“หลายร้อยปีก่อน ที่เมืองลาดบัวหลวงมีพญานาคหนุ่มตนหนึ่งนามว่า นาคาเพชร ผู้เป็เทพปกปักษ์รักษาแหล่งแม่น้ำอันเป็เส้นเืใหญ่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตในเมืองแห่งนี้ นาคาเพชรได้พบรักกับนางกินรีนามว่า แก้วกาญจน์ ในคืนพระจันทร์เต็มดวง ระหว่างที่แก้วกาญจน์กินรีลงมาเล่นน้ำตก และทั้งสองก็ได้ลักลอบอยู่กินร่วมกันฉันท์สามีภรรยา ทว่าพญาครุฑผู้ซึ่งหลงรักแก้วกาญจน์กินรีบังเอิญล่วงรู้เข้า จึงตามมา่ชิงตัวนาง แต่นาคาเพชรไม่ยอมให้พญาครุฑนำตัวเมียรักกลับไปยังเมืองฟ้า ทำให้นาคกับครุฑต้องต่อสู้กันอย่างเอาเป็เอาตาย แก้วกาญจน์กินรีเกรงกลัวว่านาคาเพชรจะได้รับบาดจนสูญเสียชีวิต จึงยอมกลับไปพร้อมกับพญาครุฑ แต่ในภายหลังนางก็ลักลอบกลับมาหาสามี และเนื่องจากนาคาเพชรเป็เทพผู้ปกปักษ์รักษาแม่น้ำแห่งนี้ นางจึงสละชีวิตะ เพื่อแลกกับการรักษาดวงจิตของนาคาเพชรเอาไว้ ก่อนที่แก้วกาญจน์กินรีละสังขารเพื่อไปเวียนว่ายตายเกิดในภพชาติใหม่ นางได้บอกให้เขาเฝ้ารอเพื่อจะกลับมารักกันอีกครั้ง นาคาเพชรไม่้าลืมเลือนแก้วกาญจน์กินรี จึงยอมละทิ้งกายเนื้อเพื่อรักษาความทรงจำ โดยคงอยู่เพียงจิติญญาที่ยังไม่แตกสลาย”
ท่านพราหมณ์ประจำเมืองฯ ได้กล่าวถึงเื่ราวความเป็มาของการคัดเลือกตัวเ้าสาวให้กับนาคาเพชร ก่อนเริ่มต้นร่ายคาถาปลุกเสก
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้จะถูกจัดขึ้นในทุก ๆ สี่ปี ทว่าไม่เคยมีหญิงสาวคนใดถูกเลือกเลยสักคน เพราะกระทงดอกไม้ซึ่งถูกปล่อยมาจากริมฝั่งลำธาร ไม่เคยไหลทวนกระแสน้ำขึ้นไปหาเ้าสาวเสี่ยงทายดั่งเช่นคำทำนาย
“ลำเจียก เสร็จพิธีแล้วเราไปตลาดซื้อผ้านุ่งใหม่กันดีไหม”
แก้วจันทร์แอบสะกิดสีข้างของลำเจียกระหว่างเดินต่อแถวเรียงหน้ากระดานลงไปในแม่น้ำ พวกหล่อนอยู่ในกลุ่มของบรรดาหญิงสาวพรหมจรรย์ซึ่งถูกเกณฑ์มาจากสิบหมู่บ้านในเขตเมืองลาดบัวหลวง
“ชู่ว์...” ลำเจียกทำเสียงปราม
“ท่านพราหมณ์กำลังมองมาทางพวกเรา เอ็งอย่าทำตัววอกแวกเสียอาการ ประเดี๋ยวก็โดนจับไปบูชายันต์หรอก”
ได้ยินดังนั้น แก้วจันทร์จึงรีบสำรวมกิริยา มิใช่ว่าหล่อนจะเกรงกลัวคำขู่ เพราะหล่อนไม่เชื่อว่ากระทงดอกไม้จะสามารถลอยทวนน้ำได้เหมือนกับปลา ที่สำคัญหล่อนไม่เคยคิดฝันว่าตนเองจะเป็นางแก้วกาญจน์กินรีกลับชาติมาเกิด เช่นบรรดาหญิงสาวหลายคนที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็เ้าสาวของนาคาเพชร พญานาคหนุ่มรูปงามผู้มีรักเดียวใจเดียวตนนั้น
แล้วถ้าหากมีหญิงใดถูกเลือกให้เป็เ้าสาว ก็จะถูกส่งตัวไปที่ถ้ำนาคาและโดนกักขังอยู่ข้างในนั้นเป็เวลาสามวันสามคืน โดยที่ไม่อาจล่วงรู้ชะตากรรมว่า ภายหลังเ้าหล่อนจะมีชีวิตรอดหรือจะกลายเป็ผีเฝ้าถ้ำไปตลอดกาล
หรือถ้าหากตำนานเล่าขานเ่าั้คือเื่ราวที่ถูกบิดเบือน และนาคาเพชรไม่ใช่พญานาค แต่ความจริงแล้วเขาเป็ผีเ้าที่ขี้หื่นล่ะ ?
ในขณะที่แก้วจันทร์หมกมุ่นอยู่กับความคิดฟุ้งซ่าน พลันมีเสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ขึ้น ครั้นเงยศีรษะมองไปยังเบื้องหน้า หล่อนก็ต้องเบิกตาอ้าปากค้าง เนื่องจากกระทงดอกไม้กำลังลอยละลิ่ว มุ่งตรงเข้ามาหาหล่อนราวกับมีแรงดึงดูด
สัญชาตญาณระวังภัยของอิสตรี กระตุ้นให้แก้วจันทร์ก้าวถอยหลังเพื่อหลบเลี่ยงหนีห่างจากมัน ทว่าเรียวขาทั้งสองข้างของหล่อนได้ถูกพลังอำนาจลึกลับผูกพันธนาการเอาไว้ที่ใต้ผืนน้ำ ทำให้หล่อนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหน
ฉับพลันก็มีผู้คนมากมายกรูกันเข้ามารุมล้อมหล่อน ร่างอรชรถูกแบกหามเข้าไปในซุ้มประกอบพิธีกรรมเสกสมรสเสี่ยงทาย ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่โล่งด้านหน้าปากถ้ำของพญานาคราช
“ปล่อยข้า ! ข้าไม่อยากเป็โดนบูชายันต์ !”
แก้วจันทร์พยายามดิ้นรนขัดขืนให้ตัวเองหลุดรอดจากการถูกจับตรึงอย่างสุดฤทธิ์สุดแรง แต่ก็ไม่มีใครแยแสว่าหล่อนจะยินยอมพร้อมใจด้วยหรือไม่
ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายนั้น คลับคล้ายว่าแก้วจันทร์ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของใครคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ ๆ หู
“เมียใจร้าย คอยดูเถิด พี่จะทำให้เ้าลืมผัวเก่าคนนี้ไม่ลงอีกเลย”
ถ้อยคำปรามาศนั้น ทำให้แก้วจันทร์มีอาการขนอ่อนลุกซู่ไปตลอดทั้งเรือนร่าง
“ไม่นะ ! ข้าไม่เคยมีผัว !”
หล่อนกรีดร้องราวกับคนเสียสติ
“พวกผู้ชายถอยออกมาให้หมด”
ท่านพราหมณ์ะโสั่ง ก่อนจะร่ายคาถาเป่ามนต์สะกดให้แก้วจันทร์หยุดคลุ้มคลั่ง
หลังจากนั้น กลุ่มหญิงสูงวัยก็เข้ามามะรุมมะตุ้มช่วยกันจับหล่อนแก้ผ้าอาบน้ำ ขัดสีฉวีวรรณ ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า อีกทั้งประพรมน้ำหอมน้ำปรุง แต่งหน้าทำผม แล้วก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับหล่อน