ตอนที่ 15 ร้านอาวุธหลิงปิง (1)
ท่ามกลางความอบอุ่นของวสันตฤดู ยามอิ่งเม่ยเห็นดอกไม้ใบหญ้าแตกดอกออกใบเต็มสวนแล้วรู้สึกปลอดโปร่งสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
นับแต่นางย้ายมาที่เรือนโยวหราน ก็ไม่มีใครในจวนตระกูลฮวากล้ามาหาเื่กับนางอีก พวกคนรับใช้ในจวนล้วนไม่โง่ พวกนางแม้จะไม่เข้าใจเหตุที่มาที่ไป แต่กลับรู้ดีอย่างหนึ่งว่า คุณหนูใหญ่เป็ที่โปรดปรานแล้ว
พวกคนรับใช้ที่เคยรังแกอิ่งเม่ยพากันหลบหน้าแทบไม่ทัน ไหนเลยจะกล้าโผล่หน้ามาให้นางเห็นอีก
ยามบ่าย หลังอิ่งเม่ยรับประทานมื้อเที่ยงกับชิวเอ๋อร์เสร็จก็ไล่พวกสาวใช้ในเรือนออกไปหมด
นางเดินมายังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่ทำจากไม้จันทน์ หยิบปิ่นทองที่ฮวาจวิ้นหยางให้ถือไว้ในมือ พลางเดาะประเมินน้ำหนัก “หนักใช้ได้ ทองคำบริสุทธิ์ยี่สิบเค่อ[1] น่าจะจำนำได้ราคาดีทีเดียว”
“ชิวเอ๋อร์ พู่กันหมึก” อิ่งเม่ยปิดกล่องไม้แล้วถือปิ่นทองเดินมานั่งลงที่โต๊ะหนังสือ
“เ้าค่ะคุณหนู” ชิวเอ๋อร์เตรียมกระดาษเขียนหนังสือไว้ให้ตรงหน้าอิ่งเม่ยโดยไม่ต้องถามให้มากความ เปิดแท่นฝนหมึกออก หยิบขวดเล็กๆ บนโต๊ะที่บรรจุน้ำฝนเอาไว้ออกมาเปิดฝา เอียงขวดเล็กน้อย หยาดน้ำใสสะอาดก็ไหลออกมา หยดลงบนหมึกที่แห้งหมาดอยู่
อิ่งเม่ยหยิบพู่กันที่มีขนเล็กละเอียดบนราวแขวน จุ่มหมึกแล้วขีดวาดบนกระดาษ
อิ่งเม่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่คุ้นเคยกับการใช้พู่กันที่มีขนอ่อนนุ่ม เขียนลงน้ำหนักเบาไปเส้นสายก็ไม่ต่อเนื่อง พอใช้แรงหน่อยก็เลอะหมึกเป็หย่อม แต่ทว่านางยังคงฝึกอยู่ตั้งนานจนสามารถคุมแรงได้พอดี
ชิวเอ๋อร์ฝนหมึกไปพลางเอียงคอมองภาพผลงานจากปลายพู่กันของอิ่งเม่ย อืม...น่าจะวาดได้ไม่เลวนัก อย่างน้อยชิวเอ๋อร์ก็คิดเช่นนี้
อิ่งเม่ยเหยียดแขนออกอย่างผ่อนคลาย มองผลงานชิ้นเอกของตัวเองอย่างพอใจ ยืดคอที่แข็งเกร็งเล็กน้อย กล่าวว่า “ชิวเอ๋อร์ เ้ารู้หรือไม่ว่าร้านขายอาวุธเลื่องชื่อที่สุดของเมืองหลวงคือร้านไหน”
ชิวเอ๋อร์ขมวดคิ้ว พยายามนึกว่าก่อนหน้านี้เคยได้ยินพวกคนรับใช้พูดถึงชื่อร้านอะไร ผ่านไปชั่วครู่จึงตบศีรษะอย่างนึกขึ้นมาได้ “ชิวเอ๋อร์นึกออกแล้วเ้าค่ะ ชื่อร้านอาวุธหลิงปิงทางตะวันตกของเมืองเ้าค่ะ”
‘หลิงปิงรึ ชื่อดีนี่’
อิ่งเม่ยเดินมาที่หน้ากระจกทองเหลือง ขีดวาดถูทาบนใบหน้า เพียงครู่เดียว เด็กหนุ่มหน้าตาคมสันผู้หนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าชิวเอ๋อร์
“ว้าว คุณหนูเ้าคะ” ชิวเอ๋อร์เบิ่งตากลมโตราวกับลูกกวางประหลาดใจ ะโพรวดเข้ามาหาอิ่งเม่ย กวาดมองอยู่ไปมาหลายรอบ หากไม่ใช่นางเห็นกับตาคงไม่กล้าเชื่อจริงๆ ว่า คนผู้หนึ่งจะกลายเป็อีกคนได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
“คุณหนู ท่านเก่งจังเลยเ้าค่ะ” ชิวเอ๋อร์ออกอาการเกินจริง แต่ยังจงใจลดเสียงให้เบาลง นางทราบว่าพวกสาวใช้ที่อยู่ด้านนอกแต่ละคนใช่ว่าจะภักดีด้วย
“เ้านี่นะ!” อิ่งเม่ยจิ้มหน้าผากชิวเอ๋อร์ แล้วมองดูใบหน้าที่สะท้อนในกระจก พลันใจลอยชั่วขณะ คล้ายกลับไปเมื่อชาติก่อนตอนที่ออกปฏิบัติภารกิจ เธอจำได้ว่าทุกครั้งก็ปลอมตัวเช่นเดียวกันนี้
อิ่งเม่ยยิ้มหยันกับตัวเองพลางส่ายศีรษะ สลัดภาพในหัวออกไป จากนั้นยื่นมือลูบคลำใบหน้าที่เปลี่ยนไป นางพูดได้อย่างมั่นใจว่า ไม่มีใครสามารถจับผิดการปลอมแปลงของนางได้
“ชิวเอ๋อร์ ข้าจะออกไปข้างนอก เ้าอยู่เฝ้าเรือนนะ” อิ่งเม่ยลุกขึ้นยืน หยิบชุดผู้หญิงที่ดูคล้ายกับชุดผู้ชายออกจากตู้มาชุดหนึ่ง ผลัดเปลี่ยนชุดกระโปรงของตัวเองออกมา
“จำไว้ว่าหากมีคนมา เ้าก็บอกว่าไม่ทราบว่าข้าไปไหนนะ” อิ่งเม่ยกำชับชิวเอ๋อร์อย่างรอบคอบ พลันฉวยโอกาสที่นอกห้องไม่มีคนสนใจ ร่างปราดเปรียวราวกับแมวตัวหนึ่งก็พุ่งหายลับออกจากเรือนโยวหรานไปอย่างรวดเร็ว
พอเร้นกายออกจากจวนตระกูลฮวามาได้ อิ่งเม่ยก็ไปที่ร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปก่อน ผลัดเปลี่ยนเป็ชุดยาวที่ไม่หรูหรามากนัก จากนั้นจึงเดินออกไปบนถนนในเมืองหลวงอย่างสบายใจ
เชิงอรรถ
^ หมายถึง กรัม