หลังจากเฟสของซอมบี้สิ้นสุดลงเสียงลากเท้าอันเฉอะแฉะและเสียงขบกรามของพวกซากศพค่อย ๆ ห่างออกไปชั่วคราวทว่ากลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งกลับยิ่งทวีความรุนแรงในลูปอันน่าอึดอัดนี้เทิร์นของผู้เล่นเวียนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งที่ตึงเครียดขึ้นทุกวินาที
ผลสรุป ณ ตอนนี้ นับว่าพวกเราพยายามกันอย่างสายตัวแทบขาดแคสซี่อาศัยจังหวะความเงียบกริบสอดแทรกตัวเข้าไปวางะเิทำลายจุดเกิดในห้องเก็บศพได้สำเร็จอีกหนึ่งจุดพร้อม ๆกับสอยซอมบี้ระดับบอสตัวที่สามที่ดันสุ่มเกิดมาในห้องนั้นจนร่างของมันนิ่งสนิทไปส่วนมอลลี่และเม็กที่วางแผนแยกไปทำลายจุดเกิดฝั่งตรงข้ามทั้งคู่จับคู่ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมพวกเธอกราดยิงอย่างไม่กลัวตายจนสามารถกวาดล้างจุดเกิดที่สามได้เป็ผลสำเร็จจากนั้นผม แคสซี่และคอนเซบเชี่ยนก็ช่วยกันกระหน่ำยิงและฟันซอมบี้ที่รุมล้อมอยู่กลางพื้นที่จนเสียงปืนดังก้องสะท้อนและในที่สุดพวกมันก็เริ่มบางตาลงไปบ้าง
แต่ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน...เมื่อสถานการณ์จริงตรงหน้ายังคงบีบคั้น
ตอนนี้พวกเราเหลือจุดเกิดที่ต้องไปะเิเพียงจุดสุดท้ายซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็จุดที่อันตรายที่สุดในกระดานเพราะมีฝูงซอมบี้แออัดยัดเยียดกันเต็มตรอกจนแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจแขนขาที่เน่าเปื่อยพยายามตะเกียกตะกายเบียดเสียดกันออกมา แย่ไปกว่านั้นเงื่อนไขของภารกิจสุดท้ายยังบีบให้พวกเราต้องคอยอารักขาและพากลุ่มชาวเมืองที่เป็ NPC กลับไปยังจุดทางออกให้ครบทุกคนห้ามตกหล่นแม้แต่คนเดียว
ในเทิร์นนี้พวกเราเริ่มขยับมารวมตัวกันอยู่บริเวณกลางถนนโล่งที่ไร้สิ่งกำบังโดยมีผมยืนนำหน้าทุกคนอยู่หนึ่งช่องเพื่อคอยระวังหลังให้
“เราจะเอายังไงต่อดี คาร์ล?” มอลลี่ซึ่งยืนรั้งท้ายคู่กับเม็กะโถามเสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความวิตกกังวล มือที่ถืออาวุธสั่นระริก
“เรา...”
“ผมว่าตอนนี้ทุกคนต้องแยกตัวเข้าไปในอาคารเพื่อค้นหาะเิอีกหนึ่งลูกให้เจอ!”
จู่ ๆ เทอร์เนอร์ก็พูดแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่รอให้ผมพูดจบใบหน้าของเขายังคงเชิดขึ้นด้วยความเย่อหยิ่งดวงตาฉายแววกระหายที่จะกลับมาคุมเกมและเป็หัวหน้าทีมอีกครั้งหลังจากถูกลดบทบาทไปนานเขาพยายามส่งเสียงข่มเพื่อเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมา
“แล้วเราจะแบ่งทีมกันยังไงล่ะ” เม็กถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบท่าทางและสายตาของเธอแสดงชัดเจนว่าไม่ชอบใจท่าทีอวดดีและเอาตัวเองเป็ศูนย์กลางของเทอร์เนอร์นักในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้
“บริเวณที่คาร์ลยืนอยู่สามารถทะลุเข้าไปด้านในได้ทั้งสองตึกนายควรไปตึกฝั่งซ้าย” ผมหันไปมองทางเข้าตึกทั้งสองฝั่ง ถอนหายใจสั้น ๆก่อนจะเสนอแผนการออกไป
“ทางซ้ายมันเป็ห้องเก็บศพเก่า ผมว่าเราไม่ควรไปทางนั้นมันแคบและเสี่ยงเกินไป” ผมรีบแย้งขึ้นมาทันควันหวังจะหักล้างความคิดของเทอร์เนอร์
เพล้ง!
