ตอนที่ 1 ไม่เห็นชอบ
วันที่ 13 กรกฎาคม ปี 2566
วันพฤหัส วันธรรมดาอีกวันหนึ่งสำหรับชาวโลก แต่สำหรับคนไทย—วันนี้ไม่ธรรมดา
ประเทศไทย หนึ่งในประเทศเล็กๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในบทบาทของประเทศไทยในสายตาชาวโลกคือประเทศที่มีการท่องเที่ยวที่เป็เลิศ มีศิลปวัฒนธรรมจำนวนมาก ควรค่าแก่การมาเที่ยวชม หากแต่สิ่งหนึ่งที่ชาวโลกมองมายังประเทศไทยนอกเหนือจากการท่องเที่ยว
คำว่า “ประเทศกำลังพัฒนา” เราได้ยิน คำนี้กันมานานแค่ไหนแล้ว? 10 ปี... 20 ปี... 30 ปี... บางคนอาจหมดลมหายใจไปก่อน คำนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงหรือประเทศไทยจะเป็ประเทศที่หยุดพัฒนาไปแล้ว
เราไม่ได้ด้อยพัฒนาแต่เราหยุดพัฒนามาหลายสิบปีแล้ว
ไม่มีใครที่ไม่อยากให้ประเทศของตัวเอง พัฒนาและก้าวหน้าไปเป็หนึ่งในมหาอำนาจของโลก หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉุดรั้งประเทศของเราไว้ นั้นก็คือปัญหาด้านการคอร์รัปชันที่ฝังลึกอยู่ในทุกระดับชั้น ั้แ่บนยันล่าง
และในวันนี้ วันที่ 13 กรกฎาคม ปี 2566 วันๆ นี่มันเป็อีกหนึ่งวันสำคัญของประชาชนคนไทย
เพราะในวันนี้คือวันที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ชนะการเลือกตั้ง กำลังเข้ารับการอภิปรายแต่งตั้งรัฐบาลที่รัฐสภา ต่อหน้าสมาชิกสส.และสว.ที่เข้ามาแสดงตนจำนวน 674 คน
แน่นอนวันนี้คือวันสำคัญอีกวันหนึ่งวัน ในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่ในที่สุดการเลือกตั้งตามหลักประชาธิปไตยของไทย จะทำงานตามหน้าที่ของมันหลังจากถูกลิดรอนสิทธิเบื้องต้นนี้ไปกับการทำรัฐปะา
ทั้งนี้วันที่ 13 นี้คือวันพฤหัส มันเป็วันธรรมดาที่ประชาชนทุกคนต่างต้องไปทำงานกันตามปกติ แต่ทว่าการทำงานของทุกคนที่สมควรจะเคร่งเครียดและตั้งใจไปกับการทำงาน มันกลับไม่สามารถทำให้ผู้คนตั้งสมาธิให้จดจ่อกับการทำงานกันได้เลย ซึ่งตัวของเ้าของกิจการ หากเป็เวลาปกติ พวกเขาเหล่านี้คงต้องต่อว่าลูกน้องใต้บังคับบัญชากันเปิดเปิงไปแล้ว
กระนั้นเหล่าหัวหน้าและเ้าของกิจการ วันนี้กลับเลือกที่จะนิ่งเฉย ยอมให้พนักงานรวมถึงตัวเขาเองเปิดทีวีและเปิดวิทยุในที่ทำงานหรือที่เรียกว่าอู้งานกันอย่างโจ่งแจ้ง
ซึ่งไม่ใช่แค่ภายในบริษัทเท่านั้นที่มีการเปิดโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์หรือสื่อต่างๆ เพื่อที่จะติดตามสถานการณ์ในรัฐสภา ทางด้านของพ่อค้าแม่ขาย นักเรียน นักศึกษาหรือประชาชนชาวไทยกว่า 70% ของทั้งประเทศ
ทุกคนต่างกำลังจดจ่อกับสิ่งนี้กันด้วยความตื่นเต้น บางคนส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ บางคนทอดถอนหายใจผิดหวังหลังจากพรรคที่ตนเองเลือก ไม่ได้คะแนนที่มากพอจะเป็พรรคอันดับ 1
