ฟีโรโซฟอสััได้ถึงสายตาผิดหวังและรังเกียจจากทุกคน หน้าเขาเปลี่ยนเป็สีซีด "ทำไมพวกเ้าถึงได้มองข้าเช่นนั้น...ขะ...ข้าไม่ได้ทำอะไรนะ นี่ไม่ใช่ฝีมือข้า พวกเ้ากำลังเข้าใจผิด!" ฟีโรโซฟอสใส่เสื้อแล้วพยายามอธิบายตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขา ชายหนุ่มคนหนึ่งมองเขาด้วยความผิดหวัง "ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านจะเป็คนเช่นนี้ท่านที่ปรึกษา ท่านเป็เหมือนแสงสว่างให้กับข้าและชาวเมืองชามิวลอสแห่งนี้ ข้านับถือท่านมาโดยตลอด ท่านแตกต่างจากพวกชนชั้นสูงคนอื่นที่ข้ารู้จัก แต่ว่า..." ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีอย่างเสียใจ "ข้าไม่รู้อีกแล้วว่าควรจะเชื่อสิ่งใดจากปากของขุนนางอย่างพวกท่าน"
ฟีโรโซฟอสมองหน้าชายคนนั้น เขาจดจำอีกฝ่ายได้ อีกฝ่ายเป็เกษตรกรที่มาร้องทุกข์เื่ผลเพาะปลูกเมื่อวานนี้ กลอทิส ใบหน้าของฟีโรโซฟอสซีด "ไม่ใช่นะกลอทิส ข้าไม่ได้เป็ผู้ทำเื่นี้ ข้าไม่มีทางเื่ต่ำช้าเช่นนี้หรอก เ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีทางทำหรอก!"
"แล้วผู้ใดจะทำได้เล่า! หากไม่ใช่ท่านยังจะมีผู้ใดทำได้อีก! ท่านทำให้ข้าละอายจริงๆท่านที่ปรึกษาท่านทำให้ข้าเคยศรัทธาในตัวท่านครั้งหนึ่ง! ข้าละอายใจยิ่งนัก!"
ฟีโรโซฟอสมีสีหน้าที่ย่ำแย่ ไม่รู้จะหาหลักฐานมาตอบกลับกลอติสและชาวเมืองพวกนี้ยังไง ตอนนั้นเองจู่ๆเขาก็คิดได้ว่ายังพอมีคนรู้เห็นเหตุการณ์อยู่ ดวงตาของฟีโรโซฟอสก็สว่าง "จริงสิ! พวกทหารไง! พวกเ้าลองไปถามพวกทหารที่มากับข้าดูสิ! เมื่อคืนข้านำทหารมาที่นี่เพื่อดักจับหัวขโมย พวกเขาควรจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!?"
เมื่อเห็นฟีโรโซฟอสยังไม่ยอมรับสารภาพ กลอทิสก็แสยะยิ้มใส่เขาอย่างผิดหวัง "ทหาร? ท่านหมายถึงคนเหล่านี้หรือ?"
กลอทิสพูดแบบนั้น ไม่นานด้านหลังเขาก็ปรากฏชายหนุ่มหลายคนเดินออกมาในสภาพงัวเงีย สีหน้าของพวกเขาย่ำแย่ขณะมองฟีโรโซฟอสอย่างผิดหวัง
ฟีโรโซฟอสพยายามจะร้องขอให้ทหารเ่าั้บอกความจริงกับทุกคน "พวกเ้า! เมื่อคืนนี้พวกเ้าสังเกตุการณ์อยู่ข้างนอกทั้งคืน พวกเ้าจะต้องเห็นสิ่งใดแน่ บอกพวกเขาไปสิว่าผู้ที่ทำเื่นี้เป็ฝีมือของคนร้าย! คนร้ายแอบลอบเข้ามาที่นี่ใช่ไหม!?"
"........." ทหารทั้งหลายยืนนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร พวกเขามีแค่ใบหน้าที่ละอายประดับไว้บนหน้า
เห็นสัญญาณจากท่าทางของทหาร ฟีโรโซฟอสรู้สึกไม่ดีทำให้หน้าซีด "พวกเ้าทำไมถึงเงียบ! รีบบอกความจริงพวกเขาไปสิว่าทั้งหมดเป็ฝีมือหัวขโมย! ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด!"
