มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 87 : ไป่ซาน

    ตอนที่ 87 


     


    “สินค้าชิ้นแรก คือรูปสลักวัว ที่สร้างมาจากแร่ปริศนา แม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายทับทิม แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ได้ยืนยันมาแล้วว่า ส่วนประกอบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในตารางธาตุ ราคาเริ่มต้นคือ 50 ล้านหยวนค่า..."


     


    ชายอ้วนที่มีไฝบนหน้าผาก ชูป้ายหมายเลขของตัวเองขึ้น “60 ล้าน" 


     


    “60 ล้านงั้นเหรอ เหลวไหลสิ้นดี... ฉันให้ 80 ล้าน" ผู้หญิงวัยกลางคนชูป้ายสู้ราคา


     


    ผ่านไปไม่นาน ราคาก็พุ่งทะยานจนแตะ 200 ล้านหยวน ทั้นใดนั้นเอง กู่เฟยหรงก็ยกป้ายเสนอราคาบ้าง “500 ล้าน"


     


    แขกที่เข้าร่วมประมูล ต่างพากันหยุดเสนอราคา หากผู้นำตระกูลกู่จากในเมืองหลวง หมายตาอะไรเอาไว้ ก็ยากที่จะฉกชิงมาได้ ทว่าชายหนุ่มคนหนึ่ง กลับยกป้ายขึ้นมา ท่ามกลางสายตาของฝูงชน


     


    “600 ล้าน"


     


    การกระทำของชิงเทียน ทำให้ผู้คนส่งเสียงฮือฮา พวกเขาคิดว่าชิงเทียนคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ ที่คิดจะท้าทายอำนาจของตระกูลใหญ่ แต่เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นชายชราที่นั้งอยู่ข้างๆ แขกทุกคนก็พากันปิดปากเงียบสนิท ที่น่าแปลกใจคือ กู่เฟยหรง กลับแสดงสีหน้ายิ้มแย้ม ไร้ซึ่งความโกรธเคือง อีกทั้งยังไม่คิดที่จะเอ่ยสู้ราคา


     


    “อ...เอ่อ ถ้าไม่มีใครเสนอราคา ดิฉันจะเริ่มนับแล้วนะค่ะ 600 ล้านครั้งที่หนึ่ง.... 600 ล้านครั้งที่สอง... 600 ล้านครั้งที่สาม... ปิดประมูลค่ะ!!" หญิงสาวบนเวทีประกาศเสียงดัง 




    เหล่าแขกที่มาร่วมงาน ไม่กล้าที่จะพาตัวเองเข้าไปเสี่ยง เพราะแม้แต่ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุด ยังต้องหลีกทางให้ 




    “รูปสลักนั่นคืออะไรกัน ขนาดอยู่ห่างตั้งขนาดนี้ ยังสัมผัสได้ถึงพลังปราณจำนวนมหาศาล" ฮวงเทียนหลงเอ่ยถามออกมา เขาเองก็ต้องการรูปสลักชิ้นนั้นเช่นกัน แต่เนื่องจากเขาไม่อยากมีปัญหากับชิงเทียน จึงจำเป็นต้องหลีกทางให้


     


    ชิงเทียนนั่งกอดอก พลางอธิบาย “มันคือแก่นหยางบริสุทธิ์ สามารถเพิ่มความเร็วการบ่มเพาะพลังได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไป ผู้เยาว์จะนำมันไปกลั่นยา แล้วมอบให้กับผู้อาวุโสทีหลัง"


     


    ฮวงเทียนหลง กล่าวขอบคุณล่วงหน้า การดูดซับผ่านทางเม็ดยานั้น สดวกและปลอดภัยกว่าการดูดซับโดยตรง อีกทั้งประสิทธิภาพยังเพิ่มขึ้นหลายเท่า ชายชรารู้สึกว่าตนโชคดีจริงๆ ที่ได้ผูกมิตรกับชิงเทียน เนื่องจากผู้บ่มเพาะ ที่มีความสามารถในการกลั่นยานั้น หายากยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร


     


    สินค้าชิ้นต่อไป ถูกนำขึ้นมาบนเวที มันเป็นดาบโบราณรูปร่างโค้งมน “สิ้นค้าชิ้นต่อไป คือดาบประจำตัวขององครักษ์ ในยุคราชวงศ์ถัง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 20 ล้านหยวนค่ะ"


     


    ชิงเทียนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย หลังจากที่เขาใช้ปราณตรวจสอบดู ก็พบว่าภายในดาบ มีพลังของธาตุอัสนีไหลเวียนอยู่ ทว่าก็ยังไม่มามารถเทียบได้กับ ศาสตราวุธเซียนได้อยู่ดี ฮวงเทียนหลงเองก็ มีความคิดไม่ต่างจากชายหนุ่ม 




    การประมูลยังคงดำเนินต่อไป สิ้นค้าที่ถูกนำออกมา ไม่มีชิ้นไหนที่เข้าตาชิงเทียน จนกระทั่งกรงเหล็กถูกนำออกมา ภายในกรง มีหมาป่าสีขนสีขาว นอนหมอบด้วยอาการสั่นกลัว ร่างกายของมัน มีรอยแผลจากการเฆี่ยนตีอยู่หลายแห่ง แต่สิ่งที่ทำให้หมาป่าตัวนี้ โดดเด่นกว่าตัวอื่นก็คือ ดวงตาที่สาม ซึ่งปรากฏอยู่บริเวณหน้าผาก


     


    ‘หมาป่าไตรสวรรค์!!' แววตาของชิงเทียน เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาไม่เคยคิดว่า จะได้เห็นอสูรเซียนที่ดาวดวงนี้


     


    ฮวงเทียนหลงใช้มือลูบปลายคาง ในบันทึกรายชื่อสัตว์ ที่ตระกูลฮวงครอบครอง ไม่มีข้อมูลของสัตว์ตัวนี้แม้แต่น้อย “เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชวนพิศวงเสียจริง เจ้าตัวน้อยนี้ คงพึ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่นาน แต่กลับถูกทารุณขนาดนี้"


     


    “หมาป่าตัวนี้ มีชื่อว่าหมาป่าไตรสวรรค์ ดวงตาที่สามของมัน สามารถคาดเดาอนาคตได้ และยังเป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีความฉลาดเทียบเท่ามนุษย์" ชิงเทียนกล่าวอธิบาย 


     


    “สามารถมองเห็นอนาคตได้งั้นหรือ!?" ฮวงเทียนหลง หันมาถามชิงเทียน เขาไม่เคยได้ยินความสามารถ ที่เหนือจิตนาการขนาดนี้มาก่อน


     


    “ใช่แล้วผู้อาวุโส แต่จะเป็นการมองเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพียงชั่วครู่เท่านั้น แต่ก็ยังถือว่ามีประโยชน์มาก หากนำไปใช้ในการต่อสู้" หมาป่าไตรจักษุ แม้แต่ในแดนเซียน ยังถือว่าเป็นสัตว์หายาก ขนาดชิงเทียนอาศัยอยู่ในแดนเซียนมานับหมื่นปี ยังได้มีโอกาศพบเห็นสัตว์ชนิดนี้ เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น


     


    พิธีกรสาว ก้าวมายืนด้านหน้ากรง “สินค้าชิ้นต่อไปคือสัตว์ลึกลับ หมาป่าที่มีดวงตาที่สาม ปรากฏกฏออกมากลางหน้าผาก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 500 ล้านหยวนค่ะ"


     


    “1,000 ล้าน!!" ชายหนุ่ม ซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าเสนอราคา รอยยิ้มของเขา แฝงความเย่อหยิ่งเอาไว้ภายใน


     


    “คุณชายซ่งเสนอ 1,000 ล้าน มีใครจะให้ราคามากกว่านี้ไหมค่ะ" 


     


    ชิงเทียนชูป้ายในมือขึ้น “2,000 ล้าน" 


     


    เสียงของชายหนุ่ม ทำเอานายน้อยซ่งกัดฟันกรอด “3,000 ล้าน!!" 