แต่กระนั้นผู้คนส่วนใหญ่ ทุกคนก็ต่างยอมรับในหลักการของประชาธิปไตย ที่ผู้ชนะในครั้งนี้คือ พรรคก้าวไกล
หากแต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ภายใต้เสียงของประชาชนกว่า 14 ล้านเสียง กลับกลายเป็สิ่งที่ถูกตั้งคำถามในสายตาประชาชนจำนวนมาก เมื่อสถานการณ์ในรัฐสภาที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการลงคะแนนเสียงให้กับนายพิธาเพื่อที่จะได้กลายเป็นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 มันได้ตกอยู่ในความตึงเครียดและความไม่แน่นอนในบรรยากาศของรัฐสภา
แม้ส่วนหนึ่งของประชาชนจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าผลการเลือกตั้งอาจจะไม่เป็ดั่งหวัง เพราะเกมการเมืองที่ฝังรากลึกในประเทศไทย แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังพอที่จะมีหวังและเชื่อว่านักการเมืองในประเทศไทยจะเคารพในเสียงของพวกเขา
ความหวังที่ สส.และสว.จะเคารพในเสียงของพวกเขา...แต่สิ่งนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้น ‘กระผม สมาชิกวุฒิสภา...ไม่เห็นชอบครับ!’ ‘ดิฉันนางสาว...สมาชิกวุฒิสภา ขอลงคะแนนไม่เห็นชอบเป็อย่างยิ่งค่ะ!’ ‘ไม่เห็นชอบครับ/ค่ะ~!’ ‘งดออกเสียงครับ!’
ท่ามกลางสมาชิกวุฒิสภาที่กำลังลงคะแนน ที่ส่วนใหญ่คะแนนเสียงล้วนเป็ไปในทิศทางเดียวกันคือไม่เห็นชอบ
ด้านนอกรัฐสภา มันเหมือนกับวันที่ฟ้าอันสดใสของหลายๆ คน มันได้ถล่มลงมา มีผู้คนมากมายร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น มีเสียงก่นด่ามากมาย ด่าทอจนตลาดแตก แต่สิ่งเ่าั้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้
นายพิธามาสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยคะแนนเสียงไม่ถึงครึ่งหนึ่ง...ชายหนุ่มผู้นั้นที่สวมใส่เนกไทสีส้ม อันเป็เอกลักษณ์ของพรรคก้าวไกล ได้โค้งคำนับให้กับผลคะแนนที่ออกมา
‘เขายอมรับแต่ไม่ขอยอมแพ้’
มันเป็ภาพที่ปรากฏขึ้นในทันทีที่เหล่าผู้แทนของประชาชนได้เดินออกจากรัฐสภา ภาพนี้ได้ถูกเผยแพร่ผ่านทางหน้าจอ ผ่านทางสื่อทั้งในและต่างประเทศที่กำลังตีข่าวกันจนวุ่นวาย
ซึ่งภาพนี้เอง มันก็ได้ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของโปรแกรมเมอร์ชายคนหนึ่งที่น่าจะมีอายุอยู่ใน่วัย 30-40 ปี ที่กำลังมองดูภาพเ่าั้ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบที่ตั้งเรียงราย ‘ปัง~!’ โปรแกรมเมอร์ชายผู้นั้น ใช้กำปั้นของเขาทุบโต๊ะลงอย่างแรง
เขาสบถออกมาด้วยความหัวเสียและไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ในชั่วขณะนั้น หลังจากที่โปรแกรมเมอร์ชายได้ทุบโต๊ะของเขาลงกับโต๊ะอย่างแรง จู่ๆ หัวใจดวงน้อยๆ ที่ค่อนข้างอ่อนแอและเต็มไปด้วยโรคภัยของเขาก็ค่อยๆ ดับวูบลง
