สตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า

    บทที่ 44 ภรรยาข้าต้องใช้ของดีที่สุด

    หลังจากที่เจ้าของร้านนำปิ่นหลากหลายแบบออกมาให้เลือก เหวินเจาเหยียนเดินไปที่โต๊ะที่วางปิ่นอย่างสง่างาม สายตาของเขากวาดมองไปทั่วอย่างพิจารณา ขณะที่หยางลี่เจินยืนมองด้วยความเขินอาย


    “คุณ… ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะคะ” เธอพูดเสียงเบา

    เขาหันมามองเธอ สีหน้าของเขาเรียบนิ่ง แต่ดวงตากลับแฝงความแน่วแน่ “ข้าบอกแล้ว ว่าของที่เจ้าจะใช้ต้องดีที่สุด” เธอก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ไม่กล้าเถียงอีก ได้แต่มองเขาเลือกปิ่นอย่างละเอียด ไม่นาน เหวินเจาเหยียนก็หยิบปิ่นหยกอันหนึ่งขึ้นมา มันสลักลายดอกเหมยอย่างประณีต สีเขียวอ่อนของหยกสะท้อนแสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามาในร้าน


    “อันนี้เหมาะกับเจ้า” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่หนักแน่น


    หยางลี่เจินเงยหน้าขึ้นมอง เธอเบิกตากว้างเล็กน้อย “มันดูสวยมากเลยค่ะ แต่… มันแพงเกินไปหรือเปล่า?” เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย “ข้าไม่ได้ถามเจ้าเรื่องราคา ข้าถามว่าเจ้าชอบหรือเปล่า”


    เธอก้มหน้าลงอีกครั้ง ใบหน้าแดงระเรื่อ “ฉัน… ฉันชอบค่ะ” เหวินเจาเหยียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะส่งปิ่นให้เจ้าของร้านจัดการให้เรียบร้อย หลังจากชำระเงินเรียบร้อย ทั้งสองออกมาจากร้าน ปิ่นหยกที่เพิ่งซื้อถูกเก็บไว้อย่างดีในกล่องกำมะหยี่


    “ขอบคุณนะคะ” หยางลี่เจินพูดเบาๆ ขณะเดินเคียงข้างเขา


    เหวินเจาเหยียนปรายตามองเธอ “ข้าบอกแล้วว่าเจ้าคือภรรยาของข้า ของที่เจ้าจะใช้ต้องเหมาะสมกับเจ้า” คำพูดนั้นทำให้เธอหน้าแดงขึ้นอีกครั้ง เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พยายามไม่สบตาเขา


    “เจ้าชอบปิ่นอันนี้มากใช่ไหม?” เขาถามพลางหยุดเดิน หยางลี่เจินหยุดตาม และพยักหน้าเบาๆ “ค่ะ มันสวยมาก”

    เขาพยักหน้า “งั้นก็ปักไว้ตอนนี้”

    “ตอนนี้เลยเหรอคะ?” เธอถามด้วยความตกใจ เขาไม่ได้ตอบ แต่เปิดกล่องปิ่นหยกออกมา ก่อนจะยื่นมือไปที่เรือนผมของเธอ


    “นิ่งๆ” เขาสั่งเบาๆ พร้อมกับรวบเรือนผมของเธออย่างเบามือ หยางลี่เจินยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงเมื่อเขาอยู่ใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขา ไม่นาน ปิ่นหยกก็ปักอยู่บนเรือนผมของเธออย่างสวยงาม เขาก้าวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อพิจารณาผลงานของตัวเอง


    “เรียบร้อย” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงพอใจ


    หยางลี่เจินเอื้อมมือแตะปิ่นเบาๆ พลางมองเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงทำให้เธอรู้สึกพิเศษได้มากขนาดนี้


    “ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” เธอพูดเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่ซ่อนความเขินอาย เขาเพียงแค่พยักหน้า ก่อนจะเดินนำหน้าไป “กลับกันเถอะ” หยางลี่เจินเดินตามหลังเขา รอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าของเธอไม่จางหาย และหัวใจของเธอรู้สึกอุ่นวาบอย่างบอกไม่ถูก


    หลังจากทั้งสองเดินออกจากร้านขายปิ่น หยางลี่เจินยังคงลูบปิ่นหยกที่ปักอยู่บนเรือนผมของตัวเองด้วยความรู้สึกอุ่นใจ เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเหวินเจาเหยียนที่เดินนำหน้า เขาดูสงบนิ่งเหมือนปกติ แต่ทุกการกระทำของเขาในวันนี้กลับทำให้เธอรู้สึกถึงบางอย่างที่ลึกซึ้ง


    ระหว่างทางกลับจวน รถม้าก็เคลื่อนตัวไปตามถนนที่คึกคักในตลาดใหญ่ เสียงของพ่อค้าแม่ขายดังเจื้อยแจ้ว หยางลี่เจินมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตื่นเต้น


    “คุณเคยเดินตลาดแบบนี้บ้างไหมคะ?” เธอถาม พลางหันมามองเขา


    “ไม่” เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับเอนตัวพิงพนักรถม้า “ข้าไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้”


    หยางลี่เจินหัวเราะเบาๆ “คุณควรลองบ้างนะคะ มันสนุกมาก”


    “เจ้ากำลังชวนข้าเดินตลาดหรือ?” เขาถาม พลางหันมามองเธอด้วยสายตาแฝงความขบขัน


    “ก็… ใช่ค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม “บางทีคุณอาจจะชอบก็ได้”


    “ข้าไม่แน่ใจว่าข้าจะชอบการเบียดเสียดกับผู้คน” เขาตอบเรียบๆ แต่แววตาเริ่มอ่อนลง


    หยางลี่เจินยิ้มกว้าง “แต่มันจะสนุกมากถ้าคุณลอง ฉันสัญญาเลยค่ะ” เหวินเจาเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น “บางทีวันหนึ่ง… ข้าอาจจะลองตามเจ้าไป”


    คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินหัวเราะคิกคัก “ฉันจะรอนะคะ” เมื่อกลับถึงจวน หยางลี่เจินก้าวลงจากรถม้าโดยมีเหวินเจาเหยียนยืนรออยู่ข้างๆ บ่าวในจวนรีบเข้ามาต้อนรับ พวกเขาเตรียมตัวเพื่อจัดของที่ซื้อมาทั้งหมด


    ขณะเดินกลับเข้ามาในจวน หยางลี่เจินอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “วันนี้… ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ”


    เหวินเจาเหยียนหยุดเดิน หันมามองเธอ ดวงตาของเขาสบกับเธออย่างแน่วแน่ “ไม่ต้องขอบคุณ เจ้าเป็นภรรยาของข้า สิ่งที่ข้าทำให้เจ้าเป็นเรื่องปกติ” คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกอุ่นวาบในใจอีกครั้ง เธอพยักหน้าเล็กน้อย แต่รอยยิ้มของเธอไม่จางหาย


    “งั้นฉัน… ไปพักก่อนนะคะ” เธอพูดเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับห้องของตัวเอง


    เหวินเจาเหยียนยืนมองเธอจนลับสายตา ใบหน้าที่ปกติจะนิ่งขรึม กลับปรากฏรอยยิ้มบางๆ ที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว


    “เจ้าช่างวุ่นวายจริงๆ” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องทำงานของเขา พร้อมความคิดบางอย่างที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้


    หลังจากหยางลี่เจินกลับเข้ามาในห้อง เธอถอดปิ่นหยกออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะใกล้ๆ เธอมองมันด้วยรอยยิ้มเล็กๆ


    “เขาทำอะไรแบบนี้ทำไมกัน…” เธอพึมพำเบาๆ ใบหน้าขึ้นสีแดงเล็กน้อย ในขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความคิด เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น เธอสะดุ้งรีบหันไปมอง เห็นเหวินเจาเหยียนเดินเข้ามาโดยไม่เคาะประตู


    “คุณ…” เธออ้าปากค้าง ก่อนจะถามอย่างงุนงง “คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”


    เหวินเจาเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อย พลางยิ้มมุมปาก “ห้องของข้า ทำไมข้าจะเข้าไม่ได้?”


    คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินหน้าแดง เธอรีบเบือนหน้าหนี “แต่นี่มันห้องที่ฉันอยู่…”


    “เจ้าก็อยู่ในห้องของข้า ไม่ใช่หรือ?” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่แฝงความขบขัน เธออึ้งพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาเขา


    “หรือเจ้าคิดว่าเมื่อแต่งงานแล้ว เจ้าจะได้ห้องของตัวเองแยกต่างหาก?” เขาถามพลางเดินเข้ามาใกล้


    หยางลี่เจินเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าแดงระเรื่อ “ฉันแค่… ไม่คิดว่าคุณจะเข้ามาโดยไม่บอก” เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นทำให้เธอรู้สึกทั้งเขินและโมโหในเวลาเดียวกัน


    “ข้าก็แค่เข้ามาดูว่าเจ้าพักผ่อนดีหรือยัง” เขาพูดพร้อมมองไปรอบๆ ห้อง สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ปิ่นหยกบนโต๊ะ “เจ้าถอดปิ่นออกแล้ว?”


    หยางลี่เจินพยักหน้า “ฉันกลัวว่ามันจะหลุดค่ะ เลยวางไว้ก่อน”


    เขาเดินไปหยิบปิ่นขึ้นมาพิจารณา พลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความจริงจัง “ของที่ข้าให้ ไม่ใช่แค่ของประดับธรรมดา มันคือสิ่งที่เจ้าควรดูแลให้ดี”


    “ฉันรู้ค่ะ” เธอตอบเบาๆ


    เหวินเจาเหยียนหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมลึกจ้องตรงเข้าไปในดวงตาของเธอ “ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจความหมายของมัน”


    หยางลี่เจินนิ่งไปครู่หนึ่ง ใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว “ฉันจะดูแลมันอย่างดีค่ะ”


    เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะวางปิ่นลงบนโต๊ะ แล้วหันไปทางประตู


    “พักผ่อนเถอะ ข้าแค่แวะมาดู” เขากล่าวเรียบๆ


    แต่ก่อนจะก้าวออกไป เขาหันมาพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ “อย่าลืม… ห้องนี้เป็นห้องของข้า เจ้าจะหวงข้าก็ไม่ได้”


    คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินหน้าแดงอีกครั้ง เธอเบือนหน้าหนี ขณะที่เขาหัวเราะเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งเธอไว้กับหัวใจที่ยังเต้นแรงและความรู้สึกที่เริ่มชัดเจนขึ้นในใจ



    คล้ายกับเรื่องสตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ที่คุณอ่าน