จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 36 ขึ้นภูเขาวิญญาณ

            เมื่อกลับถึงสวนแห่งวิญญาณก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว

            แต่เมื่อเย่เฉินเดินเข้าไปด้านในก็พบว่าตรงกลางสวน หู่หวายังไม่เข้านอนเขากำลังนั่งดูดซับพลังปราณวิญญาณฟ้าดินอยู่บนฟูกรองนั่ง

            หลังจากพินิจดูอย่างละเอียดเขาก็พบว่าระดับการฝึกตนของหู่หวาได้รวบรวมถึงขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่งแล้ว

            “ช่างเป็นเด็กน้อยที่ขยันเสียจริง”เย่เฉินอมยิ้ม

            เมื่อได้ยินเสียงหู่หวาก็ลืมตาขึ้น เมื่อเขาเห็นเย่เฉินจึงรีบลุกขึ้นทันที “พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้ว”

            “รู้สึกอย่างไรบ้าง”เย่เฉินตบเบาๆ ที่ไหล่ของหู่หวา

            “รู้สึกดีมากเลย”หู่หวายิ้มขึ้นเผยให้เห็นฟันขาวเรียงเป็นแถว เขาช่างดูใสซื่อบริสุทธิ์แสดงทุกอย่างออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริงจากใจของเขา“ข้ารู้สึกว่าทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยพลัง อีกทั้งความหิวของข้าก็เพิ่มขึ้นมากด้วย”

            “ในอนาคตมันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอีก”เย่เฉินยิ้มขึ้นด้วยความพอใจ จากนั้นจึงหยิบขวดน้ำยาวิญญาณออกมาสามขวดแล้วยื่นให้กับหู่หวา“ใช้สามหยดทุกๆ หนึ่งชั่วยาม จำกัดสูงสุดแค่สามหยดไม่ว่าจะอย่างไรก็ห้ามดื่มมากกว่านี้”

            “ขอบคุณพี่ใหญ่”หู่หวาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และยังไม่ลืมที่จะเช็ดขวดด้วยแขนเสื้อของเขา

            “หากใช้หมดแล้วก็บอกข้านะ”

            “ขอรับ”หู่หวาพยักหน้า จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังเย่เฉินด้วยดวงตากลมโต “พี่ใหญ่ข้าจะไปฝึกตนที่ภูเขาวิญญาณเหมือนท่านได้ไหม”

            เย่เฉินนิ่งคิด

            ในฐานะศิษย์ของสำนักเขารู้ดีถึงอันตรายภายในสำนัก หากว่าอ่อนแอก็จะถูกรังแก หากแข็งแกร่งก็จะถูกอิจฉาแผนการชั่วร้ายต่างๆ ก็จะยิ่งมากขึ้นจนยากที่จะรับมือได้

            หู่หวาเป็นเด็กที่มีความซื่อมากคนหนึ่งจะไปเข้าใจเรื่องตลบตะแลงพวกนั้นได้อย่างไรเขายังไม่ต้องการให้เด็กคนนี้ต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านั้นก่อนเวลาอันควร

            “ข้าก็แค่อยากจะไปชื่นชมบรรยากาศของโลกข้างบนนั้น”เมื่อเห็นเย่เฉินนิ่งเงียบไปไม่ส่งเสียง หู่หวาก็ก้มหน้าลง

            เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของหู่หวาแม้ว่าเย่เฉินจะแอบถอนหายใจอยู่ในใจ แต่การแสดงออกนั้นยังคงมีรอยยิ้มลูบศีรษะของหู่หวา และบอกไปว่า “เจ้าเตรียมตัวไว้ พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าขึ้นไป”

            “จริงหรือ?” หู่หวาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

            “ไปเถอะ!”

            “อือๆ”

            หู่หวาวิ่งไปยังห้องเล็กๆของตนเองด้วยความตื่นเต้นอย่างมาก

            เฮ้อ!

            หลังจากหู่หวาออกไปแล้วเย่เฉินก็แอบถอนหายใจขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ไม่รู้จริงๆว่าการช่วยให้เจ้ากลายเป็นผู้ฝึกตนคนหนึ่ง จะเป็นเรื่องที่ถูกหรือผิดกันแน่”

            ท้ายที่สุดก็เหลือบมองไปยังห้องของหู่หวาจากนั้นเย่เฉินก็รักษาอาการบาดเจ็บให้กับสัตว์วิญญาณอย่างเสี่ยวอิงอีกครั้งและอาศัยช่วงมืดสนิท เดินเข้าไปยังห้องของจางเฟิงเหนียนนำน้ำยาวิญญาณหยกหนึ่งขวดเข้าไปยังร่างกายของเขาเพื่อช่วยให้ความอบอุ่นหล่อเลี้ยงร่างกายของเขา

            เมื่อทำสิ่งนี้เสร็จเย่เฉินก็กลับไปยังห้องของตนเอง นำน้ำเต้าม่วงทองออกมาวางไว้ที่หัวเตียงเพื่อให้มันดูดซับพลังวิญญาณด้วยตัวมันเอง

            จากนั้นเขาจึงหลับตาลง เคลื่อนลมปราณไปทั่วร่างกายเพื่อกลั่นหลอมร่างกาย

            วันรุ่งขึ้นท้องฟ้ายังไม่ทันจะสว่าง เขาก็เดินออกมาจากห้อง

            ในสวนหู่หวาลุกขึ้นมาตั้งนานแล้ว พร้อมกลับเปลี่ยนชุดที่สะอาด

            “ขึ้นไปด้านบนจะต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดอย่าให้เกิดเรื่องเดือดร้อน จำเอาไว้ว่าจะต้องรีบกลับลงมาให้เร็ว”จางเฟิงเหนียนกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่า เนื่องจากกลัวว่าหู่หวาจะถูกรังแก

            เย่เฉินเดินเข้ามาอย่างช้าๆแล้วพูดขึ้น “ท่านวางใจเถอะ ข้าจะดูแลเขาให้ดี”

            หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันอย่างเร่งรีบเย่เฉินและหู่หวาก็เดินทางออกจากสวนแห่งวิญญาณโดยมีสายตาที่กำลังมองส่งพวกเขาของจางเฟิงเหนียน

            ครั้งแรกของการขึ้นไปยังภูเขาวิญญาณของสำนักเหิงเยว่ดวงตาที่กลมโตของหู่หวาก็มองไปรอบๆ ไม่หยุดหย่อน ยอดเขาที่สูงตระหง่านตำหนักอันสง่างาม ต้นไม้วิญญาณที่เปล่งแสงระยิบระยับเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ในสายตาของเขา

            ภูเขาวิญญาณของสำนักเหิงเยว่ในวันนี้ดูแล้วเหมือนว่าคนส่วนใหญ่จะออกไปดูดซับพลังวิญญาณกันอยู่

            บางทีนี่อาจจะเป็นจุดสิ้นสุดของความชุลมุนระหว่างศิษย์ของสามยอดเขาหลักไม่มีความตื่นเต้นใดๆ ให้ชม ทำให้ทุกคนต้องกลับไปสู่การฝึกตนหรือบางทีก็อาจจะเป็นเพราะอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะเป็นการประลองของสำนักนอกจึงทำให้พวกเขารู้สึกกดดันและยิ่งต้องฝึกตน

            แต่เมื่อเย่เฉินมาถึง ก็ยังคงเป็นที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก

            เจ้าศิษย์ฝึกหัดคนนี้ตั้งแต่มาสำนักเหิงเยว่ ก็ได้ทำสิ่งที่น่าตกใจเอาไว้มากมายไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับจ้าวหลงที่ลานเมฆวายุการเผชิญหน้ากับยอดเขาตี้หยางอีกทั้งการเล่นงานเว่ยหยางจนพิการหรือจะเป็นเรื่องตอนถูกลงโทษที่วิหารประกาศิต...

            “ทำไมเขาถึงพาหู่หวามาด้วยทำไมถึงได้กล้าฝ่าฝืนกฎอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้?”

            “เจ้าตาบอดหรือไง! นั้นมันเจ้าเด็กน้อยหู่หวา พลังปราณในร่างกายยังผันผวน”

            “สามารถฝึกตนได้แล้วหรือ?”

            “เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจจริงๆ!”

            เย่เฉินไม่สนใจกับบทสนทนาที่อยู่รอบตัวเขาจูงมือหู่หวาค่อยๆ เดินผ่านพวกเขาไป

            ในทางตรงกันข้ามเมื่อหู่หวาได้เผชิญกับคำพูดและการชี้นิ้วมาจากรอบด้านแบบนี้ก็ได้แต่เดินตามเย่เฉินไปอย่างขี้ขลาด ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวอะไรเลย

            “ไม่ต้องกลัว”เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย

            “ข้า...ข้าไม่กลัว”

            หลังจากผ่านโค้งไปมากมายเย่เฉินก็พาหู่หวามาถึงหอจิ่วชิงเมื่อมาถึงที่แห่งนี้เขาก็ต้องทำป้ายประจำตัวให้กับหู่หวาเสียก่อน

            ในห้องโถงยังคงเป็นผู้อาวุโสชิงอีผู้เดิม

            เมื่อเห็นว่าเย่เฉินกำลังเข้ามาผู้อาวุโสชิงอีก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้น

            “เจ้าหนุ่มข้าตาไม่ถึงจริงๆ”

            ผู้อาวุโสชิงอียังคงจำภาพเหตุการณ์วันนั้นตอนเย่เฉินมาที่นี่เป็นครั้งแรกได้โดยประมุขของสามยอดเขาหลักก็อยู่ด้วยแต่เขากลับถูกปฏิเสธที่จะรับเข้าเป็นศิษย์ด้วยเหตุผลที่ว่าเขามีความสามารถที่ด้อยเกินไป

            เพียงแต่เหตุการณ์ใหญ่โตในแต่ละครั้งที่ผ่านมามันทำให้เขาต้องประหลาดใจจริงๆว่าศิษย์ฝึกหัดคนหนึ่งที่ประมุขของสามยอดเขาหลักไม่รับเข้าเป็นศิษย์นั้นนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีพรสวรรค์อันน่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้ซึ่งมันก็ทำให้ใครหลายคนต่างต้องเสียใจภายหลัง

            “ผู้อาวุโสกล่าวเกินจริงแล้ว”เย่เฉินยิ้ม

            พูดจบเขาก็พาหู่หวามาด้านหน้า แล้วพูดขึ้นว่า “ผู้อาวุโส เขาชื่อหู่หวาจะมาทำบัตรประจำตัว”

            เอ๊ะ?

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ผู้อาวุโสชิงอีก็จ้องไปยังหู่หวา

            เขามองดูพลางยกแขนเล็กๆของหู่หวาขึ้นลง เขาเคยดูผิดพลาดไปแล้วครั้งหนึ่งจึงไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

            เพียงแต่ครั้งนี้เมื่อเขาพินิจดูอย่างละเอียดแล้ว ด้วยพรสวรรค์และความถนัดของหู่หวานั้นยังถือว่าค่อนข้างธรรมดาและเมื่อเทียบกับเย่เฉินในตอนนั้นแล้วยังนับว่าห่างไกลกันมาก

            “เสี่ยวหู่เจ้ายังเป็นได้เพียงศิษย์ฝึกหัดเท่านั้น” จากนั้นผู้อาวุโสชิงอีจึงมองไปยังหู่หวาแล้วถามขึ้น “เจ้ายินดีหรือไม่?”

            อือๆ!

            หู่หวาพยักหน้าอย่างรวดเร็ว“ท่านปู่ ขอเพียงแค่สามารถฝึกตนบนเขาแห่งนี้ได้ จะให้ข้าเป็นอะไรก็ได้”

            ผู้อาวุโสชิงอีหัวเราะและเดินเข้าไปด้านใน

            ไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมกับถุงเก็บของ

            เย่เฉินช่วยรับถุงเก็บของแทนหู่หวาจากนั้นก็ประสานมือคารวะผู้อาวุโสชิงอี “ผู้อาวุโส รบกวนท่านแล้ว”

            เมื่อพูดจบเย่เฉินก็กำลังจะหันกลับไป แต่ผู้อาวุโสชิงอีกลับเรียกหยุดเขาไว้เสียก่อน

            “เจ้าหนุ่มหากสิ้นสุดเวลาการฝึกหัด เจ้ายินดีจะเป็นศิษย์ของข้าชิงอีหรือไม่”ผู้อาวุโสชิงอีโยนกิ่งมะกอกออกมาให้เขา

            สำนักเหิงเยว่มีกฎแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรไม่ว่าจะเป็นสามยอดเขาหลักหรือผู้อาวุโสแห่งหอใหญ่ต่างๆ ล้วนแต่สามารถรับศิษย์ได้และคำพูดของผู้อาวุโสชิงอี ก็คือการรับเย่เฉินเข้าสู่หอจิ่วชิงของเขา

            “ขอบคุณที่ผู้อาวุโสเห็นความสามารถเมื่อการฝึกหัดสิ้นสุดลง ข้าจะพิจารณาดูอีกครั้ง” เย่เฉินอมยิ้มไม่ได้ตอบตกลงและก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียทีเดียว

            “ข้าจะรอคำตอบของเจ้า”

            เย่เฉินพยักหน้าเบาๆและพาหู่หวาเดินออกจากหอจิ่วชิง

            เบื้องหน้าเขาได้พบกับคนคุ้นเคยคนหนึ่ง ที่หากจะพูดให้ถูกก็คงต้องเรียกว่าเป็นศัตรูกันมากกว่า

            คนผู้นั้นอยู่ในชุดคลุมสีขาวสง่างามมีความสง่างามราวกิ่งหยก มุมปากที่ดูขี้เล่นและกะล่อนจนคนรู้สึกรังเกียจเมื่อมองดูแล้ว เขาคือฉีเฮ่าคนที่เคยแอบจู่โจมเขาที่ภูเขาด้านหลังไม่ใช่หรือ?

            เฮ้อ!

            เมื่อได้เจอกับเย่เฉินฉีเฮ่าจึงยิ้มขึ้นอย่างขี้เล่น “โลกนี้ช่างแคบจริงๆ เลย! ไม่ว่าจะไปทางไหนก็เจอกับคนไร้ค่าอย่างเจ้าไปทุกที่เลย”

            เย่เฉินมองเขาอย่างเย็นชาเดิมทีอยากจะลากฉีเฮ่าไปยังลานเมฆวายุ แต่หลังจากคิดทบทวนดีแล้วเขาจึงล้มเลิกความคิดนั้นไว้ก่อน นั่นเป็นเพราะหู่หวามากับเขาด้วยเขาจึงไม่ต้องการให้เด็กคนนี้เห็นฉากนองเลือดมากเกินไป

            “ทำไม? แส้อัคนีนี้ถึงไม่ฟาดเจ้าให้ตาย?”ฉีเฮ่ายิ้มอย่างเหยียดหยาม

            เขาไม่ได้มาตัวคนเดียวแต่ข้างกายยังมีเด็กคนหนึ่งมาด้วยนามว่า ฉีอวิ๋น เขามีอายุไล่เลี่ยกับหู่หวาแต่กลับมีความยิ่งผยอง ชำเลืองมองมายังหู่หวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ“อ่อนแอจริงๆ”

            เมื่อถูกเด็กน้อยฉีอวิ๋นจ้องมองหู่หวาก็ลดศีรษะลงด้วยความรู้สึกที่ด้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ชีวิตระดับการบ่มเพาะฝึกตน อุปนิสัยและพรสวรรค์ ก็ล้วนแต่ห่างไกลกับฉีอวิ๋นทั้งสิ้น

            เย่เฉินจึงดึงตัวหู่หวามาแล้วเดินจากไปพร้อมกับคำพูดที่ไม่แยแสกลับไปว่า

            “ฉีเฮ่าพรุ่งนี้ ข้ารอเจ้าที่ลานเมฆวายุ”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912