บทที่7 วิชายุทธ์ระดับเทพ
ภายในโถงถ้ำใต้เทือกเขาัเร้นเสียงร้องโอดครวญเพราะความเ็ปดังอยู่ไม่ขาดสาย ความเ็ปเหมือนดังถูกลงทัณฑ์จากนรกโลกันตร์นั้นเกินกว่าที่จะบรรยายได้
หากแต่ว่าจ้าวเฟยหลงงัดเอาพลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาต่อสู้กับการทรมานจากดวงจิตโลกานั่นคือความรักของครอบครัวนั่นเองจึงทำให้เขาค่อยๆต้านทานพลังอันมหาศาลของดวงจิตโลกาที่กระจายอยู่ทั่วร่างในตอนนี้ได้ทีละน้อยๆ
ดวงจิตโลกาคล้ายอยากจะทรมานจ้าวเฟยหลงให้เขายอมแพ้เพื่อจะได้กลับไปอยู่กับหลงเทียนจวินดังเดิมแต่ไม่นานพลังความรักที่อยู่ในใจของจ้าวเฟยหลงค่อยซึมผ่านเข้าไปในดวงจิตโลกามันได้ส่งผลต่อดวงจิตโลกาเป็อย่างมาก ทั้งอบอุ่นขึ้น อ่อนโยนขึ้นดังนั้นเมื่อผ่านไปเจ็ดวันเสียงร้องอย่างเ็ปของจ้าวเฟยหลงจึงค่อยเงียบลงและเงียบสนิทไปในที่สุด
ด้วยความสงบของจ้าวเฟยหลงจึงทำให้หลงเทียนจวินประหลาดใจเป็อย่างมาก
“ข้าต้องใช้เวลาถึงห้าสิบปีในการเชื่อมประสานกับดวงจิตโลกาแต่เขาใช้เวลาเพียงแค่เจ็ดวันเท่านั้น”ด้วยความสามารถนี้ทำให้จักรพรรดิเทพัอย่างหลงเทียนจวินถึงกับต้องตกตะลึงไปครู่ใหญ่เพราะหากว่าตามความสามารถแล้วเขาแพ้ลูกศิษย์คนนี้แบบไม่เห็นฝุ่น
การหลอมรวมผ่านไปได้หนึ่งเดือนแต่ตัวจ้าวเฟยหลงไม่ได้รับรู้เวลาภายนอก หรือสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวของเขาเลยเมื่อเส้นลมปราณได้เชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วพลันปรากฏโครงร่างของตันเถียนซึ่งผู้จะมีตันเถียนจะต้องอยู่ในระดับจอมยุทธ์เท่านั้นเพราะระดับจอมยุทธ์ถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าระดับผู้ฝึกยุทธ์แท้จริงเมื่อมองตันเถียนของตนเองจ้าวเฟยหลงก็มีสีหน้างุนงงอย่างยิ่ง
“เหตุใดข้าจึงมีตันเถียนแล้ว ทำไมถึงมีวงกลมอีกห้าวงเชื่อมต่อกับตันเถียนของข้า”ความสังสัยเกิดขึ้นในใจของจ้าวเฟยหลง
ฉับพลัน พลังอันยิ่งใหญ่ในร่างของจ้าวเฟยหลงได้พุ่งสูงขึ้นทะลุเพดานโถงถ้ำพุ่งขึ้นไปถึงชั้นฟ้า แสงสีรุ้งส่องสว่างไปทั่วทั้งเทือกเขาัเร้น เกิดพลังกดทับไปทั่วเหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายพากันร้องระงมอย่างทุกข์ทน
ผู้ฝึกยุทธ์ที่อ่อนด้อยในเมืองตงเฟิงต้องกระอักเืออกมา ผู้ที่ขั้นการฝึกตนต่ำก็สลบไปทันทีส่วนจอมยุทธ์ถึงขั้นวิงเวียน เืลมไหลย้อน ลมปราณแปรปรวน
คฤหาสน์ตระกูลจ้าว ในโถงหลัก
สมาชิกระดับสูงส่วนใหญ่ของตระกูลจ้าวต่างมารวมตัวกันที่นี่จ้าวเย่ซงผู้เป็จ้าวตระกูล จ้าวส่วนผู้สืบทอดตระกูล ผู้าุโใหญ่ทั้งสองคนผู้าุโของตระกูลอีกสี่คน ทุกคนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงได้มีพลังลึกลับมากมายมหาศาลขนาดนี้” เสียงของจ้าวเย่ซงดังขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ใครๆก็้ารู้ถึงที่มาเหมือนๆกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้แต่ทันใดนั้นผู้ที่้าแสดงผลงานก็พูดขึ้น “เรียนท่านพ่อข้าคิดว่าคงจะต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งกำลังทะลวงผ่านระดับเป็แน่” จ้าวส่วนกล่าวขึ้น
“อืมที่เ้าพูดก็มีเหตุผลหากเป็เช่นนั้นจริงก็ต้องหาทางหาตัวท่านผู้นั้นให้เจอและหากเป็ไปได้ตระกูลจ้าวของเราต้องรีบสานสัมพันธ์กับเขาให้ได้”ผู้าุโใหญ่พูดขึ้นมาบ้าง
“แต่ถ้าหากเป็สัตว์อสูรข้ามขั้นนั่นก็คงลำบากมาก เพราะเมืองของพวกเราอยู่ใกล้เทือกเขาัเร้นที่สุด” เหล่าผู้าุโต่างพากันกังวลถึงความเป็ไปได้อีกทาง
“ไม่ว่าทางใดก็ตามพวกเราต้องพร้อมรับมือ ส่งคนของเราออกไปสืบข่าวโดยเร็ว” “ทราบแล้วท่านเ้าตระกูล”ทุกคนขานรับและออกจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่รู้เลยว่าผู้ที่พวกเขา้าตัวคือคนที่พวกเขาเนรเทศออกจากตระกูลนั่นเอง
หลังจากพลังงานอันยิ่งใหญ่ได้แสดงออกมากดทับทั่วทั้งเทือกเขาัเร้น สองชั่วยามต่อมาทุกอย่างก็ค่อยๆสงบลงหากแต่ภายในโถงถ้ำใต้เทือกเขากลับมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง หลงเทียนจวินถึงกับตกตะลึงอยู่ครู่ใหญ่
สีหน้าของจักรพรรดิเทพับ่งบอกถึงความไม่อยากเชื่อ ใ ประหลาดใจและดีใจอย่างที่สุด นับเป็หลากหลายอารมณ์ผสมปนเปกันไป
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นตัวข้าผู้เป็จักรพรรดิเทพัต้องใช้เวลาเป็ร้อยปีในการหลอมรวมดวงจิตโลกา
แต่จ้าวเฟยหลงผู้มีร่างกายไม่สมประกอบไร้พร์ใดๆกลับสามารถทำได้ในเวลาเพียงแค่...หนึ่งเดือน”
“นี่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว...หึหึหึอย่างนี้ซิถึงค่อยน่าตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย เด็กน้อยที่มากับโชคชะตาที่แสนพิเศษดวงจิตโลกาได้เลือกเ้าแล้ว” หลงเทียนจวินนิ่งคิด
ในตอนนี้จ้าวเฟยหลงได้ค่อยลืมตาขึ้นในตาของเขาแรกนั้นมองได้ไม่ชัดเจนนั้นแต่ไม่นานก็ปรับตัวจนเป็ปรกติและเมื่อนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่าการมองเห็นของเขาชัดเจนมากขึ้นกว่าก่อนมากนักเขาสามารถมองเห็นค้างคาวที่กำลังหลบในความมืดห่างไปหนึ่งร้อยจั้ง*อย่างชัดเจนสามารถมองเห็นหยดน้ำที่ไหลตกมาจากหินย้อยบนผนังถ้ำจากระยะห้าสิบจั้งราวกับว่าไปยืนจ้องอยู่ข้างหยดน้ำนั้น
ประสาทหูของเขาได้ยินเสียงในระยะหนึ่งร้อยจั้งแบบชัดแจ้งสามารถแยกแยะเสียงเ่าั้ได้อย่างรวดเร็วว่าเสียงที่มาในโสตประสาทนั้นคือเสียงของอะไร
ผิวกายเกิดใหม่ทำให้รู้สึกถึงความขาวใสความนุ่มเนียนสตรีหลายนางหากมาพบเขาตอนนี้คงจะอิจฉาจนเืตาแทบกระเด็นอย่างแน่นอน
กล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งซ่อนอยู่ภายใต้ิัเนียนนุ่มนั้นมันพร้อมที่จะมอบพลังกายอันสูงสุดให้กับ
จ้าวเฟยหลงทุกเมื่อที่้า ตอนนี้ร่างกายของเขามีพลังอยู่หกร้อยจิน*
ซึ่งมันมากกว่านักยุทธ์ขั้นหนึ่งทั่วไปทีมีพลังอยู่ที่หนึ่งร้อยจิน* ดังนั้นพลังกายของเขาตอนนี้เทียบได้กับนักยุทธ์ขั้นหกเลยทีเดียว
และสิ่งที่ทำให้จ้าวเฟยหลงดีใจที่สุดที่ได้รับมาจากการหลอมรวมกับดวงจิตโลกาคือการได้รับเส้นลมปราณที่กระจายอยู่ทั่วทั้งร่างอีกทั้งตอนนี้ภายในร่างของเขาได้เกิดโครงร่างของตันเถียนแล้วแถมยังมีวงกลมอีกห้าวงเชื่อมต่ออยู่อีก
ส่วนดวงจิตโลกานั้นตอนนี้หลอมรวมเข้ากับร่างกายและจิติญญาของเขาอย่างสมบูรณ์แล้วมันลอยนิ่งส่องแสงเรืองรองอยู่ในดวงจิตของเขาให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาเป็อย่างมาก
แต่สิ่งสำคัญตอนนี้ต้องเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากอาจารย์ของเขาก่อนที่จะทำอย่างอื่นเพื่อฝึกฝนต่อไป
“ท่านอาจารย์ข้าได้หลอมรวมกับดวงจิตโลกาได้สมบูรณ์แล้วแต่ข้าไม่รู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่จากมันเลย เหตุใดจึงเป็เช่นนี้”จ้าวเฟยหลงเดิมทีคิดว่าเมื่อหลอมรวมกับดวงจิตโลกาแล้วเขาจะได้รับพลังอันสามารถปราบได้ทุกดินแดนมาเป็ของตน
“เื่นี้...คงต้องโทษที่ข้าแล้ว”เสียงที่โศกเศร้าของหลงเทียนจวินดังขึ้น
“เหตุใดจึงเป็เช่นนั้น”จ้าวเฟยหลงงุนงงเป็อย่างยิ่ง
“ดวงจิตโลกาอาจไม่อยากให้เ้าต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นข้าที่หลงระเริงกับพลังอำนาจและต้องทนปวดร้าวเจียนตายเช่นนี้”
“ดังนั้นมันจึงไม่มอบพลังอันยิ่งใหญ่ให้แก่เ้า”
“แล้วข้าจะประสบความสำเร็จได้เช่นใดหากไม่มีพลัง”จ้าวเฟยหลงเอ่ยอย่างผิดหวัง
“เ้าอย่าใไปเลยเฟยหลงต่อให้ไม่มอบพลังให้แต่ดวงจิตโลกาได้เตรียมทางสู่ความรุ่งโรจน์ให้เ้าไว้เรียบร้อยแล้ว”
“เ้าคงตรวจสอบดูร่างกายของเ้าแล้วใช่หรือไม่”จ้าวเฟยหลงพยักหน้ารับ
“เช่นนั้นต้องรู้ไว้ว่าร่างกายของเ้านั้นได้รับการปรับปรุงจนอยู่ในระดับของจอมยุทธ์แล้ว ทั้งกล้ามเนื้อ เส้นเื เส้นลมปราณ ที่ดีกว่าคนอื่นๆถึงสิบเท่าตันเถียนของเ้าก็มีโครงร่างแล้วอีกทั้งยังมีวงปราณปัญจธาตุติดอยู่ด้วย ตันเถียนนี้แม้แต้ข้าก็ยังอดอิจฉาเ้าไม่ได้เลยทั้งหมดนี้คือการเตรียมการของดวงจิตโลกามอบให้เ้าข้าว่ามันชอบเ้ามากเลยนะไม่อย่างนั้น คงไม่มอบของขวัญที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้แก่เ้า”
“แล้วตันเถียนของข้านี้มันดีอย่างไรขอรับ”จ้าวเฟยหลงอยากรู้เกี่ยวกับตันเถียนของเขาเป็อย่างมาก
“โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกยุทธ์จะมีตันเถียนเมื่ออยู่ในขั้นจอมยุทย์เพราะพวกเขาจะใช้มันเป็ที่กักเก็บปราณที่กลั่นมาจากพลังฟ้าดินและใช้ออกมาเป็พลังลมปราณแต่ผู้ที่มีพร์พวกเขาจะมีปราณธาตุอยู่ในร่างกายของพวกเขาด้วยดังนั้นผู้มีพร์จึงใช้ลมปราณออกมาในรูปแบบธาตุที่ตนมีได้ด้วย เช่นผู้มีธาตุไฟก็จะใช้วิชายุทธ์ธาตุไฟสร้างพลังออกมาเป็ลูกไฟหรือเปลวเพลิงขนาดใหญ่ได้ ส่วนผู้ถูกเรียกขานว่าอัจฉริยะนั้นพวกเขาจะมีตันเถียนที่ใหญ่กว่าคนทั่วไปและมีปราณธาตุในร่างกายสองถึงสามธาตุ”
“ส่วนตันเถียนของเ้ามันพิเศษกว่าอย่างยิ่ง นอกจากมันจะมีขนาดใหญ่กว่าคนอื่นสิบเท่า มันยังเชื่อมต่อกับวงปราณปัญจธาตุนั่นหมายความว่าเ้าสามารถใช้พลังออกมาได้ทุกธาตุ ทั้ง ดิน น้ำ ไฟ ไม้และทองนี่คือความพิเศษของมันเพราะในขณะที่คนอื่นต้องดิ้นรนค้นหาธาตุของตนเองแต่เ้ากลับมาปราณธาตุไว้ใช้สอยเรียบร้อยแล้วแต่มันยังไม่สมบูรณ์หรอกน่ะเ้าต้องเติมเต็มส่วนที่ขาดเองข้าเชื่อว่าดวงจิตโลกา้าเช่นนั้น”
“้าให้ข้าเพิ่มเต็มเองหมายถึงสิ่งใดกันแน่ท่านอาจารย์”
“เ้ายังไม่ต้องคิดมากนักตอนนี้เพียงแค่ทำความเข้าใจสิ่งที่เ้ามีเสียก่อนอย่างอื่นจะเข้าใจเองภายหลัง”
เมื่อดวงจิตโลกาได้มอบสิ่งที่พลิกฟ้าให้แก่จ้าวเฟยหลงเช่นนั้นแล้วหลงเทียนจวินก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้
“เมื่อเ้ามีร่างกายที่พร้อมแล้วอาจารย์จะถ่ายทอดวิชายุทธ์ระดับเทพให้แก่เ้า”
“วิชายุทธ์ระดับเทพ”จ้าวเฟยหลงตกตะลึงตัวแข็งค้าง เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะมีวาสนาได้เรียนรู้วิชายุทธ์ระดับเทพมาก่อนเลย
เพราะวิชายุทธ์แบ่งออกเป็สิบระดับตามระดับของผู้ฝึกตนได้แก่“ระดับมนุษย์” “ระดับปราณ” “ระดับจิต” “ระดับปฐม” “ระดับมัธย” “ระดับปฐี” “ระดับนภา” “ระดับปราชญ์” “ระดับเซียน” และ “ระดับเทพ” แต่ละระดับแบ่งย่อยเป็สามขั้น คือขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นสูงต้องรู้ว่าในตระกูลเ้าวิชายุทธ์ที่สูงที่สุดยังอยู่แค่ระดับปราณขั้นกลางเท่านั้นส่วนวิชาระดับเทพเป็เพียงตำนานเท่านั้น ในทวีปบูรพานี้ไม่ปรากฏวิชาระดับเทพมาก่อนเลย
ความดีใจฉายออกบนใบหน้าของจ้าวเฟยหลงเพราะนี่มันเกินกว่าสิ่งที่เขาควรจะได้รับด้วยซ้ำ
“ข้าขอบคุณท่านอาจารย์”
“ระหว่างเราหาต้องพูดขอบคุณไม่ ศิษย์ข้า”
หลงเทียนจวินอ้าปากออกแล้วก็มีคัมภีร์หยกลอยออกมาห้าเล่มแต่ละเล่มส่องแสงที่เป็เอกลักษณ์
ส่องแสงสว่างไปทั่วโถงถ้ำ มันให้ความรู้สึกราวกับว่าร่างกายอยากออกไปะโโลดเต้นมีความกระหายที่ทำให้อยากใช้พลังออกมาะเิทุกอย่างที่ขวางหน้า นับได้ว่าเป็ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก
“คัมภีร์หยกสีทอง คัมภีร์วัฏฏะปราณเทพับ่มเพาะปราณและจิติญญา เมื่อฝึกสำเร็จพลังปราณไร้ขอบเขต พลังจิติญญาไร้สิ้นสุดสามารถเปิดฟ้าผ่ามิติขึ้นสู่แดน์”
“คัมภีร์หยกสีเขียวเพลงดาบเก้าดาบเทพัครองฟ้า สำเร็จทั้งเก้าดาบ เพียงตวัดดาบทำให้ดวงดาวเหลือเพียงเศษฝุ่น”