ทหารมองฟีโรโซฟอสอย่างผิดหวัง พวกเขานิ่งเงียบอยู่นานจนกระทั้งเอ่ยปาก "ท่านที่ปรึกษา เื่มาถึงขนาดนี้แล้วท่านยอมรับความจริงเสียเถอะ เมื่อคืนท่านวางยาพวกเราแล้วก่อเหตุนี้ขึ้นใช่หรือไม่? ท่านไม่ได้ตั้งใจมาที่นี่เพื่อตามจับหัวขโมยแต่แรกแล้ว แต่เรียกเรามาเพื่อมาโกหกช่วยท่านสินะ?"
"เ้า...พูดอะไร?"
ทหารกำหมัดและกัดฟัน มองฟีโรโซฟอสด้วยน้ำตาแห่งความละอาย "หากท่านตั้งใจจะจับหัวขโมยก็คงไม่วางยาสลบใส่เราแบบนั้น เมื่อคืนนี้ไม่มีพวกเราสักคนได้สติอยู่สังเกตุการณ์ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเพราะคนที่อยู่ในบ้านกับพวกนางมีเพียงท่าน มีเพียงท่านคนเดียว ท่านจะทำอะไรกับพวกนางก็ได้เพราะบ้านถูกล๊อคไว้"
ฟีโรโซฟอสหน้าซีด "พวกเ้า...หมายความว่าอย่างไร?"
ทหารพ่นลมหายใจจากจมูกอย่างเ็า "ตอนเรามาถึงที่นี่ เราไม่พบร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการพังประตูเข้ามา ไม่มีกระจกบานไหนแตก มันแทบไม่มีหลักฐานว่าจะมีใครอื่นบุกเข้ามาในบ้านที่ถูกลงกลอน 6 ชั้นแบบนี้ได้ ภายในบ้านและคนที่อยู่กับแม่ลูกโอวิสทั้งคืนก็มีแค่ท่าน หมายความว่ามันคนร้ายเป็ใครอื่นไปไม่ได้นอกจากท่าน"
ฟีโรโซฟอสอึ้ง มันเป็แบบนั้นไปได้อย่างไร? เขาไม่ใช่คนร้ายสักหน่อย!? เขาถูกใส่ความ!?
ฟีโรโซฟอสปรารถนาจะแก้ต่างให้ตนเอง แต่เขาเห็นสายตาของชาวเมืองพวกนี้และพวกทหารที่มีแต่ความขยะแขยงและเกลียดชังทำให้เขารู้ว่าทุกคนไม่มีทางเชื่อเขาแล้ว หัวใจของฟีโรโซฟเสหนักอึ้ง
"น่าละอาย"
"น่าผิดหวังที่สุด"
"ข้าไม่น่าเชื่อคนแบบท่านเลย"
"ข้าเคยนึกว่าท่านจะแตกต่าง"
ฟีโรโซฟอสพาร่างชราตนเองเดินออกจากบ้านโอวิสอย่างอับอายท่ามกลางฝูงชนที่รุมมองด้วยสายตารังเกียจและขยะแขยง
ไม่มีผู้ใดกล้าจับหรือทำร้ายเขาเพราะเขาเป็ขุนนางชั้นสูงและยังเป็คนสนิทของเ้าชาย กฏหมายของที่นี่ไม่รุนแรงพอจะเอาความผิดผู้ที่มีตำแหน่งและเส้นสายใหญ่ อย่างไรก็ตาม การกระทำในคราวนี้ก็ได้ทำให้ชื่อเสียงที่มีมายาวนานของฟีโรโซฟอสด่างพล้อยและมันได้สร้างความขยะแขยงในใจของทุกคนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
นับแต่วันนั้น ไม่ว่าฟีโรโซฟอสจะไปแห่งหนใดก็จะมีแต่ชาวเมืองมองเขาด้วยสายตารังเกียจ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ไม่มีผู้ใดอยากคุยกับเขา
แม้แต่คนรับใช้ในคฤหาสน์ ฟีโรโซฟอสปรารถนาจะหาคนช่วยตนเองเื่ถูกใส่ความ ก็ไม่มีใครในคฤหาสน์กล้าคุยกับเขา ไม่ว่าเขาจะไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใดก็มีแต่คนวิ่งหนี
"เ้าต้องฟังข้านะ ข้าเป็ผู้บริสุทธิ์ ข้าถูกใส่ความ--"
"ท่านที่ปรึกษา ข้าขออภัยด้วย ข้ามีงานต้องทำเ้าค่ะ!" เด็กสาววิ่งหนีไปด้วยความกลัว
"เ้า ข้ารู้ว่าเ้าต้องเชื่อข้า เราสองคนสนิทกันมาั้แ่ก่อน ข้าเป็คนแนะนำงานนี้ให้เ้าเอง เ้ารู้ว่าข้าไม่มีทางทำเื่แบบนี้--"
"ท่านที่ปรึกษา ข้าขออภัยด้วย ข้าไม่รู้เื่อะไรทั้งนั้น ข้าขอตัว!" เด็กสาวอีกคนว่าแบบนั้นแล้ววิ่งหนีไป
ชีวิตของฟีโรโซฟอสราวกับพังทลาย เขาไม่รู้ว่าจะต้องพึ่งใครและไม่รู้ว่ายังมีใครพอจะเชื่อใจเขาบ้าง
อย่างไรก็ตาม ฟีโรโซฟอสไม่ยอมแพ้แต่เพียงเท่านี้ เขาเชื่อว่าถ้าเขาพยายามต่อไปจะต้องตามหาตัวคนร้ายและแสดงหลักฐานว่าตนบริสุทธิ์กับสารธณะได้ ในวันนั้นเขาจึงได้ไปหามาร์ควิสคนหนึ่งที่เป็เพื่อนสนิทกันชื่อว่า 'มาร์คัส' มาร์คัสมีตำแหน่งสูงและมีทหารในความควบคุมเยอะ ฟีโรโซฟอสคิดว่าเขาอาจจะขอความช่วยเหลือจากทหารของมาร์คัสให้ช่วยตามหาตัวคนร้ายให้ได้เมื่อไม่มีทหารของเ้าชายคนไหนอยากช่วยเขาแล้ว
คฤหาสน์ของมาร์คัสอยู่ติดกำแพงทางใต้ของเมืองชามิวลอส ฟีโรโซฟอสใช้เวลาเดินทางมาที่นี่ด้วยรถม้า 2 ชั่วโมงจึงมาถึง
เมื่อมาถึงแล้วเขาก็ขอเข้าพบมาร์คัสทันที
มาร์คัสนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานกลางห้อง กำลังดูเอกสารบางอย่างบนโต๊ะ เมื่อเห็นฟีโรโซฟอสเพื่อนเก่ามาหาก็ยิ้มออกมา "ฟีโรโซฟอส ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" มาร์คัสโน้มตัวทักทายฟีโรโซฟอส ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
ฟีโรโซฟอสไม่มีอารมณ์ยิ้ม เขาจึงทำเพียงแค่ทักทายเท่านั้น เมื่อเสร็จสิ้นการทักทายเขาจึงเข้าเื่ "มาร์คัสข้าจำเป็ต้องพึ่งความช่วยเหลือของเ้า"
มาร์คัสที่กำลังจิบชาเพลิดเพลินเลิกคิ้วขึ้นมา มองฟีโรโซฟอสอย่างสนใจ "หืม? มีเื่อะไรให้ข้าช่วยอย่างนั้นหรือ?"
ฟีโรโซฟอสมองมาร์คัสอย่างจริงจัง "ข้า้าทหารของเ้าสิบนายช่วยสืบหาตัวคนร้ายที่ใส่ร้ายข้า"
เมื่อฟีโรโซฟอสยกเื่นี้ขึ้นมา ดวงตาของมาร์คัสก็สว่างวาบ แล้วรอยยิ้มเย็นเยือกก็ปรากฏบนใบหน้าเขา "ข้าได้ข่าวแล้วเื่ที่เ้าทำไว้ที่บ้านโอวิส บอกตามตรงว่าข้าก็ไม่อยากเชื่อ แต่ว่าเ้าก็ไม่เห็นจะต้องร้อนรนอันใดนี่ในเมื่อตำแหน่งมือขวาเ้าชายทำให้ไม่มีผู้ใดในเมืองนี้มีอำนาจพอสามารถทำอะไรเ้าได้อยู่แล้ว ต่อให้เ้าจะทำลงไปจริงๆแต่เมื่อเป็ความผิดครั้งแรก มันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่โต ยังพอไกล่เกลี่ยกันได้"
ฟีโรโซฟอสตวาด "ก็ข้าไม่ได้ทำ! ข้าถูกใส่ความในข้อหาที่ข้าไม่ได้ทำ เ้าต้องเชื่อข้านะ! มีเพียงเ้าที่ข้าพึ่งพาได้!"
มาร์คัสยิ้มแล้ววางถ้วยชาลง เบือนหน้าหันหลังไปทางหน้าต่างแล้วมองวิวด้านนอก สักพักเขาบอก "ข้าให้เ้ายืมคนของข้าไปไม่ได้หรอก"
ฟีโรโซฟอสหน้าซีด "อะไรนะ! ทำไมกัน!?"
มาร์คัสหันหน้ามามองฟีโรโซฟอส คราวนี้ดวงตาเขาเ็า "จะเป็ยังไงหากความลับที่เ้าตั้งใจสร้างพยานปลอมขึ้นมาโดยใช้คนของข้าแตก? ตำแหน่งของข้าไม่ใหญ่เท่าเ้าหรอกนะสหาย ที่สำคัญข้าไม่ใช่คนโปรดของเ้าชายอย่างเ้า ข้าไม่มีสิ่งใดมาคุ้มกะลาหัวยามที่อาจเสี่ยงต้องถูกลดตำแหน่ง"
ฟีโรโซฟอสอึ้ง ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากเพื่อนรัก "นี่เ้า...ไม่เชื่อข้าว่าข้าบริสุทธิ์หรือ? เ้า...เ้าคิดว่าข้าจะเอาคนของเ้าไปให้การเท็จหรือ?"
มาร์คัสมองฟีโรโซฟอสอย่างเ็า "ไม่ใช่นั่นคือสิ่งที่เ้าพยายามทำกับทหารของตัวเองตอนที่มันเจอเ้านอนเปลือยข้างศพสามแม่ลูกนั่นไม่ใช่หรือยังไง?"
ฟีโรโซฟอสไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เขามองหน้าของชายตรงหน้าที่ตนคิดว่าเป็เพื่อนแท้มากว่า 10 ปี ตอนนี้อีกฝ่ายเหมือนคนที่เขาไม่รู้จัก ฟีโรโซฟอสแทบจะเสียสูญเพราะรับความจริงไม่ได้ "ข้ามาที่นี่เพียงพอขอความช่วยเหลือ...หวังว่าสหายรักเพียงคนเดียวจะอยู่ข้างข้า แต่ที่ไหนได้...แม้แต่เ้าก็ยัง" ฟีโรโซฟอสมองมาร์คัสอย่างผิดหวัง "ข้ามาที่นี่เพื่ออะไรกัน?"
ฟีโรโซฟอสมองมาร์คัสด้วยสายตาอ้อนวอน ราวกับอยากขอร้องเป็ครั้งสุดท้าย "ได้โปรดมาร์คัส เ้าต้องช่วยข้า ข้ามีเพียงเ้าเป็ที่พึ่งเดียวแล้วจริงๆ"
".........."
ฟีโรโซฟอสรอคำตอบจากสหายรักอยู่นาน รออยู่แบบนั้น แต่ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนมันก็ไม่มีคำตอบ สุดท้ายแล้วการเดินทางครั้งนี้มันก็สูญเปล่า
ด้วยความผิดหวัง ฟีโรโซฟอสหันหลังกลับ แล้วบอก "งั้นข้าจะไปตามหาตัวคนร้ายด้วยตัวของข้าเองก็ได้...ในเมื่อเ้าไม่ช่วย" ฟีโรโซฟอสพาร่างที่โซเซของตัวเองออกจากห้อง สภาพราวกับคนที่โลกทั้งใบทอดทิ้ง
ดวงตาของมาร์คัสสั่นเครือ ราวกับเ็ปเล็กๆที่เห็นสภาพฟีโรโซฟอสเช่นนั้น เขาเตือนอีกฝ่าย "ฟีโรโซฟอส ข้าว่าเ้าไม่ควรจะขุดคุ้ยมากนะ บางทีเ้าก็ต้องยอมรับชะตาตนเอง!"
ฟีโรโซฟอสตอบโดยไม่หันกลับไปมอง "ชะตาที่ข้าไม่ได้ก่อข้าไม่ยอมรับมันหรอก ไม่ว่าเ้าจะว่ายังไงก็หยุดข้าไม่ได้หรอก ข้าไม่ผิด ข้าจะหาตัวคนร้ายให้ได้ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม"
ฟีโรโซฟอสว่าแบบนั้นจบร่างเขาก็เดินหายไปจากคฤหาสน์
แววตาของมาร์คัสที่มองแผ่นหลังฟีโรโซฟอสตอนออกจากห้องไปเย็นเยียบสุดขั้วหัวใจ ฟันของมาร์คัสกัดเข้าหากัน
ด้านนอกคฤหาสน์ หลังจากฟีโรโซฟอสออกมา เขาก็มานั่งพักใจเรื่อยเปื่อยตรงนี้ เหนื่อยใจกับปัญหาที่ซัดเข้ามาตลอดทั้งวันและตอนนี้ก็ไม่รู้จะแก้ยังไง
ตอนที่กำลังท้อใจอยู่นั้น ชายหนุ่มทหารคนหนึ่งก็วิ่งมาหาฟีโรโซฟอส "ท่านที่ปรึกษา! ดีจริงๆที่ในที่สุดก็หาตัวท่านเจอ!"
"เ้าคือ.." ฟีโรโซฟอสหันมองชายหนุ่ม รู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายมีหน้าคุ้นตา
ชายหนุ่มสูดหายใจเหนื่อยหอบ สักพักเมื่อใจเย็นลงจึงแนะนำตัว "ข้าชื่อพารากอนตัส เป็ทหารกองสืบสวนที่ไปเฝ้าสังเกตุการณ์กับท่านในคืนนั้นขอรับ"
ฟีโรโซฟอสมองอีกฝ่าย "เ้ามีธุระอะไรกับข้า?"
พารากอนตัสมีใบหน้าที่กังวล เขาหันมองซ้ายหันมองขวา ราวกังวลว่าจะมีใครแอบได้ยินสิ่งที่เขากำลังจะบอก เขาโน้มตัวไปใกล้ๆฟีโรโซฟอสแล้วบอก "อันที่จริงในคืนนั้นข้าไม่ได้หมดสติ แต่อยู่ตลอดทั้งคืน ข้ากินอาหารในหม้อนั่นเข้าไปน้อยมากทำให้ข้าไม่สลบไปเหมือนคนอื่น ในคืนนั้น จริงๆแล้วข้าเห็นหน้าคนร้าย"
ฟีโรโซฟอสตะลึง จากนั้นใบหน้าเปลี่ยนเป็ความโกรธ "ว่าอะไรนะ! ถ้าเช่นนั้นทำไมตอนแรกเ้าถึงไม่บอกกับทุกคน! ทำไมถึงได้เงียบไม่พูดอะไร!?"
พารากอนตัสมีใบหน้าที่เสียใจ "นั่นเพราะข้าลำบากใจ"
"ลำบากใจ?" ฟีโรโซฟอสมุ่นคิ้ว
พารากอนตัสพยักหน้า "ข้าลำบากใจที่จะบอกความจริงกับทุกคน เพราะคนที่ลงมือเป็เ้านายเก่าของข้าและเขาก็เคยช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าเคยเป็หนี้บุญคุณเขาครั้งหนึ่ง"
เมื่อพารากอนตัสพูดแบบนี้สีหน้าของฟีโรโซฟอสก็อ่อนลงพร้อมกับความโกรธก็เบาบางลงมา แต่ในใจก็ยังมีความโกรธอยู่เล็กๆ "แล้วทำไมอยู่ดีๆเ้าถึงได้อยากบอกความจริงขึ้นมา?"
พารากอนตัสก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด เขาบอก "นั่นเพราะข้ารู้สึกผิด...ข้าเห็นผู้คนที่เคยศรัทธาท่านมากมายปฏิบัติกับท่านเหมือนคนชั่วช้าสารเลว ข้าไม่อยากจะให้คนดีๆอย่างท่านต้องเจออะไรเช่นนั้นมากไปกว่านี้อีกแล้ว ข้าจึงตัดสินใจจะบอกท่าน ข้าได้ยินว่าท่านมุ่งหน้ามาที่คฤหาสน์ของท่านมาร์คัสพอดี ข้าจึงอยากตามมาบอกความจริง" พารากอนตัสพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ
เมื่อฟีโรโซฟอสเห็นเด็กหนุ่มอยากกลับตัวทำสิ่งถูกต้องจากใจจริง สีหน้าเขาที่ยังเหลือเศษเสี้ยวความโกรธอยู่จึงหายไป เหลือแต่ความอบอุ่นเหมือนเดิม เขาถอนหายใจแล้วแตะบ่าพารากอนตัส "พารากอนตัส ข้าให้อภัยเ้า ในเมื่อเ้าอยากทำสิ่งที่ถูกต้อง เอาล่ะ งั้นจงบอกข้ามาว่าใครที่เป็คนร้าย ใครที่เป็คนฆ่าครอบครัวโอวิสกันแน่?"
พารากอนตัสมองฟีโรโซฟอสอย่างจริงจัง เขาส่ายหน้าและกระซิบเบาๆข้างหูอีกฝ่ายราวกลัวคนอื่นจะได้ยิน "เื่นี้ข้าบอกกับท่านตรงนี้ไม่ได้ขอรับ ที่นี่ไม่ปลอดภัยเพราะตัวตนของคนร้ายนั้นมีอำนาจสูงมาก ต่อให้เป็ท่านก็ไม่ใช่ว่าจะจับตัวเขาง่ายๆท่านจะต้องมีคนช่วยจากหลายฝ่าย ตอนนี้ข้าได้รวบรวมคนที่มีอำนาจและสามารถช่วยเหลือท่านไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว แต่พวกเขายังไม่สามารถปรากฏต่อหน้าสารธารณะตอนนี้ได้ ท่านที่ปรึกษาตามข้ามาด้วยครับ ข้าจะพาไปพบเพื่อนๆของเรา ที่นั่นมีพวกเรามากมายที่รู้ความจริงและพร้อมจะช่วยท่านอยู่"
ฟีโรโซฟอสตะลึง "มีผู้ที่เชื่อว่าข้ามิใช่คนร้ายอยู่หรือ?"
พารากอนตัสยิ้มจากนั้นนำทางฟีโรโซฟอสไปแหล่งกบดานตนเอง "แน่นอนขอรับ ถึงแม้หลายคนจะคิดว่าท่านเป็คนร้าย แต่ก็มีหลายคนที่ไม่เชื่อเช่นนั้นและคิดว่าท่านบริสุทธิ์เช่นกัน ทุกคนที่รู้จักตัวจริงของท่านที่ปรึกษาต่างรู้ว่าท่านเป็คนอ่อนโยนและไม่มีทางทำเื่แบบนั้นได้หรอก ข้าเองก็เช่นกัน ที่พวกเราไม่ทำอะไรจนถึงตอนนี้เพราะกำลังหาหลักฐานมัดตัวคนร้ายกันอยู่ อย่างที่บอกว่าตัวตนของคนร้ายนั้นมีอำนาจสูงมาก ลำพังแค่พยานอย่างข้าเพียงคนเดียวไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ท่านที่ปรึกษาไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีผู้ใดอยู่ข้างท่านนะขอรับ พวกเราอยู่ข้างท่านเสมอ" พารากอนตัสพูดด้วยรอยยิ้ม
ฟีโรโซฟอสน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกมีความสุขราวกับได้เกิดใหม่ การที่ได้รู้ว่าตนเองไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้คนเดียวและไม่ได้ถูกโลกใบนี้ทอดทิ้งทำให้เขารู้สึกโล่งใจ ที่แท้แล้วก็ยังมีคนที่เชื่อมั่นในตัวเขาหลงเหลืออยู่ ฟีโรโซฟอสรู้สึกมีความสุขเขารู้สึกว่าได้เจอแสงสว่าง เหมือนทวยเทพจะยังไม่ได้ทอดทิ้งเขาไป เขายังมีความหวังที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตนเองอยู่ ด้วยการร่วมมือกับผู้ที่ยังศรัทธาเขา
ฟีโรโซฟอสตามพารากอนตัสมาที่ฟาร์มร้างแห่งหนึ่ง ตอนที่มาถึงเขาเฝ้ารอดูอย่างตื่นเต้นว่ามีใครบ้างที่ศรัทธาในตัวเขาและเชื่อว่าเขาเป็ผู้บริสุทธิ์ ทว่า เมื่อเขามาถึงเขาไม่เจอใครสักคน แต่คนที่เขาเจอกลับเป็ลูกเมียตัวเองที่ถูกมัดอยู่ในโรงหมูนั้น
"คีไนกา! นูเอร่า!"
ฟีโรโซฟอสวิ่งเข้าไปหาลูกเมียตนเองและพยายามปลดเชือกนั้น แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็ััสันเท้าใครบางคนถีบมาที่หลังเขาก่อน ฟีโรโซฟอสล้มกลิ้งไปทางด้านข้าง
ฟีโรโซฟอสหันมองคนที่ถีบเขา ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความสับสน "นี่มันเื่อะไรกัน! พารากอนตัส! ทำไมเ้าถึงได้ทำแบบนี้!?"
พารากอนตัสหรือคนที่จับลูกเมียฟีโรโซฟอสมาแสยะยิ้ม เขาบอก "เื่บางเื่ก็ไม่ควรจะขุดคุ้ยมากเกินไปนะท่านที่ปรึกษา เพราะท่านไม่ยอมอยู่นิ่งๆเสียโดยดีทำให้ข้าไม่มีทางเลือกยังไงล่ะ ั้แ่ที่ท่านมาที่นี่ตามหามาร์คัสเพื่อมาขอทหารไปช่วยสืบสวน ข้าก็รู้แล้วว่าถ้าข้าไม่ยอมทำอะไรข้าจะต้องถูกจับได้แน่ ดังนั้นก่อนไปหาท่านข้าจึงได้ไปจับลูกเมียท่านมา"
ฟีโรโซฟอสกัดฟัน "เ้าไม่มีทางรอดหรอกพารากอนตัส ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเ้าเป็คนร้าย เ้าไม่มีทางรอดไปได้หรอก! หากเกิดอะไรขึ้นกับข้า เ้าชายจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ถึงเขาจะไม่ได้ห่วงใยชีวิตผู้อื่น แต่เขาก็ไม่มีทางยอมให้ตนเองสูญเสียผู้ทำงานบริหารเมืองนี้ให้เขาไปหรอก"
พารากอนตัสสะบัดนิ้ว "ฟุฟุฟุ เื่นั้นข้ารู้ดีอยู่แล้วล่ะนะท่านที่ปรึกษา ว่าเ้าชายน่าโง่ี้เีสันหลังยาวนั่นไม่มีทางพอใจที่เห็นคนทำงานแทนมันตายไปหรอก แต่ที่ข้าจับลูกเมียท่านมาและพาท่านมาที่นี่ไม่ใช่เพราะข้าจะสังหารท่านหรอกนะ"
ฟีโรโซฟอสอึ้ง "เ้าว่าอะไรนะ?"
พารากอนตัสหยิบดาบขึ้นมาและใช้มันกรีดเข้าไปที่แขนของเมียฟีโรโซฟอส
เสียงกรีดร้องของคีไนกาดังลั่นออกมา
ฟีโรโซฟอสคำราม "เ้าอสูรร้าย นั่นเ้าทำอะไรน่ะ! หยุดเดี๊ยวนี้นะ!"
พารากอนตัสเบิกรอยยิ้มที่ชั่วร้ายแล้วมองฟีโรโซฟอสที่หลั่งน้ำตาออกมา เขาบอก "ข้าพาท่านมาที่นี่เพื่อให้ดูเท่านั้นล่ะว่าลูกเมียของท่านตกอยู่ในมือข้าและจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกนางหากท่านไม่ยอมทำตามที่ข้าสั่ง ทางเดียวที่ลูกเมียของท่านจะปลอดภัยก็คือทำตามที่ข้าสั่ง"
ฟีโรโซฟอสร้องไห้ออกมา "เ้าปรารถนาสิ่งใด ข้าจะทำให้ทุกสิ่ง"
พารากอนตัสพอใจกับฟีโรโซฟอสที่ว่าง่าย จากนั้นพยักหน้าและบอก "ข้าอยากให้ท่านบุกไปที่คฤหาสน์ของมาร์คัสและทำสิ่งนี้..." พารากอนตัสกระซิบบางอย่างให้ฟีโรโซฟอสเบาๆ
ส่วนฟีโรโซฟอส หลังจากรับฟังคำสั่งของพารากอนตัส เขาก็กัดฟันทั้งน้ำตา จากนั้นความสุขความโล่งใจก่อนที่จะมาที่นี่ที่คิดว่าตัวเองกำลังจะพ้นจากนรกก็หายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่มาก่อน หลังจากฟังคำสั่งของพารากอนตัส เขาก็รู้แล้วว่าทวยเทพไม่ได้อยู่ข้างเขาแต่แรกแล้ว เพราะต่อจากนี้ไม่ว่าเขาจะพยายามยังไง เขาก็จะไม่มีวันหลุดจากนรกนี้ได้ตลอดกาล
ครึ่งชั่วยามต่อมา ฟีโรโซฟอสพร้อมกับดาบ บุกเข้าไปที่คฤหาสน์ของมาร์คัส เขาต่อสู้กับทหารมากมายในคฤหาสน์นั้นและสังหารพวกมัน เสียงกรีดร้องของคนรับใช้และทหารดังกึกก้องจนชาวเมืองรอบนอกได้ยินและต่างมาล้อมดูหน้าคฤหาสน์
ฟีโรโซฟอสสังหารทหารที่ขวางทางทุกนายของมาร์คัสอย่างเืเย็น จากนั้นเขามุ่งหน้าไปที่ห้องห้องหนึ่ง
แคร่ก! เอี๊ยด!!
เมื่อเปิดประตูออก ฟีโรโซฟอสเห็นหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามคนหนึ่งในนั้น เขาเดินเข้าไปแล้วกระชากแขนเธอออกมาจากห้อง เขาพาเธอเดินออกมาจากคฤหาสน์แล้วผลักเธอล้มลงไปต่อหน้าฝูงชนชาวเมือง
ฟีโรโซฟอสถอดเสื้อผ้าออก ต่อหน้าผู้คนมากมายที่ใ น้ำตาฟีโรโซฟอสไหลออกมา จากนั้นก็จัดการทำสิ่งนั้นกับภรรยาของมาร์คัส ต่อหน้าชาวเมืองนับร้อย ใบหน้าของมาร์เชอเนสซีดขาวและเต็มไปด้วยความขัดขืน ส่วนชาวเมืองเต็มไปด้วยความขยะแขยงและเกลียดชัง จากเดิมที่เกลียดชังอยู่แล้วตอนนี้มันเกลียดชังยิ่งขึ้นไปอีก มากเสียจนแทบกู่ไม่กลับแล้ว บางคนที่ไม่เชื่อข่าวลือที่ฟีโรโซฟอสฆ่าข่มขืนครอบครัวโอวิส ตอนนี้พอมาเห็นฟีโรโซฟอสทำแบบนี้ต่อหน้าต่อตา ความศรัทธาที่พวกเขาเคยมีต่อฟีโรโซฟอสก็หายไปจนหมด หลงเหลือเพียงแค่ความผิดหวัง
ในบรรดาฝูงชน พารากอนตัสมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เขาััดวงตาเกลียดชังจากฟีโรโซฟอสที่กำลังมองมาทางเขาได้ แต่เขาไม่พูดอะไร เขาแค่ยิ้มให้อีกฝ่าย เขายิ้มให้แบบนั้นสักพักจากนั้นก็หยิบมีดในกระเป๋าตนเองขึ้นมาและใช้มันปาดคอตนเอง
น้ำตาของฟีโรโซฟอสหยาดสุดท้ายหลั่งไหลออกมาพร้อมกับความหวังสุดท้ายที่ดับสูญสลาย ดวงตาเขาดำสนิท จากนี้ไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว เมื่อพารากอนตัสตาย คนที่จะรับผิดเื่นี้ก็หายไป คำพูดปากเปล่าของลูกเมียเขาไม่สามารถช่วยเขาได้เพราะทุกคนคงจะคิดพวกนางแค่อยากปกป้องเขา ส่วนคำพูดของเขาก็ยิ่งไร้ความหมายเมื่อตอนนี้ทุกคนต่างเกลียดชังเขาเข้าไส้ ไม่มีใครเชื่อต่อให้เขาจะบอกว่าเขาถูกข่มขู่ อนาคตเขาได้จบสิ้นแล้ว เขารู้สึกเสียใจที่มันเกิดเื่แบบนี้ เขาเสียใจที่ไปรับคำร้องนี้ เพียงแค่สองวัน ชีวิตเขาก็แตกเป็เสี่ยงๆ มันกลายเป็แบบนี้ได้ยังไง ทั้งหมดเป็เพราะเขาไปรับคำร้องของโอวิสมา ไม่รู้ทำไมใน่เวลาแบบนี้เขาถึงได้นึกถึงคำพูดของอาโนอิทอสขึ้นมา ในตอนนั้นอีกฝ่ายก็ได้เตือนเขาว่า 'อย่ายุ่งกับคำร้องนี้' ก่อนอีกฝ่ายจะฉีกคำร้องพวกนั้นทิ้งไป ในตอนนั้นเขานึกว่าเ้าชายแค่ี้เีและละเลยหน้าที่ตนเอง แต่ที่จริงแล้วในตอนนั้นอาโนอิทอสหมายความว่ายังไงกันแน่นะ?