“คุณทัสสึโมโตะ”
ฉันคำนับเขาเมื่อไปพบที่สำนักงานทนายและได้คุยกับเขาหลายอย่างและเขาก็ยื่นหลักฐานให้ฉันภาพถ่ายของเงาสะท้อนที่ปรากฏในบ้านมันเป็ผู้หญิงคนนั้นจริงๆ น้ำใสๆ เอ่อล้นร่วงหล่นลงต่อหน้าทนายเพราะมันห้ามไว้ไม่อยู่เลยสักนิดฉันเสียใจทำไมคนที่ฉันเลือกถึงทำกันแบบนี้
“คุณหนูจะเอายังไงต่อครับ ขอแค่คุณเอ่ยปากผมจะจัดการผู้ชายคนนี้ให้ออกไปจากชีวิตคุณทันที”
“ดิฉันจะขอหย่าค่ะ และจะเป็การหย่าที่มีตำรวจลงบันทึกเรียกร้องค่าเลี้ยงดูจากเขาเพื่อทำให้ชีวิตเขาลำบากถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เดือดร้อนเื่เงินและไม่อยากได้เงินเขาเลยก็ตามฉันอยากให้เงินของเขาซื้อความสุขให้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เต็มที่อีกต่อไป”
“แล้วคุณหนูจะจัดการเื่หย่าวันไหนครับ”
“พรุ่งนี้คุณทัสสึโมโตะว่างหรือเปล่าคะ”
“ผมลัดคิวให้ได้ครับ”
“ถ้าเช่นนั้นก็ดีเลยค่ะคุณช่วยนำตำรวจไปลงบันทึกประจำวันที่อำเภอด้วยนะคะ”
“ทำไมล่ะครับ” ฉันยื่นโทรศัพท์ให้เขาดูคลิปที่ฉันถ่ายมา
“ช่วยดูให้จบด้วยค่ะ”
ฉันบอกเขาไม่กล้าสบสายตา เอาแต่ชำเลืองมองต่ำเมื่อเลื่อนโทรศัพท์ไปให้แล้วเสียงครวญครางของสองคนนั้นก็ดังขึ้นจนเขารีบปิดเสียง
“แค่ผ่อนเสียงก็ได้ค่ะเพราะ่ท้ายมันมีประโยคสำคัญที่มากพอสำหรับการเชิญตำรวจไป”
เขามองหน้าฉันก่อนก้มลงทำตามฉันสังเกตเห็นเขาถอนหายใจดูอึดอัดอยู่หลายครั้งจนมันจบลงใช้เวลาร่วมสิบนาที
“ให้ตายสิไอ้หมอนี่มันคิดว่ามันเป็ใคร”
เขาสบถและเริ่มก่นด่าเพราะทนไม่ไหวกับความเลวทรามที่สามีของฉันทำทั้งยังคาดเดาไม่ได้เลยกับประโยคสุดท้ายว่าชายชั่วคิดจะทำอะไรฉัน
“เพราะเหตุนี้ฉันถึงอยากให้มีตำรวจอยู่ในวันนั้นด้วยหากเรียกเขาไปสถานีเขาคงไม่ไป อ่อ..จริงสิคะคุณช่วยหาวิธีโทรตามเขาไปที่อำเภอด้วยนะคะเพราะหากเป็ฉันที่บอกเขาผู้ชายคนนั้นคงไม่ยอมไปแน่”
“ได้ครับ”
“แล้วอย่าเพิ่งบอกเื่นี้กับคุณพ่อคุณแม่นะคะ”
“ครับ”
“ได้เวลาตอนไหนโทรบอกฉันด้วยนะคะฉันจะได้เตรียมตัว”
“ตกลงครับ ว่าแต่คุณหนูจะกลับเข้าบ้านหลังนั้นอีกเหรอ”
“ค่ะ เพราะฉันยังไม่มีที่ไป”
“แต่เพื่อความปลอดภัยคุณอยู่ที่บ้านพ่อแม่ก่อนก็ได้นี่ครับ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ ดิฉันอยากรีบจัดการเื่นี้ให้มันจบหากเขาจะฆ่าฉันอย่างน้อยตอนนี้ก็มีคุณทัสสิโมโตะที่รู้”
“จะเอาแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ”
“ค่ะ”
“ก็ได้ครับผมจะทำตามที่คุณหนู้า”
“หมดเื่สำหรับวันนี้แล้วดิฉันขอตัวนะคะ”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นโค้งคำนับเขาก่อนเดินออกมาทั้งที่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงดีฉันเดินทางจนถึงบ้านควานหากุญแจมาเปิดเข้าด้านใน
“ให้ตายสิบ้านสกปรกเป็บ้า”
ฉันทำความสะอาดบ้านคิดแผนการไปว่าจะทำยังไงให้ตัวเองอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยแผนเดียวที่ฉันคิดได้คือหาการ์ดแต่คนเดียวคงไม่พอ
ฉันจัดห้องนอนใหม่ย้ายของใช้ส่วนตัวไปอยู่ห้องรับแขกฉันนี่ก็บ้ามากตอนสามีไม่ให้เข้าห้องแทนที่จะไปนอนในห้องรับแขกแต่ดันมานอนรอผู้ชายที่หมดรักตัวเองอยู่โซฟา
“เอาล่ะจัดเสร็จแล้ว...”
‘จริงสิไปหาเคียวยะคุงดีกว่า’
ฉันคิดอะไรบางอย่างออกเพื่อให้ตัวเองปลอดภัยต้องหาใครสักคนมาอยู่ที่บ้านคอยเป็เพื่อนบางเวลาและอาจไม่จำเป็ต้องจ้างการ์ดให้เสียเงินทอง
ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ
“ครับ”
แกร๊ก เคียวยะคุงยังอยู่ในชุดนอนเขามีท่าทีงุนงงเล็กน้อยที่เจอฉันยืนอยู่ด้านหน้า
“ต้องใขนาดนั้นเลยเหรอหรือว่ามีคนอื่นอยู่ในห้อง”
ฉันจ้องเขารู้สึกใจหวิวจากเื่ที่เกิดขึ้นกับตัวเองทำให้รู้สึกหวาดระแวงไปหมดแม้กระทั่งเคียวยะคุงก็ตาม
“งั้นไม่รบกวนนะโทษที” ฝ่ามือใหญ่นิ้วเรียวเล็กรั้งฉันให้หันกลับไปหา
“พี่หายไปไหนมา”
“กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่มาน่ะ”
“จริงเหรอครับ แล้วท่านสบายดีหรือเปล่า”
“สบายดีสิ ใจคอจะให้กันยืนตรงนี้เหรอนายซ่อนใครเอาไว้กันแน่”
“อะ จริงสิขอโทษครับ”เขาหลีกทางให้ฉันเดินเข้าห้องไปง่ายดาย
“ทำไมคิดว่าผมซ่อนใครไว้ล่ะ”
“ไม่รู้สิ คงเพราะไม่รู้สึกไว้ใจใครมั้ง”
“แหมผมไม่รู้พี่ไปเจออะไรมานะแต่เชื่อใจผมเถอะ”
คำพูดของเขาทำให้ฉันสะอึกนิ่งเงียบไปหลายนาที เหมือนจะเ็ปก็คงไม่ใช่จะว่าด้านชาก็คงไม่ถูกตลอดสามสี่วันมานี่ฉันร้องไห้ทุกวันวันละสามเวลา ทั้งตอนอยู่คนเดียวเข้านอนและเวลาที่นึกถึงคำพูดที่สามีฉันพูดกับผู้หญิงคนนั้น
‘เขาจะกำจัดฉันด้วยวิธีไหนอยากฆ่ากันให้ตายเลยรึเปล่า’
“เป็อะไรไปครับ”
“เปล่า นี่เคียวยะคุงพี่มีเื่ให้ช่วยน่ะ”
“เื่อะไรเหรอครับ”
“่นี้ช่วยเล่นละครตบตาสามีพี่หน่อยได้ไหม”
“เอ๋!!...เล่นละคร?”
“อืม”
“ทำไมต้องทำแบบนั้นล่ะครับมันเื่อะไรผมไม่เข้าใจ”
“เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังทีหลังว่าแต่เคียวยะคุงสะดวกใจไหม”
ฉันถามเหมือนคนเห็นแก่ตัวและสังเกตเห็นความสับสนเกิดขึ้นในแววตาเขา
“งั้น..ไม่รบกวนแล้ว ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจ”
ฉันรีบก้มหน้าลงซ่อนแววตาแห่งความสิ้นหวังเอาไว้ทันทีที่พูดออกไปแบบนั้นแล้วหันหลังจะเดินหนีนึกแค้นผู้ชายทุกคนบนโลกสิ้นหวังในความรักทั้งที่คนทำร้ายฉันมีเพียงแค่คนเดียวแต่เพียงแค่คนเดียวก็ทำให้ฉันหมดศรัทธากับทุกคน
“เดี๋ยวสิครับ”
ฉันก้มมองมือเขาที่จับอยู่เหนือข้อศอกตัวเองเพื่อรั้งฉันเอาไว้
“พี่ยังพูดกับผมไม่รู้เื่เลยนะทำไมไม่อธิบายอะไรสักอย่างพี่ไปเจอเื่ร้ายอะไรมา”
“ก็ได้ สามีนอกใจฉันและวันที่นายเจอฉันในสวนสาธารณะคือวันที่ฉันเจอเขากับผู้หญิงอื่นที่ห้างสรรพสินค้าและวันเดียวกันในสวนสาธารณะบ้านั่นฉันตามไปดูพวกมันเย่อกันในห้องน้ำในวันครบรอบแต่งงานของฉันเอง”
แววตาและสีหน้าของเขาตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินน้ำตาของฉันไหลพรากจ้องเขาเขม็งสะบัดมือเขาออกเร่งฝีเท้าเดินลงบันไดเพื่อกลับบ้าน
“ช่างมันเถอะตายก็ตายฉันจะสู้เพื่อตัวฉันเองต่อจากนี้ไปฉันจะไม่รักใครอีกแล้ว”
“พี่ริกะ เดี๋ยวสิ ริกะจัง”
ฉันโมโหมากนึกโทษผู้ชายทุกคนบนโลกใบนี้ไม่สนใจเสียงะโตามหลังเร่งฝีเท้าปาดน้ำตาเดินก้มหน้าไปตามทางจนชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งฉันชะงักถอยเพราะแรงชนจนต้องเงยหน้าดูเขาทั้งน้ำตา
ชายผู้นั้นผิวเข้มรูปร่างสูงโปร่งราวร้อยแปดสิบเห็นจะได้เขามองหน้าฉันอย่างตกตะลึงในปากมีท๊อฟฟี่แก้มขวาป่องและด้ามพลาสติกที่ยื่นออกมาฉันกวาดสายตาลงมาเรื่อยๆเห็นเขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงและมืออีกข้างจับสายสะพายกระเป๋าเป้ไว้เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงยีนสีดำมันก็ดูเท่ดีอยู่หรอกแต่ฉันไม่มีอารมณ์
“ขอโทษนะคะฉันไม่ทันระวัง”
ฉันโน้มศีรษะลงเล็กน้อยปาดน้ำตาแล้วเดินจากมาขึ้นรถประจำทางกลับบ้านรอเผชิญหน้ากับชะตากรรมของตัวเองเมื่อถึงเรือนหอรักร้างกลับรู้สึกว่าเหมือนมีใครอยู่ในห้องที่ตนเคยนอนชะงักยืนจ้องมันอยู่แบบนั้นสะดุ้งอีกทีก็มีคนเปิดออกมาหยุดยืนหน้าประตู