เมื่อกลับมาถึงบ้านก็นำข้าวของเข้าไปเก็บอย่างเป็นระเบียบ ซื้อข้าวสารกลับมาถึงหนึ่งกระสอบใหญ่เพราะเอาใส่รถม้ามาจะได้เก็บไว้กินจนสิ้นฤดูหนาว และยังไม่ลืมไปเก็บกวาดเศษผ้าที่ร้านผ้าของพี่สาวคนสวยมาเสียเรียบอีกด้วย ยังมีเวลาเหลืออีกเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นหน้าหนาวก็จะมาเยือน นางคงต้องเร่งมือจัดเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นนางคงได้ตายอีกรอบแน่ๆ ชาติก่อนที่นางจากมามีเพียงฤดูฝน ฤดูร้อนและฤดูร้อนตับแตกเท่านั้น แค่อากาศเย็นเพียงนิดหน่อยนางก็ทนมิได้แล้ว นางคงเร่งหาวิธีรับมือกับอากาศหนาวจัดของที่นี่และเวลาที่จำกัด และยังมีอาหารที่ต้องกักตุนให้พอสำหรับสองชีวิตในระยะเวลาถึงสามเดือน ตอนนี้มีข้าวสารเพียงพอแล้ว ที่ซื้อมาวันนี้ก็มีแป้งสาลี และพวกเครื่องปรุงรสต่างๆ ปลาที่จับมาได้นางก็นำมาตากแห้งเก็บเอาไว้แต่ยังคงไม่เพียงพอ ตอนนี้ในหัวของนางมีเรื่องให้คิดเต็มไปหมด นางไม่เคยเผชิญหน้ากับอากาศหนาวมาก่อนด้วยจึงไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ใช้เพียงสัญชาตญาณว่าอากาศหนาวต้องทำอย่างไรให้อยู่รอด อี้ฟงที่เห็นพี่สาวเงียบไปจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างห่วงใย
"พี่ใหญ่ มีอันใดหรือไม่ขอรับ"
อี้ซินที่หลุดจากภวังค์จึงหันไปส่งยิ้มให้เจ้าตัวเล็กที่มองมาอย่างห่วงใย
"ไม่มีอะไรหรอกฟงเอ๋อ พี่แค่กำลังคิดว่าต้องเตรียมอะไรเอาไว้บ้าง นี่ก็ใกล้จะหน้าหนาวแล้ว"
อี้ฟงที่ได้ฟังก็ทำท่าครุ่นคิด
"หน้าหนาว นั้นหนาวมากจนต้องใช้การก่อกองไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่นขอรับ"
อี้ซินถึงกับกุมขมับนางลืมไปได้อย่างไรกัน นางคงต้องตั้งสติและทำทุกอย่างให้เป็นขั้นตอนคงต้องลำดับความคิดใหม่อีกครั้ง
" ขอบใจมาก ฟงเอ๋อ พี่เกือบลืมไปเลย"
แล้วอี้ซินก็สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะระบายออกมาช้าๆ ตั้งสติใหม่อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยกับน้องชายตัวน้อย
"เราเอาขนเป็ดไปทำความสะอาดแล้วนำมาตากให้แห้งกันก่อนดีกว่านะ จะได้ไปหาฟืนกัน"
แล้วจึงพากันนำขนเป็ดไปยังลำธาร
"พี่ใหญ่จะเอาขนเป็ดมากมายมาทำอะไรหรือขอรับ"
อี้ฟงที่สงสัยตั้งแต่พี่สาวขอขนเป็ดจากท่านป้าหวังแล้ว
"นี่ของดีมากเชียวล่ะฟงเอ๋อ พี่จะนำมาใช้ทำผ้าห่มสำหรับเราสองคนอย่างไรล่ะ รับรองว่ากันอากาศหนาวได้เป็นอย่างดี"
เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้วจึงนำมาผึ่งแดดเอาไว้รอให้แห้งสนิทก็ใช้ได้ แล้วจึงพากันไปหาฟืนที่ต้องใช้เป็นจำนวนมากคงต้องทำที่เก็บฟืนด้วยเพราะหากวางเอาไว้ด้านนอกคงจะใช้ไม่ได้แน่ พรุ่งนี้ต้องพาอี้ฟงไปเที่ยวงานฉลองด้วยสิ แต่งานเริ่มช่วงค่ำค่อยออกเดินทางปลายยามเซินก็ได้ ระหว่างนั้นคงต้องจัดการหาที่สำหรับเก็บฟืนเสียก่อน เดินหาฟืนแล้วนำมากองรวมๆ กันไว้ ดูแล้วคงใช้ได้ไม่เกินห้าวัน เพราะต้องใช้หุงหาอาหารด้วย หากจะให้ได้ฟืนมากๆ ก็ต้องเดินไปหาไกลกว่านี้หรือต้องเข้าไปในป่าซึ่งนางก็กลัวอันตราย แล้วสายตาก็หันไปเห็นต้นไม้ที่ตายยืนต้นแล้วหักโค่นลงมาต้นสูงใหญ่และแผ่กิ่งก้านขนาดเท่าต้นขาอ่อนของนางเห็นจะได้ จึงเกิดความคิดดีๆ ขึ้นมา นางจึงให้อี้ฟงไปขนเอาดินเหนียวที่ใช้ทำบ้านมา ส่วนนางก็ไปตัดกิ่งของต้นไม้ที่ตายนั้นเป็นท่อนๆขนาดหนึ่งช่วงแขนส่วนไหนที่ขนาดใช้ได้นางก็ตัดเอามาจนหมด เมื่อเห็นว่าอี้ฟงขนดินเหนียวมามากพอแล้วจึงให้ น้องชายที่ตอนนี้แข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมากขนท่อนไม้ที่นางตัดมาวางตรงที่กองดินเหนียวเอาไว้ ส่วนนางก็ลงมือขุดดินเป็นช่องสี่เหลี่ยมลึกประมาณ2 ฉื่อ แล้วจึงไปตัดไม้ยาวที่ดูแข็งแรงมาทำเป็นคานพาดตรงหลุม ก่อนจะทยอยนำไม้ที่อี้ฟงขนมาเรียงขึ้นจนสูงก่อนจะตัดหญ้านำมาสุมจนหนาก่อนจะนำดินเหนียวมาโปะอีกทีหนึ่ง แล้วจึงจุดไฟข้างใต้ก่อนจะนำดินเหนียวมาก่อปิดรูเอาไว้ สักพักเมื่อไฟติดก็เกิดเป็นควันไฟขึ้นมา อี้ซินถึงกับยกยิ้ม ทีนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าฟืนจะไม่พอใช้ ดูจากกองไม้ที่กองเอาไว้คงต้องใช้เวลาถึง 5 วันถึงจะเผาหมด แต่ก็มีถ่านเพียงพอสำหรับหน้าหนาวแล้ว
"พี่ใหญ่ที่ท่านทำอยู่เขาเรียกอะไรหรือขอรับ"
"มันคือวิธีเผาถ่านใช้เองแบบง่ายๆอย่างไรเล่า ทีนี้เราก็จะมีถ่านไว้ใช้ไม่ต้องลำบากเดินหาฟืนอีก"
แล้วสองพี่น้องก็พากันกลับเข้าเรือน เพราะดวงตะวันลาลับขอบฟ้าพอดี ส่วนกองไม้นั้นก็ปล่อยทิ้งเอาไว้จนกว่าจะไม่มีควันแล้วจึงเปิดเอาด้านบนออกนำน้ำมารดแล้วผึ่งเอาไว้จนแห้งก็สามารถเก็บเอาไว้ใช้ประโยชน์ได้