราชามารทิศเหนือที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งในหุบเขาสุขาวดีจะโดนคนของตนเองลอบทำร้ายและที่นี่ไม่เคยขาดคนชอบมุงดูความสนุก ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งโดนลอบทำร้ายหากสูญสิ้นพลังต่อสู้ไปจริงๆ หลายคนในที่นี้จะลงมือพร้อมกันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งโดยไม่ต้องคิดไตร่ตรองใดๆ
“เรื่องนี้คงต้องถามพ่อเจ้าน่าจะเป็นเขาที่ทำให้ข้าบังอาจได้ขนาดนี้ เจ้าว่าถูกต้องหรือไม่”
เหลยป้าเทียนหันไปถามราชามารทิศเหนือที่อยู่ตรงหน้าเส้นชีพจรส่วนใหญ่ของอีกฝ่ายถูกเขาควบคุมไว้แล้วทำให้ราชามารทิศเหนือหมดสิ้นพลังต่อสู้ไปอย่างสิ้นเชิง
“ปล่อยพ่อข้า”
ซูเหยียนไม่ใช่คนโง่เขาดูออกถึงสถานการณ์ในตอนนี้และยิ่งดูออกด้วยว่ามีสายตาโหดเหี้ยมราวกับสัตว์ร้ายหิวกระหายจ้องมองอยู่รอบๆ
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกล้าดีอย่างไรมาสั่งข้า คุกเข่าลง”
คำว่าคุกเข่าโจมตีเข้าไปยังจิตใจของซูเหยียนในทันที
เหลยป้าเทียนอยู่ใต้อำนาจของราชามารทิศเหนือทำให้ซูเหยียนเหยียดหยามเขามาตลอดและชอบทำให้เหลยป้าเทียนลำบากส่วนเหลยป้าเทียนพยายามอดทนมาตลอด เขายอมรับในคำสั่งอย่างว่าง่ายเป็นเหมือนข้ารับใช้คนหนึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าซูเหยียน ตอนนี้สถานการณ์พลิกกลับถึงเวลาแก้แค้นของเหลยป้าเทียนแล้ว
“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้ข้าอาจพิจารณาปล่อยเขาไปก็ได้”
เสียงของเหลยป้าเทียนดังก้องไปทั่วทั้งทะเลสาบคนส่วนใหญ่มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสงบ
ผู้อาวุโสเจ็ดคนจากสำนักต่อสู้เป่ยโต้วเข้ามาสังเกตการณ์พวกเขาไม่ได้ลงมือ แต่ก็ไม่มีความคิดจะออกไป
ซูเหยียนมองอีกฝ่ายด้วยแววตาสับสนกำลังดำดิ่งเข้าสู่ห้วงความคิด
“เป็นอย่างไรไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นลูกกตัญญูอยู่เสมอหรอกหรือ ให้เจ้าคุกเข่าลงแล้วจะช่วยพ่อเจ้าได้แค่นี้เจ้ากลับไม่ยอมทำอย่างนั้นหรือ”
“เหยียนเอ๋อร์หนีไป หนีไปเร็วเข้า!”
ราชามารทิศเหนือในตอนนี้จิตสำนึกเริ่มเลือนรางเขาพยายามครองสติไว้แล้วตะโกนบอกซูเหยียน
“ท่านพ่อ...”
ซูเหยียนอยากช่วยพ่อของเขามากแต่เขารู้ดีว่าต่อให้คุกเข่าลงก็ไร้ประโยชน์ในทางกลับกันอาจเป็นไปตามแผนการของอีกฝ่ายก็ได้ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าลงมือแล้วแสดงว่าไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปอย่างเด็ดขาดเขากำลังคิดอยู่ว่าควรทำอย่างไรจึงจะช่วยท่านพ่อและสังหารเหลยป้าเทียนได้ด้วย
“หนีไปข้าให้เจ้าไปไม่ได้ยินหรือ”
ราชามารทิศเหนือเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างจึงตะโกนบอกซูเหยียนเสียงดังตราบใดที่ยังมีชีวิตก็ยังมีความหวัง ตอนนี้มาถึงขั้นนี้แล้วคงไม่มีโอกาสอื่นอีก
แต่เห็นได้ชัดว่าซูเหยียนไม่ได้ล่วงรู้ถึงความคิดของราชามารทิศเหนือ
“ข้าลูกหลานตระกูลซูมีเพียงเผชิญหน้าความตายเท่านั้น ไม่เคยต้องคุกเข่าให้ใคร”
ซูเหยียนสีหน้าเคร่งขรึมไอพลังที่รุนแรงอยู่แล้วพลันพลุ่งถึงขีดสุดในพริบตาจากนั้นเขาจึงกระโจนใส่เหลยป้าเทียนด้วยความเร็วสูงสุด คิดจะใช้กำลังเข้าสู้
เขาเคยคิดคำนวณถึงพลังยุทธ์ของเหลยป้าเทียนว่าน่าจะถึงขั้นราชันระดับสูงแล้วซึ่งไม่ได้ต่ำต้อยเลย แต่ครึ่งปีที่ผ่านมานี้พลังยุทธ์ของเขาก้าวหน้าขึ้นมากจากการฝึกฝนในสุสานและยังได้เรียนรู้การต่อสู้มาจากจี๋เล่อน้อยอีกด้วยทำให้เขาเชื่อมั่นว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้
“เฮอะคิดจริงๆ หรือว่าข้ามีพลังแค่นี้”
เหลยป้าเทียนมองซูเหยียนที่กระโจนเข้ามาด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
เขาไม่เคยเป็นคนธรรมดาตระกูลเหลยในเมืองเสียเยว่ยิ่งใหญ่มากในสามมณฑล หุบเขาสุขาวดีที่ห่างไกล เขากลับเข้ามาแทรกแซงควบคุมสำนักตี้หยินของที่นี่ได้ความสามารถเหล่านี้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของเขาได้แล้ว
เขาคิดอยู่แล้วว่าซูเหยียนจะโจมตีกริชในมือไม่ได้ถูกดึงออกมา แต่ใช้นิ้วมือชี้ออกไปด้านหน้า
ซูเหยียนเพิ่งเข้ามาอยู่ในระยะเก้าฉื่อเบื้องหน้าเขาพลันมีพลังหลายสายรวมตัวกันเป็นตาข่ายปรากฏขึ้นกลางอากาศตรึงร่างของซูเหยียนได้ในพริบตาเดียวทำให้เขาขยับร่างไม่ได้
“เจ้ามีพลังแค่นี้ยังคิดสู้กับข้าอีกหรือ”
เหลยป้าเทียนส่ายหัวแม้แต่ราชามารทิศเหนือที่มีพลังยุทธ์ขั้นจักรพรรดิยังโดนเขาลอบทำร้ายได้ แล้วกับซูเหยียนจะนับเป็นอะไรได้
“เชือกมังกรเจ้าถูกพวกเขาส่งมาจริงๆ”
ราชามารทิศเหนือถอนหายใจออกมาเขามองตาข่ายพลังตรงหน้าก็รู้ได้ทันทีว่าไม่มีโอกาสแล้ว
ความจริงแล้วเขาหวาดระแวงการลอบสังหารเมื่อครึ่งปีก่อนมาตลอดแต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเหลยป้าเทียนยิ่งคิดไปถึงก่อนหน้านี้ที่ราชามารตะวันตกมีความแค้นต่อเหลยป้าเทียนเขายังคิดเจรจาให้พวกเขา ยิ่งทำให้รู้สึกว่าตนเองเหมือนเป็นเด็กคนหนึ่ง
“ไม่ผิดน่าเสียดายที่เจ้ารู้ตัวช้าเกินไป ตั้งแต่ที่เจ้ามาถึงที่นี่ เจ้าก็แพ้ไปแล้ว”
เหลยป้าเทียนหัวเราะเสียงดังก้องความรู้สึกที่ได้กุมชะตาชีวิตผู้อื่นเช่นนี้กลับคืนมาแล้วหลังจากห่างหายไปนานถึงครึ่งปี
“เดิมทีข้าคิดจะทรมานยอดฝีมืออันดับหนึ่งอย่างเจ้าก่อนน่าเสียดายที่พวกเขาบอกว่าค่ำคืนนี้จะยาวนาน ต้องกำจัดเจ้าให้ได้ก่อนข้าจะรักษาร่างของเจ้าให้สมบูรณ์ที่สุด รับความตายเสียเถอะ!”
เมื่อกล่าวจบเหลยป้าเทียนกระชากกริชออกทันทีตามมาด้วยเลือดสดๆ ไหลเป็นทาง แต่ตอนที่เขาเตรียมเชือดคอราชามารทิศเหนือคลื่นพลังน่ากลัวสายหนึ่งกลับทำให้ร่างของเขาเซจนเกือบล้มลง
เมื่อเขาตั้งหลักได้กลับพบว่าราชามารทิศเหนือหลุดจากการควบคุมของเขาไปแล้ว
“เจ้าเองหรือ”
เหลยป้าเทียนตั้งสติกลับมาได้เห็นว่าเริ่นเสี้ยวเทียนประคองร่างราชามารทิศเหนือเอาไว้และยืนอยู่ห่างจากเขาไปราวสามจั้งในขณะเดียวกันซูเหยียนที่โดนเชือกมังกรตรึงร่างเอาไว้ก็โดนเขาดึงตัวไปด้วย
เขามัวแต่สนใจเสิ่นเสวียนอยู่ตลอดจนลืมตัวแปรที่ไม่แน่นอนอย่างเริ่นเสี้ยวเทียนไป
“ลำพังแค่เจ้ายังคิดสู้กับข้าอีกหรือ”
เหลยป้าเทียนไม่มีทางมองดูความสำเร็จของตนเองถูกแย่งชิงไปได้เขาทำสีหน้าโหดเหี้ยมและกลายเป็นลำแสงกระโจนเข้าสังหารเริ่นเสี้ยวเทียนในฉับพลัน
ทว่าเริ่นเสี้ยวเทียนรออีกฝ่ายอยู่นานมากแล้วไม่ว่าจะเป็นบัญชีแค้นเก่าหรือใหม่ เขาจะจัดการไปพร้อมกันเลย
เริ่นเสี้ยวเทียนวางร่างราชามารทิศเหนือลงข้างๆจากนั้นจึงกระโจนออกไป