บทที่ 6 พี่ไม่เคยผิดต่อหัวใจ
"พี่เฉวียนเฉิงข้ารอท่านทุกคืน"
คำพูดกำกวมฟังดูมีเลศนัยเพียงเท่านี้ก็จับทางได้แล้วสตรีนางนี้ไม่ค่อยเป็มิตร ไหนจะแววตากลมโตคู่นั้นที่เอาแต่จ้องยวนอวี่แทบจะกัดเืกลืนเนื้อ ภรรยาตัวจริงยืนหัวโด่หัวชันยังหน้าด้านหน้าทนพ่นคำพูดไม่อายผีสางหวังเขย่าขาเตียงให้คู่รักสั่นคลอน ยามนี้ดูเหมือนว่าแส้ในมือที่พกติดตัวมาด้วยจะได้ใช้งาน นางร้ายตัวแม่แผ่อกตั้งหน้าเดินเข้าหาใจกล้าบ้าบิ่นชิงเปิดปากเจรจาตอกกลับด้วยความเกรี้ยวกราด
"สตรีบ้านไหนเล่า หน้าไม่อายรอสามีผู้อื่นทุกค่ำคืน... อยากรู้เหตุผลหรือไม่ทำไมเขาปล่อยให้เ้ารอ ก็เขาเอาแต่ขลุกอยู่กับข้าบนเตียงอย่างไรล่ะ" นางเชิดนางเริ่ดสาดคำพูดที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามแทบหยิบปิ๊บขึ้นมาคลุมหัวยังไม่พอ ครั้นมือเล็กตั้งท่าจะหวดแส้ปะทะกับสตรีแปลกหน้านางนั้น
ในขณะเดียวกันเฉวียนเฉิงจะทนเห็นภรรยาตัวแสบลงมือก่อนได้อย่างไร กริยาเช่นนี้เกินคาดคิดหากปล่อยให้นางลงมือกับ 'หม่าชุน' คงเกิดเื่ยุ่งยากภายหลังแน่... สตรีที่ปากแกว่งหาเสี้ยนเช่นนี้ใช่ว่าจะไม่มีวรยุทธนางเป็ถึงสายลับที่แฝงตัวในโรงน้ำชาแห่งนี้ก็เพื่อคาบข่าวรายงานแก่สกุลหาน ทั่วเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าสตรีสกุลหม่ามีใจให้หานเฉวียนเฉิงั้แ่สมัยออกรบด้วยกันใหม่ๆ จนตอนนี้นางยังไม่อาจสมหวัง ในหัวใจชายหนุ่มมีเพียงตำแหน่งสหายมอบให้เท่านั้น
ชายหนุ่มหมุนตัวเอาร่างแกร่งเข้ามากำบังยินดีรับแส้ของภรรยาเอาไว้เพียงผู้เดียว เข้าทำเช่นนี้ไม่ได้มีเจตจำนงปกป้องหม่าชุน แต่ทำเพื่อปกป้องยวนอวี่จากเื่ยุ่งยากอื่นที่จะตามมา ทว่าเพียงได้เห็นกับตายวนอวี่ก็คิดดีไม่ได้นอกจากโบ้ยว่าสามีห่วงใยหญิงอื่น นางกับสามีเริ่มจะดีกันอยู่แล้วเชียวทำไม์ต้องส่งยัยกระบองเพชรนี่มาอีกล่ะ ไหนจะยัยถั่วงอกเ้าของร่างเก่าที่สร้างเื่ยุ่งยากทิ้งไว้ก็ลำบากพอควร ทันใดนั้นน้ำเสียงเย็นเยือกตะเบ็งเสียงพูดออกมาโดยไม่ไยดี
"ไสหัวไป"
ยวนอวี่ที่กำลังครุ่นคิดวิตกกังวลเมื่อได้ยินเช่นนั้นความอ่อนไหวประเดประดังถาโถมเข้ามาจนแน่นอก นางไม่มีสิ่งใดจะพูดยกเว้นแต่ยกมือเล็กขึ้นปาดน้ำตาหยดกลมที่กลิ้งออกจากเบ้าเชื่องช้า ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะจากไปโดยไม่แยแสเช่นกัน
"ท่านปกป้องนาง ได้! ข้าจะไป"
[ยวนอวี่... ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิด ข้าไล่นางต่างหาก ไหนเลยจะกล้าไล่เ้า!]
ชายหนุ่มยกคิ้วหนาขมวดเข้าหากันราวจะผูกมัดเป็ปม เขาคว้าลำแขนหม่ากระชากลากดึงอย่างแรงก่อนผลักนางติดแผ่นประตู เพ่งมองนางด้วยสายตาเ็าราวทะเลหิมะที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง น้ำเสียงหนักแน่นสบถคำหยาบโลนตอบกลับอย่างน่าสมเพช
"รอข้าทุกคืนเพราะจดหมายลับจะถูกนัดพบ! เหตุใดไม่พูดไม่แจ้ง... หรือเ้าจงใจจะทำให้นางมีน้ำตา"
"ยุยงให้สามีภรรยาแตกแยกเ้าคิดผิดแล้ว ขอบใจที่หาโอกาสให้ข้าง้องอนนางในดวงใจ ส่วนเ้าหากไม่พอใจในตำแหน่งสหายก็จงไสหัวไปอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก สตรีสกุลหม่าอยากแต่งกับข้าก็เพราะหน้าที่ทางทหาร!! คิดว่าข้าโง่เขลาจนเดาไม่ออกงั้นเหรอ!"
"น่าสมเพช!"
"เฉวียนเฉิง... แล้วเ้าจะต้องเสียใจ"
"ไม่มีใครทำให้ข้าเสียใจได้นอกจากนาง... ส่วนเ้ายิ่งไม่มีวัน"
ดวงตาทอประกายกล้าโเี้ขู่ขวัญสตรีด้วยคำพูด แต่ละท้วงประโยคอัดแน่นไปด้วยน้ำเสียงแห่งความเดือดดาล เขาถือบันดาลโทสะไล่นางออกจากสหายกองทัพโดยไม่ลังเล ก่อนจะออกจากโรงน้ำชาหวังติดตามภรรยาเพื่ออธิบายเื่ราวทั้งหมด ไม่ปล่อยให้นางเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
นี่มันจังหวะนรกชัดๆ ในระหว่างที่นางร้องไห้เสียใจเดินเตร่ตามลำพังดันพบหลี่เตี้ยวอวิ๋นออกมาตรวจตราความสงบตามหน้าที่เฉกเช่นกิจวัตรประจำวันที่เคยทำ ยวนอวี่เกรงว่าสตรีที่แต่งงานแล้วพบกับบุรุษที่เพิ่งแต่งงานใหม่พบเจอกันโดยลำพังไม่ส่งผลดีแน่... ระหว่างที่นางกำลังหมุนตัวกลับไปอีกเส้นทางดันเป็เฉวียนเฉิงที่กำลังตามมาติดๆ เบื้องหน้าก็เป็อดีตชายในดวงใจที่ทั่วเมืองนำไปติฉิน
แต่ช่างเถอะในเมื่อคราวซวยมาถึงแล้วอะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิด ขนาดเฉวียนเฉิงยังมีสตรีนอกเรือนให้ออดอ้อนทำไมสตรีอย่างนางจะทำบ้างไม่ได้ ยวนอวี่คิดที่จะเล่นกับความรู้สึกสามีแก้เผ็ดคนปากไม่ตรงกับใจให้ได้เห็นดีกันไปข้าง เพียงเดินกลับไปสามก้าว...หญิงสาวที่ร่างบอบบางก็ล้มแผละลงทันที ด้วยสัญชาตญาณผู้ตรวจการที่คอยพิทักษ์ความผาสุกของประชาชนไม่รีรอที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
"คุณหนูฮั่วเป็อะไรหรือไม่" น้ำเสียงอ่อนโยนราวปุยเมฆไถ่ถามนางเหมือนมีมนตราชวนให้คนหลงใหล ไหนจะใบหน้าขาวละเอียดริมฝีปากบางอมชมพูระเรื่อนั้นอีก ไม่แปลกที่ฮั่วยวนอวี่คนเดิมจะยอมเป็อนุของเขา
ระหว่างที่ส่งเสียงเรียกสองสามประโยคแต่ไม่ได้สิ่งใดตอบกลับ เตี้ยวอวิ๋นจำเป็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสอดข้อแขนเข้าประคองภรรยาผู้อื่นด้วยความอ่อนโยน ยามแววตาคมคู่นั้นมองมาทีไรก็ทำให้นางรู้สึกราวกำลังล่องลอยบนห้วงอากาศ ความรู้สึกเช่นนี้มันคืออะไรกันนะ คนในโลกปัจจุบันเรียกว่าฟินงั้นเหรอ ละเม้อเพ้อพกได้ไม่นานนักโทนเสียงเข้มที่คุ้นเคยก็ดังแว่วเต็มสองหู
"หลี่-เตี้ยว-อวิ๋น! ไสหัวไปให้พ้นหน้าภรรยาข้า"
ต่อให้สนหน้าตาและชื่อเสียงเป็ไหนๆ ยามเห็นชายอื่นแตะต้องเนื้อเนียนละเอียดของนาง ใจดวงน้อยสั่นระริกราวฟ้าดินจะถล่ม นอกจากใบหน้าที่คร่ำครึยังมีเสียงขบกรามดังเอี้ยดพวกนั้นที่บ่งบอกถึงอารมณ์เดือดดาลที่พร้อมลงมือกับหลี่เตี้ยวอวิ๋นโดยไม่ละเว้น ทว่าบุรุษทั้งสองเติบโตในราชสำนักพร้อมกัน ผู้หนึ่งเป็ขุนนางบุ๋นผู้หนึ่งเป็ขุนนางบู๊ มีหรือที่ชายรูปงามแรงจำกัดอย่างเตี้ยวอวิ๋นจะแส่หาเื่ เนื้อหนังเหล่านี้ใช่ว่าตนจะหลงใหลนัก มิสู้ส่งสตรีคนงามคืนแผงอกสามีเป็อย่างไร
คิดแล้วก็เร่งสับเท้าไปด้านหน้าส่งร่างสตรีต้นเหตุของปัญหาคืนให้เ้าของ ยวนอวี่สะดุ้งตัวโหยงเมื่อช้อนตาขึ้นประสานกับแววตาสีนิลคู่นั้น ยิ่งเรือนร่างได้ััหน้าอกที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามกระตุกเต้นด้วยโทสะยิ่งทำให้นางตระหนก สถานการณ์กระอักกระอ่วนเช่นนี้ใครจะอยู่ให้โง่ หญิงสาวกระโจนลงจากอ้อมแขนพร้อมกับชักสีหน้าดุสามีด้วยคำพูดที่ว่า
"ใครอยากให้อุ้มกัน แข็งแรงนักก็กลับไปอุ้มคุณหนูหม่าอะไรนั่นสิ" พูดจบแล้วก็เดินสะบัดก้นกลับจวน
[ดื้อด้าน น่ารำคาญ ข้าจะกำราบฮูหยินพยศอย่างเ้าเช่นไรดี]
เป้าหมายของเฉวียนเฉิงคือพิสูจน์หัวใจนาง การเฝ้าสังเกตว่าการกระทำที่ภรรยาเอาแต่ป้อนใส่ให้ตนราวแอบแฝงเงื่อนงำไม่ใช่เื่ง่าย เื่มือที่สามคิดว่าจะจบไปแล้ว บัดนี้มีเตี้ยวอวิ๋นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกแล้ว ภรรยาตัวแสบคงยากจะจัดการนอกจากกำราบนางด้วยความจริงใจบางข้อ หลังจากครุ่นคิดครู่เดียวไม่เกินอึดใจ หูเกอพารถม้าคันกลางควบมาทันเวลา ฝ่ามือใหญ่คว้าเอวบางเข้าไปด้านในด้วยท่าทีขึงขัง ยิ่งคิดภาพเมื่อครู่ยิ่งทำให้อารมณ์เดือดดาลปะทุขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"แค่จับเอวทำท่ารังเกียจปานนี้ ส่วนกับเขาเ้ายินดีให้โอบกอดตั้งนานสองนาน มารยาสตรีชั้นต่ำประเภทนี้ข้าเฉวียนเฉิงเจอมานักต่อนัก คิดว่ารู้ไม่ทันหรือ"
"พูดออกมาได้เฮงซวย ทีกับคุณหนูสกุลหม่าท่านบังแส้ยอมเจ็บเพื่อนาง เช่นนี้แล้วเราก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ไม่สู้มาหย่ากันเถอะ!"
"ข้าไม่อนุญาตให้เ้าหย่า ห้ามพูดอีก ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน"
"ไม่หย่าแล้วจะให้ทำอย่างไร มีสามีก็เ็าปานนี้ข้าพยายามเอาชนะใจท่านทุกวัน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือแววตาไม่แยแส บัดนี้มีลับลมกับหญิงอื่นนอกสมรส หาความสบายใจไม่ได้!! เดิมทีท่านก็ไม่เคย้าข้าไม่ใช่เหรอ"
"ใครบอกว่าข้าไม่้า!"