“คัมภีร์หยกสีขาวเพลงหมัดเทพพยัคฆ์คำรณ ฝึกครบเก้าขั้นหนึ่งหมัดทะลายดวงดาว”
“คัมภีร์หยกสีดำ กายะเทพเต่าทมิฬฝึกจบทั้งเก้าขั้น ร่างกายไร้ซึ่งอาวุธทำลายได้ พลังใดๆก็ไม่อาจกล้ำกลาย กายาเป็ะ”
“คัมภีร์หยกสีแดง ยาตราเทพหงส์เพลิงบรรลุทั้งเก้าขั้นไปมาไร้ร่องรอย ไล่จับอัสนีขี่สายลม หนึ่งก้าวหมื่นลี้”
“ท่านอาจารย์มอบให้ข้าทั้งหมดเลยหรือขอรับ”เสียงของจ้าวเฟยหลงเปล่งมาได้ หลังจากที่ตกตะลึงไปพักใหญ่
“ใช่แล้ว” หลงเทียนจวินตอบรับ“แต่ก่อนที่จะฝึกได้นั้นเ้าต้องทำอีกอย่างหนึ่งเสียก่อน”
“คืออะไรหรือขอรับ”จ้าวเฟยหลงกล่าวถาม
แทนคำตอบ หลงเทียนจวินใช้กรงเล็บกรีดไปตรงอกของตนบริเวณหัวใจหยดเืสีทองของเทพได้ลอยออกมาจากหัวใจของเขา แล้วแยกตัวออกจากกันเป็สามกลุ่มกลุ่มที่มีหนึ่งหยด กลุ่มที่สองมีสองหยด และกลุ่มที่สามมีทั้งหมดสามหยดพลังแห่งเทพกระจายอยู่โดยทั่ว ให้ความรู้สิ่งกดดันเป็อย่างมากเป็พลังแห่งผู้ที่อยู่สูงสุด เก่าแก่า ไร้ผู้เทียมทาน
“นี่คือเืแห่งเทพของข้า เืบริสุทธิ์แห่งเผ่าพันธุ์ัทรงภูมิ ทรงพลังอย่างที่สุด นับเป็สุดยอดมหาสมบัติหากปรากฏขึ้นที่ใดย่อมนำมาซึ่งการหลั่งเืแย่งชิง”
“เืของันั้นหากได้หากหลอมรวมกับร่างกายแล้วมันย่อมสร้างผลดีที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้หลอมรวม เส้นเืจะขยายใหญ่ เม็ดเืถูกขัดเกลาจนบริสุทธิ์เส้นลมปราณก็ขยายใหญ่ขึ้นแข็งแกร่งขึ้นและยังสามารถรักษาอาการพิการของร่างกายทุกอย่างได้ด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งขึ้นทั่วร่าง กระดูกก็จะถูกพลังของัหล่อหลอมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นลมปราณเพิ่มพูนอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับพลังแห่งสายเืักดข่มสัตว์อสูรทุกชนิดเนื่องจากัคือาาของสัตว์อสูรนั่นเองแต่หากหลอมรวมไม่ได้ผลก็คือตายสถานเดียว”
“หรือท่านของการให้ข้าหลอมรวมกับเืเหล่านี้”จ้าวเฟยหลงถามขึ้น
“สาเหตุที่วิชาระดับเทพไม่เป็ที่พบเจอก็เพราะการจะฝึกให้สำเร็จต้องได้รับเืของเทพเป็รากฐานของการฝึกซึ่งแน่นอนว่าเหล่าเทพไม่ยินดีที่จะสละเืของตนให้ใครง่ายๆเพราะเท่ากับลดพลังของตนเองลงไปด้วย”
“เช่นนั้นข้าก็มิอาจทำให้ท่านอาจารย์ต้องลำบากเพราะข้าข้าไม่อาจหลอมรวมกับเืของท่านได้”
“เฟยหลงเอ๋ย เ้าอย่าได้กังวลไปอาจารย์ยินดีและเต็มใจมอบให้เ้า จงใช้มันอย่างสบายใจได้ ถ้าหากเ้ากตัญญูต่ออาจารย์จริงก็จงฝึกวิชาให้สำเร็จนั่นแหละนับว่าเ้าได้แสดงความกตัญญูต่ออาจารย์แล้ว”
หัวใจของจ้าวเฟยหลงรู้สึกหนักอึ้งอาจารย์ของเขาถึงกับยอมสละเื เพื่อให้เขาได้ฝึกยุทธ์ระดับเทพได้ทั้งที่มันจะส่งผลร้ายต่อตนเองทำให้เขาซาบซึ้งต่อบุญคุณของอาจารย์มากเป็อย่างยิ่ง
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง”
* 1 จิน เท่ากับ 500 กรัม