บทที่ 13 เขาหนีไปแล้ว
เมืองชางหนาน ตึกสูงแห่งหนึ่ง
เอี๊ยด
ประตูถูกผลักเปิดอย่างช้า ๆ จ้าวคงเฉิงเดินเข้ามาอย่างเหนื่อยล้า ถอนหายใจเป็ระยะ
"อาจ้าวเป็อะไรไป?"
คนทั้งห้าที่นั่งอยู่ในห้องเห็นจ้าวคงเฉิงในสภาพนี้ จึงถามด้วยความประหลาดใจ
"หรือว่าเมื่อคืนได้รับาเ็?"
"ดูจากสีหน้าแล้ว น่าจะเป็อกหักมากกว่า..."
"โธ่เอ๊ย พี่จ้าว เมียขอหย่าเหรอ?"
"อย่าพูดเหลวไหล"
คนทั้งห้าต่างก็คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา สักพักใหญ่ จ้าวคงเฉิงที่เงียบอยู่นานก็ถอนหายใจ
"ฉัน… ไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"..."
คนทั้งห้าเบะปาก แสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน ต่างก็กลับไปทำธุระของตัวเองต่อ บางคนลับดาบ บางคนก็เช็ดปืน บางคนเล่นมือถือ บางคนก็นอนหลับ...
"นี่ ฉันถามพวกนายจริงจังนะ" จ้าวคงเฉิงร้อนใจ
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ หงอิงที่กำลังเช็ดปืนอยู่ก็ถอนหายใจ "พี่คงเฉิง โดนอะไรมากระตุ้นหรือเปล่า?"
"ก็ประมาณนั้น" จ้าวคงเฉิงหยุดไปครู่หนึ่ง "เมื่อคืนฉันเจอเ้าของผนึกต้องห้ามสีทองน่ะ"
ยามได้ยินประโยคหลัง ทุกคนพลันเงยหน้า หยุดมือจากสิ่งที่ทำอยู่ ดวงตาเริ่มเป็ประกาย
"เ้าหมอนั่นที่น่าจะเป็ตัวแทนของทูต์เซราฟน่ะเหรอ?"
"อืม"
"แข็งแกร่งมากไหม? เขาเป็ใคร?"
"พวกนายคิดมากไปแล้ว" จ้าวคงเฉิงส่ายหน้า "ก็แค่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาคนหนึ่ง พลังระดับ 'ไคลน์' น่าจะเป็พลังที่ทูต์เซราฟทิ้งเอาไว้ในตัวเขา ตอนนี้เขายังเป็แค่มือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้น 'จั่น' เท่านั้น"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนเผยความผิดหวังออกมาเล็กน้อย
"นึกว่าเมืองชางหนานจะมีผู้แข็งแกร่งระดับ 'ไคลน์' เสียอีก..."
"แต่ก็จริง ถ้าเทพเ้าที่อันตรายนั่นเลือกตัวแทนจริง ๆ แถมยังเติบโตจนถึงระดับ 'ไคลน์' ด้วย เบื้องบนคงรู้เื่นี้ไปแล้ว"
ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาหรี่ตาลง "อย่างไรก็ตาม การที่ทูต์เซราฟเลือกตัวแทนและมอบผนึกเทวะให้ ถือเป็เื่ใหญ่ ต้องรีบรายงานให้เบื้องบนทราบ"
"จริงสิ พี่จ้าว ในเมื่อพี่เจอเขาแล้ว แล้วเขาอยู่ไหน? ทำไมพี่ไม่พาเขากลับมา?"
"เขาหนีไปแล้ว..." จ้าวคงเฉิงเอ่ยขึ้นแ่เบา "เขาบอกว่าจะไปเอากระเป๋า แล้วก็ฉวยโอกาสตอนที่ฉันเผลอหนีไปซะงั้น"
"……" ทุกคนพูดไม่ออก
ในขณะที่ทุกคนกำลังจะต่อว่าจ้าวคงเฉิง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง
ชายสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มเดินเข้ามา บนใบหน้ายังคงมีคราบเื ก้าวเดินอย่างหนักหน่วง ราวกับเท้านั้นถูกมัดด้วยตะกั่ว
เมื่อเห็นชายคนนี้ ทุกคนรวมถึงจ้าวคงเฉิงก็ลุกขึ้นยืนทันที
"หัวหน้า!"