ผมแอบได้ยินเสียงหน้าแตกหมอไม่รับเย็บของเทอร์เนอร์ดังขึ้นในใจทันทีเพราะทันทีที่เขาพูดจบ ทุกคนในทีมกลับไม่มีใครคล้อยตามเลยแม้แต่คนเดียว
“ฉันว่าแผนแยกกันไปค้นของแอบดูไม่เข้าท่าเท่าไหร่”เม็กเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์พลางขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะหันมาสบตากับผมโดยตรง“ถ้าพวกเราแยกกันหมด ซอมบี้อาจจะดักจู่โจมทีละคนได้ยิ่งตอนนี้ทั้งพวกเราและชาวเมืองต่างก็เหลือค่าพลังชีวิตกันคนละ 1 หน่วยเท่านั้น... ขยับพลาดนิดเดียวคือตายยกทีมนายมีแผนที่รัดกุมกว่านี้ไหม คาร์ล?”
ทุกคนฝากความหวังไว้ที่ผมจนเทอร์เนอร์ได้แต่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความอิจฉา
“เอ่อ... ตามคู่มือของเกมผู้เล่นจะสามารถแอ็กชันค้นหาของได้แค่คนละหนึ่งรอบต่อเทิร์นเท่านั้นครับ”ผมหยิบยกกฎเกณฑ์ขึ้นมาอ้างอิงเพื่อความแม่นยำ“ผมเห็นด้วยกับเทอร์เนอร์ที่ว่าเราควรแยกกันหา แต่ส่งไปแค่บางส่วนจะดีกว่าเนื่องจากคอนเซบเชี่ยนและแคสซี่มีสไนเปอร์ที่ช่วยให้ยิงระยะไกลได้ถึง 2-3 ช่องซึ่งมุมยิงจากตรงนี้มันส่องตรงไปถึงจุดเกิดเริ่มต้นที่พวกซอมบี้กำลังอออยู่พอดีดังนั้นทั้งสองคนควรปักหลักคอยสอยสกัดพวกมันไว้ตรงนี้เพื่อเปิดทางและไม่ให้พวกมันเดินหน้าเข้ามาถึงจุดทางออก”
ผมอธิบายแผนการอย่างใจเย็นพลางลอบสังเกตเทอร์เนอร์ที่ตอนนี้หน้าบูดบึ้งจนเขียวคล้ำต่างจากสองสาวที่พยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
“ส่วนเม็ก มอลลี่ และเทอร์เนอร์ให้แยกเข้าไปค้นของในตึกทางขวามือ ที่นั่นผมไปสำรวจทางเดินคร่าว ๆ มาแล้วมีห้องด้านในสุดที่เป็ห้องเก็บศพ ห้ามเข้าไปเด็ดขาดเพราะเป็จุดอับพอหาของเสร็จแล้วให้ใช้แต้มการกระทำหรือ Action Point ที่เหลือทั้งหมดเดินมารวมตัวกับผม ส่วนผมจะบุกเข้าประตูด้านขวาเพื่อช่วยค้นหาของอีกแรงหากมีซอมบี้โผล่มาขวางในห้องแคบ ผมจะใช้สกิลจู่โจมจัดการมันเองพอเริ่มเทิร์นใหม่ค่อยหาของต่อ แล้วคอยยิงสกัดพวกมันอยู่ภายในอาคารก็พอ”
วินาทีกระชั้นชิดใต้แรงกดดันนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลายเป็หัวหน้าทีมไปโดยไม่รู้ตัวเลยเมื่อเข้าสู่เฟสผู้เล่น ทุกคนเริ่มเคลื่อนที่ตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัดทว่าดวงของพวกเราในรอบนี้กลับดิ่งลงเหวไม่มีใครค้นเจอะเิเลยสักลูกในกองซากปรักหักพัง ความเงียบอันน่าสิ้นหวังเข้าปกคลุมจนทุกคนเริ่มหมดกำลังใจเม็ดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าของแต่ละคนผมได้แต่ส่งยิ้มให้เพื่อดึงสติและเรียกขวัญทุกคนกลับมาก่อนจะพุ่งออกไปพัวพันและใช้ตัวเองเป็โล่มนุษย์ดักซอมบี้ด้านนอกร่วมกับเม็ก
ลูปของการเดิน หาของ และยิงสกัดดำเนินไปอย่างเชื่องช้าทว่าบีบหัวใจ จนกระทั่งความพยายามสัมฤทธิ์ผลในเวลาต่อมา
“ฉันเจอะเิแล้ว!” เสียงของมอลลี่ดังขึ้น
“ทางนี้ก็เจอแล้วเหมือนกัน!” และตามด้วยเสียงของเทอร์เนอร์
เมื่อเกมดำเนินมาถึงเทิร์นที่ 10 เสียง์จากทั้งสองคนทำให้ประกายความหวังจุดติดอีกครั้งแต่สิ่งที่เป็สัญญาณเตือนภัยอันตรายคือตอนนี้ระดับประสบการณ์ของผู้เล่นเกือบทุกคนพุ่งทะยานเข้าสู่เลเวลสีแดงซึ่งเป็ระดับสูงสุดแล้วแถบสีแดงกะพริบเตือนบนหน้าจอโฮโลแกรม มีเพียงเทอร์เนอร์ที่ยังอยู่ระดับสีเหลืองและมอลลี่ที่อยู่ระดับสีส้มส่วนผมกับเม็กกำลังยืนประจันหน้าอยู่บนถนนที่มีจุดเกิดซอมบี้อีกจุดตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามยิ่งเลเวลพวกเราสูง ซอมบี้ที่จะเกิดในเฟสถัดไปก็จะยิ่งทวีคูณความโเี้
“มีจุดเกิดอยู่ตรงตรอกนี้ พวกเราจะช่วยยิงตรึงซอมบี้ไว้ให้ใครคนหนึ่งรีบวิ่งไปปาะเิแล้วถอยกลับมา!” ผมะโแข่งกับเสียงคำราม
“ฉันไปเอง!” มอลลี่ะโลั่นด้วยความเด็ดเดี่ยว
ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลามอลลี่ใช้แต้มการกระทำทั้งหมดที่มีสับเกียร์หมาวิ่งพรวดออกจากตึกต้านแรงลมพัดเอาฝุ่นตลบพร้อมะเิในมือเมื่อเข้าใกล้ระยะจุดเกิดซอมบี้เธอก็รวบรวมพละกำลังขว้างะเิเข้าเป้าอย่างแม่นยำเสียงะเิดังกึกก้องพร้อมกับซากศพที่ปลิวว่อน ในจังหวะเดียวกันเม็กก็ขยับตามเข้าไปสมทบในจุดที่มอลลี่ยืนอยู่แล้วสาดะุเก็บกวาดซอมบี้รอบ ๆที่ยังเหลือรอดจนเรียบตับ เธอใช้แต้มการกระทำได้คุ้มค่าทุกหน่วยสมเป็มือโปร
ติ๊ง! ‘เนื่องจากผู้เล่นทำลายจุดเกิดซอมบี้ครบถ้วนตามภารกิจที่ 2เรียบร้อยแล้ว’
‘ภารกิจสุดท้าย:ผู้เล่นทุกท่านรวมถึงชาวเมืองต้องเดินทางไปยังจุดทางออกให้ครบทุกคนจึงจะถือว่าเคลียร์ด่านนี้สำเร็จ’
พวกเราลอบถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอกราวกับยกูเาออกจากอกตอนนี้เป้าหมายเดียวที่เหลืออยู่คือต้องรีบวิ่งโกยแน่บกลับไปยังจุดทางออกที่ซ่อนอยู่ในตรอกด้านหลังเท่านั้นเมื่อเข้าสู่เฟสผู้เล่นอีกครั้งทุกคนต่างใช้แต้มทั้งหมดที่มีใส่เกียร์หมาวิ่งหน้าตั้งตรงไปยังทางออกรวมถึงตัวผมด้วยที่สับเท้าวิ่งสุดชีวิต
ทว่า... เกมเฮงซวยนี้มันยังไม่ยอมปล่อยให้พวกเราจบง่าย ๆขนาดนั้น
เพราะไอ้บ้าเทอร์เนอร์ที่จู่ ๆ ก็เกิดบ้าดีเดือดดื้อแพ่งวิ่งทะเล่อทะล่าออกจากตึกไปอีกทาง เขาไม่ได้วิ่งมาที่ทางออกแต่กลับตรงดิ่งไปยังฝูงซอมบี้กลุ่มใหญ่ที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงหัวมุมถนนเขาเงื้อะเิในมือแล้วปาใส่ใจกลางพวกมันตูมใหญ่ สะเก็ดะเิและเปลวไฟพวยพุ่งก่อนที่เขาจะใช้แต้มก้าวถอยหลังกลับมาได้เพียงช่องเดียวยืนห่างจากฝูงซอมบี้ที่เหลือไม่กี่่ตึก
“ฮ่า ๆ ๆ! เท่านี้แต้มประสบการณ์ของฉันก็สูงเท่าพวกแกแล้ว!เห็นไหม!” เทอร์เนอร์ะเิหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ
“นายบ้าไปแล้วหรือไงเทอร์เนอร์! อีกแค่นิดเดียว...อีกแค่ไม่กี่ก้าวพวกเราก็จะจบเกมได้อยู่แล้วนะ!” เม็กะโด่าด้วยความเหลืออดสองมือกำหมัดแน่นจนสั่น
“หุบปาก! พวกมึงไม่รู้หรอกว่าการโดนหักหน้ามันรู้สึกยังไง!”เทอร์เนอร์เริ่มเกรี้ยวกราดน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและศักดิ์ศรีที่ถูกทำลายดวงตาของเขาแดงก่ำขนาดยืนจ้องเขม็งมาที่ผมราวกับจะกินเืกินเนื้อ“ไอ้คาร์ลที่เล่นก็ไม่เป็ แถมดูโง่ที่สุด เอาแต่เปิดคู่มือพลิกไปพลิกมาอยู่ได้แต่พวกมึงก็ดันหน้ามืดตามัวยกมันเป็หัวหน้าแทนกู!ยังไงสุดท้ายพวกมึงก็ต้องรอกูไปที่ทางออกอยู่ดีจำใส่หัวสมองพวกมึงไว้ซะว่ากูคือหัวหน้าของพวกมึง! ไม่ใช่ไอ้กากนี่!”
“ก็นายมันทำตัว...” เม็กกำลังจะอ้าปากเถียงกลับ
แต่สถานการณ์ตอนนี้นิ้วชี้ของเวลาขยับเข้าใกล้ความตายเกินกว่าจะมานั่งทะเลาะกันผมรีบยกมือเบรกเม็กไม่ให้พูดต่อเพื่อตัดไฟั้แ่ต้นลมก่อนที่เทอร์เนอร์จะสติหลุดไปมากกว่านี้
“ใช่... นายคือหัวหน้าและสำคัญที่สุดในกลุ่มเรามาตลอดเทอร์เนอร์” ผมพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบดึงเสียงให้ดูนุ่มนวลและนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเกลี่ยกล่อมคนไร้สติ“เพราะฉะนั้นเทิร์นหน้านายรีบวิ่งกลับมารับชัยชนะไปด้วยกันนะ ทุกคนรอนายอยู่”
“มึงหุบปากไปเลย ไอ้กาก! กูรู้อยู่แล้วว่าต้องทำยังไงไม่ต้องมาสั่งกู!” เขาสบถใส่ผมอย่างรุนแรง
ตู้ม!
ติ๊ง! ‘เทอร์เนอร์ได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารซอมบี้40 แต้ม’
‘เนื่องจากเทอร์เนอร์มีค่าประสบการณ์ทะลุเข้าสู่ระดับสูงสุดสีแดง(Level 4) ผู้เล่นได้รับสิทธิ์สุ่มเลือกสกิลพิเศษ 1 ใน 3 สกิล’
‘เทอร์เนอร์เลือกใช้งานสกิล: แอ็กชันต่อสู้ฟรี 1 หน่วย (แต้มแอ็กชันในรอบนี้เหลือ 0 หน่วย +สกิลต่อสู้ฟรี 1 หน่วย)’
“แม่งเอ้ย! ซอมบี้มันหายไปไหนหมดวะ!กูจะฆ่าแม่งให้ตายไปข้างเลย!”เทอร์เนอร์ที่ตอนนี้เลเวลอัปเป็สีแดงสมใจอยากเริ่มขาดสติโวยวายชูอาวุธขึ้นฟ้าอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเข้าสู่เฟสซอมบี้ฝูงซอมบี้จำนวนมหาศาลจากจุดเกิดเริ่มต้นรวมถึงจุดเกิดอื่น ๆที่เราเพิ่งทำลายไปก็ทยอยพรั่งพรูหลั่งไหลออกมาตามกลไกของเลเวลสีแดงที่เทอร์เนอร์เพิ่งจุดชนวนเสียงฝีเท้านับร้อยนับพันดังกระหึ่มจนแผ่นดินะเืตอนนี้พวกเราทุกคนรวมถึงชาวเมืองยืนออแอบกันอยู่ที่จุดทางออก ลมหายใจติดขัดอยากจะจบเกมเฮงซวยนี้ให้เร็วที่สุดมีเพียงไอ้บ้าเทอร์เนอร์คนเดียวที่ยังยืนหัวเราะร่าอยู่อย่างคนเสียสติอยู่กลางถนนทั้งที่อีกเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็จะเดินมาถึงทางออกและจบเกมได้อย่างสบาย ๆแถมถ้าผมหรือใครวิ่งย้อนกลับไปช่วยตอนนี้ ก็คงลากคอคนบ้าที่ไร้แต้มแอ็กชันอย่างมันกลับมาไม่ทันในเฟสถัดไปอยู่ดี
“นายได้เลเวลสูงที่สุดแล้ว ซอมบี้ก็อยู่ห่างจากนายตั้งเยอะฉันว่านายรีบกลับมาจบเกมนี้กันเถอะนะคะ”มอลลี่พยายามใช้ทักษะการแสดงและจริตขั้นสุดยอดเท่าที่ชีวิตนี้จะมีพูดเกลี่ยกล่อมด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยสุดชีวิตเพื่อดึงสติสัมปชัญญะของชายตรงหน้ากลับมา
“ถ้านายยอมเดินกลับมาตอนนี้ฉันจะถือว่านายเป็ผู้กล้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดของกลุ่มเราเลยนะ...แล้วถ้าพวกเราดวงดีได้เจอกันในเกมหน้า...พวกเราสัญญาเลยว่าจะคอยทำตามคำสั่งของนายทุกอย่างเลยค่ะ!”
พวกเราที่เหลือหันขวับไปมองมอลลี่ตาค้างพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายใบหน้าแต่ละคนเหวอสนิทอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่านพร้อมกับก่นด่าในใจและสวดภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกสากลโลกพร้อม ๆ กันว่า ‘สาธุ...เกมหน้าขออย่าให้พวกกูได้เจอไอ้หมอนี่อีกเลย!’
“พวกเธอพูดเองนะ... งั้นฉันจะเป็คนจบเกมนี้เอง!”
คำหวานของมอลลี่ได้ผลชะงัดเทอร์เนอร์ยืดอกอย่างผยองราวกับวีรบุรุษาเขาสลัดความบ้าคลั่งออกแล้วใช้แต้มการกระทำทั้งหมดที่มีในเทิร์นใหม่ก้าวเดินอย่างองอาจผ่าเผยตรงมายังจุดทางออกที่พวกเรายืนรออยู่ก่อนจะเดินกระแทกไหล่ผมอย่างแรงจนตัวผมเซไปข้างหลัง พร้อมกับหันมายักคิ้วให้ผมอย่างผู้ชนะที่อยู่เหนือกว่าทุกสิ่ง
ติ๊ง! ‘ยินดีด้วยกับผู้เล่นทั้ง 6 ท่าน ที่สามารถฝ่าด่านนรกซอมบี้ได้สำเร็จ’
‘ระบบจะทำการวาร์ปพวกท่านกลับไปยังห้องพักส่วนตัว ณ บัดนี้’
สิ้นเสียงประกาศอันเ็าและไร้ความรู้สึกของระบบ BGKL แสงสว่างวาบสีขาวนวลก็พลันะเิขึ้นใต้ฝ่าเท้าของพวกเราทุกคนวงแหวนเวทมนตร์จำลองหมุนวนดึงกระชากสติของผมอย่างรุนแรงจนม้วนตลบภาพทุกอย่างกลายเป็เส้นแสงพร่าเลือน
ภาพสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำคือร่างที่สะบักสะบอมและเหนื่อยล้าเต็มทนของตัวเองล้มกระแทกโครมลงบนพื้นห้องพักอันคุ้นเคยที่แสนอบอุ่นก่อนที่เปลือกตาจะปิดสนิทลงด้วยความเพลียจัดจนิญญาแทบหลุดจากร่างโดยที่ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาอ่านข้อความแจ้งเตือนของระบบที่เด้งกะพริบอยู่ตรงเบื้องหน้า...
ติ๊ง! ‘เกมด่านที่ 3 จะเริ่มขึ้นภายใน48 ชั่วโมงข้างหน้า ขอให้ทุกท่านใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่’
ณ ห้องพักส่วนตัวของผู้เล่นห้องหนึ่ง
ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางนั่งไขว้ห้างอย่างสบายอารมณ์ริมฝีปากหยักได้รูปขยับผิวปากส่งเสียงออกมาเป็ท่วงทำนองเพลงคลอเบา ๆ ในความเงียบนิ้วมือเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็จังหวะเนิบนาบราวกับกำลังจับเวลาอะไรบางอย่างในใจ
ติ๊ง! ‘แจ้งเตือนจากระบบ:เกมด่านที่ 3 จะเริ่มต้นขึ้นในอีก 1 นาทีข้างหน้าระบบกำลังดำเนินกระบวนการสุ่มจัดสรรห้องให้แก่ผู้เล่นแต่ละท่านขอให้ทุกท่านเตรียมความพร้อม ณ บัดนี้’
ชายหนุ่มกระตุกแสยะยิ้มบางที่มุมปากั์ตาฉายแววท้าทายพลางนึกสนุกอยู่ลึก ๆ
‘ได้เวลาของด่านต่อไปแล้วสินะ...’
เขาพึมพำกับตัวเองในใจด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิดชวนให้อยากรู้นักว่าระบบเฮงซวยนี่จะขุดเอาบอร์ดเกมแบบไหนมาเล่นงานเขาอีกร่างโปร่งหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเท้าสม่ำเสมอมาหยุดยืนนิ่งอยู่บริเวณกึ่งกลางห้องดวงตาสอดส่องมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า...เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว