ขณะที่เสิ่นเย่ว์เฉินนอนหลับไปพร้อมกับเื่หนักใจ เหยาซื่อที่เรือนหลักกลับร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตลอด เสิ่นจื้ออวิ๋นถูกนางรบกวนจนรำคาญจึงไปนอนที่เรือนของเฉียวซื่อฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็จนปัญญากับนาง ทำได้เพียงปล่อยนางร้องไห้ไปคนเดียวพอใกล้ถึงยามสอง ในที่สุดเสียงร้องไห้ของเหยาซื่อก็หยุดลงนางไปล้างหน้าล้างตาแล้วทิ้งตัวลงนอน สาวใช้ที่คอยติดตามนางอยู่ตลอดจึงคลายใจลงได้ในที่สุด
วันต่อมาเสิ่นจื้ออวิ๋นไปทำงานที่ศาลาว่าการแต่เช้า ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็มาหาเหยาซื่อจับเข่าคุยกับนาง บอกให้นางมีความใจกว้างอย่างที่นายหญิงของครอบครัวสมควรมีอย่าทำนิสัยเอะอะก็ระบายโทสะ ทั้งยังบอกว่าหากไม่มีอะไรทำก็ให้อ่านคัมภีร์ให้มากสงบใจศึกษาสัจธรรมบ้าง
ภายนอกเหยาซื่อรับคำ ผงกศีรษะตอบตกลง แต่เื้ักลับไม่พอใจท่าทีของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเป็อย่างยิ่ง
ต่อมาฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไปเยี่ยมหาเสิ่นเย่ว์เฉินอีกครั้ง เมื่อเห็นนางยังคงนอนอยู่บนเตียงในสภาพแน่นิ่งไม่ไหวติงจึงบอกให้หลี่หมัวมัวเลื่อนนัดช่างตัดเย็บออกไปก่อนเพื่อไม่ให้ผู้อื่นรู้เื่นี้
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไม่ใช่คนมองการณ์ใกล้นางแอบส่งคนไปตามหาเทียบยาบำรุงร่างกายสตรีและทำให้มดลูกอุ่นที่ดูน่าเชื่อถือทั่วทุกสารทิศและยังให้ความสนใจชนิดที่ว่าเทียบยาพื้นบ้านที่ไม่ค่อยดีก็ยังตรวจสอบอย่างละเอียดยิ่ง
่ระดูผ่านไปแล้ว อารมณ์ของเสิ่นเย่ว์เฉินฟื้นฟูอย่างรวดเร็วเมื่อร่างกายดีขึ้นแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็ให้หลี่หมัวมัวมาชี้แนะเื่กฎระเบียบมารยาทั้แ่ท่วงท่าการยืนการนั่งจนถึงท่าทางการคารวะและยกอาหารยกน้ำชา ครบครันรอบด้านไม่มีสิ่งใดบกพร่อง
ถึงแม้ปกติเสิ่นเย่ว์เฉินจะทำได้ไม่เลวแต่ก็ต้องเรียนั้แ่แรก
ตระกูลจูเป็ตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงสมควรให้ความสำคัญกับกฎระเบียบและมารยาท ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นทำเช่นนี้ก็เพื่อนางเรียนได้เท่าไรก็เท่านั้น ดังที่กล่าวกันว่า ‘ยึดตามธรรมเนียมไว้ผู้คนไม่ติติง’
เสิ่นเย่ว์เฉินเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจ เมื่อเรียนพอสมควรแล้วการแต่งงานก็ใกล้เข้ามาทุกที
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจะให้แต่งงานที่บ้านเดิมในเต๋อโจว จึงพาเสิ่นเย่ว์เฉินเดินทางกลับไปเตรียมตัวก่อนส่วนเสิ่นจื้ออวิ๋นกับเหยาซื่อเลื่อนเวลาเดินทางออกไปหลายวันรอให้จัดการทุกอย่างเรียบร้อยค่อยออกเดินทาง
เสิ่นเย่ว์เฉินเป็สตรีที่กำลังจะออกเรือนเมื่ออยู่ที่ตระกูลเสิ่นจึงได้รับการดูแลเป็พิเศษในทุกด้านคนข้างกายแต่ละคนล้วนมีท่าทางยินดีปรีดายิ้มแย้มแจ่มใสราวกับคนที่กำลังจะออกเรือนเป็ตัวเองก็มิปาน
วันสำคัญใกล้มาถึงแล้ว เสิ่นเย่ว์เฉินกลับสงบนิ่งฝึกคัดอักษรครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ วันๆหาเื่ทำฆ่าเวลาไปอย่างอุตสาหะ ข้างกายนางมีเพียงชุดแต่งงานเย็บมือสีแดงมงคลส่วนสินเดิมอื่นๆ ล้วนส่งไปที่ตระกูลจูหมดแล้ว นางไม่จำเป็ต้องคิดกังวลอีก
สินเดิมห้าพันตำลึง สำหรับตระกูลเสิ่นนับว่าไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย แต่ในสายตาคนตระกูลจูใช่ว่าจะล้ำค่ามากมายเมื่อปีนั้นตอนฉินซื่อแต่งเข้าตระกูลจู นางนำสินเดิมมาเกือบหมื่นตำลึงเงินมีหน้ามีตาไร้ผู้ใดเปรียบ
ครั้นเห็นของในห้องตนถูกเก็บไปทีละนิดตำราที่วางเรียงซ้อนในตู้ก็ถูกบรรจุลงกล่อง ในใจของเสิ่นเย่ว์เฉินยังอดหนักอึ้งไม่ได้
เวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น สถานการณ์ของเสิ่นเย่ว์เฉินเปลี่ยนไปชนิดพลิกฟ้าพลิกดินผ่านไปอีกไม่กี่วันนางก็จะไม่ใช่คนตระกูลเสิ่นแล้วจะได้สลัดตัวกลายเป็สะใภ้น้อยแห่งจวนตระกูลจูผู้มีหน้ามีตาแล้ว
เสิ่นเย่ว์เฉินยื่นมือไปลูบลายปักดิ้นทองอันประณีตบนชุดแต่งงานสีแดงเบาๆหัวใจสั่นระริก พลางถามตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า จะแต่งไปเช่นนี้หรือ จะยอมรับโชคชะตานี้หรือ
อันที่จริงเมื่อก่อนนางไม่เคยคิดเลยว่าในอนาคตตนจะได้แต่งงานกับใครบางคนนางใช้ชีวิตโดดเดี่ยวลำพังและยากลำบากมาหลายปีทำให้นางเริ่มมีใจมองโลกอย่างปล่อยวาง ความคิดเกี่ยวกับผู้คนและเื่ราวต่างๆลดน้อยลงไปมาก หากไม่ใช่เพราะ้าปกป้องตนเองคงไม่เชื่อฟังฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นทุกอย่างเช่นนี้แน่ความพิเศษทั้งหมดที่นางมีในตอนนี้ แม้จะให้รสชาติของความสุขหลังทุกข์ตรม ทว่านางกลับััได้ถึงวิกฤตอันตรายอันลึกล้ำ
เสิ่นเย่ว์เฉินยอมรับว่าตนไม่ใช่สตรีรักสงบที่ยินดีใช้ชีวิตที่เหลือด้วยการยืมจมูกผู้อื่นหายใจหากมีเวลามากพอนางยังคิดจะจากไปด้วยซ้ำหนีออกจากความสัมพันธ์ทางโลกที่เกี่ยวพันกันซับซ้อนเช่นนี้เสีย หาสถานที่เล็กๆที่ไม่มีใครรู้จักตน ไร้การแก่งแย่งชิงดี อาหารการกินเรียบง่าย ขอเพียงกินอิ่มสามมื้อก็พอใช้ชีวิตอย่างมั่นคงและอิสรเสรีที่เป็ของตนเองจริงๆ
คิดถึงตรงนี้เสิ่นเย่ว์เฉินก็เม้มปากโดยพลัน ก่อนเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อยความปรารถนาอันต่ำต้อยเช่นนี้สำหรับนางในตอนนี้กลับเป็เพียงความปรารถนาอันรางเลือนไปแล้วทว่าต่อให้รางเลือนเพียงใดก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ในมือเสิ่นเย่ว์เฉินมีเงินติดตัวจำนวนหนึ่งเมื่อนำมารวมกันยังพอซื้อที่นาสองสามแห่งในชนบท แต่ฐานะสตรีในห้องหอของนางหากคิดจะทำการค้าและเก็บเงินส่วนตัวโดยปิดบังสายตาผู้อื่นย่อมไม่ใช่เื่ง่ายนางต้องมีคนที่พึ่งพาได้และมีความรับผิดชอบคอยวิ่งเต้นทำสิ่งต่างๆ ข้างนอกแทนตนแต่ฐานะนางในยามนี้ นอกจากอู๋มามาก็ไม่มีใคร ให้นางเชื่อใจได้สักคนเดียว
ขณะคิดชุนิก็เดินเข้ามาเปลี่ยนน้ำชาในห้อง เมื่อเห็นเสิ่นเย่ว์เฉินมองชุดแต่งงานอย่างเหม่อลอยก็คลี่ยิ้มเล็กน้อย“คุณหนูเ้าคะ วันนี้จะฝึกคัดอักษรหรือไม่”
เสิ่นเย่ว์เฉินหลุดจากภวังค์ แล้วหันมามองชุนิพักใหญ่ทันใดนั้นก็พบว่าพอมองสาวใช้นางนี้ใกล้ๆ นางนับเป็สตรีหน้าตางดงามผู้หนึ่ง องคาพยพถูกต้องเหมาะสมรูปโฉมเพริศพริ้ง ดวงตาทั้งสองกระจ่างใสเป็พิเศษ มองไปมองมาก็เริ่มพิจารณาบางอย่างในใจ