ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 472 : หอคอยบัญญัติฟ้า

จารึกที่ 472 : หอคอยบัญญัติฟ้า : บททดสอบแห่งผู้รังสรรค์


ความมืดมิดภายในประตูมิติแห่งหอคอยบัญญัติฟ้า หาใช่ความมืดมิดที่ว่างเปล่า ทว่ามันเป็นความมืดที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ กฎเกณฑ์ และเสียงกระซิบของอดีตกาลนับล้านปี ทันทีที่ร่างของอาเจีย เฟิงอวี้หราน และฉินมู่หลาง ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา บานประตูศิลาเบื้องหลังก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ตัดขาดพวกเขากับมหานาวาดาราจักรที่อยู่ภายนอกอย่างสิ้นเชิง


แสงสว่างไม่ได้มาจากดวงไฟหรือค่ายกลเรืองแสง ทว่ามาจาก 'ตัวอักษร' สีทองโบราณที่ล่องลอยไขว้กันไปมาในอากาศธาตุ พวกมันประกอบขึ้นเป็นโครงสร้างของเส้นทาง บันได และกำแพงที่ทอดยาวขึ้นไปสู่เบื้องบนอันไร้จุดสิ้นสุด


"เจตจำนงที่แฝงอยู่ในอักขระเหล่านี้... แข็งแกร่งเสียจนข้าแทบจะหายใจไม่ออก" เฟิงอวี้หรานกุมหน้าอก เปลวเพลิงสีทองในจักรวาลภายในของเขาสั่นระริกประหนึ่งเปลวเทียนต้องลมพายุ "มันพยายามจะ 'เขียนทับ' กฎเกณฑ์ไฟของข้า!"


ฉินมู่หลางที่ยืนอยู่ข้างกันก็มีสีหน้าเคร่งเครียด มือซ้ายที่กุมด้ามกระบี่ทัณฑ์สูญตาปรากฏเส้นเลือดปูดโปน "กระบี่ของข้าก็กำลังต่อต้านอย่างหนัก... สถานที่นี้ ไม่ต้อนรับวิถีเต๋าแขนงอื่นนอกจากวิถีแห่งอักขระ"


"หอคอยนี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษา 'รากฐาน' ของกฎเกณฑ์จักรวาล ผู้สร้างย่อมต้องวางข่ายมนตร์เพื่อลอกคราบความยึดติดของผู้มาเยือน" อาเจียก้าวเดินไปเบื้องหน้าอย่างมั่นคง ชุดคลุมสีครามของเขากลมกลืนไปกับบรรยากาศโดยรอบอย่างน่าประหลาด พู่กันนิรันดร์ปฐมกาลในมือเปล่งประกายสีเทาอ่อนๆ ทว่าอบอุ่น "อี้หราน มู่หลาง... อย่าใช้เจตจำนงของพวกเจ้าเข้าต่อต้าน ทว่าจงใช้ 'ความว่างเปล่า' ของข้าเป็นเกราะกำบัง"


อาเจียตวัดปลายพู่กันกลางอากาศ ขีดเขียนอักขระ 'คลี่คลาย' (解) สองตัว ประทับลงบนแผ่นหลังของสหายทั้งสอง


วิ้งงงง...


ทันทีที่อักขระทำงาน แรงกดดันที่บีบคั้นมิตรสหายก็พลันมลายหายไปประหนึ่งหิมะละลายใต้แสงตะวัน จักรวาลภายในของพวกเขาเริ่มกลับมาหมุนเวียนได้อย่างอิสระอีกครั้ง


"ขอบใจเจ้ามาก อาเจีย" ฉินมู่หลางถอนหายใจยาว "สถานที่เช่นนี้ หากผู้ฝึกตนทั่วไปล่วงล้ำเข้ามา คงถูกเจตจำนงอักขระกดทับจนวิญญาณปริแตกเป็นแน่"


"ที่นี่คือสนามทดสอบของผู้ขีดเขียนชะตากรรม... เรามาดูกันว่า เบื้องบนสุดของหอคอย จะมีสิ่งใดรอเราอยู่" อาเจียนำทางก้าวขึ้นบันไดอักขระสีทอง


ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงไป อักขระสีทองใต้ฝ่าเท้าจะแปรเปลี่ยนเป็นภาพนิมิตของการสร้างและทำลายล้างในยุคบรรพกาล ดวงดาวถือกำเนิดจากการรวมตัวของฝุ่นธุลี และดับสูญไปในพริบตาเมื่อเผชิญกับหลุมดำ อาเจียทอดสายตามองภาพเหล่านั้นด้วยความสงบนิ่ง ซึมซับแก่นแท้ของการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ทารกวิญญาณสูญตา


ทว่า เมื่อพวกเขาเดินขึ้นมาได้ราวครึ่งทาง บันไดอักขระสีทองก็พลันขาดด้วนลง เบื้องหน้าของพวกเขาคือลานกว้างที่ลอยอยู่กลางอากาศธาตุ บนลานนั้นปรากฏร่างเงาสามร่างที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากหมึกวิญญาณสีดำสนิท ร่างเงาทั้งสามไม่มีใบหน้า ทว่าในมือของพวกมันถือศัสตราที่สร้างจากกฎเกณฑ์ ได้แก่ กระบี่ หอก และพู่กัน!


"บททดสอบแรก... 'เผชิญหน้ากับเงาแห่งเต๋า'" องค์หญิงน้อยปรากฏตัวขึ้นเหนือพู่กันของอาเจีย นางอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เจ้านาย ร่างเงาเหล่านี้คือตัวแทนของความยึดติดที่ตกค้างอยู่ในจักรวาล พวกมันจะสะท้อนพลังที่ทัดเทียมหรือเหนือกว่าผู้ท้าชิงขึ้นไปหนึ่งขั้น!"


"เหนือกว่าข้ามผ่านมหายานงั้นหรือ..." เฟิงอวี้หรานเลียริมฝีปาก รอยยิ้มแสยะปรากฏขึ้น "น่าสนุกนี่! ข้าจะขอเป็นผู้ทดสอบเงาถือหอกนั่นเอง!"


"เงาถือกระบี่... ยกให้ข้า" ฉินมู่หลางก้าวออกไปด้านหน้า รังสีแสงสีเทาแผ่ซ่านจากกระบี่ทัณฑ์สูญตา


อาเจียพยักหน้าเบาๆ "ระวังตัวด้วย เงาเหล่านี้ไม่มีกายหยาบให้ทำลาย พวกเจ้าต้องฟันฝ่าที่ 'กฎเกณฑ์' ของมัน... ส่วนเงาถือพู่กัน... ข้าจะรับมือเอง"


สิ้นคำกล่าว ร่างเงาทั้งสามก็พุ่งทะยานเข้าหาผู้ท้าชิงทันที!


"ตายซะ!" เฟิงอวี้หรานคำรามลั่น เปลวเพลิงสีทองอร่ามพุ่งทะยานออกจากร่าง กลายเป็นมังกรเพลิงเก้าตัวเข้าปะทะกับร่างเงาถือหอก


เงาถือหอกตวัดอาวุธในมืออย่างเรียบง่าย ทว่าคมหอกนั้นกลับ 'ฉีก' เปลวเพลิงของเฟิงอวี้หรานออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดายประดุจฉีกแผ่นกระดาษ! พลังของมันเหนือกว่าเฟิงอวี้หรานในทุกมิติ ทั้งความเร็ว ความรุนแรง และความเข้าใจในกฎเกณฑ์การต่อสู้


อีกด้านหนึ่ง ฉินมู่หลางกำลังแลกเพลงกระบี่กับร่างเงาอย่างดุเดือด กระบี่ทัณฑ์สูญตาที่เคยตัดผ่านทุกสิ่ง กลับถูกกระบี่หมึกสีดำของร่างเงาปัดป้องและสวนกลับได้อย่างแม่นยำ ร่างเงาสามารถคาดเดาทิศทางการฟันของมู่หลางได้ราวกับอ่านใจ!


"พวกมันกำลังอ่านจักรวาลภายในของเรา!" ฉินมู่หลางร้องเตือน ขณะเบี่ยงตัวหลบคมกระบี่ที่เฉี่ยวลำคอไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด


"หากมันอ่านได้... ก็จงเปลี่ยนให้มันอ่านไม่ทัน!"


เฟิงอวี้หรานตวาดก้อง เขาเลิกใช้มังกรเพลิงโจมตีเป็นวงกว้าง ทว่าเขารวบรวมเพลิงอัคคีบรรพกาลทั้งหมด กลับเข้าไปในจักรวาลภายใน บีบอัดมันจนถึงขีดสุด ก่อนจะระเบิดมันออกมาในรูปแบบของ 'เกราะเพลิงคลั่ง' ที่ห่อหุ้มร่างกาย


"เข้ามาไอ้เงาบ้า! มาดูกันว่าหอกของเจ้า จะเจาะทะลุเจตจำนงของข้าได้หรือไม่!" เฟิงอวี้หรานพุ่งเข้าประชิดตัวร่างเงาถือหอก แลกหมัดและศอกที่อาบด้วยเปลวเพลิงสีทองเข้าใส่อย่างบ้าระห่ำ ไม่สนใจการตั้งรับอีกต่อไป


ในขณะเดียวกัน อาเจียยืนเผชิญหน้ากับร่างเงาถือพู่กัน ร่างเงานั้นมิได้โจมตีเข้ามาทันที ทว่ามันยกพู่กันสีดำขึ้น ขีดเขียนอักขระ 'พันธนาการ' (缚) และ 'สลาย' (散) ลงบนอากาศธาตุ ก่อนจะผลักมันเข้าหาชายหนุ่ม


อักขระของเงา มีกลิ่นอายที่เก่าแก่และดุดัน มันมิใช่สูญญตา ทว่ามันคือ 'สัจธรรม' ที่ถูกบีบบังคับให้เป็นรูปเป็นร่าง


"ท่านกำลังใช้ความรู้ที่ตายตัว มาตีกรอบความว่างเปล่า" อาเจียเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาสูญตาของเขาทอประกายลี้ลับ "วิถีแห่งอักขระ มิใช่การลอกเลียนแบบเจตจำนงของอดีตกาล ทว่าคือการรังสรรค์ปัจจุบัน"


อาเจียไม่ได้วาดอักขระใดๆ ขึ้นมาต้านรับ ทว่าเขาเพียง 'ก้าว' เดินฝ่าอักขระ 'พันธนาการ' และ 'สลาย' เข้าไปดื้อๆ!


วิ้งงงง!


ทันทีที่อักขระสีดำสัมผัสกับร่างกายของอาเจีย มันพลันเกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับอย่างรุนแรง! ไม่ใช่อาเจียที่บาดเจ็บ ทว่าอักขระเหล่านั้นกลับหลอมละลายกลายเป็นหยดหมึกสีดำ ร่วงหล่นลงสู่พื้น


"ผู้ที่ว่างเปล่า... ย่อมไร้สิ่งใดให้พันธนาการ"


อาเจียทะยานร่างเข้าประชิดตัวร่างเงาถือพู่กัน ชายหนุ่มยกพู่กันนิรันดร์ปฐมกาลขึ้น ปลายพู่กันแตะลงที่กึ่งกลางหน้าผากของร่างเงานั้นอย่างแผ่วเบา


"จารึกรังสรรค์... คืนรูป!"


หมึกวิญญาณสีเทาประกายทองซึมซาบเข้าสู่ร่างเงา มันไม่ได้ทำลายเจตจำนง ทว่ามัน 'ล้าง' ความยึดติดที่หล่อหลอมเป็นร่างเงานั้นออกไป ร่างเงาถือพู่กันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะสลายตัวกลายเป็นเพียงละอองอักขระสีทอง ล่องลอยไปรวมกับบันไดเบื้องบน


เมื่อร่างเงาของอาเจียถูกสยบ ร่างเงาถือหอกและกระบี่ก็เริ่มสูญเสียความเสถียร เฟิงอวี้หรานและฉินมู่หลางไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย พวกเขาเค้นพลังเฮือกสุดท้าย ทะลวงจุดอ่อนของร่างเงาทั้งสองจนแตกสลายไปในที่สุด


มิตรสหายทั้งสองทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง จักรวาลภายในของพวกเขาปั่นป่วนจากการฝืนขีดจำกัด


"เป็นบททดสอบที่รีดเร้นพลังจนหยดสุดท้ายจริงๆ" เฟิงอวี้หรานเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก


อาเจียเดินเข้ามาใกล้ เขาวางมือลงบนไหล่ของสหายทั้งสอง ถ่ายทอดปราณวิญญาณสีเทาประกายทองเข้าไปหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรที่บอบช้ำ "พวกเจ้าทำได้ดีมาก การก้าวข้ามเงาที่เหนือกว่าตนเอง คือการขยายขอบเขตของจักรวาลภายใน... ลุกขึ้นเถิด เรายังมีหนทางอีกยาวไกล"


เมื่อมิตรสหายฟื้นตัว บันไดอักขระสีทองก็ทอดยาวขึ้นไปอีกครั้ง คราวนี้ ปลายทางของบันได มิใช่ลานกว้างอีกต่อไป ทว่ามันคือ 'ประตูบานใหญ่' ที่หล่อหลอมจากศิลาผลึกใส ภายในนั้นแผ่กลิ่นอายที่ทำให้แม้แต่อาเจียยังต้องหัวใจเต้นแรง


"นั่นคือหอพระคัมภีร์บรรพกาล..." องค์หญิงน้อยกระซิบ น้ำเสียงของนางเจือด้วยความเคารพอย่างสูงสุด "สถานที่เก็บซ่อน 'ต้นฉบับ' ของอักขระสูญตาตัวแรก!"


อาเจียก้าวเดินขึ้นบันไดอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวคือการเข้าใกล้ความจริงของการก่อกำเนิดวิถีเต๋า ราชันหมื่นอักขระ กำลังจะเปิดหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเลือนไปจากความทรงจำของจักรวาลชั้นใน!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

เทพสงครามสายเลือดมังกร

เทพสงครามสายเลือดมังกร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
854K 4500
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.45M 659
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
7.72M 2500
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
364K 318
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786