     


    แขกที่มาร่วมงานประมูล อ้าปากค้าง พวกเขาคิดว่าเด็กหนุ่มสองคนนี้ ต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ ถึงเสนอราคาประมูลสูงลิบเช่นนี้ ตระกูลซ่ง เป็นตระกูลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินหรือธุรกิจ ล้วนมีไม่ต่างจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง


     


    “4,000 ล้าน" ชิงเทียนกล่าวออกมา ด้วยสีหน้าเรียบเฉย


     


    “นายน้อย... ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนั้น จะมีความสัมพันธ์ กับตระกูลฮวงและตระกูลกู่ ผมคิดว่าเราควรถอยจะดีกว่านะครับ" ชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง เอ่ยเตือน


     


    “หุบปาก!! ซ่งหยางหลินคนนี้ ไม่เคยกลัวใครหน้าไหน กับอีแค่ตระกูลจากเมืองหลวง มันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว" เขามองใบหน้าชิงเทียน ด้วยความขุ่นเคือง “5,000 ล้านหยวน ใครที่กล้าเสนอราคามากกว่านี้ จะถือว่าเป็นศัตรูกับตระกูลซ่ง!!"



     


    แขกทุกคนที่อยู่ในงานประมูล หันไปมองชิงเทียนเป็นตาเดียว ทว่าสีหน้าของชายหนุ่ม ยังคงไร้ซึ่งความกังวล ราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจคำพูด ของซ่งหยางหลินเลยแม้แต่น้อย 


     


    ชิงเทียนยิ้มเย้ย พร้อมกับชูป้ายเสนอราคา “6,000 ล้าน..."


     


    ใบหน้าซ่งหยางหลิน เต็มไปด้วยความเดือดดาล “ยอดเยี่ยมมาก... แล้วเราจะได้เห็นดีกัน" 


     


    ซ่งหยางหลินลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วเดินจากไปพร้อมกับผู้คุ้มกัน เขาไม่เคยถูกหยามหน้าเช่นนี้มาก่อน หลังจากที่ออกมาจากโรงแรม เขาก็เริ่มคิดแผนสำหรับการแก้แค้น แล้วหันไปออกคำสั่งกับผู้คุ้มกัน “ถ้าไอ้เวรนั่นออกมาจากโรงแรมเมื่อไหร่ ให้รีบมารายงานฉันทันที..." 



     


    สิ่งของชิ้นอื่น ล้วนเป็นเพียงแค่ขบะ ในสายตาของชิงเทียน หลังจากที่งานประมูลจบลง เขาก็เดินไปรับของที่ประมูลมาได้ หมาป่าตัวน้อยแยกเขี้ยวขู่ ขนสีขาวของมันเปรอะเปื้อน ไปด้วยคราบเลือดที่แห้งกรัง 


     


    “ระวังด้วยนะครับ มันยังไม่ค่อยเชื่องสักเท่าไหร่" ชายที่มีหน้าที่ส่งมอบ เอ่ยเตือนชายหนุ่ม 


     


    ชิงเทียนเอื้อมมือไปเปิดกรง สร้างความแตกตื่นให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน พวกเขาพยายามวิ่งเข้ามาห้าม ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ร่างที่ปกคลุมไปด้วยเส้นขนสีขาว ชะงักค้างไปราวกับรูปปั้นหิน ชายหนุ่มอุ้มมันขึ้นมาแล้วเดินจากไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 


     


    พนักงานยกกล่องรูปสลักมาส่งที่รถ ตอนนี้หมาป่าไตรสวรรค์ ผลอยหลับไปในอ้อมกอดชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว ชิงเทียนและฮวงเทียนหลง เตรียมที่จะเดินทางกลับ ทว่าหลังจากที่ขับมาถึงถนนแห่งหนึ่ง ก็มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ขับมาขวางทางไว้ 




    รถหลายคัน ขับตามมาจากทางด้านหลัง กลุ่มชายฉกรรจ์ก้าวลงมาจากรถ ผู้คนที่อยู่ในบริเวณ วิ่งหนีกันอุตลุดด้วยความแตกตื่น ชิงเทียนและชายชรา ลงมาจากรถ ใบหน้าของพวกเขา ไร้ซึ่งความหวาดกลัว


     


    ซ่งหยางหลิน เล็งปืนไปที่ชิงเทียน “ส่งรูปสลักกับหมาป่าตัวนั้นมาซะ ก่อนที่ฉันจะเป่าสมองแก"


     


    ร่างของชิงเทียน เคลื่อนไหวราวภาพติดตา เข็มเงินถูกซัดออกไปด้วยความเร็วสูง กลุ่มชายฉกรรจ์ ที่ยืนอยู่ด้านหลังซ่งหยางหลิน ถูกเข็มทะลวงศรีษะในทันที ร่างของพวกเขาล้มลงแทบจะพร้อมกัน


     


    ซ่งหยางหลิงหันไปมองด้านหลัง ลูกน้องที่เขาพามานอนนิ่งไม่ไหวติง หัวใจของชายหนุ่มเต้นถี่ ด้วยความกลัว ชิงเทียนเข้าประชิดตัวซ่งหยางหลิง เขาใช้มือที่แข็งดุจคีมเหล็ก บีบไปที่คอของชายหนุ่ม 


     


    “ฉันคิดไว้แล้ว ว่าแกต้องไม่ปล่อยฉันไปแน่" 


     


    ความร้อนเริ่มแผดเผาลำคอของซ่งหยางหลิน ชิงเทียนเพียงต้องการที่จะสั่งสอน นายน้อยที่แสนอวดดีเพียงเท่านั้น บนลำคอของซ่งหยางหลิน ปรากฏรอยไหม้ ในที่สุด ชิงเทียนปล่อยเขาเป็นอิสระ แล้วแค่เสียงเย็นชา “ถ้าแกยังไม่เลิกตอแย ฉันรับรองได้เลยว่า เพียงไม่กี่วัน ตระกูลซ่ง จะต้องถูกลบออกไปจากเกาะฮ่องกง"


     


    ชิงเทียนเดินไปที่รถบรรทุก จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือกระแทกรถบรรทุก ที่มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 50 ตัน ปลิวกระเด็นไปหลายสิบเมตร ซ่งหยางหลินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง ดูเหมือนว่าครั้งนี้ เขาจะไปหาเรื่องสัตว์ประหลาดเข้าให้แล้ว


     


    เมื่อกลับมาถึงเมืองหลวง ชิงเทียนก็เริ่มทำการรักษาบาดแผล ให้กับหมาป่าไตรสวรรค์ จากนั้นก็ทำการเช็ดทำความสะอาดคราบเลือด จนขนของมัน กลับมาเป็นสีขาวบริสุทธิ์อีกครั้ง หมาป่าตัวน้อย ลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงง ทันทีที่รวบรวมสติได้ มันก็กระโดดออกจากอ้อมแขน ของชิงเทียน แล้วหันมาแยกเขี้ยวขู่อีกครั้ง


     


    “ข้ารู้ว่าเข้าไม่เชื่อใจมนุษย์ แต่ข้าสัญญาได้เลยว่า ต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าทำร้ายเจ้าอีก" หมาป่าไตรสวรรค์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดหลักแหลม และบางที มันอาจจะเข้าใจภาษาของมนุษย์




    ชิงเทียนหยิบเอาเนื้อของสัตว์ปีศาจ ออกมาจากแหวนมิติ แล้วยื่นให้หมาป่าไตรสวรรค์ ในตอนแรก มันยังคงมีความหวาดระแวง แต่กลิ่นของเนื้อที่อยู่ในมือของชายหนุ่ม ส่งกลิ่นหอมจนเกินห้ามใจ สุดท้ายหมาป่าตัวน้อย ก็ค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ แล้วคาบเอาชิ้นเนื้อไปกิน อย่างตะกละตะกลาม


     


    ชายหนุ่มยิ้มอย่างเอ็นดู "เจ้ามีดวงตาสามดวง อีกทั้งมีขนสีขาวบริสุทธิ์ เช่นนั้นข้าจะตั้งชื่อเจ้าว่า ‘ไป่ซาน' แล้วกัน" 




    หมาป่าไตรสวรรค์ ส่ายหางปุกปุยไม่หยุด ดูเหมือนว่ามันจะชอบชื่อที่ชายหนุ่มตั้งให้ ถึงแม้ตอนนี้ไป่ซานจะดูเหมือนลูกสุนัขธรรมดา ทว่า ในอนาคต มันจะต้องเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าเกรงขามอย่างแน่นอน




    ---------------------------------------


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน