จนกระทั่งไอฝนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของตนเองเธอยืนนิ่ง ๆ อยู่หน้าประตู โดยที่ยังไม่คิดจะหยิบการ์ดออกมาเสียบเปิดประตูด้วยคิดว่า หากจังหวะที่เธอเปิดประตูออกคนร้ายอาจจะถือโอกาสดันตัวเธอเข้าไปในห้องด้วยกันได้จึงหยุดนิ่งหวังให้คนที่เดินตามเธอมาเดินจากไปก่อน
ในขณะที่ฟ้าครามนั้นกำลังคิดว่าคนตรงหน้าลืมการ์ด หรือมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ซึ่งอาจจะ้าความช่วยเหลือเพราะเห็นว่าเธอหยุดยืนอยู่หน้าห้องแต่ไม่เห็นเปิดประตูเข้าไปเสียทีจึงคิดที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“มีอะไ...” ไรจะให้ช่วยไหมครับ แค่คิดแต่ไม่ทันได้พูดให้จบ
“นี่นาย! ตามฉันมาทำไม หน้าตาก็ดี มือเท้าก็มี คิดจะเป็คนร้ายอย่างนั้นเหรอเห็นฉันเป็ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แล้วคิดว่าจะมาปล้นมาจี้กันได้ง่าย ๆ รึไง หรือว่าเห็นฉันหน้าตาดีต่อมหื่นเลยทำงาน บอกไว้เลยนะ ฉันน่ะเทควันโดสายดำ ไม่เชื่อจะลองดูก็ได้” ไม่พูดเปล่ายังทำท่าทางยกมือที่กำถุงผ้าไว้ทั้งสองข้างขึ้นตั้งการ์ด พร้อมต่อสู้เต็มที่
ฟ้าครามที่พูดได้ไม่จบประโยคก็ต้องยืนอ้าปากค้าง ฟังคนตรงหน้าที่แววตาประกาศความเป็ศัตรูชัดเจนพูดใส่มาเป็ชุดเขายอมรับว่าใอยู่บ้าง ที่เห็นเธอแสดงท่าทีเช่นนั้น เพราะไม่คาดคิดว่าการเดินตามเธอมาเพื่อจะเลยไปเข้าห้องตัวเองและการหยุดเพื่อจะรอให้ความช่วยเหลือเธอนั้น จะทำให้หญิงสาวมโนไปได้ไกลถึงเพียงนี้แต่อาการใของชายหนุ่มก็มีอยู่เพียงชั่วขณะเท่านั้น เพราะเมื่อเห็นท่าทางของสาวเทควันโดสายดำแล้วเขาก็ต้องเปลี่ยนเป็กลั้นหัวเราะเอาไว้แทน
‘นี่คงจำพี่ไม่ได้สินะยายตัวเปี๊ยก’แต่ถึงจะคิดได้ดังนั้นฟ้าครามก็ไม่คิดที่จะทำความเข้าใจของเธอให้ถูกต้อง ด้วยนึกสนุกเสียแล้วอยากจะรู้จริง ๆ ว่ายายตัวเปี๊ยกนี่ จะเก่งอย่างที่พูดหรือเปล่า
มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่อาจกลั้นเอาไว้ให้เป็ปกติได้อีกต่อไป
“ยิ้มอะไรถ้าอยากเจ็บตัวก็เข้ามา แต่ถ้ายังไม่อยากก็ไปซะ”ไอฝนพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ดุดันเด็ดขาด ไม่เหมือนกับจังหวะการเต้นของหัวใจเธอในขณะนี้ที่มันสั่นรัวจนแทบจะจับจังหวะไม่ได้ ภาวนาว่าให้คนตรงหน้าเลือกอย่างหลังจะดีที่สุดก็เทควันโดสายดำอะไรที่พูดไปนั่น โม้ทั้งเพแม้แต่สายเหลืองที่เป็ขั้นสองต่อจากสายขาวก็ยังไม่ได้เลย มานั่งคิดว่าจะไปเรียนตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว
“มโนเก่งนะเรา”ชายหนุ่มกอดอกพูดไปยิ้มไปอย่างคนอารมณ์ดี “พี่ก็แค่จะเดินไปห้อง” นิ้วชี้ยาว ๆชี้ไปที่ห้องริมสุดพร้อมกับสายตาที่นำสายตาอีกคู่ให้หันไปมองดูเช่นกันว่าเป็ห้องที่อยู่ถัดจากห้องของเธอไป
“แล้วทำไมไม่ไปเล่ามาหยุดอยู่ตรงนี้ทำไม” ไอฝนเสียงเบากว่าเดิมเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าเสียหน้าอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่วายหยิบยื่นความผิดให้คนตรงหน้าอยู่ดี
“ก็พี่เห็นน้องยืนอยู่นิ่งๆ ไม่เข้าห้อง ก็นึกว่า้าความช่วยเหลืออะไรรึเปล่า” สายตากวาดไปเห็นรอยแผลบนเรียวขาเล็กๆ เข้าแวบหนึ่ง ทำให้ต้องย้อนกลับไปมองสำรวจอีกครั้งให้แน่ใจ
“้า” เสียงใส ๆ ตอบสวนทันควันในหัวนึกถึงกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ ที่เอามาสอดไว้ใต้ประตูของเธอเมื่อคืนวานขึ้นมาทันที
‘อยู่ห้องนี้งั้นนายก็เป็คนเขียนไอ้โน้ตทุเรศนั่นสินะ’
ถึงแม้ว่าต่อมจดจำใบหน้าผู้คนของไอฝนจะทำงานได้ไม่ค่อยดีนักแต่เื่อื่นเธอจำได้แม่นยำมาก
“หืม? อะไรครับ?” สายตาที่หยุดอยู่ตรงหัวเข่าที่มีทั้งรอยแผลและรอยฟกช้ำของคนตรงหน้าเหลือบขึ้นมามองที่ใบหน้าสวยแทน รอฟังว่าเธอจะให้เขาช่วยเื่อะไร
“ข้อหนึ่งคนที่ฉันคลานตามออกมาจากท้องแม่ มีพี่ชายฉันคนเดียว เพราะฉะนั้นนายไม่ใช่พี่ฉันไม่ต้องมาเรียกพี่เรียกน้อง ฉันไม่นับญาติด้วย”
“...” ฟ้าครามยักไหล่ พยักหน้าเบา ๆ รับรู้ ปากหยักเหยียดออกเป็เส้นตรงสะกดกลั้นเอาไว้เต็มที่ไม่ให้ตัวเองหัวเราะออกมาในตอนนี้
“ข้อสองนายใช่มั้ยที่เป็คนเขียนไอ้โน้ตทุเรศแล้วเอามาสอดใต้ประตูฉันเมื่อคืน”
ฟ้าครามนิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะร้องอ๋อออกมายาว ๆ ใช่แล้วเมื่อคืนเขาได้ยินเสียงดังตึงตังจากห้องข้าง ๆ จนเขาไม่มีสมาธิอ่านหนังสือโมโหจนต้องเขียนโน้ตส่งให้ห้องนึ้ถึงสองแผ่น ‘คงเพราะเสียงนั่นละมั้งตามเนื้อตัวยายตัวเปี๊ยกถึงได้เขียว ๆ ม่วง ๆ แบบนั้น’
“ยอมรับแล้วละสิ ดี!!” ไอฝนชี้หน้าคนร้องอ๋อพร้อมกับถลาเข้าเงื้อถุงขนมในมือ ตั้งใจฟาดคนตรงหน้าให้หายแค้นสักทีสองที
แต่ถุงขนมไม่ทันจะถึงตัวคนที่ตัวสูงกว่าด้วยซ้ำ ร่างเล็ก ๆก็ถูกรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนใหญ่เสียเองเพราะมือใหญ่คว้าข้อมือเล็กที่มุ่งหมายประทุษร้ายเขาไว้ได้ บิดข้อมือเธออีกนิดถุงขนมในมือก็ร่วงสู่พื้นและร่างเล็ก ๆ ของเธอก็หมุนตามก่อนที่จะถูกรวบทั้งมือและเอวบางเอาไว้ได้
ไอฝนพยามดิ้นรนให้ตัวเองหลุดจากอ้อมแขนใหญ่ที่ตอนนี้ราวกับเป็คีมเหล็กหนีบเธอเอาไว้แน่น แผ่นหลังเธอ บั้นท้ายเธอแนบชิดไปกับลำตัวของคนด้านหลังยิ่งดิ้นก็ยิ่งเสียดสีจนรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของมัดกล้ามแน่น ๆ บนลำตัวหนาแต่วินาทีนี้ไม่ใช่เวลาจะมาเคลิ้มกับร่างกายผู้ชาย ไอฝนสลัดความคิดอย่างอื่นเอาตัวรอดเป็สิ่งที่เธอต้องทำในเวลานี้
“ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้านี่ ปล่อยยย....ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยยย...”
แล้ว์ก็เข้าข้างเธอเสียงลิฟต์ที่ดังขึ้น ยิ่งทำให้ไอฝนร้องเสียงดังขึ้นอีก “ช่วยด้วย มีคนร้ายทางนี้ค่ะช่วยฉันด้วย”
ได้ผลคนที่ออกจากลิฟต์หันมาดู พร้อมกับเดินตรงมาทางเธอทันที
หนุ่มแว่นที่มุ่งหมายจะเข้ามาช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายขยับแว่นเขม้นมองอีกครั้งให้แน่ใจ
"อ้าว!คุณหมอเองเหรอครับ มีอะไรกันรึเปล่าครับเนี่ย”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ แฟนผมกำลังงอนน่ะก็เลยโวยวายไปหน่อย ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ใ”
“ใครเป็แฟนนาย ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่...”
ฟอดดด...ฟ้าครามหอมแก้มคนที่ปฏิเสธเสียงแข็งโชว์หนุ่มแว่นฟอดใหญ่จนเ้าของแก้มเองยังอึ้งอ้าปากค้าง ตาเบิกโพลง เสียงที่กำลังจะส่งออกมาไม่รู้ว่าหนีหายไปไหนหมด
“ผมขอตัวไปง้อแฟนต่อก่อนนะครับ”ฟ้าครามส่งยิ้มให้หนุ่มแว่น ก่อนจะก้มลงเก็บถุงขนมที่ร่วงอยู่บนพื้นแล้วรีบหนีบสาวร่างเล็กที่ยังคงมีอาการอึ้งเข้าห้องตัวเองไปอย่างรวดเร็ว
ไอฝนทั้งโกรธทั้งกลัวโกรธที่จู่ ๆ ก็ถูกขโมยหอมแก้ม กลัวก็เพราะเธอถูกลากเข้ามาในห้องของผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่เธอไม่รู้จักและเพิ่งจะเจอกันเมื่อครู่นี่เอง ‘สติ ไอฝน สติ’
“นายปล่อยฉันเถอะนะเอาจริง ๆ หน้าตาท่าทางของนายก็ดูเป็คนดีได้อยู่...” คนที่กำลังกลัวมากกว่าโกรธใช้กลวิธีใหม่ พยายามเจรจาโดยควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
“ถอดรองเท้า” คนที่เป็ระเบียบและรักความสะอาดเอ่ยขึ้น เมื่อตัวเองเปลี่ยนมาใส่รองเท้าในห้องเสร็จ
“ฮ้า!” ไอฝนร้องขึ้นเหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังถูกหรือเปล่า
“ถอดรองเท้าสิเข้าห้องคนอื่น ไม่คิดจะมีมารยาทหน่อยหรือไงครับ”
“ไม่ถอดก็ฉันไม่ได้อยากเข้า ถ้าไม่อยากให้ฉันใส่รองเท้าเข้าไปนายก็ปล่อยสิฉันจะได้กลับห้อง”
“...”ฟ้าครามไม่ได้พูดอะไรอีก นอกจากจัดการถอดรองเท้าแตะของยายตัวเปี๊ยกเสียเองด้วยการใช้เท้าของเขาดันที่ส้นรองเท้าแตะไปด้านหน้าเบา ๆ รองเท้าคู่เล็กที่เหมือนรองเท้าเด็กโตก็หลุดออกจากเท้าทั้งสองข้างเรียบร้อยก็เขาหนีบเธอไว้กับตัว หรือจะเรียกว่าหิ้วจะถูกกว่า เพราะเท้าเธอไม่ได้แตะพื้นเลยสักนิด
ชายหนุ่มเ้าของห้องพาสาวร่างเล็กที่หิ้วเข้ามาด้วยไปวางลงบนโซฟา พร้อมกับถุงผ้าที่ใส่ของกินทั้งสองถุงก่อนเอ่ยคำพูดสั้น ๆ
“รอก่อน”พูดจบก็เดินกลับไปที่ประตู ซึ่งมีชั้นวางรองเท้าอีกครั้ง
‘รอก็โง่สิ’ไอฝนอยากจะวิ่งผ่านประตูออกจากห้องนี้ไปเสีย แต่ติดตรงที่ว่าถ้าวิ่งไปตอนนี้ ก็เท่ากับวิ่งไปหาคนตัวใหญ่ให้เขาจับอีกน่ะสิ เธอจึงเปลี่ยนเป็กวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อมองหาอาวุธที่ดีกว่าถุงขนมของเธอแทน เนื่องจากนายเสาไฟฟ้านี่ตัวสูงต้องหาอาวุธที่มีด้ามยาวหน่อย แต่เมื่อมองไปรอบห้อง หญิงสาวกลับต้องทึ่งเมื่อภาพที่เห็นคือห้องนี้จัดได้สวยงามและเป็ระเบียบมาก ‘นี่ห้องผู้ชายเหรอเนี่ย’มันเนี้ยบกว่าห้องผู้หญิงอย่างเธอเสียอีก ไอฝนลองเอานิ้วลูบไปบนโต๊ะวางแจกันอันเล็กๆ ดู ปรากฏว่านิ้วมือเธอไม่มีแม้แต่ฝุ่นผงสักเม็ดติดขึ้นมาด้วย ‘แล้วนั่น! ภาพเต็มห้องเลยเมื่อกี้นายแว่นนั่นเรียกอีตานี่ว่าอะไรนะ หมอใช่มะ?สรุปนายเป็หมอหรือเป็ช่างภาพกันแน่เนี่ย’ สายตาคู่สวยกวาดไล่มองไปตามผนังห้องที่มีภาพถ่ายเล็กใหญ่ถูกอัดใส่กรอบติดไว้อย่างสวยงามขนาดว่าเธอไม่ได้เป็คนที่ชอบเื่การถ่ายภาพ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพแต่ละภาพที่เธอเห็นอยู่นี้มันสวย คม ชัดทั้งแสงสีและถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมาก
‘เอ๊ะ! แต่ทำไมภาพนั้นเป็ภาพวาดล่ะ’ ไอฝนสะดุดตากับภาพวาดหนึ่งเดียว วาดเอาไว้ด้วยดินสอไม่ได้ลงสี แต่ยังมองไม่ทันชัดว่าเป็ภาพอะไรเสียงของเ้าของห้องก็ทำให้เธอต้องละสายตาจากภาพวาดนั้น หันมามองที่เขาแทน
“เอ้านี่ รองเท้า” เสียงที่ดังขึ้นทำให้สติของไอฝนกลับมาอยู่ที่ชายหนุ่มอีกครั้ง
‘จบกัน ไอฝนมัวแต่เสียเวลาอยู่กับอะไรไม่รู้ ดูซิหมดโอกาสจัดการนายเสาไฟฟ้าเลย’
รองเท้าใส่ในห้องถูกเ้าของห้องนำมาวางไว้ข้างเท้าเล็กๆ ของแขกที่เขาพาเข้ามาเอง ถึงแม้วิธีการพาเข้ามาออกจะแปลก ๆ อยู่สักหน่อยก็ตาม
ไอฝนก้มมองรองเท้าทีเงยหน้ามองคนตัวสูงที สายตาที่จ้องมองเขาอย่าง้าจะบอกว่า บ้าหรือเปล่า เธอไม่ได้บอกว่าจะใส่เสียหน่อยเอามาทำไมไม่รู้ว่าเที่ยวเอาให้ผู้หญิงใส่มาแล้วกี่คน จะเอามาให้เธอใส่
‘ชิ! ฉันไม่ใช่คนที่ชอบทับรอยผู้หญิงคนอื่นหรอกนะ’เมื่อคิดได้ดังนั้น ก็เมินใส่ชายหนุ่มเสียเลย สายตาจับจ้องไปยังประตูคิดคำนวณว่าต้องใช้เวลากี่วินาที จึงจะไปถึงประตูห้อง แล้วจะพ้นจากมือยาว ๆของนายเสาไฟนี่หรือเปล่า
“เห้ย!” เสียงอุทานดังขึ้น พร้อมอาการสะดุ้ง เมื่อจู่ ๆ ขาของคนที่กำลังเขม้นคิดหาทางออกจากห้องอยู่นั้นถูกยกขึ้นลอยจากพื้น แถมเป็ข้างที่เธอเจ็บอีกต่างหาก “นายจะทำอะไร ปล่อย! ฉันเจ็บนะ เจ็บ...เจ็บ...เจ็บ...เจ็บ...”
นอกจากเสียงร้องเจ็บรัวๆ แล้ว หญิงสาวยังพยายามชักขาตัวเองกลับ พร้อม ๆ กับสองมือเล็กที่ปัดมือใหญ่ออกจากขาเธอเป็พัลวันไปด้วย‘นายจะทำอะไร จะหักขาฉันเหรอ เื่แค่นี้ถึงกับต้องหักขากันเลยเหรอเฮ้ย! ไม่คิดว่ามันมากไปหน่อยเหรอ ปล่อย ๆ ๆ ปล่อยฉันนะ’สองมือปัดสุดแรง หน้าตาตื่นตระหนก...
แต่ความพยายามระคนลนลานของเธอก็หยุดลงพร้อมกับความคิดที่ฟุ้งซ่าน เปลี่ยนเป็งงงวยแทน ใช่แล้วเขาทำให้เธออึ้งได้เป็ครั้งที่สองภายในเวลาไม่กี่นาทีเมื่อเธอรับรู้ว่าเขายกขาของเธอขึ้นมาทำอะไร