เมื่อระดับการบ่มเพาะของเขาทะลวงผ่านอีกครั้งเย่เทียนก็ประเมินความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้คร่าวๆ
“เราทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่14 แล้ว ไม่ว่าจะด้านความเร็ว ด้านการป้องกัน และความแข็งแกร่งของเราเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแม้แต่พรสวรรค์ด้านมิติก็ยังทรงพลังมากขึ้น ด้วยไพ่ตายมากมายของเรา ตอนนี้เราควรจะเป็นจักรพรรดิ9 ดาราระดับ 1 แล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็จะก้าวข้ามความแข็งแกร่งของระดับจักรพรรดิได้!”
แต่เหตุผลที่เย่เทียนคิดว่าเขายังไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดในระดับจักรพรรดินั่นก็เพราะเขาเคยได้รับข้อมูลมาว่ามีระดับที่เหนือกว่าจักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1อยู่
มีข่าวลือว่าเมื่อมีพลังต่อสู้ก้าวข้ามระดับจักรพรรดิจะเกิดนิมิตของเจตจำนงสวรรค์และโลกเขาจะรับรู้ได้ในทันที
และในตอนนี้นิมิตนั้นยังไม่ปรากฏขึ้นแสดงให้เห็นว่าตอนนี้พลังต่อสู้ของเขายังไม่ก้าวข้ามระดับจักรพรรดิ 9 ดารา
“หากว่าเราทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่15 และยกระดับทักษะกรงเล็บหรือทักษะดาบให้สูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง เราน่าจะสามารถก้าวข้ามระดับจักรพรรดิและได้รับฉายาบุตรแห่งสวรรค์!”
เย่เทียนครุ่นคิดกับตัวเอง
หลังจากนั้นเขาก็ยังคงฝึกฝนต่อไป
โลกของสิ่งมหัศจรรย์จะเปิดขึ้นแค่ปีเดียวแน่นอนว่าเขาไม่สามารถปล่อยเวลาให้สูญเปล่าโดยเปล่าประโยชน์ได้
สมบัติหลายต่อหลายชิ้นถูกเย่เทียนกลืนกินและหลอมกลั่นอย่างบ้าคลั่งพลังปราณที่ไม่สามารถดูดซับได้ทันถูกปลดปล่อยออกมาแผ่ขยายออกไป ทำให้ภูเขาแห่งนี้กลายเป็นดังสมบัติล้ำค่า!
พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกเดือนครึ่งเย่เทียนออกจากการเก็บตัวฝึกฝน
เขาสัมผัสได้ว่าเขาอยู่ไม่ไกลจากขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่15 แล้ว แต่เขาจำเป็นต้องหยุดฝึกฝนก่อน เพราะในตอนนี้สมบัติจำนวนมากที่เขาได้รับมาถูกใช้ไปจนหมดแล้ว!อีกทั้งสมบัติเหล่านั้นก็ไม่ส่งผลอะไรต่อเขาแล้ว
สมบัติที่หลงเหลืออยู่มีระดับต่ำเกินไปบวกกับการที่เขาใช้สมบัติธาตุน้ำชนิดเดียวขัดเกลาร่างกายเป็นเวลานาน ตอนนี้สมบัติธาตุน้ำมันจึงแทบจะไม่มีผลในการช่วยขัดเกลาร่างกายของเขาเลย
หากเขาต้องการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่15 เขาจะต้องใช้สมบัติระดับสูงหรือสมบัติประเภทอื่นๆ เช่น สมบัติธาตุไฟ สมบัติธาตุดินและอื่นๆ
ในระยะสั้นนี้ สมบัติธาตุน้ำไม่มีประโยชน์อะไรต่อเขาแล้ว
ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นโลกของสิ่งมหัศจรรย์ที่มีสมบัติมากมายก็ตามแต่คนทั่วไปก็จำเป็นต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการเสาะหาสมบัติ ต่างกับเย่เทียนที่มีพรสวรรค์ล่าสมบัติดังนั้นการเสาะหาสมบัติจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา
วูซ!
เย่เทียนบินออกจากถ้ำพร้อมทั้งกระตุ้นพรสวรรค์ล่าสมบัติเริ่มออกค้นหาสมบัติตามสถานที่ต่างๆ ต่อไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“แสงสีทอง!”
เย่เทียนบินเข้าไปในภูเขาขนาดเล็กที่ด้านล่างเขาพบกับต้นไม้ที่เปล่งแสงสีทองออกมา
ต้นไม้ต้นนี้มีความสูงประมาณ10 เมตร หนาเท่ากับ 1 ตัวคน เปลือกของมันส่องแสงระยิบระยับราวกับเกล็ด บนต้นไม้มีผลไม้ออกมาบางส่วนผลไม้เหล่านี้ปลดปล่อยกลิ่นหอมที่น่าหลงใหลออกมา เพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ผลไม้ธรรมดา
“โฮกกกกก”
ทันใดนั้นวานรที่มีร่างกายสีแดงเพลิงก็คำรามและพุ่งเข้าใส่เย่เทียน
“มนุษย์ ไสหัวไป!”
เย่เทียนใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกตรวจสอบพรสวรรค์ของอีกฝ่ายเขาประเมินระดับการบ่มเพาะของอีกฝ่ายได้ทันที สัตว์อสูรตัวนี้มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับจักรพรรดิ6 ดารา แม้ว่าความแข็งแกร่งของมันจะไม่ได้เลวร้าย แต่ในสายตาของเขา มันก็ยังอ่อนแอเกินไป
เย่เทียนใช้กรงเล็บศักดิ์สิทธิ์ฉีกกระชากกดร่างของมันลงบนพื้นจากนั้นเขาก็ใช้พรสวรรค์สะกดจิตเพื่อสะกดจิตอีกฝ่าย
ไม่นานอีกฝ่ายก็ตกอยู่ในสภาวะถูกสะกดจิตอย่างสมบูรณ์
“บอกมาว่าต้นไม้ต้นนี้คืออะไรผลของมันมีประโยชน์อะไร?”
เย่เทียนถาม
“ต้นไม้ต้นนี้คือต้นเกล็ดหยางส่วนผลของมันมีคุณสมบัติธาตุไฟ เมื่อกินเข้าไปมันจะช่วยเร่งกระบวนการการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดของสัตว์อสูรที่มีธาตุไฟดังนั้นข้าจึงต้องการที่จะใช้ผลเกล็ดหยางเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดอีกครั้ง!”วานรเพลิงอธิบาย
“ผลไม้ที่มีคุณสมบัติธาตุไฟ!!!”
หัวใจของเย่เทียนเต้นระรัวสมบัติชิ้นนี้เป็นสมบัติที่เขาต้องการ
เขานับดูผลของต้นเกล็ดหยางและพบว่ามีผลที่สุกงอมแล้วอยู่ทั้งหมดเจ็ดผลส่วนที่เหลือยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้
ดังนั้นเขาจึงเด็ดผลเกล็ดหยางที่สุกงอมทั้งเจ็ดผลส่งเข้าไปเก็บไว้ในโลกแห่งความว่างเปล่า
เย่เทียนไม่ได้ฆ่าวานรตัวนี้แต่เลือกที่จะหันหลังจากไปในทันที
ไม่นานหลังจากที่เย่เทียนจากไปวานรก็ตื่นจากสภาวะการถูกสะกดจิต
เมื่อมันเห็นว่าผลเกล็ดหยางที่สุกงอมหายไปทั้งหมดมันคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งและพุ่งเข้าโจมตีสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบทันที
ตลอดเส้นทาง
เย่เทียนยังคงใช้พรสวรรค์ล่าสมบัติเพื่อค้นหาสมบัติต่างๆทำให้เขาได้รับสมบัติมากมาย ในหมู่สมบัติเหล่านั้นมีสมบัติระดับสูงอยู่ไม่น้อย
และทุกครั้งที่เขาพบเจอสมบัติบางอย่างเข้าเขาก็จะหยุดค้นหาและดูดซับมันก่อน
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป
เย่เทียนอยู่ในโลกของสิ่งมหัศจรรย์มาสี่เดือนแล้ว
และในวันนี้เย่เทียนก็พบว่าตัวเขานั้นสัมผัสได้ถึงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่15 แล้ว
“ทำลาย!”
เย่เทียนกระตุ้นพลังงานจากสมบัติต่างๆในร่างกายและทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 15 ได้อย่างง่ายดาย
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ร่างกายของเย่เทียนราวกับหลุมดำที่กลืนกินพลังงานของสมุนไพรวิญญาณและสมบัติอื่นๆอย่างบ้าคลั่ง เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดเขาก็สามารถทำให้ระดับการบ่มเพาะของเขามั่นคงยิ่งขึ้น
และในเวลานี้เอง
เย่เทียนก็สัมผัสได้ถึงพลังการต่อสู้ที่อยู่เหนือกว่าระดับจักรพรรดิ!
“เรายังไม่สามารถก้าวข้ามพลังการต่อสู้ของระดับจักรพรรดิได้แต่ก็ขาดอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!”
เย่เทียนพึมพำกับตัวเอง
ความรู้สึกนี้เปรียบเสมือนเงาอันเลือนรางที่มองเห็นแต่ยังสัมผัสไม่ได้
“ถ้าเราสามารถเรียนรู้ทักษะมิติได้บางทีเราอาจจะสามารถทำลายขีดจำกัดพลังต่อสู้ของระดับจักรพรรดิ และได้รับการยอมรับจากจักรวาลก้าวเข้าสู่พลังการต่อสู้ของบุตรแห่งสวรรค์!”
เย่เทียนคาดเดา
แม้ว่าเขาจะเข้าใกล้ขีดจำกัดของระดับจักรพรรดิแล้วแต่พลังต่อสู้จริงของเขานั้นยังคงด้อยอยู่
จักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 ยากที่จะต่อกรกับบุตรแห่งสวรรค์ระดับจักรพรรดิไม่ใช่ว่าพลังการต่อสู้ของทั้งสองห่างกันมากเกินไป แต่เป็นเพราะความแข็งแกร่งของทั้งคู่แตกต่างกัน
บุตรแห่งสวรรค์ระดับจักรพรรดิที่เพิ่งก้าวข้ามนั้นแม้จะดูเหมือนว่าแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 อยู่เล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันต่างออกไป
บุตรแห่งสวรรค์สามารถปลดปล่อยพลังการต่อสู้ของตนเองออกมาได้จนถึงขีดสุดและแม้ว่าจักรพรรดิ 9 ดาราจะดูเหมือนว่าแข็งแกร่งมาก แต่ในความจริง พวกเขายังคงอยู่ภายใต้อำนาจแห่งกฎเกณฑ์ของสวรรค์และโลก
ยกตัวอย่างเช่นดาวสีเงิน ที่นี่ผู้ฝึกยุทธ์ต่างถูกกดทับด้วยอำนาจของสวรรค์และปฐพีและในความจริงแล้ว มันยังมีอำนาจของจักรวาลอยู่ด้วย เพียงแต่ว่าผู้คนอยู่ใต้อำนาจของจักรวาลมาตั้งแต่เกิดจนพวกเขาเคยชินกับมันแล้วพวกเขาจึงไม่ได้รู้สึกอะไร
แต่บุตรแห่งสวรรค์นั้นสามารถทำลายโซ่ตรวนของอำนาจนี้ได้พวกเขาสามารถปลดปล่อยพลังต่อสู้ออกมาได้อย่างเต็มที่
ด้วยเหตุนี้บุตรแห่งสวรรค์จึงสามารถเอาชนะจักรพรรดิ9 ดาราได้อย่างง่ายดาย แม้แต่จักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 ก็ยังยากที่จะต่อกรกับบุตรแห่งสวรรค์ที่อ่อนแอที่สุด
“ยังมีเวลาเหลืออยู่ เราจะต้องพยายามทำความเข้าใจพรสวรรค์ด้านมิติเพื่อที่จะได้รับทักษะใหม่เพิ่มขึ้น!”เย่เทียนตัดสินใจ
ถึงอย่างไรเขาก็ได้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่15 แล้ว การที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 16 นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นับตั้งแต่ทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่15 เป็นต้นไป การจะทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้อีกครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญแม้แต่ระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ระดับสูงก็ยังยากที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายต่อไปได้
ความยากในการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่16 น่าจะมากกว่าการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 15 ถึงสิบเท่า และครั้งต่อๆ ไปก็จะเพิ่มขึ้นครั้งละ10 เท่าเช่นกัน
เพราะหนทางอันยากลำบากนี้ในจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลจึงให้กำเนิดบุตรแห่งจักรวาลไม่มากนัก มิเช่นนั้นขุมกำลังระดับสูงในจักรวาลคงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะชุบเลี้ยงบุตรแห่งจักรวาล
แต่ในความเป็นจริง ทั่วทั้งกาแล็กซีทางช้างเผือกนี้ไม่มีบุตรแห่งจักรวาลเลยแม้แต่คนเดียว
ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่16 ได้ในโลกของสิ่งมหัศจรรย์ อีกทั้งสมบัติในโลกของสิ่งมหัศจรรย์ก็ไม่สามารถนำออกไปสู่โลกภายนอกได้ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจที่จะออกค้นหาสมบัติอีกต่อไป และพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะทำความเข้าใจพรสวรรค์ด้านมิติแทน
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป
พริบตาเดียวเย่เทียนก็ใช้เวลาไปถึงครึ่งปีในการทำความเข้าใจพรสวรรค์ด้านมิติบวกกับสี่เดือนก่อนหน้านี้ นั่นก็เท่ากับว่าเขาอยู่ในโลกของสิ่งมหัศจรรย์มา 10 เดือนแล้วตอนนี้เขาเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 เดือน เขาก็ต้องออกจากโลกของสิ่งมหัศจรรย์ไป
และวันนี้
เสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของเย่เทียนก็ดังออกมาจากภายในภูเขาลูกใหญ่
ในที่สุดเขาก็สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ของพรสวรรค์ด้านมิติของเขาได้
ในขณะเดียวกันเขาก็สัมผัสได้ถึงขีดจำกัดของพลังการต่อสู้ระดับจักรพรรดิที่กำลังกวักฝ่ามือเรียกเขาอยู่
อีกสามวันผ่านไป
เย่เทียนยืนอยู่กลางอากาศก้าวออกไปทีละก้าว จากนั้นก็หายไปอย่างสมบูรณ์
วินาทีต่อมา
เย่เทียนก็ยื่นมือออกไปและตบไปยังภูเขาตรงหน้าจนมันแหลกละเอียดจากนั้นมือข้างนั้นของเขาก็หายไปอีกครั้ง
ฉีก!
เย่เทียนเดินออกมาจากช่องว่างของมิติ
“พรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับมีทักษะการบีบอัดมิติสั่นสะเทือนมิติ และบอลมิติ ตอนนี้เราได้ค้นพบทักษะใหม่อีกครั้ง ซึ่งก็คือทักษะมิติซ่อนเร้น!”
เมื่อครู่เขาได้มุดเข้าไปในมิติและซ่อนตัวอย่างสมบูรณ์นี่ไม่ใช่การล่องหน หากเป็นการล่องหน มันยังสามารถตรวจสอบได้ เพราะร่างกายยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมซึ่งการล่องหนนั้นย่อมถูกโจมตีได้เช่นกัน
แต่หลังจากมุดเข้าไปในมิติแล้วศัตรูจะไม่สามารถโจมตีเขาได้ นอกจากอีกฝ่ายจะมีพลังโจมตีที่สามารถเจาะทะลุมิติได้
หากศัตรูไม่มีวิธีทำลายมิติและไม่สามารถหาเขาได้เจอเขาก็เกือบจะกลายเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทาน
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถเข้าออกมิติได้อย่างไร้ขีดจำกัดด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เขาสามารถเข้าไปในช่องว่างมิติได้เพียงหนึ่งนาที
แต่หนึ่งนาทีก็เพียงพอแล้วสำหรับเขาที่จะจบการต่อสู้!
ในเวลานี้พลังบางอย่างได้ปรากฏขึ้นจากส่วนลึกของจักรวาล