"หัวหน้า คุณไม่เป็อะไรใช่ไหม?"
หัวหน้าโบกมือ ถอดเสื้อคลุมที่เปื้อนเืออก นั่งลงบนเก้าอี้เล็ก ๆ ข้างประตู ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
"ฉันไม่เป็ไร แต่… าาหน้ากากปีศาจหนีไปแล้ว"
สีหน้าของทุกคนเคร่งขรึมขึ้นทันที
หัวหน้าพูดต่อ "เมื่อคืน ฉันไล่ล่าาาหน้ากากปีศาจไปจนถึงเขตชานเมืองทางเหนือ แล้วต่อสู้กับมัน มันได้รับาเ็สาหัส สุดท้าย มันก็ยอมทำร้ายตัวเองเพื่อหนีเอาตัวรอด"
"หมายความว่าาาหน้ากากปีศาจอาจจะหนีออกจากเมืองชางหนานไปแล้วเหรอ?"
"ไม่ ไม่แน่หรอก" ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาเอ่ยขึ้น
ทุกคนมองไปที่เขา หัวหน้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ว่ามาสิ เซียงหนาน"
อู๋เซียงหนานค่อย ๆ ลุกขึ้น หยิบแผนที่รอบเมืองชางหนานออกมาจากใต้โซฟา คลี่มันออกบนพื้น
"เมืองชางหนานตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกล ระยะทางจากเมืองใกล้เคียงก็ไกลพอสมควร เมื่อคืนหัวหน้าต่อสู้กับาาหน้ากากปีศาจที่ชานเมืองทางเหนือ นอกจากเมืองชางหนานแล้ว เมืองที่ใกล้ที่สุดก็ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร" อู๋เซียงหนานวาดวงกลมบนแผนที่
"แล้วยังไง?" หงอิงถามด้วยความสงสัย
ในขณะเดียวกัน ดวงตาของหัวหน้าก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น "าาหน้ากากปีศาจาเ็สาหัส ก่อนที่พลังจะฟื้นฟู มันไม่สามารถเดินทางไกลขนาดนี้ได้"
อู๋เซียงหนานกล่าวเสริมว่า "ถ้าาาหน้ากากปีศาจ้าฟื้นฟูพลัง มันจะต้องกินคน นั่นหมายความว่า..."
"มันต้องกลับมาที่เมืองชางหนานอีก?"
"ใช่แล้ว"
จ้าวคงเฉิงขมวดคิ้ว "แต่เมืองชางหนานกว้างขนาดนี้ พวกเราไม่รู้เลยว่ามันจะปรากฏตัวที่ไหน"
"ท่อระบายน้ำ" อู๋เซียงหนานดันแว่นตา ใช้ปากกาสีแดงวาดเส้นโค้งบนแผนที่ "หน้ากากปีศาจชอบมุดท่อระบายน้ำ และครั้งก่อนาาหน้ากากปีศาจก็หนีไปทางท่อระบายน้ำ ซึ่งท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับเขตชานเมืองทางเหนือมีเพียงท่อเดียว นั่นหมายความว่าสถานที่ที่าาหน้ากากปีศาจจะปรากฏตัว น่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งตามเส้นทางของท่อระบายน้ำเส้นนี้"
"ส่งคนไปค้นหาตามท่อระบายน้ำ ครั้งนี้ ห้ามปล่อยให้มันหนีไปได้เด็ดขาด!" หัวหน้าสั่งด้วยแววตาเย็นะเื
"รับทราบ!"
"จริงสิ ยังมีอีกเื่หนึ่ง" อู๋เซียงหนานหันไปมองจ้าวคงเฉิง "ต้องพาตัวแทนของทูต์เซราฟกลับมาให้ได้ เขามีศักยภาพที่สูงมาก ห้ามปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของศาสนจักรเทพโบราณเด็ดขาด! ในแง่หนึ่ง เื่นี้มีความสำคัญกว่าการกำจัดาาหน้ากากปีศาจเสียอีก!"
จ้าวคงเฉิงยืดอก "เื่นี้ผมจัดการเอง ผมจะจับตัวเด็กนั่นกลับมาให้ได้!"
"เขาหนีไปแล้วไม่ใช่เหรอ? พี่จะไปหาเขาเจอได้ยังไง?" หงอิงพึมพำ
"เขาใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายปีที่ห้า วันนี้ฉันจะไปดักรอที่หน้าโรงเรียน ไม่เชื่อว่าจะหาเขาไม่เจอ!"
จ้าวคงเฉิงยิ้มอย่างมั่นใจ
...
"พี่ วันนี้ทำไมไม่ไปโรงเรียนล่ะ?"
หยางจิ้นมองหลินชีเยี่ยที่ไม่ได้สวมชุดนักเรียนและไม่ได้ถือกระเป๋า จึงถามด้วยความสงสัย
"วันนี้ฉันมีธุระ ก็เลยไปโรงเรียนก่อนไม่ได้" หลินชีเยี่ยพูดพลางใส่รองเท้าและเปิดประตู "คุณป้ายังนอนหลับอยู่หรือ?"
"แม่เพิ่งกลับมาเมื่อชั่วโมงก่อนครับ"
"เข้าใจแล้ว เดี๋ยวรีบไปโรงเรียนแต่เช้าหน่อย อย่าเอาฉันเป็ตัวอย่างล่ะ"
"ครับ"
หลินชีเยี่ยปิดประตู ถอดผ้าไหมสีดำที่ปิดตาออก แล้วเก็บไว้ในกระเป๋า
ตาของเขากลับมาเป็ปกติแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกคุณป้าและหยางจิ้น หนึ่งเพราะคุณป้าเข้ากะดึกเมื่อคืน ทั้งสองจึงไม่ได้เจอกันเลย
ส่วนประเด็นที่สอง หลินชีเยี่ยเพิ่งจะได้ดวงตานี้มา ยังไม่สามารถควบคุมพลังในดวงตาได้ดีนัก แสงสีทองยังปรากฏขึ้นมาจากดวงตาเป็ครั้งคราว ถึงแม้จะไม่ชัดเจน แต่ถ้าคุณป้าเห็น เธอคงจะบังคับให้เขาไปตรวจตาอีก ซึ่งเสียเงินเปล่า ๆ
เขารอจนกว่าจะควบคุมดวงตาได้อย่างสมบูรณ์ แล้วค่อยบอกเื่นี้
แต่ในเมื่อออกจากบ้านแล้ว หลินชีเยี่ยก็ไม่จำเป็ต้องพันผ้าสีดำอีก เพราะมันจะเด่นเกินไป
หลินชีเยี่ยหยิบแว่นกันแดดที่หยางจิ้นซื้อให้ออกมาจากกระเป๋า สวมแว่นตาแล้วก้าวยาว ๆ ไปยังป้ายรถเมล์
หลังจากนั่งรถมาเป็เวลานาน ในที่สุดหลินชีเยี่ยก็มาถึงจุดหมาย
โรงพยาบาลจิตเวชหยางกวง
ครั้งสุดท้ายที่หลินชีเยี่ยมาที่นี่คือเมื่อสิบปีก่อน
สิบปีผ่านไป หลินชีเยี่ยเปลี่ยนไปมาก โรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน
กำแพงเก่าทั้งหมดได้รับการปรับปรุงใหม่ ประตูใหญ่กว่าเดิมสองเท่า อาคารสูงทันสมัยสองหลัง แทนที่อาคารสามชั้นหลังเดิม แม้แต่ตัวอักษร ‘โรงพยาบาลจิตเวชหยางกวง’ ก็ถูกเปลี่ยนเป็สีทองเปล่งประกาย!
ยามยืนอยู่ที่หน้าประตู หลินชีเยี่ยก็ไม่สามารถเชื่อมโยงโรงพยาบาลที่ทันสมัยตรงหน้ากับอาคารหลังเล็ก ๆ ในความทรงจำได้อีกต่อไป
สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลง อาจจะมีเพียงคุณลุงยามเฝ้าประตู
เพียงแต่หลังค่อมลงไปมาก ผมก็ขาวมากขึ้น
ลุงยามเหมือนจะเห็นเขา อีกฝ่ายหรี่ตามองแล้วยกมือขวาชี้มาที่หลินชีเยี่ย...
ในขณะที่หลินชีเยี่ยคิดว่าลุงยามยังจำเขาได้และกำลังจะทักทาย
ลุงยามก็ะโเสียงดัง
"เด็กโง่นั่น! นายขวางทางรถอยู่!"