มันคือสภาวะหัวใจวาย อาจจะด้วยความช็อก ที่ต้องเผชิญกับความผิดหวังแต่นั่นก็เป็สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หัวใจของชายผู้นี้ดับวูบลง
โปรแกรมเมอร์ชายผู้นี้ได้สิ้นลมหายใจลงไปแล้ว ท่ามกลางหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดค้าง รวมไปถึงโปรแกรมของเขาที่เ้าตัวกำลังเขียนและพัฒนาอยู่
ซึ่งมันก็คือ ‘โปรแกรมสารบัญบุคคลที่มีชื่อเสียงของโลก’ นี้คือโปรแกรมที่เขาได้เก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของบุคคลที่มีชื่อเสียงของโลกที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว มองเผินๆ อาจเป็โปรแกรมที่ดูไม่ค่อยมีประโยชน์อันใด เพราะในปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ก็มีอยู่เต็มไปหมดในอินเทอร์เน็ต
กระนั้นโปรแกรมเมอร์หนุ่มผู้นี้ ก็ยังคงตั้งใจอยากที่จะพัฒนาโปรแกรมนี้ออกมาเพื่อที่จะเป็ฐานข้อมูลให้กับผู้คนที่สนใจ แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่ทันได้ทำมันเสร็จ เขาก็ด่วนจากไปก่อนจากอาการหัวใจวาย
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าโปรแกรมเมอร์ชายผู้นี้ ได้เสียชีวิตลงไปแล้ว...เพราะเขาเป็ชายโสดที่อยู่ตัวคนเดียว ไร้ญาติขาดมิตร รวมไปถึงพ่อและแม่ก็ได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว จากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ กว่าทุกคนจะรู้ว่ามีชายคนหนึ่งได้นอนเสียชีวิตอยู่ในห้อง ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ร่างของเขาที่นอนตายกว่าหลายวัน ก็ได้ส่งกลิ่น รวมทั้งมีของเหลวไหลออกจากทางจุดต่างๆ ของร่างกาย มิหนำซ้ำน้ำเหลืองเ่าั้ที่ไหลเจิ่งนองและส่งกลิ่นเหม็น มันก็ได้ไหลลงไปที่คอมพิวเตอร์ของเขา จนมันช็อตและพังเสียหายข้างๆ กายของชายผู้นี้
อย่างไรก็ตามไม่มีใครสนใจว่าโปรแกรมเมอร์ชายผู้นี้จะอยู่หรือตาย เพราะเขาไม่ได้สำคัญอะไรมากขนาดนั้น แม้แต่ตัวของโปรแกรมเมอร์ชายเองก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรด้วยซ้ำ ที่ตัวเขาได้ตายไป
ใช่แล้ว เขาไม่รู้สึกอะไร เพราะร่างและิญญาของชายผู้นี้ กำลังล่องลอยไปในภพภูมิที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้จัก
หลังจากที่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว โปรแกรมเมอร์ชายผู้นี้ก็ได้ตื่นขึ้นในห้องนอนเล็กๆ ที่ดูไม่ได้เป็ห้องนอนที่หรูหราอะไร แต่ห้องเล็กๆ นี้กลับดูสะอาดสะอ้านมากทีเดียว
‘ติ้ง! ระบบกำลังเชื่อมต่อคุณเข้ากับโฮสต์!’
‘คุณ้ายึดร่างของชายผู้นี้หรือไม่’
มีเสียงปริศนาดังขึ้นในหัวของโปรแกรมเมอร์ที่เสียชีวิต แน่นอนโปรแกรมเมอร์ชายผู้นี้เหมือนกำลังจะขาดเดาอะไรบางอย่างได้แล้ว
ิญญาของโปรแกรมเมอร์ชายได้แสยะยิ้มออกมา ด้วยหน้าตาที่ดูเ้าเล่ห์ [ใช่!] โปรแกรมเมอร์ชายเลือกตอบอย่างไม่ลังเล
เขากำลังจะได้รับชีวิตใหม่ แถมยังมีระบบอะไรก็ไม่รู้ติดตัวมาด้วย นี้มันช่างเหมือนกับในนิยายสมัยใหม่ที่เขาชอบอ่านเลยไม่ใช่เหรอ? โปรแกรมเมอร์ชายตื่นเต้นมาก
พลางเฝ้ารอหน้าจอตัวเลขที่กำลังโหลดข้อมูล ที่ในขณะเดียวกันก็มีั้แ่ ฐานข้อมูลจากระบบ...ปรับระบบให้เข้ากับร่างกาย...ภารกิจและของรางวัล
หน้าจออัปโหลดมีตัวเลขวิ่งไปแล้วกว่า 99% แต่ในขณะที่ฐานข้อมูลชุดสุดท้ายที่เป็ข้อมูลอีก 1% ที่ระบบกำลังจะยึดร่างให้กับโปรแกรมเมอร์หนุ่มได้อย่างสมบูรณ์
ทว่า 1% นั้นกลับค้างไปอย่างไม่น่าเชื่อ!!
“ผีอำเหรอ! ออกไปจากร่างของฉันนะไอ้ผีบ้า...แล้วเดี๋ยวฉันจะทำบุญไปให้” มันเป็เสียงของชายหนุ่มที่น่าจะเป็เ้าของร่างนี้ ได้ร้องโหวกเหวกโวยวายขึ้นมา สองมือของเขาได้ปัดป่ายให้หลุดผลจากระบบที่กำลังเชื่อมต่อิญญาของโปรแกรมเมอร์ที่กำลังจะเข้ายึดร่าง ที่ในตอนนั้นเ้าของร่างดังกล่าวหรือชายหนุ่มผู้นี้คิดว่าตัวเองกำลังถูกผีอำ
“ไอ้หนู นอนนิ่งๆ แล้วปล่อยให้ฉัน ยึดร่างของแกเถอะ!” เสียงของโปรแกรมเมอร์ชายในร่างของิญญาดูร้อนใจ หลังจากหน้าจอโหลด 1% สุดท้าย มันยังคงค้างอยู่อย่างนั้นไม่ไหวติง
“ไอ้ผีชั่ว ไม่สิ น้าผี...น้าไปดีมาดีเถอะครับ อย่าได้มาหลอกหลอนอะไรผมเลย อีกเดี๋ยวผมก็ต้องตื่นไปมหาลัยแล้ว ขอผมนอนต่ออีกสักหน่อยเถอะนะ เมื่อคืนผมก็ต้องอยู่ปิดร้านกว่าจะได้กลับก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว เหนื่อยจะแย่!” เสียงของชายหนุ่มได้เอ่ยปากขอร้อง
ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ได้โต้เถียงกันไปมา ฝ่ายหนึ่งจะยึดร่างให้ได้อีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้ผีมาหลอกง่ายๆ และจากการโต้เถียงมันก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น เป็การต่อยตีกันในที่สุด
พลั่ก~!
เสียงของหมัดกำปั้นได้กระทบเข้าที่หน้าโปรแกรมเมอร์ชายเข้าอย่างจัง! จนต้องร้องโอดครวญด้วยความเ็ป
ซึ่งเพียงแค่หมัดเดียวก็ดูเหมือนจะตัดสินชัยชนะกันได้แล้วว่าใครเป็ฝ่ายชนะ!
แน่นอนว่าต้องเป็ ชายหนุ่มเ้าของร่างผู้นี้นั่นเอง...ิญญาของโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่ไม่ยอมออกกำลังกายจนทำให้หัวใจอ่อนแอแบบนั้น มีหรือจะสู้ชายหนุ่มเ้าของร่างได้
[การถ่ายโอนข้อมูลเสร็จเรียบร้อย ข้อมูลได้ทำการเชื่อมต่อกับโฮสต์เป็ที่เรียบร้อย]
[ยืนยันระบบ: พีท เพศชาย อายุ 21 ปี...อัปโหลด100%]
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เปิดเื่ใหม่ไรท์ใจดีจัดให้ ยังมีนิยายลงต่อตอนต่อไปนะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy